โดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร

    ตอนที่ 75 ทะเลทราย

    และแล้วช่วงเวลาแห่งการเดินทางก็ได้มาถึง ในตอนเช้าหลังจากทุกคนได้ตื่นนอนและพักผ่อนกันอย่างเต็มอิ่มแล้ว ก็ถึงเวลาที่พวกเขาจะต้องออกเดินทางเข้าสู้ดินแดนแห่งการทดสอบชั้นที่สอง ทุกคนต่างจัดเตรียมสัมภาระของตัวเอง แต่ยังดีที่พวกเขานั้นไม่ต้องเตรียมของมาเยอะมากจะมีก็เพียงแต่อาหารและน้ำส่วนของตัวเอง ส่วนสิ่งอื่นๆ นั้นจะเป็นทางประเทศจัดหามาให้ ไม่ว่าจะเป็นคริสทัลวิญญาณหรืออุปกรณ์ช่วยชีวิตอื่นๆ

    “ท่านเซน ท่านเอาของมาน้อยจริงๆ แค่นั้นมันจะเพียงพอสำหรับใช้ชีวิตในโลกใต้พิภพหรือ?”

    ไอรีนถามเซนอย่างสงสัยเมื่อเห็นกระเป๋าเดินทางของเซนนั้นดูเล็กแปลกๆ แถมมันยังมีอุปกรณ์ไม่จำเป็นอย่างอุปกรณ์ขุดเหมืองอีกด้วย

    “แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าดินแดนใต้พิภพชั้นที่สองจะเป็นแบบนั้นบางทีมันอาจจะเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่กินได้ก็ได้นะ”

    เซนกล่าวออกมาอย่างไร้ความกังวล ซึ่งหลายคนเองก็หวังว่ามันจะเป็นเช่นเดียวกับที่เซนได้กล่าว และแล้วมันก็ได้ถึงเวลาที่พวกเขาจะออกจากสถานที่แห่งนี้และเข้าสู่โลกใต้พิภพชั้นที่สองผ่านประตูบานใหญ่ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นประตูมิติมหัศจรรย์อะไรทำนองนั้น

    ทั้งกลุ่มค่อยๆ เดินเข้าไปภายในประตู ประตูนั้นสามารถเดินเข้าไปพร้อมกันทีเดียวได้หลายคน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องต่อแถวกัน และเลือกที่จะเดินเข้าไปพร้อมเพรียงกัน เมื่อเดินมาถึงหน้าประตูแล้วก็ได้มีเสียงในหัวดังขึ้นในหัวของทุกคน แม้แต่เซนเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

    [ท่านต้องการเดินทางสู่ชั้นที่หนึ่ง หรือชั้นที่สอง]

    แน่นอนว่าชั้นแรกนั้นเคลียร์ไปแล้ว และจุดประสงค์ที่พวกเขาเดินทางมาครั้งนี้คือไปที่ชั้นที่สอง ดังนั้นทุกคนจึงเลือกชั้นที่สองอย่างไม่ลังเล เมื่อพวกเขาเลือกแล้วร่างกายของพวกเขาก็เหมือนจะถูกประตูดึงดูดเข้าไปโดยอัตโนมัติ ให้เข้าสู่ดินแดนที่พวกเขาไม่รู้จัก

    เซนที่มีพลังกายที่แข็งแกร่งเองก็ยังไม่สามารถต่อต้านแรงดึงดูดของประตูบานนี้ได้เช่นกัน แม้ว่าเขาจะพยายามลองแล้วก็ตาม ร่างกายของชายหนุ่มค่อยๆ ก้าวผ่านประตูไปพร้อมกับเกิดภาพวิสัยทัศน์ที่บิดเบี้ยวอย่างกะทันหัน ก่อนที่จะเกิดแสงที่ส่องสว่างจนทำให้เซนนั้นต้องหลับตา

    ในตอนนั้นเองชายหนุ่มก็รู้สึกถึงความร้อนและอุณหภูมิรอบๆ ตัวที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และพื้นที่เขายืนอยู่นั้นรู้สึกมันจะนิ่มผิดปกติทำให้เซนนั้นลืมตาขึ้นมาทันที และพบว่าตอนนี้ตัวเองนั้นอยู่ใจกลางทะเลทรายที่ร้อนระอุ และมีดวงอาทิตย์อยู่กึ่งกลางศีรษะของพวกเขา ไม่ว่าจะมองไปในทิศทางไหนก็ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยทะเลทราย

    “นี่คือดินแดนในชั้นที่สอง? มันกลับเป็นทะเลทรายบัดซบ!”

    เพื่อนร่วมทีมเดียวกันกับเซนกล่าวขึ้นด้วยความหงุดหงิด การที่เป็นทะเลทรายนั้นหมายความว่าน้ำและอาหารนั้นจะต้องหายากอย่างมาก และแน่นอนว่าสิ่งที่พวกเขาเตรียมมาอาจจะเพียงพอในช่วงเวลาสามเดือน แต่พวกเขาจำเป็นจะต้องกินพวกมันอย่างประหยัด

    “จะมีมอนสเตอร์แบบนั้นอยู่ภายในทะเลทรายแห่งนี้กันนะ…”

    ไอรีนได้กล่าวขึ้นด้วยท่าทางสงสัย อย่างไรก็ตามเซนนั้นกลับไม่ได้คิดห่วงเรื่องนั้น ที่เขาสนใจก็คือบรรยากาศของทะเลทรายแม้ว่ามันจะเต็มไปด้วยแสงสว่างทุกพื้นที่ แต่ชายหนุ่มกลับรู้สึกถึงความมืดมนประหลาดๆ รอบๆ ทะเลทรายแห่งนี้ด้วยสัญชาตญาณของเขา ราวกับว่าดินแดนนี้นั้นมีบางอย่างที่ผิดปกติไปอย่างมาก แต่ชายหนุ่มไม่สามารถบอกออกมาเป็นคำพูดได้ว่าสิ่งที่เขารู้สึกนั้นคืออะไร

    แน่นอนว่าเมื่อคณะเดินทางได้เข้ามาแล้ว พวกเขาที่แยกกันเป็นทีมๆ อยู่แล้ว ก็เริ่มแบ่งเส้นทางกันและแยกย้ายกันสำรวจทันที ซึ่งเซนนั้นก็ไปกับทีมที่สี่ และทิศทางที่พวกเขาต้องเดินทางไปนั้นเป็นเส้นทางที่ไม่รู้จุดหมายปลายทางและรอบๆ เต็มไปด้วยทรายและความแห้งแล้ง จะมีเพียงล้มร้อนที่จะพัดมาเป็นช่วงๆ เท่านั้น

    “ออกเดินทางกันเถอะ!”

    ริชซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มได้กล่าวขึ้น ทุกคนเองก็พยักหน้าพร้อมกับเดินตามหลังเขาไปอย่างไม่ห่าง ในขณะที่สายตาของพวกเขาต่างสอดส่องไปรอบตัวอย่างระมัดระวัง ผิดกับท่าทางสบายๆ ก่อนหน้าที่จะเข้ามาในดินแดนแห่งนี้

    “รู้สึกว่าพื้นทรายมันสั่นสะเทือนแปลกๆ หรือเปล่า?”

    เพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งกล่าวขึ้นเมื่อพวกเขาออกเดินทางมาได้ไม่ไกลมากนักอาจจะไม่ถึงสิบกิโลด้วยซ้ำ คนที่กล่าวถึงพื้นทรายที่สั่นสะเทือนนั้นลองก้มเอาหูแนบพื้นทรายก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

    “เกิดอะไรขึ้น?”

    เพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ เมื่อเห็นดังนั้นจึงได้กล่าวถามขึ้น แต่ชายคนนั้นยังไม่ทันได้กล่าวตอบพื้นทรายก็ได้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนตอนนี้พวกเขานั้นสามารถสัมผัสได้

    “ตูมมมมม!”

    ร่างของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่และยาวได้ปรากฏขึ้น เมื่อมันปรากฏขึ้นทำให้ทั้งทีมของเซนต่างถอยออกห่างทันที ก่อนที่พวกเขาจะเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้และรับมือกับสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่เบื้องหน้า

    “นี่มันตัวบ้าอะไรกัน มัน…มันใหญ่มาก!”

    ริชกล่าวถามออกมา อย่างไรก็ตามไม่มีใครสามารถตอบคำถามเขาได้ นอกจากเสียงในหัวของตนเองที่ดังขึ้นพร้อมๆ กันกับทุกคนในทีม

    [งูมรกตดึกดำบรรพ์ ระดับ 23 ปรากฏตัว!]

    เมื่อมอนสเตอร์ระดับ 23 ปรากฏตัวขึ้นทำให้สมาชิกในทีมต่างตึงเครียดทันที ต้องบอกก่อนว่าโดยปกติแล้วนันมอนสเตอร์ที่พวกเขาเคยเจอในดินแดนใต้พิภพชั้นแรกมีแต่พวกโครงกระดูก แต่กลับสิ่งมีชีวิตตัวนี้มันกลับแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

    “ตั้งขบวน! นักรบ อัศวิน และนักดาบ เข้าล้อมมันเอาไว้ ส่วนสายโจมตีระยะไกลให้คอยสนับสนุนการต่อสู้!”

    ริชตะเบ็งเสียงออกมาเต็มเสียงสั่งการสมาชิกทีมซึ่งทุกคนนั้นต่างพากันเคลื่อนไหวทันที ในขณะเดียวกันเซนก็ได้สังเกตเห็นงูมรกตดึกดำบรรพ์ได้อย่างชัดเจน มันมีผิวหนังสีเขียวและสีเขียวนั้นกลับหม่นและเต็มไปด้วยร่องรอยของบาดแผลที่ดูเหมือนจะเกิดจากการที่มันเคลื่อนที่ในทะเลทรายเป็นเวลานาน

    “กร๊าซซซซซ!”

    งูมรกตอ้าปากของมันออกมาพร้อมกับคำรามเสียงดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ เป็นเวลานานมากแล้วที่มันไม่ได้พบสิ่งมีชีวิต รวมถึงไม่มีอาหารตกถึงท้องของมันมาเป็นเวลานานมาก

    ก่อนที่ผิวหนังของมันที่ดูเป็นสีหม่นนั้นจะเรืองแสงออกมา นั่นทำให้เซนรีบกล่าวเตือนสมาชิกคนอื่นๆ ในทีมทันที

    “ระวังด้วยมันเป็นมอนสเตอร์ที่มีธาตุ และมีพลังวิญญาณ!”

    มอนสเตอร์ที่มีพลังวิญญาณและธาตุประจำตัวนั้นนับว่าเป็นมอนสเตอร์ชั้นสูงเพราะมันสามารถโจมตีด้วยพลังวิญญาณและเวทมนตร์ได้นั้นทำให้เป็นอุปสรรคต่อผู้ที่ต้องการจะสังหารมันอย่างมาก

    “บึ้มมมมมมม!”

    คนที่ล้อมรอบร่างของงูมรกตนั้นแทบจะกลิ้งหลบไม่ทัน เมื่องูมรกตได้พ่นบอลน้ำขนาดใหญ่ตรงมาที่พวกเขา บอลน้ำนั้นมีอานุภาพที่รุนแรงอย่างมากเกินกว่าที่ใครๆ จะคาดคิด เพียงเมื่อมันสัมผัสกับพื้นทรายมันก็ทำให้เกิดคลื่นกระแทกขนาดใหญ่ ที่ทำให้ทรายบริเวณนั้นกระจายตัวไปรอบๆ

    “เจ้าตัวนี้มันอันตรายอย่างมาก! หน่วยสนับสนุนและโจมตีระยะไกลฝากด้วย!”

    ริชตะโกนขึ้นอีกครั้ง ในคณะเดียวกันนักธนู และจอมเวทอย่างเซน และไอรีนต่างระดมโจมตีพร้อมๆ กัน

    “เปรี้ยง!”

    บอลสายฟ้าของเซนพุ่งตรงไปหาร่างของงูมรกตด้วยความเร็วสูงก่อนที่จะเกิดเสียงการปะทะและระเบิดอย่างรุนแรง

    “กร๊าซซซซซ!”

    งูมรกตร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับร่างกายของมันที่สั่นโอนเอนเพราะฤทธิ์ของสายฟ้าจากเซน เมื่อแนวหน้าที่เห็นดังนั้นพวกเขาที่ถอยร่นออกมาก็เริ่มที่จะเข้าประจัญบานอีกครั้ง

    “ดาบตัดอากาศ!”

    นักดาบคนหนึ่งคำรามขึ้นพร้อมกับปลดปล่อยรังสีดาบออกมาและกรีดไปที่ผิวหนังของงูมรกตทำให้เกิดแผลลึกขึ้น ส่วนเซนและไอรีนนั้นต่างระดมโจมตีด้วยเวทมนตร์ระยะไกล การต่อสู้กินเวลากว่าห้านาที จนในที่สุดพวกเขาก็สามารถล้มมันลงได้ และทุกคนก็ได้รับค่าประสบการณ์มหาศาล

    “เพียงแค่เดินทางมานิดเดียว เรากลับเจอมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งขนาดนี้ ดินแดนนี้มันไม่ปกติจริงๆ”

    สมาชิกในทีมคนหนึ่งได้กล่าวขึ้น ในขณะที่เซนนั้นกำลังสำรวจซากศพของงูมรกตดึกดำบรรพ์ตัวนี้ และเขาก็ค้นพบบางอย่างที่ไม่น่าเชื่อ

    คล้ายกับเรื่องโดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร ที่คุณอ่าน