ดินแดนแห่งไฟนี้มีศิษย์ของสถาบันฟ้าครามที่มีพลังธาตุไฟกำลังทำความเข้าใจเกี่ยวกับธาตุไฟอยู่จำนวนไม่น้อยและหนึ่งในนั้นคือต้าหยุนเซียวและลำดับที่หนึ่งในการทดสอบรอบที่แล้วคือโหลวต้าซึ่งกำลังปรึกษากันเรื่องของเฟยหลงอยู่ประจวบเหมาะกับที่เฟยหลงพึงจะเดินทางมาถึงยังดินแดนแห่งไฟนี้ทำให้ทั้งสองสังเกตเห็นได้อย่างไม่ยากเย็นเพราะบริเวณโดยรอบของดินแดนแห่งไฟนั้นรายล้อมไปด้วยเปลวเพลิง
และยังมีพื้นที่สำหรับใช้ทำการศึกษาอยู่ไม่มากนักเท่าไหร่เพราะรอบ ๆ ล้วนเป็นเหวลึกที่รายล้อมไปด้วยเปลวเพลิงการปกติการปรากฎตัวของเฟยหลงนั้นจะทำให้เหล่าศิษย์ของสถาบันฟ้าครามต่างให้ความสำคัญเป็นอย่างมาแต่เนื่องด้วยระยะเวลาที่เหลือเพียงแค่สองวันทำให้พวเขาไม่สนใจการมีตัวตนของเฟยหลง และคนอื่น ๆ ที่อยู่ในที่นี้
ทุกคนต่างพยายามใช้ความสามารถของตนเองเพื่อที่จะสามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับธาตุไฟซึ่งเป็นธาตุประจำตัวของเขาอย่างสุดความสามารถเฟยหลงเองเมื่อไปถึงยังสถานที่แห่งนั้นเขาเองก็ไม่ได้สนใจคนอื่น ๆ แม้แต่น้อย
แต่ต้าหยุนเซียวและโหลวต้าทั้งสองสังเกตเห็นเฟยหลงตั้งแต่เข้ามายังดินแดนแห่งไฟนี้แล้ว พวกเขาทั้งสองซึ่งไม่พอใจเฟยหลงเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเมื่อเห็นศัตรูอยู่ตรงหน้าพวกเขาทั้งสองรีบไปหารือกันเพื่อกำจัดเฟยหลงในที่ลับตาคนในทันทีเพราะหากเฟยหลงยังอยู่ในสถาบันพวกเขาทั้งคู่อาจจะไม่สามารถสร้างผลงานที่ดีได้อย่างแน่นอน
โดยเฉพาะการทดสอบครั้งล่าสุดที่เฟยหลงและเพื่อนๆ ไม่สนใจในตัวของโหลวต้า เลยแม้แต่น้อย ทั้ง ๆที่เขาสามารถยืนอยู่ในตำแหน่งลำดับที่หนึ่งของสถาบันฟ้าครามแห่งนี้มาเป็นสมัยที่สองแล้วก็ตามทีจึงสร้างความไม่พอใจให้กับ โหลวต้า เป็นอย่างมาก เมื่อต้าหยุนเซียวที่เคยถูกเฟยหลงและเพื่อน ๆ จัดการมาครั้งหนึ่งได้มาเจอกับโหลวต้าพวกเขาต่างไม่พอใจในตัวของเฟยหลงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ด้วยความยุยงของต้าหยุนเซียวทำให้ทั้งสองคนคิดร่วมมือกันกำจัดเฟยหลงในดินแดนแห่งเทพนี้เพราะหากลูกศิษย์หายสาบสูญ หรือสิ้นชีพพวกเขาทั้งหมดไม่สามารถล่วงรู้ได้เลยแม้แต่น้อย
ทั้งสองคนจับมือกันพยายามที่จะสืบหาที่อยู่ของเฟยหลงแต่ยังไม่ทันได้ไปสืบเสาะหาที่อยู่ของเฟยหลงแม้แต่นิดพวกเขากลับเจอเฟยหลงที่เดินทางมาถึงยังดินแดนแห่งไฟนี้เอง
“ศิษย์พี่นั่นมันเจ้าเฟยหลงไม่ใช่หรือมันมาหาที่ตายถึงที่เลยทีเดียวพวกเราไม่ต้องเสียเวลาออกตามหาให้ยุ่งยากศิษย์พี่พวกเราแอบตามไปจัดการมันกันเถอะ”
“ไม่ต้องรีบให้มันฝึกฝนไปสักสี่ห้าชั่วโมงก่อนพวกเราค่อยจัดการกับมัน หากไปตอนนี้จะทำให้มันรู้ตัว และมันอาจจะหลบหนีไปเสียก่อนปล่อยให้มันชะล่าใจแล้วพวกเราค่อยจัดการกับมันก็ยังไม่สาย ปล่อยให้มันเข้าไปยังจุดที่ลึกที่สุดเสียก่อนถึงเวลานั้นมันอยากจะหนีก็หนีไม่พ้น ”
“ศิษย์พี่นี่รอบคอบจริงๆ เช่นนั้นก็เอาตามที่ศิษย์พี่ว่าพวกเรารอให้มันฝึกฝนสี่ห้าชั่วโมงแล้วค่อยจัดการ คราวนี้ข้าจะไม่ยอมให้มันรอดไปได้อย่างแน่นอน”
เฟยหลงเดินเข้าไปยังดินแดนแห่งไฟเขาเริ่มเดินลงไปลึกลงไปเรื่อย ๆ เมื่อถึงจุดหนึ่งซึ่งเป็นหน้าผาที่มีเปลวเพลิงลุกโชน และสถานที่นั้นไม่มีคนฝึกฝนอยู่เฟยหลงจึงตัดสินใจเลือกสถานที่แห่งนั้นอย่างไม่ลังเล เฟยหลงจึงเริ่มต้นทำการฝึกฝนในทันทีเขาเริ่มทำความเข้าใจธาตุไฟในทันที เปลวเพลิงที่ร้อนแรงลุกโซนมาจากใต้ดินเริ่มถูกเฟยหลงทำความเข้าใจไปที่ละน้อย
ระยะเวลาผ่านไปกว่าสี่ชั่วโมงความเข้าใจในธาตุไฟของเฟยหลงมีมากขึ้นเรื่อยๆ โหลวต้า และต้าหยุนเซียวที่รอเวลาให้เฟยหลงกำลังทำความเข้าใจธาตุไฟพวกเขาทั้งสองคนค่อย ๆ ขยับตำแหน่งของพวกเขาเข้ามาใกล้เฟยหลงมากขึ้นเรื่อย ๆ
ในระหว่างที่เฟยหลงกำลังเข้าใจธาตุไฟอยู่ ๆ เฟยหลงพลันสัมผัสได้ถึงจิตสังหาร เขากำลังจะหันกลับไปดูแต่ก็สายไปเสียแล้วฝ่ามือของโหลวต้า และต้าหยุนเซียวที่อัดแน่นไปด้วยเปลวเพลิงปะทะเข้าด้านหลังของเฟยหลงอย่างรุนแรงทำให้เขากระเด็นออกไปจากหน้าผาแห่งนั้นตกไปยังด้านล่างของเหวลึกที่มีแต่เปลวเพลิงในทันที
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ในที่สุดข้าก็สามารถกำจัดเจ้าได้ เฟยหลงต่อให้เจ้ามีปีกก็ไม่สามารถรอดกลับมาได้”
“ในที่สุดพวกเราก็สามารถกำจัดเฟยหลงได้หากไม่ได้แผนการของศิษย์ ข้าคงไม่สามารถแก้แค้นได้สำเร็จอย่างแน่นอนครั้งนี้ต้องขอบคุณศิษย์พี่เป็นอย่างมากออกไปจากดินแดนแห่งเวทย์นี้ข้าจะตอบแทนศิษย์พี่อย่างแน่นอน”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าคิดว่าต้องออกแรงมากกว่านี้เสียอีกแค่นี้ก็ตายแล้ว พวกเรารีบกลับไปที่เดิมก่อนที่คนอื่น ๆ จะสังเกตเห็นกันเถอะ”
เฟยหลงที่ตกลงไปยังด้านล่างเขาลอยตกลงไปนานกว่าครึ่งชั่วโมงแต่ก็ยังไม่ถึงพื้นสักทีความร้อนแผดเผาจากเปลวเพลิงเริ่มรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเขาแทบจะทนไม่ไหวเขาคิดว่าอีกไม่นานร่างของเขาคงตกกระแทกกับพื้นอย่างแน่นอนเขาหลับตาพร้อมกับเตรียมตัวรับการกระแทกแต่ทันใดนั้นร่างของเขากลับตกลงบนพื้นแต่พื้นนั้นกลับไม่ได้แข็งอย่างที่เขาคิด เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา
เฟยหลงพบว่าเขาอยู่บนหลังของเสี่ยวเทียนที่บินมารับเขาไว้ก่อนที่จะตกลงสู่พื้น เพียงไม่นานเสี่ยวเทียนก็ทะยานลงพื้นอย่างนิ่มนวลความร้อนด้านล่างนี้นับได้ว่ารุนแรงมากกว่าด้านบนหลายสิบเท่านัก เมื่อเสี่ยวเทียนพาเฟยหลงทะยานลงสู่พื้นเรียบร้อยมันจึงเดินไปยังทิศทางหนึ่งโดยที่มีเฟยหลงนั่งอยู่บนหลังของมันด้านล่างนี้กลับเป็นโถงกว้าง โดยมีความร้อนจากเปลวเพลิงถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง
ความร้อนเริ่มรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เสี่ยวเทียนเดินได้สักพักใหญ่ก็ไปถึงยังจุดที่เปลวเพลิงร้อนแรงที่สุดเฟยหลงมองไปยังด้านหน้าที่เสี่ยวเทียนพาเข้ามาเขาพบว่าด้านหน้าของเขานั้นกลับมีเปลวเพลิงที่ร้อนแรงเป็นอย่างมาก ตรงจุดศูนย์กลางของเปลวเพลิงที่ร้อนแรงกลับมีเปลวเพลิงสีทองเล็กเท่าหัวแม่มือลอยอยู่
เสี่ยวเทียนใช้กรงเล็บของมันกระชากเปลวเพลิงสีทองเล็กๆ นั้นออกมาทันที เปลวไฟสีทองนั้นพยายามที่จะหนีไป แต่มันก็ไม่สามารถหนีไปได้
เสี่ยวเทียนนำเปลวเพลิงสีทองนั้นส่งให้กับเฟยหลงพร้อมกับพูดสื่อสารทางจิตกับเฟยหลงได้เป็นครั้งแรก
“เจ้านายหลอมรวมจิตวิญญาณเพลิงนี้เสียมันจะมีประโยชน์ต่อเจ้านายในอนาคต”
“นั่นเสียงใครเสียงของเจ้าหรือเสี่ยวเทียน เจ้าสามารถพูดกับข้าได้อย่างนั้นหรือเสี่ยวเทียน?”
“เจ้านายหลังจากที่ข้าได้อาบสายฟ้าร่วมกับท่านทำให้ความสามารถของข้าเพิ่มมากขึ้นข้าสามารถพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งมากขึ้นตอนนี้ข้าสามารถติดต่อกับเจ้านายได้เพียงแค่การสื่อสารทางจิตเท่านั้นคงอีกนานกว่าที่ข้าจะสามารถพูดออกมาได้”