ตอนที่ 52 หอสมุดเมืองวินเซน
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
เมอร์ลินสัมผัสได้ถึงสิ่งผิดปกติที่คนอื่นมองไม่เห็น นั่นเพราะมันมีปฏิกิริยาต่อดวงตาสีเงินโดยตรง
นี่เป็นครั้งแรกที่ดวงตาสีเงินมีปฏิกิริยาต่อสิ่งอื่นแบบนี้ เพราะที่ผ่านมามันจะตอบสนองกับหนังสือหรือพลังเวทเท่านั้น
อย่างไรก็ตามตลอดเวลาที่ผ่านมา เมอร์ลินก็จับต้องกับสิ่งของต่างๆ หลายครั้ง บางชิ้นเป็นอุปกรณ์เวทมนตร์หรือวัตถุโบราณที่อยู่ภายในบ้านของศาสตราจารย์ออสติน แต่มันก็ยังไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้
แต่รูปปั้นเจ้าแกะมาวิชกลับทำให้เขาต้องตะลึง
อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้เป็นเพียงความรู้สึกที่เมอร์ลินรู้สึกได้คนเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นความรู้สึกนี้ก็หายไปอย่างรวดเร็ว
“มีอะไรอย่างนั้นหรอ?” ศาสตราจารย์ออสตินเอ่ยถามเมื่อเห็นท่าทีที่ชะงักของเด็กน้อย
เมอร์ลินเหยียดกายลุกขึ้นแล้วส่ายศีรษะไปมา “ไม่มีอะไรครับ”
ชายชราแปลกใจเล็กน้อย เขาเองก็ไม่คิดว่ารูปปั้นนี้จะมีอะไรพิเศษเพราะมันไม่ได้ถูกสร้างด้วยหินเวท เป็นเพียงรูปหล่อที่ทาสีทองเท่านั้น มันไม่ใช่รูปหล่อจากโลหะเลยด้วยซ้ำ ห้องสมุดแห่งนี้วางมันไว้เพื่อสร้างเรื่องราวความประทับใจให้กับผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาเท่านั้น
ซึ่งมันก็ได้ผล เมื่อมีคนต่างถิ่นมาที่เมืองวินเซน สถานที่แห่งแรกที่พวกเขาจะคิดถึงกลับไม่ใช่สิ่งก่อสร้างที่โออ่าหรือสถาปัตยกรรมที่แปลกตา แต่พวกเขากลับคิดถึงเจ้าแกะทองคำตัวนี้มากกว่า
นับว่าห้องสมุดแห่งนี้ทำได้ประสบความสำเร็จมากทีเดียว
เนื่องจากมหาทวีปแห่งนี้ไร้ซึ่งสงครามมานานแล้ว ทั้งวิชาการและศิลปะจึงกลายเป็นดอกไม้ที่เบ่งบาน ผู้คนจึงชอบเรื่องโรแมนติกแบบนี้
“ไปกันเถอะ”
“ครับ”
สองพ่อลูกจูงมือกันเดินเข้าไปข้างใน
เมอร์ลินอดไม่ได้ที่จะมองกลับไป แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้พบอะไรที่ผิดปกติอีกเลย
หอสมุดประชาชนเมืองวินเซนนั้นใหญ่โตโอ่อ่าเป็นอย่างมาก
ทันทีที่เมอร์ลินก้าวเท้าเข้าไปเขาก็ได้กลิ่นของหนังสือที่เขาชื่นชอบพวกมันเป็นอย่างมาก ยิ่งเป็นกลิ่นของหนังสือเก่าเขายิ่งชอบมันเป็นพิเศษ
หนังสือมากมายถูกจัดเรียงบนชั้นวางที่ก่อสูงขึ้นกลายเป็นผนังไปทั่วทั้งห้อง นอกจากห้องโถงนี้จะใหญ่มากแล้ว แต่มันยังมีห้องอื่นๆ ที่มีหนังสือจัดวางในรูปแบบเดียวกันปรากฏขึ้นอย่างละลานตา
ผู้คนมากมายต่างมาใช้บริการที่นี่ มันมีโต๊ะเก้าอี้สำหรับอ่านหนังสือและมุมที่เงียบสงบ
เด็กน้อยมองภาพนี้อย่างตื่นตาตื่นใจและอดที่จะตื่นเต้นกับภาพนี้ไม่ได้
เด็กน้อยกระตุกมือของชายชรา
“ผมจะได้อ่านหนังสือที่นี่จริงๆ ใช่ไหมครับ?”
“แน่นอน แต่เธออย่าลืมอ่านหนังสือในรายการที่ฉันให้ให้เรียบร้อยก่อนนะ หลังจากนี้เธอจะอ่านอะไรก็แล้วแต่เธอ” ชายชรากล่าวด้วยรอยยิ้ม เขารู้สึกยินดีที่ได้เห็นเด็กน้อยตื่นเต้นกับการอ่านหนังสือแบบนี้ มันคงมีไม่มากที่เด็กทั่วไปจะมีปฏิกิริยาแบบนี้
เมอร์ลินพยักหน้ารัวๆ “ได้ครับ”
“เอาล่ะ ถ้าเธอหาหนังสืออะไรไม่เจอ เธอสามารถไปสอบถามกับบรรณารักษ์ตรงนั้นได้ ที่นี่ไม่ได้มีบรรณารักษ์แค่คนเดียวแต่เธอสามารถหาพวกเขาได้จากคนที่ใส่เครื่องแบบสีขาวแบบนั้น” ออสตินกล่าวอธิบาย
เมอร์ลินมองตามมือของออสตินที่ชี้ เขาเห็นชายหญิงสามคนที่ยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์กำลังให้บริการผู้คนอยู่ พวกเขาใส่เครื่องแบบสีขาวที่ดูสุภาพ ไม่เท่านั้นเขายังสังเกตเห็นว่าบางคนติดเข็มกลัดสีเงินซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของนักวิชาการเวทอยู่ด้วย
“ผมเข้าใจครับ”
“อ้อ ฉันลืมเตือนไปอีกอย่างหนึ่งว่าห้องสมุดแห่งนี้ได้วางค่ายกลและตั้งกฎห้ามต่อสู้กันที่นี่ ผู้ที่ใช้เวทมนตร์จะถูกจับไปตรวจสอบและรับโทษ เธอก็ระวังเอาไว้ล่ะ”
เมอร์ลินเงยหน้ามองชั้นหนังสือที่สูงเท่าตึกห้าชั้นและเอ่ย “แล้วถ้าผมต้องการอ่านหนังสือข้างบนนั้นล่ะครับ”
“เธอสามารถไปบอกบรรณารักษ์ได้”
“ครับ” เมอร์ลินพยักหน้าอีกครั้งหนึ่ง
“ดีมาก ถ้าอย่างนั้นวันนี้ฉันจะเป็นไกด์พาเธอทัวร์ห้องสมุดแห่งนี้เอง ถ้าเจอหนังสือที่เธอต้องอ่านฉันจะหยิบให้เลยแล้วกัน”
“แค่วันนี้หรอครับ?”
“ใช่ แค่วันนี้ เธอคงไม่คิดว่าฉันจะอยู่ติดกับเธอไปทุกวันนะ ระหว่างนี้ฉันต้องออกไปทำธุระข้างนอก ฉันจะทิ้งมาร์เทลไว้กับเธอ ถ้าเธออยากไปไหนหรือให้เขาทำอะไรสามารถบอกเขาได้” ชายชรากล่าว
เขาคิดที่จะทิ้งเมอร์ลินไว้ที่นี่ตั้งแต่แรกแล้ว ศาสตราจารย์อย่างเขาไม่จำเป็นจะต้องหมกตัวอยู่ที่นี่ตลอดทั้งสามเดือนเหมือนเด็กน้อย เพราะเขามีอะไรที่จะต้องทำเช่นกัน
กลับกันเมอร์ลินที่ได้ยินดังนี้ก็ยินดียิ่ง เพราะเขาเองต้องการอิสระอยู่แล้ว
หากให้ชายชราเห็นว่าเขาอ่านหนังสือนับพันเล่ม เขาคงจะตกใจจนล้มตึงแน่
“ได้ครับ ผมจะอยู่แต่ในห้องสมุดตั้งใจอ่านหนังสือ สามเดือนต่อจากนี้คุณพ่อจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน”
ชายชราเมื่อได้ยินเด็กน้อยเรียกว่าพ่ออีกครั้ง หัวใจของเขาก็เบิกบานขึ้น จนอดที่จะยกมือขึ้นขยี้ศีรษะสีเงินตรงหน้าไม่ได้
“ดีมากเจ้าลูกชาย ตามพ่อมาเลย” ออสตินขยิบตาก่อนจะเดินนำหน้าเมอร์ลินไป
สองพ่อลูกออกเดินทัวร์ห้องสมุดที่ใหญ่โตแห่งนี้
ชายชราแนะนำการจัดหนังสือเป็นหมวดหมู่ของบรรณารักษ์ อีกทั้งยังบอกเล่าประสบการณ์การทำงานเป็นบรรณารักษ์ในอดีตของตนเองด้วย
ต่อให้เขาในตอนนี้เป็นมหาปราชญ์ แต่ในอดีตก็ยังต้องเริ่มก้าวเดินจากศูนย์
บรรณารักษ์เป็นอาชีพเริ่มต้นที่ดีของนักวิชาการ ไม่เช่นนั้นบรรณารักษ์ของที่นี่คงไม่ติดเข็มกลัดนักวิชาการเวทกันเกือบทุกคน
สองพ่อลูกเข้าห้องนู๊นออกห้องนี้ จนชายชราเริ่มเหนื่อย
พวกเขาเดินจนทั่วแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเมอร์ลินก็ยังขมวดคิ้ว
เขาสามารถจดจำหนังสือทุกหมวดหมู่ได้ แต่ตั้งแต่ที่เขาเดินไปรอบๆ มากลับไม่พบสิ่งที่เขาต้องการพวกนั้นเลย
“ทำไมถึงไม่พบวิทยานิพนธ์เลยล่ะครับ?”
“โอ้ เธอต้องการอ่านมันหรอ?” ออสตินเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะยิ้มและเอ่ย “มันไม่อยู่ที่นี่หรอก หากเธอต้องการอ่านมันเธอต้องขึ้นไปที่ชั้นสอง ที่นั่นมีผลึกเวทบรรจุข้อมูลอยู่ มันเก็บวิทยานิพนธ์มากมายและนิตยสารวิชาการชื่อดังหลายเล่ม ซึ่งในปัจจุบันไม่ได้บันทึกพวกมันไว้ในรูปแบบของหนังสืออีกแล้ว”
“พวกเราไปดูได้ไหมครับ?”
“ได้ แต่ชั้นสองเป็นชั้นที่จำกัดเพียงนักเวทเท่านั้น แต่เธอยังไม่ได้เข้าทดสอบนักเวทเลยไม่มีเข็มกลัดนักเวท เกรงว่าตอนนี้เธอจะยังเข้าไปไม่ได้”