ทันทีที่ได้ยินคำพูดแปลกๆจากปากแอเรียสท่าทีของสเวนก็เปลี่ยนไปทันที มันจ้องมองไปยังแอเรียสด้วยความตกตะลึง ในดวงตาเริ่มสั่นไหวด้วยความหวาดหวั่น คล้ายกับมีเข็มไปสะกิดโดนภายในใจของมัน มันรีบสลัดความคิดในหัวทิ้งก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีแอเรียสทันที
“ เจ้าคิดว่าข้าจะมาพ่ายแพ้ด้วยลูกไม้ตื้นๆแบบนี้น่ะเหรอ“
สายฟ้ากระจายออกมาจากร่างของแอเรียส เวทที่พันธนาการขาของแอเรียสอยู่นั้นถูกสะบั้นออกภายในเสี้ยววินาที ร่างของแอเรียสหลบคมดาบได้อย่างฉิวเฉียด คมดาบสีเงินทำได้เพียงโจมตีโดนที่ความว่างเปล่าเท่านั้น
“ ข้าพูดอะไรสะกิดในใจเจ้ารึเปล่า เหตุใดจึงได้ทำท่าทางร้อนรนเช่นนั้น หรือเจ้าจะไม่พอใจที่ข้าเรียกเจ้าว่าหมาน้อย “
แอเรียสเอ่ยถามพร้อมกับยิ้มเล็กๆออกมา ท่าทางในตอนนี้มันทำให้เขาดูคล้ายกับชายหนุ่มผู้เจ้าเล่ห์มากกว่าเด็กหนุ่มที่พึ่งจะมีอายุได้สิบหกปี
“ หุบปากของเจ้าซะ!! “
ในที่สุดสเวนก็เอ่ยวาจาออกมา น้ำเสียงของเขาคล้ายกับมีความขุ่นเคืองปะปนอยู่ไม่น้อย ดาบในมือของสเวนโหมเข้าโจมตีแอเรียสอย่างรวดเร็วแต่นั่นก็ทำได้เพียงมากสุดคือเฉียดใกล้ร่างของแอเรียสก็เท่านั้น
ทันใดนั้นฝ่ามือของแอเรียสก็โจมตีไปใกล้ๆกับใบหน้าของสเวน สายฟ้าขนาดเล็กราวกับอสรพิษตัวน้อยพุ่งยาวเป็นเส้นตรง แม้สเวนจะหลบหลีกการโจมตีนั้นได้แต่มันกลับทำให้ผ้าคลุมของเขาถูกเปิดออก ทันใดนั้นทั่วลานประลองก็จ้องมองมาทางสเวนเป็นสายตาเดียว หูสีน้ำตาลสองข้างที่เต็มไปด้วยขนอันอ่อนนุ่มคล้ายกับขนสุนัข มันอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ควรจะเป็นหูของมนุษย์แต่มันกลับอยู่เหนือศีรษะของสเวน
จากท่าทางอันเงียบขรึมของสเวนกลับกลายเป็นจ้องมองรอบข้างด้วยความหวาดกลัว สายตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ยามที่เห็นสายตาที่มองมายังเขามันยิ่งทำให้ภายในใจของเขามีแต่ความหวาดกลัวมากกว่าเดิมมากนัก เขาจ้องมองไปทางแอเรียสด้วยดวงตาที่แดงก่ำด้วยความโกรธ
“ เจ้าทำแบบนี้เพื่ออะไร!! “
สเวนคำรามออกมาด้วยความโกรธ มันพอคาดเดาได้ว่าการโจมตีเมื่อครู่ของแอเรียสเกิดจากความตั้งใจหาใช่เรื่องบังเอิญ
“ ข้าก็แค่อยากต่อสู้กับเจ้าตอนที่ใช้พลังของเผ่าลูกครึ่งอสูรออกมาอย่างเต็มที่ก็เพียงเท่านั้น เวลาเห็นเจ้าใช้พลังออกมาแบบครึ่งๆกลางๆแล้วมันชวนให้หงุดหงิดเป็นบ้า การที่ถูกคนที่อ่อนแอกว่ามาออมมือให้ข้าเช่นนี้มันทำให้ข้ารู้สึกไม่ค่อยชอบใจสักเท่าไรนัก ..เรื่องทั้งหมดก็แค่นั้น“
แอเรียสพูดออกมาด้วยท่าทีสบายอารมณ์ แต่นั่นหาได้ทำให้สเวนคลายความโกรธในจิตใจลงไม่ เขาคำรามออกมาด้วยความโกรธ เผยให้เห็นเขียวสีขาวขนาดเล็กที่อยู่ในปากนั้น หางสีน้ำตาลที่ดูเหมือนหางของหมาป่าโผล่ออกมาจากชายเสื้อด้านหลัง เมื่อความลับถูกเปิดเผยก็ไม่จำเป็นที่จะต้องปกปิดอีกต่อไป
สเวนนั้นหาใช่เผ่ามนุษย์แต่กลับเป็นเผ่าลูกครึ่งอสูรสายพันธุ์หมาป่า ที่ผ่านมาเขาปกปิดตัวตนด้วยเสื้อคลุมของเขามาตลอด เผ่าลูกครึ่งอสูรนั้นแม้จะมีอยู่ไม่มากนักแต่ก็พอจะมีให้พบเจออยู่บ้าง แต่ด้วยการที่เผ่าลูกครึ่งอสูรมักจะไม่ถูกยอมรับโดยเผ่าพันธุ์มนุษย์มากนัก พวกมันจึงมักจะอาศัยอยู่ในสถานที่ของพวกมันเอง ด้วยการที่เป็นลูกครึ่งอสูรจึงมักจะถูกมองว่าเป็นเพียงสัตว์ป่าหรือสัตว์อสูรที่ดุร้าย หลายครั้งที่เผ่าลูกครึ่งอสูรถูกจับตัวไปเป็นทาสของมนุษย์หรือไม่ก็ถูกทำร้ายจากมนุษย์ นี่คือสาเหตุที่สเวนปกปิดตัวตนของมันเอาไว้
เผ่าลูกครึ่งอสูรนั้นมักจะไม่มีพรสวรรค์ด้านพลังเวทมากนัก มีบางคนที่ติดอยู่ในขั้นนักเวทฝึกหัดไปตลอดชีวิตและบางคนก็อาจจะโชคร้ายไปกว่านั้นที่ติดอยู่ในขั้นสัมผัสเวทไปตลอดชีวิตการที่สเวนมีอายุเพียงยี่สิบปีแต่กลับมีพลังเวทระดับนักเวทฝึกหัดขั้นที่เก้าจึงนับว่าเป็นตัวตนที่หายากในเผ่าลูกครึ่งอสูรเลยก็ว่าได้ พรสวรรค์ระดับนี้อาจจะพูดได้ว่าเหนือกว่านักเวทเผ่ามนุษย์หลายคนด้วยซ้ำไป
ควับบบ !!
เสียงดาบที่แหวกผ่านสายลมไปยังร่างของแอเรียส มันแหวกผ่านที่ชายเสื้อของแอเรียสไปอย่างรวดเร็ว แม้แอเรียสจะหลบหลีกอย่างรวดเร็ว แต่มันก็กลับปรากฏรอยขาดวิ้นที่เสื้อ บาดแผลขนาดไม่ใหญ่นักปรากฏอยู่บนแขนข้างหนึ่งของแอเรียส กว่าที่หยดเลือดจะเริ่มไหลรินออกมาจากบาดแผลการโจมตีระลอกที่สองจากคมดาบสีเงินนั่นก็เข้าโจมตีแอเรียสแล้ว
แอเรียสแทบจะไม่มีแม้แต่เวลาไปห่วงบาดแผลที่แขนนั่น การโจมตีของสเวนกลายเป็นเกรี้ยวกราดกว่าครั้งแรกนัก แทนที่จะรู้สึกเจ็บปวดที่บาดแผลแต่แอเรียสกลับรู้สึกถึงความตื่นเต้นเข้ามาแทนที่ ในที่สุดก็เหมือนจะมีคนที่พอจะต่อสู้กับเขาได้บ้างแล้ว
ปั๊กกก !!
หมัดของแอเรียสที่อัดแน่นไปด้วยพลังเวทอัสนี ชกเข้าไปที่หน้าท้องของสเวนเข้าอย่างจัง มันกระอักโลหิตออกมาก่อนจะกุมที่หน้าท้องด้วยความจุกและเจ็บปวด แต่มันก็กัดฟันด้วยความอดทนแล้วมุ่งเข้าโจมตีแอเรียสต่อทันที เผ่าลูกครึ่งอสูรนั้นแม้จะไม่โดดเด่นเรื่องพลังเวทเหมือนกับเผ่ามนุษย์หรือเผ่าเอลฟ์แต่ขึ้นชื่อเรื่องพละกำลังที่แข็งแกร่ง แม้จะโดนการโจมตีจากแอเรียสไปหลายครั้งแต่สเวนก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะยอมแพ้แต่อย่างใด และด้วยความว่องไวของเผ่าลูกครึ่งอสูรหมาป่ามันจึงทำให้สเวนหลบการโจมตีได้ในหลายครั้งเมื่อไม่ต้องปกปิดตัวตนอีกต่อไปก็ทำให้สเวนปลดปล่อยพลังของเผ่าลูกครึ่งอสูรได้อย่างเต็มที่ ทั้งความรวดเร็วและพลังในการโจมตีจึงแข็งแกร่งกว่าเดิมมากนัก
“ทำไมเผ่าลูกครึ่งอสูรถึงเข้าร่วมการประลองได้กันล่ะ “
“ จริงด้วย !! ทำไมปล่อยให้เจ้าลูกสุนัขนั่นมาปะปนกับงานประลองของเผ่ามนุษย์ได้“
“ถึงจะมีเผ่าลูกครึ่งอสูรอยู่ในเมืองบ้างก็เถอะแต่ถึงอย่างไรมันก็ไม่ควรได้รับสิทธิเข้าร่วมงานประลอง ไล่เจ้านั่นลงไปซะ “
“ ที่มันชนะข้าในรอบแรกก็เพราะมันเป็นอสูรยังไง ! นี่มันไม่ยุติธรรมเลยที่ให้เผ่าลูกครึ่งอสูรมาประลองกับมนุษย์!! “
ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นที่ยืนอยู่รอบเวทีประลองเริ่มพูดคุยกันด้วยสงสัยที่มีเผ่าลูกครึ่งอสูรในงานประลอง และมีหลายคนที่เริ่มส่งเสียงตะโกนโวยวายออกมาด้วยความรู้สึกไม่พอใจ หลายคนที่เคยพ่ายแพ้ให้กับสเวนในรอบแรกๆก็เริ่มทักท้วงถึงความไม่ยุติธรรมของการประลองขึ้นมา
สายตาของสเวนเริ่มจ้องมองไปรอบข้างด้วยความหวาดหวั่น ความหวาดกลัวและความกังวลที่เคยมีอยู่ในจิตใจของมันเริ่มกลับมาอีกครั้ง เมื่อยามที่มันยังเด็กมันมักจะถูกรังแกจากมนุษย์เสมอมา มีครั้งหนึ่งที่มันเคยจะถูกจับตัวไปเป็นทาสด้วยซ้ำ แต่ยังโชคดีที่มันยังเอาตัวรอดออกมาได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมามันมักจะใช้ชีวิตโดยปกปิดตัวตนของเผ่าครึ่งอสูรเอาไว้เสมอ ส่วนสาเหตุที่มันปกปิดตัวตนเช่นนี้ก็คงจะใช้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้อธิบายได้เป็นอย่างดี
ปั๊กกก !!
“ นี่เจ้ามองไปทางไหนของเจ้ากัน เวลานี้เจ้ากำลังสู้อยู่กับข้านะ “
แอเรียสพูดออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองเล็กๆพร้อมกับส่งลูกเตะเข้าไปที่ท้องของสเวนอีกครั้ง มันทำให้ร่างของสเวนที่ไม่ทันตั้งตัวล้มลงไปตัวงอกับพื้นด้วยแรงเตะ
“ ในการต่อสู้มันไม่มีแบ่งแยกหรอกว่าเป็นเผ่าพันธุ์ไหน มันแบ่งแยกเพียงผู้แข็งแกร่งและผู้อ่อนแอก็เพียงเท่านั้น กฎแห่งป่า ปลาใหญ่กินปลาเล็ก อย่าได้มาเรียกร้องความยุติธรรมอันน่าขันของพวกเจ้า หากพวกเจ้าไม่มีความสามารถที่จะเอาชนะก็จงหุบปากของพวกเจ้าลงซะ มันรบกวนการต่อสู้ของข้า !! “
แอเรียสหันไปมองรอบข้างเวทีประลองพร้อมกับกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ คิดว่าเป็นแค่ระดับผู้ใช้มนตราแล้วเจ้าจะพูดอะไรก็ได้รึยังไง!! “
“ หรือว่าเจ้าก็เป็นพวกเดียวกับเจ้าสัตว์อสูรชั้นต่ำนั่น!! ท่านร็อกโก้บางทีพลังของเจ้าเด็กดีอาจจะได้มาจากศาสตร์อันชั่วร้ายบางอย่างก็ได้นะขอรับ“
คำพูดของแอเรียสดูเหมือนจะสร้างความไม่พอใจให้หลายคนไม่น้อย เป้าหมายแห่งความไม่พอใจเริ่มเปลี่ยนจากสเวนเป็นแอเรียสไปเสียแล้วในตอนนี้
“ ดูเหมือนแถวนี้จะมีพวกหมาที่เอาแต่เห่าหอนเยอะเลยแหะ เอาแบบนี้เป็นอย่างไร..หากพวกเจ้าคนไหนอยากจะพิสูจน์พลังของข้าว่ามันได้มาจากศาสตร์อันชั่วร้ายที่เจ้ากล่าวถึงรึเปล่าก็จงก้าวขึ้นมาบนเวทีประลองซะ ..แต่ข้ารับลองเลยว่าครั้งนี้มันจะไม่ใช่แค่การประลองเด็กเล่นเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาอย่างแน่นอน“
แอเรียสพูดออกมาด้วยความเย็นชา จิตสังหารอันเย็นเยียบแผ่กระจายออกมาจากทั่วร่างของแอเรียส สายตายามที่จับจ้องไปยังพวกมันคล้ายกับนักฆ่าที่พร้อมจะลงมือสังหารได้ทุกเมื่อ
จิตสังหารอันเย็นเยียบนั้นมันรุนแรงมากพอที่จะทำให้ผู้เข้าแข่งขันหลายคนที่กำลังต่อปากต่อคำกลับแอเรียสกลายเป็นสงบปากสงบคำในทันที หลายคนเริ่มรู้สึกหวาดกลัวต่อตัวตนของแอเรียสมากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า นั่นไม่ใช่จิตสังหารที่เกิดขึ้นเพียงเพราะความโกรธ แต่มันเป็นจิตสังหารของผู้ที่เคยพรากชีวิตของผู้คนมาก่อน แม้แต่ร็อกโก้ที่ยืนอยู่บริเวณนั้นก็อดไม่ได้ที่จะจ้องมองไปยังแอเรียสเช่นกัน‘จิตสังหารของเจ้าเด็กนั่นมันคืออะไรกัน ! ‘
“ ..เจ้าทำแบบนี้เพื่ออะไร“
สเวนใช้ดาบในมือค้ำยันร่างของเขาเพื่อให้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ที่มุมปากมีโลหิตสายเล็กๆไหลรินออกมาจากอาการบาดเจ็บที่ได้รับ สายตาของเขาจ้องมองไปยังแอเรียสด้วยความสับสน ภายในใจเต็มไปด้วยความสงสัยถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของชายหนุ่มตรงหน้า ในตอนแรกที่แอเรียสทำลายการปกปิดตัวตนของเผ่าลูกครึ่งอสูรภายในใจของเขาก็เต็มไปด้วยความโกรธ แต่การกระทำเมื่อครู่ของแอเรียสก็ทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งเล็กๆ มันยิ่งทำให้สเวนเกิดความสงสัยว่าเด็กหนุ่มผู้นี้ต้องการอะไรจากเขากันแน่
“ ข้าก็บอกไปแล้วยังไงล่ะ ว่าข้าเพียงต้องการต่อสู้กับเจ้ายามที่ปลดปล่อยพลังของเผ่าลูกครึ่งอสูรออกมาอย่างเต็มที่ ไม่ใช่เจ้ายามที่ปลดปล่อยพลังของมาแบบครึ่งๆกลางๆ“
สายตาของแอเรียสจ้องมองไปยังสเวนโดยไม่มีสั่นไหวเลยแม้แต่น้อย มันเป็นการยืนยันคำพูดของเขาว่ามันไม่ได้มีคำโป้ปดแต่อย่างใด
“ ถ้าเจ้าหวังเช่นนั้นก็ย่อมได้“
สเวนจ้องมองไปยังดวงตาของแอเรียสด้วยความเด็ดเดี่ยว ภายในใจไม่มีความลังเลใดๆอีกต่อไป เขาเลิกที่จะสนใจต่อรอบข้างก่อนที่จะพุ่งเข้าไปโจมตีแอเรียสอีกครั้ง ประกายสายฟ้าจากฝ่ามือของแอเรียสถูกส่งเข้าไปปะทะกับการโจมตีนั้น สเวนนั้นแม้จะเป็นเผ่าครึ่งอสูรแต่กลับใช้พลังเวทได้อย่างคล่องแคล่ว บอลวารีถูกส่งเข้ามาโจมตีแอเรียสอยู่เป็นระยะ
ปั๊ก !!
การโจมตีของแอเรียสส่งร่างของสเวนให้ลอยของไปไกลกว่าสองเมตร เขาค่อยๆใช้ดาบค้ำยันประคองร่างตัวเองให้ลุกขึ้นมาอีกครั้ง แต่ดูครั้งนี้เขาจะไม่มีแรงที่จะลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง
“ หึ !ข้าแพ้แล้วล่ะ พลังของข้ายังอ่อนแอจนเกินไปจริงๆ “
สเวนยิ้มออกมาด้วยความผิดหวังเล็กๆ แต่ภายในใจกลับรู้สึกถึงบางอย่างที่แตกต่างออกไปจากทุกครั้ง ดูเหมือนการต่อสู้ในครั้งนี้จะสอนบทเรียนหลายอย่างให้กับเขาแล้ว
“ อย่าได้ดูหมิ่นพลังของตัวเองเช่นนั้น อย่างน้อยเจ้าก็เป็นคนแรกที่สร้างบาดแผลให้กับข้าได้“
แอเรียสยิ้มออกมาก่อนจะหันหน้าก้าวลงเวทีไป นี่เป็นครั้งแรกในงานประลองในครั้งนี้ที่แอเรียสได้รับบาดแผลจากการต่อสู้ และเป็นครั้งแรกที่เขาต่อสู้โดยใช้เวลานานขนาดนี้ พรสวรรค์ของชายหนุ่มลูกครึ่งอสูรคนนี้นับว่าไม่เลวเลยสำหรับมาตรฐานของแอเรียส