8
ข้า้าอิสระ
“คนสกุลเจียง เ้าชักจะเหิมเกริมมากขึ้นทุกวัน ครั้งก่อนที่เ้าตีเยี่ยนฟางข้าไม่ได้เอาโทษก็ถือว่าใจดีกับเ้ามากพอแล้ว นี่เ้ายังกล้าหาเื่ดูถูกนางในตลาดอีกงั้นหรือ” เจียงถิงถิงเงยหน้าจากแปลงผักที่เพิ่งถูกขุดทำแปลงเมื่อเช้า หันมองหน้าสามีตนเองก่อนจะลุกยืนจ้องบุรุษตรงหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่ได้เกรงกลัวท่าทางของคนตรงหน้าแม้แต่น้อย ‘ไอ้โง่นี่คงถูกนังจิ้งจอกนั่นเป่าหูมาละสิ’ นางคิดในใจพลางส่ายหน้าให้กับความด้อยพัฒนาของผู้เป็สามี
“แล้วอย่างไร หากพูดจบแล้วก็ไปเถิด ข้ามีธุระไม่มีเวลามาเสวนากับท่านหรอก” น้ำเสียงบอกด้วยความเหนื่อยหน่ายพร้อมกับออกหน้าไล่หยุนฮ่าวหรานด้วยความรำคาญ ใบหน้าหล่อร้ายกาจมองนางราวกับจะกินเืกินเนื้อเขาอุตส่าห์มาถึงที่นี่แต่นางกลับไม่กลัวเกรงเลย
“ธุระของเ้าคือทำงานบ่าวไพร่พวกนี้งั้นหรือ”
“อย่างที่ท่านเห็น ข้าคิดว่างานพวกนี้ดูมีประโยชน์กว่าการเสวนากับท่านเสียอีก หากจะพูดอะไรก็รีบพูดให้จบ ๆ เถอะ”
“ที่นี่มันบ้านของข้า ข้าให้ที่อยู่ที่กินเ้ายังไม่สำนึกอีกหรือ ไร้จิตสำนึก” หยุนฮ่าวหรานกล่าวจบใบหน้าเบื่อหน่ายของสตรีอวบอ้วนตรงหน้าก็พลันฉายแววหงุดหงิด นางไม่ได้มีใจอยากจะอยู่ที่นี่เสียหน่อย และที่นี่ก็ไม่ได้มีความสุขความทรงจำดี ๆ ด้วยซ้ำจะมาทวงบุญคุณอันใดกัน เจียงถิงถิงโยนพลั่วตักดินลงพื้นเฉียดเท้าสามีเพียงเล็กน้อย จากนั้นจึงย่างสามขุมเข้าหาอย่างเหลืออด
“ท่านคิดว่าข้าอยากอยู่ที่นี่จนตัวสั่นหรือ อยู่ที่นี่มันสบายมีแต่คนเคารพ นับหน้าถือตาหรือไง ห่วยแตกใครอยากจะอยู่ที่งี่เง่าแบบนี้กัน หากไม่พอใจก็หย่ามาสิ กล้าหรือเปล่า อย่างไรเสียอีกหนึ่งปีพวกท่านก็หมายจะทรยศต่อสกุลเจียงอยู่แล้วยังจะเก็บข้าไว้เป็เบี้ยหมากขวางทางไปเพื่อสิ่งใดกัน” เจียงถิงถิงผรุสวาทด้วยความโมโห เมื่อกล่าวจบก็ถอยกลับไปยืนหอบหายใจอย่างหนัก หยุนฮ่าวหรานยืนกระพริบแพขนตาขึ้นลงหลายครา มึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่น้อย ไม่รู้ว่าเพราะฟังนางไม่ทันหรือเพราะไม่คิดว่านางจะระบายอารมณ์ใส่เขาเช่นนี้ สิ่งเดียวที่มั่นใจคือเขาตั้งใจมาหาเื่นางแต่ดูท่าเขาคงทำอะไรนางไม่ได้อีก
“เ้ารู้เื่อีกหนึ่งปีนั้นได้อย่างไร” หยุนฮ่าวหรานถามเสียงสั่นเครือกลัวว่าเจียงถิงถิงจะนำเื่นี้กลับไปบอกพ่อของนาง หากเป็เช่นนั้นการใหญ่ที่เขาตั้งใจจะทำก็คงพังลงไม่เป็ท่าแน่นอน
“กลัวหรือ ว้า สามีท่านกลัวอย่างนั้นหรือ” เจียงถิงถิงถามเสียงขบขัน นางรู้ว่าตระกูลหยุนกลัวตระกูลเจียงจะรู้เื่นี้มากเท่าไร แต่เมื่อครู่นางเพียงโมโหเลยเผลอพูดออกไปแต่แล้วอย่างไร สองตระกูลนี้ไม่เกี่ยวกับนาง นางเพียง้าอิสระจากคนผู้นี้เท่านั้น
“ข้าถามว่าเ้ารู้เื่ได้อย่างไร”
“ไปถามนังจิ้งจอกนั่นสิ ว่าวันที่นางทำข้าตกน้ำนางบอกสิ่งใดแก่ข้าบ้าง แต่ไม่ต้องหวงว่าข้าจะไปบอกใคร หากตั้งใจจะบอกข้าคงบอกไปแล้วแต่ข้า้าสิ่งแลกเปลี่ยน” ถึงเวลาแล้วที่นางจะได้อิสระคืนให้ตนเอง นางคิดจะใช้ความลับนี้เพื่อให้หยุนฮ่าวหรานเขียนหนังสือหย่าให้ตนเอง อย่างไรเสียเขาก็ไม่ได้คิดจะรักชอบนาง นางก็ไม่มีความคิดเช่นนั้นให้เขาเหมือนกัน
“เ้า้าสิ่งใด”
ลมเย็น ๆ พัดพาเอาแดดอุ่น ๆ มาปะทะผิวหน้าที่ชื่นเหงื่อของสตรีร่างอวบอ้วน นางเงยหน้ามองแผ่นฟ้าราวกับจะว่าตนเองกำลังจะได้สิ่งที่้ามานาน สิ่งนี้เจียงถิงถิงคนเก่าเองก็้ามันแม้จะไม่กล้ากล่าวออกมา นางสูดลมเย็นยามบ่ายแก่ ๆ ของวันเข้าสู่ปอดจากนั้นจึงบอกสิ่งที่้าให้บุรุษตรงหน้าอย่างชัดเจน
“ข้า้าอิสระ ข้า้าให้ท่านเขียนหนังสือหย่าให้กับข้า ข้ารู้ว่าระหว่างนี้พวกท่านเองก็คงไม่้าให้ข้ากลับสกุลเจียง เช่นนั้นข้าจะอยู่ที่นี่จนกว่าพวกท่านจะทำการใหญ่แล้วเสร็จ จึงจะจากไปแต่ท่านต้องเขียนหนังสือหย่าให้ข้าเป็สิ่งรับประกันก่อน” เจียงถิงถิงกล่าวข้อเสนอของตนให้คนที่ได้ชื่อว่าเป็สามี หยุนฮ่าวหรานยืนนิ่งพินิจสิ่งที่นางกล่าวเขาเองก็คิดว่าข้อเสนอของนางน่าคิดไม่น้อย เขาเองก็ไม่ได้รู้สึกพิศวาสในตัวนาง หนำซ้ำเขายังอยากให้ซ่งเยี่ยนฟางขึ้นเป็ภรรยาเอก เขาเดินไปมาที่ลานข้างเรือนของเจียงถิงถิงเพื่อคิดทบทวนสิ่งที่นางกล่าว ไม่นานก็เดินมาหยุดตรงหน้าสตรีอวบที่มีศักเป็ภรรยาเอก
“ข้าตกลง แต่ต่อจากนี้เ้าห้ามออกจากเรือนตนเองเด็ดขาด”
“ไม่ ท่านห้ามกักข้าไว้ในเรือนเช่นก่อนหน้านี้ ข้าบอกแล้วอย่างไรข้า้าอิสระ หากท่านไม่ไว้ใจข้าก็ให้อันอี้เฉินคอยตามก็ได้ อย่างไรเขาก็เป็คนในตระกูลท่านอยู่ห้าหกส่วน” เมื่อกำลังจะถูกกักตัวอีกคราเจียงถิงถิงจึงหาวิธีอื่น ๆ มาหว่านล้อมคนหูเบาเช่นหยุนฮ่าวหราน วิธีเดียวที่นางคิดได้ในทันทีคืออันอี้เฉินจึงได้กล่าวออกไป
“ใช่ท่านพี่ ข้าตามดูนางให้ท่านได้อย่ากักนางไว้ในเรือนเลย หากนานไปนางอาจจะเป็บ้าเอาได้” อันอี้เฉินที่ไม่รู้มาั้แ่เมื่อใดกล่าวกับญาติผู้พี่ของตน แล้วเดินมาหยุดแทรกกลางระหว่างสองสามีภรรยา หยุนฮ่าวหรานหน้าซีดขึ้นมาอีกคราเกรงว่าจะมีผู้อื่นล่วงรู้เื่การใหญ่เพิ่มขึ้น จึงรีบหันไปถามญาติผู้น้องเสียงเข้ม
“อี้เฉินเ้ามาั้แ่เมื่อใด ได้ยินสิ่งใดหรือไม่”
“ได้ยินสิ ได้ยินนางว่าให้ข้าตามดูนางอย่างไรเล่าหรือท่านพี่ไม่ได้ยิน” หยุนฮ่าวหรานมีสีหน้าโล่งอกอย่างชัดเจนจนเจียงถิงถิงเองยังสงสัยว่าคนเมื่อหลายร้อยปีที่แล้วโกหกกันไม่เป็หรือย่างไร จึงพบพิรุธง่ายเช่นนี้
“เช่นนั้นก็เอาตามนางว่า เ้าคอยตามนางยามออกไปข้างนอก อย่าให้นางกลับไปบ้านเดิมสกุลเจียงเด็ดขาด ส่วนเ้าของสิ่งนั้นข้าจะนำมาให้อีกสองสามวัน” หยุนฮ่าวหรานสั่งญาติผู้น้องเสียงเข้มก่อนจะหันไปบอกกับเจียงถิงถิงต่อ สตรีอวบอ้วนพอได้ฟังคำของสามีก็ดีใจเสียจนแทบจะะโใส่ใครสักคน หากไม่นึกได้ก่อนว่าตนเองไม่ใช่ภาพวาดอีกแล้ว