วินเทอร์จ้องมองดูพวกเขาสักครู่หนึ่ง ก่อนที่เปิดเก๊ะออกและหยิบแท่งซิการ์ขึ้นมาคาบเอาไว้ที่ปาก ลูกน้องที่ยืนเฝ้าอยู่ก็รู้งาน เรียกได้ว่ามันอยู่เป็ หยิบเอาไฟแช็กขึ้นมาแล้วจุดซิการ์ให้กับวินเทอร์อย่างชำนาญเหมือนกับว่ามันฝึกมาเพื่อการนี่โดยเฉพาะ
เขาค่อยๆสูบซิการ์ และปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปกับควัน ในเวลานี้ ไม่มีใครกล้าพูดอะไรขึ้นมาสักแอะ เพราะกลัวว่าจะไปรบกวนสมาธิของวินเทอร์ ตอนแรกที่ได้รับคำสั่งมา พวกเขาก็รู้สึกประหลาดใจ และดูถูกดูแคลนวินเทอร์ไม่น้อย เป็แค่เด็กน้อยกะโหลกกะลาคนหนึ่ง ที่อาศัยบารมีของคุณฟู่จนมาอยู่เหนือพวกเขาได้
แต่เวลานี้ พอได้มาเห็นตัวจริงๆเข้า พวกเขาไม่กล้ามองว่าวินเทอร์เป็แค่เด็กน้อยคนหนึ่งอีกต่อไปแล้ว ถึงแม้ว่าตอนนี้วินเทอร์จะยังไม่ได้ลงมือหรือสร้างผลงานอะไร แต่ความประทับใจแรกพบและบารมีความน่าเกรงขามที่แผ่ออกมานั้น ก็ทำให้พวกมันรู้สึกเลื่อมใสและโดนสยบไม่รู้ตัว
อำนาจบารมีที่วินเทอร์แผ่ออกมาทำให้พวกเขารับรู้ได้ถึงความอันตรายและน่ากลัวมากกว่าคุณฟู่ตอนโกรธซะอีก ถ้าพวกเขาปฏิบัติกับวินเทอร์เหมือนว่าเป็แค่เด็กน้อยคนหนึ่งเหมือนที่คิดตอนแรกละก็ พวกเขาอาจจะต้องตายแบบไม่รู้ตัวก็ได้
ในใจพวกเขานั้นยอมรับในตัววินเทอร์ไปเกือบเต็มร้อยแล้ว เหลือเพียงแค่ว่าวินเทอร์จะจัดการสถานการณ์ตรงหน้านี้ยังไง ถ้าเขาสามารถทำได้ดี พวกเขาก็จะยอมรับทั้งกายทั้งใจว่าวินเทอร์คือบอสของพวกเขา
แม้ยามนี้ภาพลักษณ์ภายนอกของวินเทอร์จะเป็เด็กน้อยคนหนึ่ง แต่อูฐผอมแห้งก็ยังตัวใหญ่กว่าม้า ข้างในตัวเด็กหนุ่มอายุสิบห้าปีนี้แหละ คือเ้าพ่อมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล มากไปด้วยประสบการณ์ ทุกท่วงท่าไม่ได้เกิดจากการแสร้งทำ แต่มันคือการหลอมรวมกลั่นกรองสั่งสมมาตลอดห้าสิบกว่าปี จนทุกท่วงท่าทุกการกระทำมันกลายเป็เื่ปกติไปแล้ว
"คุณกิตติพศ คุณกิตติพศ...พ่อของผมเคยทำอะไรคุณ ทำไมคุณถึงได้ทำแบบนี้กับพ่อของผม?" วินเทอร์ถามขึ้นมาอย่างเรียบเฉย "เขาให้งานคุณ ให้เงินเดือนปีหนึ่งก็หกหลักเจ็ดหลักแล้ว แถมยังได้แบ่งหุ้นและมอบตำแหน่งที่มั่นคงเป็ถึงรองประธานบริษัทให้อีก อยู่เหนือคนเป็ร้อยอยู่ใต้เพียงคนเดียวเลยนะเนี่ย"
วินเทอร์ลุกขึ้นยืนแล้วเดิน ตรงไปหาชายวัยกลางคนที่ถูกมัดไว้อยู่ แล้วพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นะเืว่า "แล้ว? ทำไมคุณต้องฆ่าพ่อกับแม่ของผมด้วย คุณกิตติพศ?"
ชายวัยกลางคนที่ชื่อกิตติพศ มองไปที่วินเทอร์ด้วยความหวาดกลัว
"เอางี้ละกัน ผมจะไม่ฆ่าคุณ ถ้าคุณเซ็นมอบธุรกิจพร้อมโอนเงินของคุณทั้งหมดมาให้ผม" วินเทอร์เดินเข้าไปนั่งข้างๆลูกสาวของกิตติพศ พร้อมเอื้อมมือไปลูบเส้นผมของเธอเบาๆ "ผมรู้ว่าคุณมีสินทรัพย์ที่อยู่ในการเท่าไหร่ ถ้าคุณเล่นตุกติก...คุณก็รู้อยู่แล้วว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ใช่ไหม? คุณกิตติพศ"
กิตติพศพยักหน้ารัวๆ เวลานี้เขารู้สึกหวาดกลัวเป็อย่างมาก เขากลัวว่าเขาจะต้องถูกฆ่าตาย กลัวว่าครอบครัวเขาจะถูกฆ่าทิ้งยกครัว โดยฝีมือของกลุ่มชายฉกรรจ์ในห้องนี้
เขาคิดไม่ถึงเลยว่า ประธานบริษัทหรือพ่อของวินเทอร์ที่เขาได้วางแผนฆาตกรรมไปนั้น จะมีแบ็คที่ยิ่งใหญ่ มีเื้ัเป็ถึงแก๊งมาเฟียที่คุมทั้งภาคตะวันออก
เขาคิดแค่ว่าพ่อของวินเทอร์จะเป็เพียงคนธรรมดาไม่มีใครหนุนหลัง ก่อร่างสร้างเนื้อสร้างตัวจนสามารถก่อตั้งบริษัทมูลค่าในตลาดหลักทรัพย์หลายร้อยล้านบาทนี่ขึ้นมา และเขาก็ได้ตรวจสอบภูมิหลังอย่างมั่นใจแล้วว่า ไม่ได้มีตระกูล หรือกลุ่มผู้มีอิทธิพลอะไรคอยคุ้มกันหนุนหลังอยู่เลย
เพราะเหตุนี้เลยทำให้เขาวางแผนจะหุบบริษัทนี่มาเป็ของตน ด้วยการจัดฉากฆาตกรรมเป็อุบัติเหตุขึ้นมา และหลอกลูกชายของพวกเขาที่ได้รับมรดกในพินัยกรรม ให้เซ็นส่งมอบโอนหุ้นบริษัทมาให้ทั้งหมด เด็กหนุ่มอายุแค่สิบห้าปีที่ไม่รู้เื่อะไรเลย จะไปรับมือกับทนายความมืออาชีพที่เขาจ้างมาได้ยังไง
แต่นี่พึ่งจะผ่านไปได้ไม่กี่ชั่วโมงเอง หลังจากที่เขาได้รับการโอนหุ้นบริษัทมาทั้งหมดแล้ว ปรากฏว่าเขาก็ถูกแก๊งมาเฟียเข้ามาปิดล้อมจับตัวขังไว้ แถมพวกตำรวจยังไม่สนใจเอาหูไปนาเอาตาไปไร่อีก
แถมตอนนี้เขาก็ยังได้มาเจอกับเด็กหนุ่มที่เขาพึ่งหลอกไปได้ไม่นานนี้ แต่ทว่าเวลานี้ เด็กหนุ่มได้กลับมาอีกครั้งพร้อมกับพวกแก๊งมาเฟีย มันเลยทำให้เขารู้สึกมึนงงเหมือนว่าโลกที่เขาอยู่ได้หมุนไปคนละด้านกับทุกคน
เขาได้แต่คิดในใจว่า เด็กหนุ่มตรงหน้าเขาก่อนหน้านี้มันได้แสร้งทำเป็หมูกินเสือเออๆออๆยอมเซ็นๆโอนหุ้นไปตามน้ำ แต่ที่จริงเด็กหนุ่มได้วางแผนไว้หมดแล้ว จากนั้นก็รอมาคิดบัญชีรวดเดียว แน่นอนว่านี่เป็เพียงเื่ที่กิตติพศกำลังมโนอยู่
ถ้าวินเทอร์ไม่ได้ย้อนกลับมา กว่าเขาจะรู้ว่าใครเป็คนฆ่าพ่อแม่เขาก็ผ่านไปสัก่ระยะเวลาหนึ่งเลย จนกว่าคุณฟู่จะมาบอกความจริงเกี่ยวกับเื่นี้ ก็เป็ตอนที่เขาได้หลอมรวมทั้งกายและใจเข้ากับวงการใต้ดินเต็มตัวแล้ว มีทั้งลูกน้อง มีทั้งอิทธิพลและกำลังเพียงพอที่จะตามไปล้างแค้น
แต่กิตติพศนับว่าโชคร้ายเกินไป เพราะวินเทอร์ที่อยู่ตรงนี้คือวินเทอร์ที่ได้ย้อนเวลากลับมา ซึ่งเขารู้เื่ราวทั้งหมดอยู่แล้ว มันเลยทำให้สิ่งกิตติพศคิดอยู่ตอนนี้ คือการเพ้อเจ้อจากความหวาดกลัวเกิดจิตหลอนจนคิดไปเอง
กึก! เสียงประตูถูกเปิดออก พร้อมกับมีหญิงสาวที่สวมชุดสูทสีน้ำเงินเข้มดูเรียบร้อย และด้วยรูปร่างที่โค้งเป็ตัว S อย่างสวยงามและขาเรียวงามที่ถูกทับด้วยถุงน่องสีดำ บนใบหน้าก็สวมแว่นตากรอบสี่เหลี่ยมทำให้ดูมีเสน่ห์แบบผู้ใหญ่
"นี่ค่ะ! เอกสารโอนย้ายหุ้นของบริษัท White Knight Co.,Ltd และทรัพย์สินทั้งหมดของนายกิตติพศ" หญิงสาวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูสุภาพ พร้อมยื่นเอกสารให้กับคุณฟู่
"ขอบใจมากเน้อ หนูส้ม!" คุณฟู่รับเอกสารมาพร้อมตรวจสอบอย่างละเอียด เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่ปัญหาอะไรเขาจึงยื่นมันให้กับวินเทอร์
วินเทอร์รับมา พร้อมมองผ่านแวบหนึ่ง จากนั้นก็วางลงตรงหน้าของกิตติพศ และสะบัดมือขึ้นมาเบาๆ
ลูกน้องที่รู้งานเหมือนกับว่ามันได้คุยกับวินเทอร์ผ่านโทรจิต มันตัดเชือกที่มัดกิตติพศไว้ออก จากนั้นยื่นปากกาลูกลื่นไปให้กับกิตติพศ พร้อมชูปืน Glock เล็งหน้าผากของกิตติพศเอาไว้ตลอดเวลา ถ้าเกิดว่ากิตติพศเล่นตุกติกอะไร เขาอาจไม่ได้ปากกาลูกลื่นแต่จะได้เป็ลูกปืนแทน
กิตติพศรีบรับปากกามา พร้อมเซ็นชื่อตัวเองลงอย่างไว เขาไม่แม้แต่จะอ่านด้วยซ้ำว่าเป็เอกสารอะไร เวลานี้เขาอยากจะหนีออกไปจากที่แห่งนี้จะแย่แล้ว
เมื่อวินเทอร์เห็นว่ากิตติพศเซ็นเอกสารเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเขายื่นโทรศัพท์ที่เป็หน้า QR CODE ไปให้กับกิตติพศ
"พอดีว่า่นี้ผมร้อนเงิน ขอให้คุณกิตติพศโอนมาให้ก่อนละกัน โอเคไหมครับ?" วินเทอร์ยิ้มออกมาด้วยท่าทีขี้เล่น
กิตติพศไม่รอช้ารีบหยิบโทรศัพท์เปิดแอปธนาคาร เพื่อสแกนโอนเงินจากทุกแอปธนาคารไปให้กับวินเทอร์อย่างไม่ลังเล
"รายการเงินเข้า บัญชี xxx-x-x-1234-x จำนวนเงิน 29,089,436.12 บาท วันที่ 29 ก.พ. 60 21:08 น."
"รายการเงินเข้า บัญชี xxx-x-x-1234-x จำนวนเงิน 7,412,034.88 บาท วันที่ 29 ก.พ. 60 21:10 น."
"รายการเงินเข้า บัญชี xxx-x-x-1234-x จำนวนเงิน 3,002,075.47 บาท วันที่ 29 ก.พ. 60 21:11 น."
"รายการเงินเข้า บัญชี xxx-x-x-1234-x จำนวนเงิน 700,000.00 บาท วันที่ 29 ก.พ. 60 21:13 น."
กิตติพศโอนเงินทั้งหมดออกไปอย่างไม่ลังเล เขาไม่รู้สึกเสียดายแม้แต่น้อย ของเพียงตอนนี้เขารอดออกไปให้ได้ก็พอ กิตติพศไม่กล้าที่จะกั๊กเอาไว้สักบาท
เขาได้โอนเงินออกไปจนบัญชีขึ้นว่ายอดเงินเหลือ 0.00 บาท เพราะเขากลัวว่าถ้าพวกของวินเทอร์มารู้ทีหลังมันต้องจบไม่สวยแน่นอน