หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ไป๋ฉีจะใช้เวลาช่วงกลางวันประลองกับไป๋หมิงโดยมีไป๋เทียนซิน ไป๋ซาน ไป๋เฉิน รวมถึงพ่อบ้านหานคอยสังเกตุการณ์อยู่ไม่ห่าง
ส่วนในช่วงเวลากลางคืนนั้นเขาก็ทำหน้าที่ของสามีได้อย่างครบถ้วนเช่นเดียวกัน ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการฝึกฝนหรือเรื่องครอบครัวไป๋ฉีล้วนแต่ไม่เคยขาดตกบกพร่องเลยสักนิด
เขาใช้ชีวิตเช่นนี้มาหนึ่งเดือนเต็มๆ และในค่ำคืนของวันนี้ชายหนุ่มก็ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะทะลวงระดับเสียทีหลังจากที่ควบแน่นพลังมานาน
ด้านในห้องซ้อมขนาดใหญ่ ไป๋ฉีนั่งอย่างสงบนิ่งควบแน่นต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ด้านในทะเลพลังงานของเขาตอนนี้ได้กลายเป็นของเหลวเกือบทั้งหมดแล้ว และเหลือพลังงานที่มีสถานะเป็นแก๊สเพียงนิดๆหน่อยๆเท่านั้น
หลังจากใช้เวลาเพียงไม่นานพลังงานรูปแบบแก๊สก็หายไปจนหมดสิ้น คงเหลือเพียงทะเลพลังงานที่เป็นของเหลวแปดชั้นแปดสีสันต์
ไป๋ฉีลืมตาตื่นขึ้นโดยพลัน เขาทำการสำรวจร่างกายของตนเองและยกยิ้มอย่างพึ่งพอใจออกมา เนื่องจากชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงพละกำลังอันมากมายมหาศาล รวมไปถึงพลังปราณจักรวาลที่เข้มข้นกว่าแต่ก่อนมาก
"ยินดีกับนายท่านด้วยที่บรรลุระดับจ้าวพิภพขั้นที่หนึ่งเสียที"ขณะที่ไป๋ฉีกำลังชื่นชมความแข็งแกร่งของตนเอง อยู่ๆเสียงของเสี่ยวไป๋ก็ดังขึ้นมา
"หืม ขั้นที่หนึ่งงั้นหรือ? ทำไมเธอถึงเรียกว่าขั้นที่หนึ่งล่ะ โดยปกติแล้วควรจะเรียกว่าขั้นต้นไม่ใช่หรือไง"ไป๋ฉีถามด้วยความสงสัย
ในช่วงหนึ่งเดือนมานี้นอกจากประลองกับไป๋หมิงแล้ว พวกท่านปู่หรือแม้แต่ท่านพ่อของเขาก็ไม่ค่อยได้สอนอะไรให้มากนัก เพราะอยากให้เขาใช้เวลาอยู่กับครอบครัวให้นานที่สุด ก่อนที่จะต้องไปเรียนที่ดาราจักรแห่งการศึกษา
"การเรียกขั้นย่อยต้น กลาง สูง เป็นการเรียกแบบภาพรวมไม่เจาะลึกเจ้าค่ะ"
"สำหรับระดับจ้าวพิภพขึ้นไปขั้นย่อยที่แท้จริงจะแบ่งเป็นเก้าขั้น โดยขั้นที่หนึ่งถึงขั้นที่สามจะเรียกรวมๆว่าขั้นต้น ขั้นที่สี่ถึงขั้นที่หกเรียกว่าขั้นกลาง และขั้นที่เจ็ดถึงขั้นที่เก้าจะเรียกว่าขั้นสูง"เสี่ยวไป๋อธิบายเพื่อไขความกระจ่างให้ เพราะจากนี้ไปไป๋ฉีต้องใช้วิธีการเรียกระดับแบบนี้เพื่อไม่ให้ผิดแปลกจากคนอื่นๆในจักรวาล
"อ่า....ฉันเข้าใจแล้ว ว่าแต่การเพิ่มระดับของจ้าวพิภพนี่ฉันต้องทำอย่างไรบ้าง"ไป๋ฉีกล่าวถาม
เสี่ยวไป๋ก็พลันยกยิ้มให้นายท่านของตัวเองในทันที "ฮิฮิ ง่ายมากเจ้าค่ะ ในระดับจ้าวพิภพนี้นายท่านต้องควบแน่นพลังจากที่มีสถานะของเหลวให้เป็นของแข็ง จากนั้นก็บีบอัดมันให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้"
"โอ้ ต่อจากของเหลวก็ต้องทำให้มันเป็นของแข็งอย่างนั้นหรือ ก็ดูสมเหตุสมผลดี ขอบใจมากนะเสี่ยวไป๋ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว"
"ฮิฮิ ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ มันคือหน้าที่ของเสี่ยวไป๋อยู่แล้วที่ต้องอำนวยความสะดวกให้กับนายท่าน"
ไป๋ฉียิ้มก่อนที่เขาจะลุกขึ้นเดินออกจากห้องซ้อมแล้วมานั่งพักที่ห้องรับแขกของบ้าน จากนั้นไม่นานเขาก็พลันคิดถึงโลกยูโทเปียร์ขึ้นมา
"เห้อ ไม่รู้ว่าพวกอาจารย์และเพื่อนๆของฉันจะเป็นอย่างไรบ้าง พวกเขาจะปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้หรือยังนะ"ไป๋ฉีบ่นพึมพำ แม้ว่าโลกยูโทเปียร์จะอยู่ในการดูแลของไป๋เฉินผู้เป็นพ่อก็ตาม แต่เขาก็อดเป็นห่วงไม่ได้จริงๆ
"ลูกไม่ต้องห่วงโลกยูโทเปียร์ขนาดนั้น พ่อจะดูแลมันเป็นอย่างดี"ในขณะที่ไป๋ฉีกำลังคิดอะไรเพลินๆ ไป๋เฉินในชุดนอนก็เดินเข้ามาแล้วนั่งลงที่โซฟาข้างๆ
"ดึกแล้วยังไม่นอนหรือขอรับท่านพ่อ"ไป๋ฉีหันไปถาม
"ฮ่าๆๆ ลูกพูดกับพ่อเหมือนที่อยู่บนโลกก็ได้ ไม่เห็นต้องใช้ภาษากลางแบบนี้"ไป๋เฉินพูดขึ้นอย่างขบขัน
"ไม่ได้หรอกขอรับ ตอนนี้พวกเรากำลังทำความคุ้นชินกับภาษาที่เปลี่ยนไปและพยายามพูดให้มันติดเป็นนิสัยอยู่"ไป๋ฉีกล่าวอย่างจริงจัง
ไป๋เฉินที่ได้ยินลูกชายกล่าวเช่นนั้นก็พยักหน้าให้ "เอาเถอะๆ เอาอย่างที่ลูกว่าก็ได้ พอดีพ่อนอนไม่หลับน่ะเลยว่าจะออกมาสูดอากาศเสียหน่อย แต่พอเห็นลูกนั่งเหม่อลอยอยู่ตรงนี้ก็เลยคิดขึ้นได้ว่ามีบางอย่างให้ลูกได้ดู"
กล่าวจบไป๋เฉินก็สั่งให้ปัญญาประดิษฐ์ของตัวเองแสดงข้อมูลบางอย่างเบื้องหน้าของไป๋ฉี เมื่อได้เห็นสิ่งนี้ชายหนุ่มก็พลันคิ้วขมวดอย่างช่วยไม่ได้
"เลือกสถานบันหรือขอรับ ข้าก็นึกว่าท่านพ่อกับท่านปู่เลือกเอาไว้ให้ข้าแล้วเสียอีก"ไป๋ฉีกล่าวออกมาด้วยความสงสัย
"พวกเรามีหน้าที่คัดสรรค์สถาบันที่คิดว่าดีที่สุดให้เท่านั้น ส่วนการเลือกครั้งสุดท้ายนั้นลูกต้องเป็นคนเลือกเอง เพราะลูกเป็นคนเรียน"เมื่อได้ยินเช่นนั้นไป๋ฉีพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนที่เขาจะหันไปดูข้อมูลของสถานบันต่างๆที่อยู่เบื้องหน้า
หลังจากนั้นไป๋ฉีก็ต้องตื่นตาตื่นใจ เพราะทรัพยากรณ์รวมถึงทักษะต่างๆที่สถานบันเหล่านั้นให้นับว่ามากมายมหาศาลเป็นอย่างยิ่ง
"ท่านพ่อ ข้าเลือกสถานบันนี้ขอรับ"
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ในที่สุดไป๋ฉีก็เลือกสถาบันได้เสียที มือของเขาชี้ไปยังภาพสถานที่ดูงดงามและกว้างใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางทะเลสาบสีฟ้าคราม
"หืม สถาบันฟ้ากระจ่าง ของดาวเบิกฟ้างั้นหรือ ในบรรดาสถาบันที่พ่อกับท่านปู่ของลูกเลือกให้ที่นี่ให้ทรัพยากรณ์น้องสุดเลยนะ ทำไมลูกถึงเลือกที่นี่ล่ะ มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า"ไป๋เฉินหันไปถามลูกชาย
ไป๋ฉีส่ายหน้า "แม้ทรัพยากรณ์น้อยกว่าสถานบันอื่นๆ แต่ก็ไม่ได้น้อยกว่าจนน่าเกียจนะขอรับ เหตุผลสำคัญที่ข้าเลือกสถานบันนี้ก็เพราะความครบครัน"
"ไม่เหมือนสถาบันอื่นที่มักจะเน้นเพียงการบ่มเพาะและฝึกฝนทักษะการต่อสู้เท่านั้น สถานบันฟ้ากระจ่างแห่งนี้มีทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการวิจัยเทคโนโลยี การวิจัยโพชั่น หรือแม้แต่ด้านการต่อสู้เองก็ไม่ได้เป็นรองสถาบันอื่นมากนัก และที่สำคัญที่สุดเลยคือสถาบันนี้ให้อิสระกับผู้เรียนที่สุดแล้ว นี่คือเหตุผลที่ข้าเลือกสถาบันนี้ขอรับ"
เมื่อได้ยินคำอธิบายที่มีเหตุผลไป๋เฉินก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ "จริงสินะ! ลืมไปว่าลูกเองก็เป็นนักวิจัย เอาล่ะ! ในเมื่อลูกเลือกแล้ว เดี๋ยวพ่อจะจัดการทุกอย่างให้ ระหว่างนี้ลูกก็อยู่กับครอบครัวแล้วเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ให้ดี"
"เพราะเมื่อลูกเรียนไปดาราจักรแห่งการศึกษาแล้วทางเดียวที่ลูกจะกลับบ้านได้คือลูกต้องบรรลุระดับผู้ปกครองดินแดนและทำเรื่องจบการศึกษาแล้วเท่านั้น"
ไป๋ฉีพยักหน้ารับแววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ข้า ทราบแล้วขอรับท่านพ่อ"