“เย้ ! นาเรีย! มาปลูกต้นไม้กันเถอะ!”
“...ไอ้จู่ๆก็ ‘มาปลูกต้นไม้กันเถอะ’ นี่มันอะไรกันคะ...แล้วนั่นมันเมล็ดอะไรกันคะนั่น? ทำไมฉันถึงสังหรณ์ใจไม่ดียังไงก็ไม่รู้กันล่ะคะเนี่ย?”
นาเรียที่กำลังนั่งพักผ่อนอยู่บนเตียงพูดขึ้นมาด้วยความสงสัยเมื่อจู่ๆ คุณหนูของเธอที่พึ่งกลับมาจากการทำงานก็เดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับเมล็ดพืชแปลกๆเมล็ดหนึ่งที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนซะอย่างนั้น
คราวนี้ท่านจะแกล้งอะไรฉันอีกล่ะคะนั่น...แล้วไอ้เมล็ดพันธุ์น่าสงสัยนั่นมันอะไรกันน่ะ...
“เธอคิดมากไปแล้วน่า...เ้านี่เป็เมล็ดพืชอะไรสักอย่างที่ฉันไปขอไมเดนมาน่ะดังนั้นเราเอาไปปลูกกันเถอะ !”
“...รู้สึกไม่ค่อยน่าไว้ใจสักเท่าไหร่เลยค่ะ”
“เอาน่าๆเราไปปลูกกันเถอะนะ !”
“ว้าย !”
เพราะจู่ๆ เธอก็ถูกมิเรเซียดึงอย่างกะทันหันทั้งๆที่เธอยังอยู่ในสภาพอ่อนแรงจากการ ‘ออกกำลังกายยามค่ำคืนอย่างหนัก’อยู่แท้ๆ ทำให้เธอเกือบที่จะร่วงลงไปกับพื้นแต่โชคยังดีที่มิเรเซียรับร่างของเธอเอาไว้ได้ทัน
“เกือบไปๆลืมไปเลยว่าเธอหมดแรงอยู่...ขอโทษนะ”
“...”
มิเรเซียขอโทษเมดสาวของเธออย่างลนลานแต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมานั้นกลับเป็สายตาอันแสนเ็าซะอย่างนั้น
“...ฉันอยากจะอยู่คนเดียวสักพักดังนั้นช่วยออกไปจากห้องด้วยค่ะ”
“อะ-เอ๋! ทำไมล่ะ!?”
“ออก-ไป-ด้วย-ค่ะ”
“อึก...ค่ะ...”
เนื่องจากคราวนี้นาเรียดูโกรธจริงทำให้ฉันถึงกลับกลืนน้ำลายและได้แต่ยินยอมเธออย่างช่วยไม่ได้
ฉันไม่อยากไปจุดะเิให้เธอโกรธขั้นสุดหรอกนะ...ดังนั้นวันนี้เรายอมไปก่อนดีกว่า...
“ฉันไปก่อนก็ได้...ถ้าหากเธออยากจะได้อะไรก็บอกฉันนะ”
มิเรเซียบอกนาเรียในขณะที่เหงื่อของเธอกำลังไหลพรากๆก่อนที่จะรีบออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
ซึ่งพอภายในห้องเหลือแค่เธอเพียงคนเดียวแล้ว...นาเรียก็ใบหน้าแดงก่ำขึ้นมาพร้อมกับรีบเอาหน้าไปซุกหมอนและกรีดร้องออกมาอย่างไร้เสียง
ทะ-ทำไมกันล่ะ ! ทำไมหัวใจของเราถึงเต้นแรงและใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหันแบบนี้กัน! นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเรากันแน่!?
“อึก...เกือบเก็บอาการไม่อยู่ซะแล้วสิเรา...”
โธ่เอ้ย...รู้สึกเขินเป็บ้าเลย...
นาเรียเอามือทั้งสองข้างของเธอมาปิดหน้าที่แดงก่ำของตัวเองเอาไว้แล้วก็กลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงอยู่คนเดียวต่อไป...