เกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก

บทที่ 207

“มากันแล้วงั้นเหรอ เป็นยังไงบ้างบีดีเลียบาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า” เสียงแหบแห้งภายใต้หน้ากากราชสีห์ทมิฬของชายผู้สวมแบทเทิลสูท และผ้าคลุมสีดำกล่าวออกมาด้วยความเป็นห่วง แม้ว่าฟังดูแล้วจะรู้สึกขนลุกน่าสยองมากกว่า“ท่าน...เอ่อ ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ แต่พาเจ้าอ้วนนี่ไปเก็บไว้ที่อื่นก่อนได้ไหม พวกเราจะได้คุยกันสะดวกหน่อย” บุตรีดยุคกล่าวตอบด้วยความอึดอัดเล็กน้อย เพราะเกรงว่าจะเป็นการเปิดเผยตัวตนของคนตรงหน้าต่อฝ่ายโอเมก้า“สภาพเจ้านี่เจ็บหนักขนาดนี้คงสลบไปแล้วล่ะ ว่างั้นไหมเรญ่า?” ชายเสียงแหบหันไปถามกับหญิงชุดดำที่แบกคนอ้วนอยู่บนไหล่ด้วยน้ำเสียงสบายๆ“แต่เขาก็เป็นสายลับที่มีความสามารถคนหนึ่ง ข้าขอตัวพาเขาไปขังไว้ก่อนดีกว่าเจ้าค่ะ” กล่าวจบหญิงสาวก็พาร่างอ้วนๆนั้นจากไปยังอีกห้องหนึ่งโดยที่สายตาของผู้มาเยือนทั้งสองมองตามหลังไปพร้อมกับความคิดมากมายในจิตใจ เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจเข้าใจได้เสียทีว่าเหตุใดหญิงสาวผอมเพรียวเช่นนั้นจึงสามารถแบกคนอ้วนที่ตัวใหญ่กว่าตนไปได้อย่างง่ายดายโดยที่ไม่ใช้เวทมนตร์เลยสักนิด ชายหนุ่มภายใต้หน้ากากราชสีห์เห็นท่าทางสงสัยของทั้งสองคนก็อดขำในใจไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาตัวเขาก็ถูกคนรอบข้างมองว่าประหลาดแบบนี้เช่นกัน ยิ่งตัวของเขามีพลังมากกว่าเรญ่าอย่างมหาศาลจนเทียบกันไม่ติด แต่ก็ทำเพียงเดินนำทางทั้งสองคนไปอีกห้องเงียบๆเท่านั้น ซึ่งห้องที่เข้ามาใหม่นี้ก็มีลักษณะคล้ายกับห้องวอร์รูมหรือห้องวางแผนการรบ ตรงกลางมีโต๊ะขนาดใหญ่ที่ด้านบนเป็นโมเดลจำลองพื้นที่เมือง และภูเขารวมทั้งป่าโดยรอบ ส่วนฝาผนังห้องด้านหนึ่งเป็นหน้าจอขนาดยักษ์ที่ฉายภาพมุมต่างๆของเมืองฮาเวสตี้“ที่นี่คือ...ที่ไหนเจ้าคะท่านภาม?” บีดีเลียกล่าวถามชายหนุ่มผู้ที่นำทางเธอมาด้วยความสงสัยใคร่รู้ในความอลังการ และพิสดารของมัน แม้ว่าเธอจะเคยไปที่ร้านค้าของพระเจ้ามาแล้วก็ตาม“ต้องยินดีต้อนรับก่อนสินะ อืม...ยินดีต้อนรับบีดีเลีย และเดอริกสู่ฐานทัพย่อยของซีเคร็ทการ์เด้นประจำเมืองแอนวีน” ภามถอดหน้ากากออกพร้อมกล่าวต้อนรับด้วยรอยยิ้ม“เอ๋? เป็นท่านภามเองเหรอเนี่ย! ละ...แล้วที่นี่สร้างขึ้นมาเมื่อไรกัน แล้วเครื่องมือมากมายพวกนี้ มันคืออะไรกัน?” เดอริกถามออกมายืดยาวด้วยความประหลาดใจ“ก็ที่นี่คือศูนย์บัญชาการรบมันก็ต้องมีหน้าตาแบบนี้นั่นแหละ ตอนแรกข้ากะว่าจะใช้เพียงฐานทัพหลักของเราที่ฟาร์ม แต่พอมานึกดูอีกทีการเพิ่มการดูแลจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เมืองแอนวีนอีกแห่งก็น่าจะดี เลยสร้างเพิ่มเข้ามาเมื่อเช้าน่ะ พวกเจ้าลองมาดูที่จอนี่สิ” ภามอธิบายคร่าวๆเหมือนกับว่าการสร้างฐานทัพที่ใหญ่โตอยู่ใต้ดินเมืองแอนวีนจะเป็นเรื่องง่ายดาย จากนั้นเขาก็ยังให้ผู้มาเยือนทั้งสองมองไปดูที่บนจอมอนิเตอร์ยักษ์ข้างกำแพงที่มีภาพสดมากมายๆถ่ายทอดอยู่ เมื่อบีดีเลียได้เห็นภาพในหน้าจอช่องหนึ่งที่ถูกแบ่งออกมา นั่นก็ทำให้เธอต้องตกใจกับสิ่งที่เห็นในทันที เพราะมันเป็นภาพของคนที่เธอคิดถึงอยู่ตลอดเวลา ดยุคเรโคลเต้ผู้เป็นบิดาของหญิงสาวนั่นเอง“ท่านพ่อ!” เธออุทานออกมาเสียงดัง ภาพที่เธอเห็นก็คือเจ้าเมืองที่นั่งพิงเก้าอี้เบาะตัวใหญ่ด้วยท่าทางหมดอาลัยตายอยาก ในมือของเขายังคงมีแก้วไวน์ที่ภายในว่างเปล่าถืออยู่ด้วย สภาพของดยุคสูงศักดิ์ไร้ซึ่งราศีสง่างามแม้แต่น้อย“นี่มันคือภาพอะไรกัน? คนเหล่านั้นเข้าไปอยู่ในกระจกนี่หรือ? ไม่สิ! ภาพพวกนี้ถูกส่งมาจากสถานที่ต่างๆ มันเป็นไปได้ยังไง?” เดอริกที่แม้จะรู้จักอุปกรณ์เวทย์มากมาย แต่เขาไม่เคยพบเห็นเครื่องมือแบบนี้มาก่อน ต่างจากบีดีเลียที่เห็นภาพผ่านจอมาแล้วเป็นเรื่องปกติ“อย่างน้อยตอนนี้เจ้าเมืองก็ยังคงปลอดภัยอยู่ถึงแม้ว่าสภาพเขาจะดูไม่ได้ก็เถอะ ตอนนี้เจ้าคงจะสบายใจขึ้นมาหน่อยแล้วสินะบีดีเลีย วันหลังจะทำอะไรก็คิดให้ดีๆก่อนนะ การที่แอบมาโดยไม่บอกอะไรพวกเราเลย แถมยังประมาทจนถูกศัตรูจับได้นี่ไม่ใช่สิ่งที่ว่าที่ผู้นำตระกูลที่ดีควรจะเป็นหรอกนะ โดยเฉพาะพวกเจ้าที่โตเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว” ภามกล่าวขึ้นมาเสียงดังให้ทั้งสองคนได้ยินอย่างชัดเจน พร้อมกับสีหน้าของเขาที่จริงจังกว่าปกติ เพื่อเน้นย้ำว่าสิ่งที่พูดออกมานี้เป็นเรื่องสำคัญ“ขะ ข้าขออภัยด้วยเจ้าค่ะท่านภามที่ทำให้ท่าน และพวกเราต้องเดือดร้อน” หญิงสาวก้มหน้าขอโทษอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกผิด“ข้าก็ขออภัยด้วยท่านภาม ข้านั้นใจร้อนเกินไปจริงๆ ถ้าไม่ได้พวกท่านช่วยเหลือทั้งข้า และบีดีเลียอาจตายไปแล้ว” เดอริกก้มหัวสำนึกผิดด้วยเช่นกัน“เอาล่ะ พวกเจ้าเข้าใจก็ดีแล้ว แต่ไหนๆตอนนี้พวกเราก็ยกทัพมาที่นี่กันหมดแล้ว ข้าก็เลยกะว่าเพื่อไม่ให้เสียเที่ยวเลยจะลองทำอะไรหลายๆอย่าง แต่ก็อยากจะถามความเห็นพวกเจ้าทั้งสองคนดูก่อน” ภามจดจ้องไปที่ทั้งสองคนตรงหน้าอีกครั้ง เพื่อต้องการความเห็นบางอย่าง อีกทางด้านหนึ่ง ในย่านสลัมของเมืองฮาเวสตี้หน่วยทหารม้าเกราะดำบนหลังอาชาศึก วิ่งวุ่นไปทั่วเพื่อตามล่าเหล่าคนชุดดำที่กระโดดไปตามหลังคาตึกอย่างรวดเร็ว เรียกได้ว่าทั้งบนหลังคา และพื้นถนนก็เต็มไปด้วยคนใส่ชุดสีดำวิ่งไล่กันอย่างครึกโครม ชาวบ้านชาวเมืองต่างก็ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น บ้านทุกหลังปิดทั้งประตูหน้าต่างอย่างมิดชิดเพื่อไม่ให้ใครเข้ามาได้ ไม่ว่าจะเป็นทั้งคนลึกลับหรือว่าทหารเกราะดำต่างก็อันตรายกับพวกเขาทั้งสิ้น แม้ว่าบ้านในย่านสลัมนี้จะไม่แข็งแรงพอป้องกันผู้บุกรุกได้เลยก็ตาม“นั่น! พวกมันอยู่นั่นห้าคน เข้าไปจัดการเร็วเข้า!” หัวหน้าหน่วยอัศวินเกราะดำในชุดเกราะดำขอบทองหรูหราชี้ดาบใส่กลุ่มคนในชุดแบทเทิลสูทที่ยืนรวมกลุ่มกันกลางสี่แยก พร้อมสั่งการลูกน้องที่กำลังบังคับม้าในซอยแคบอย่างยากลำบาก“ขอรับ!” เหล่าลูกน้องต่างขานรับคำสั่งของผู้บังคับบัญชา แต่การใช้ม้าในเมืองที่มีถนนแคบเช่นนี้ก็ทำให้การเคลื่อนที่ลำบากไม่น้อย กว่าจะดึงม้าให้ไปตามทางได้เหล่าคนลึกลับก็ปีนขึ้นไปบนหลังคาได้เรียบร้อยแล้ว เหตุการณ์นี้อยู่ในสายตาของผู้คนมากมาย มันทำให้พวกเขาเข้าใจได้ทันทีว่าทหารม้าที่ไล่ตามคนในเมืองมันเป็นเรื่องที่ยากลำบากไม่น้อย หากให้ทหารราบเราะเบามาวิ่งตามอาจจะตามทันก็เป็นได้ เพียงแต่ไม่มีใครทราบว่านี่คือแผนการของคนคนหนึ่ง ที่กำลังยืนชมเรื่องราวอยู่บนยอดหลังคาโบสถ์ ชายชราหนวดขาวสวมชุดคลุมจอมเวทย์สีดำ ที่เต็มไปด้วยลวดลายปักดิ้นทองหรูหรา ในมือของเขาถือไม้เท้ายาวเหนือหัวที่ทำจากทองคำประดับอัญมณีสีดำล้ำค่า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าชายคนนี้คือจอมเวทย์ที่มีระดับสูงมาก และมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างแน่นอน แต่ไม่ได้มีเพียงแค่เขาคนเดียว ยังมีชายหนุ่มผมขาวอีกคนหนึ่งในชุดเครื่องแบบทหารสีดำทองหรูหราเช่นเดียวกัน เขาก็คือว่าที่ผู้นำตระกูลกลาเซีย หรือเดเมียน กลาเซียนั่นเอง ทายาทแห่งดยุคมองเห็นเหตุการณ์วุ่นวายในย่านสลัมเบื้องล่างเช่นเดียวกันแต่ใบหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยความสงสัย“อาจารย์เหตุใดท่านจึงให้อัศวินเกราะดำไล่ตามผู้คนในสลัมแคบๆเช่นนั้น เราควรส่งทหารราบที่คล่องตัวกว่า แถมยังเป็นทหารของแอนวีนที่เชี่ยวชาญพื้นที่เข้าไปไม่ใช่หรือขอรับ? แบบนี้ยังไงก็ไม่มีทางไล่ตามทันแน่นอน” ชายหนุ่มกล่าวถามจอมเวทย์ชราด้วยกิริยานอบน้อม“นั่นก็เพราะข้ากำลังทำการทดลองบางอย่าง เพื่อหาข้อมูลยังไงล่ะท่านชาย อย่างที่ท่านทราบพวกคนชุดดำพวกนั้นรวดเร็ว และคล่องแคล่วมากแม้ว่าจะไม่ได้ใช้เวทมนตร์เสริมพลังอันใด ด้วยความสามารถขนาดนั้นสามารถที่จะหนีออกนอกเมืองแอนวีนไปได้อย่างไร้ร่องรอยเลยทีเดียว” ชายชรามองภาพเบื้องล่างพร้อมกับลูบเครายาวไปด้วย“เอ้ะ! แต่พวกมันไม่ได้หนีไป กลับวิ่งวนไปทั่วย่านสลัมแบบนั้น เพื่อล่อให้ทหารตามไปอย่างนั้นรึ?” ชายหนุ่มเริ่มเข้าใจเรื่องราวมากขึ้น

คล้ายกับเรื่องเกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก ที่คุณอ่าน