กว่าซูลี่จะซื้อของใช้จำเป็และมองหาลู่ทางทำกินที่น่าสนใจไปทั่วตลาดก็ใกล้พลบค่ำแล้ว ตอนนี้นางยังไม่ได้เดินทางออกจากเมืองเลย ดีที่นางซื้อรถม้าไว้แล้วจึงไม่ต้องรีบร้อนมากนัก โคมไฟข้างรถม้าจึงถูกจุดขึ้นเพื่อออกเดินทางกลับหมู่บ้านของหยางหลงเมื่อทุกอย่างครบถ้วนแล้ว
หยางหลงกระวนกระวายใจกลัวซูลี่จะมีอันตรายจนใจร้อนรนไปหมด แต่เขาไม่สามารถลุกขึ้นเดินด้วยตนเองได้เพื่อตามออกไปดูซูลี่นอกเรือนว่าเป็เช่นไรบ้าง ช่างน่าอนาถนัก! ยิ่งคิดยิ่งใจหดหู่ ทั้งคิดกังวลว่านางจะไม่กลับมาหาเขาอีกแล้วจนจิตใจกระสับกระส่ายไปหมดจนมืดค่ำแล้ว
เนิ่นนานกว่าจะได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวหน้าเรือนของหยางหลง เป็เสียงเกือกม้าวิ่งเข้ามาภายในเรือน เป็ผู้ใดกัน? แล้วซูลี่ของเขานางอยู่ไหน? การที่เดินเหินไม่ได้ช่างยากลำบากนัก เขาทนปล่อยตัวให้ตนเองเป็เช่นนี้ได้อย่างไร ต่อไปเขาต้องรีบฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาแข็งแรงดังเดิมให้ได้โดยไว อย่างน้อยเพียงแค่ได้ดูแลหญิงอันเป็ที่รักและได้ชื่อว่าเป็ภรรยาเขาได้ก็พอแล้ว
“ข้ากลับมาแล้วเ้าค่ะ ท่านเป็อย่างไรบ้าง”
ซูลี่ก้าวเท้าเข้ามาภายในห้องนอนของหยางหลงที่มืดมิด เหตุใดเขาไม่ยอมจุดไฟ หรือว่าไม่มีที่จุดไฟกันนะ เมื่อเดินมาถึงข้างเตียงซูลี่ก็รู้สึกถึงแรงดึงจนเซลงไปนั่งบนเตียงของหยางหลงและถูกเขาโอบกอดทันที ตัวของเขาสั่นเทาและมีคราบน้ำไหลลงบนบ่าของนาง เขาเป็อะไร ทำไมจึงเป็เช่นนี้กัน
“เ้าทำไมกลับมาช้านัก ข้าเป็ห่วงเ้ามากรู้หรือไม่ ทั้งยังออกไปตามหาเ้าไม่ได้อีกจนข้าอึดอัดใจ ข้ามันไม่ต่างกับคนพิการจริงๆ สมแล้วที่เ้าไม่ยอมรับข้าเป็สามี ข้าคงดูน่าสมเพชมากเลยใช่หรือไม่?”
“ท่านพูดอะไรกัน ข้าเพียงไปซื้อข้าวของเครื่องใช้มากมายเลยใช้เวลานานเท่านั้น ทั้งยังไปเลือกซื้อรถม้ามาด้วยเผื่อพาท่านเดินทางออกไปในเมืองด้วยกันวันหลังอย่างไรเล่า ท่านอย่าน้อยอกน้อยใจตนเองเลย แค่ท่านขยันฟื้นฟูร่างกาย อีกไม่นานท่านต้องเดินได้ดีขึ้นเป็หนุ่มรูปงามที่หญิงสาวต่างหมายปอง แล้วท่านก็จะไม่ใยดีข้าแล้ว”
ซูลี่พูดทีเล่นทีจริงเพื่อปลอบใจเขา พลางลูบหลังเขาที่กำลังโอบกอดนางแน่นตัวสั่นไม่ยอมปล่อย เหมือนเด็กที่ถูกทิ้งจนน่าสงสาร
“ไม่มีทาง! เ้าคือหญิงที่จะเป็ภรรยาข้าเพียงผู้เดียว ข้ามีเพียงเ้า ไม่คิดมีใครอีก เ้าห้ามพูดเช่นนี้อีก ข้าเป็ห่วงเ้ามากเลยรู้หรือไม่ กลัวเ้าจะเป็อันตราย กลัวเ้าไม่กลับมาหาข้าจนฟุ้งซ่านไปหมดแล้ว”
“คราวหน้าท่านไปกับข้าด้วยดีหรือไม่ เรามีรถม้าแล้ว ท่านจะได้ไม่ต้องห่วงข้าเช่นนี้อีก ท่านออกไปดูรถม้าของเรากับข้าวของที่ข้าซื้อมาดีหรือไม่ เดี๋ยวข้าประคองท่านไป ข้าให้ช่างในเมืองทำไม้ค้ำยันให้ท่านด้วย จะได้เดินเองได้ง่ายขึ้น”
พูดจบหยางหลงก็ค่อยๆ คลายอ้อมกอดออกและจ้องมองดูหน้าซูลี่อย่างพินิจพิจารณา แม้จะมืดแต่ก็พอมีแสงจันทร์จากภายนอกส่องเข้ามาให้พอมองเห็นหน้ากัน เขาซาบซึ้งในสิ่งที่นางทำให้เขานัก นางห่วงใยเขาทั้งหารถม้ามาเพื่อให้เขาได้เดินทางไปกับนางได้และมีไม้ค้ำยันมาให้เขาอีก จนเขาไม่รู้จะเอ่ยคำใดอีก
“เ้าช่างดีนัก ข้าไม่รู้จะเอ่ยคำใดแล้ว ข้าจะติดตามดูแลเ้า แม้เ้าจะไม่ยินยอมเป็ภรรยาข้า แต่ข้าจะเป็วัวเป็ม้าให้เ้า เป็ทาสรับใช้เ้าตลอดไป ได้หรือไม่?”
ซูลี่ได้ยินเช่นนั้นก็อึ้งไปทันที เขาช่างจงรักภักดีนัก แค่ทำดีให้แค่นี้ถึงขั้นจะยอมเป็วัวเป็ม้าเป็ทาสเชียวรึ
“ข้าแค่ช่วยเหลือท่านเล็กน้อย อย่าคิดเป็บุญคุณเลยนะเ้าคะ ถือว่าเราเป็เพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขกันก็ได้ ข้าแค่ไม่อยากไปไหนคนเดียวอีกเท่านั้น เพราะข้าไม่คุ้นเคยกับอะไรสักอย่างในเมืองแถบนี้ หากมีท่านอยู่ข้างกายก็คงอุ่นใจขึ้น”
“เช่นนั้นก็ตามใจเ้า แล้วเ้าเป็อย่างไรบ้าง เหนื่อยหรือไม่?”
ซูลี่ส่ายหน้าช้าๆ และมองเขาอย่างลึกซึ้ง เขาช่างเป็ชายหนุ่มที่อ่อนโยนนัก มือที่เขาััแก้มนางเบาๆ ทำให้ซูลี่รู้สึกอบอุ่นใจ ไม่กลัวอะไรอีกเลย
“ไปกันเถอะเ้าค่ะ ออกไปดูข้าวของที่ข้าซื้อมา ตอนนี้เรามีเงินแล้ว ท่านต้องรีบหายไวๆ เราจะได้มีกิจการของตัวเองดีหรือไม่เ้าคะ?”
หยางหลงหันมายิ้มให้ซูลี่ขณะที่นางประคองเขาลุกขึ้นยืนช้าๆ นางจับแขนเขาไปคล้องที่บ่าของนางและโอบกอดรอบเอวเขาไว้ให้สามารถทรงตัวยืนขึ้นได้อย่างมั่นคง เขามีความสุขทุกครั้งที่นางโอบประคองเขาเช่นนี้ ทั้งสุขใจทั้งรู้สึกดีที่ได้โอบกอดนางทุกวัน เขาพยายามฝืนเดินด้วยตนเองให้ได้มากที่สุดแม้ขาจะยังไร้เรี่ยวแรง แต่ก็ดีขึ้นมากกว่าวันแรก หากเขาบำรุงร่างกายและขยันหัดเดินบ่อยๆ คงไม่เกิน 3 เดือน เขาน่าจะเดินได้เอง แต่หากจะให้แข็งแรงกว่านี้ก็ต้องออกแรงมากกว่านี้
เมื่อเดินมาถึงลานกลางเรือนของหยางหลง เขาตกตะลึงกับข้าวของที่กองอยู่บนพื้นและรถม้าคันใหญ่ที่จอดอยู่ แม้จะรู้แล้วว่าซูลี่ซื้อของมามาก แต่เขาไม่คิดว่านางจะหามาได้มากขนาดนี้ ทั้งยังแปลกใจที่นางมีเงินทองมากมายมาจับจ่ายซื้อของเหล่านี้ด้วย
“เ้าเอาเงินมาจากที่ใดกัน สมบัติที่เ้าบอกว่าเก็บไว้อย่างนั้นรึ?”
“ใช่เ้าค่ะ ต่อไปนี้ท่านไม่ต้องห่วงเื่เงินนะเ้าคะ เมื่อกี้ข้าแวะไปจ่ายค่ายาของท่านที่ค้างท่านหมอให้แล้ว ก่อนจะกลับเข้าเรือน”
หยางหลงได้ยินเช่นนั้นก็มีน้ำใสๆ เอ่อคลอที่ดวงตา นางช่างแสนดีนัก ทั้งยังรู้ไปหมดว่าเขาลำบากสิ่งใด เขาไม่เคยต้องร้องขออันใดจากนาง นางก็ทำให้เขาทั้งหมด ตอนนี้เขายังยืนคล้องบ่าของนางอยู่จึงก้มลงมองดูนางที่ตัวเล็กเพียงบ่าของเขาเท่านั้น เหตุใดนางจึงเก่งเกินตัวนัก ทั้งดูแลเขา ทั้งยังคิดหาทางทำกิน ซื้อหาข้าวของมามากมาย
“เ้าเหนื่อยหรือไม่ที่ต้องทำทุกอย่างให้ข้า”
หยางหลงเอ่ยถามเบาๆ ขณะก้มมองหน้าของซูลี่น้ำตาคลอ
“ข้าไม่เหนื่อยเลยเ้าค่ะ ท่านอย่าคิดมากอีกเลย ข้าอยากให้ท่านดีใจไปกับข้า ที่เรามีข้าวของมากมาย ข้าซื้อที่นอนหมอนผ้าห่มมาให้ท่านใหม่ด้วยนะ จะได้ไว้สลับใช้กับอันเก่าเวลาเอาไปซักนะเ้าคะ ดีหรือไม่”
“ดีมากเลย มีเ้าแล้วทุกอย่างล้วนดีไปหมด”