เทพสงครามสายเลือดมังกร

    ตอนที่ 41 วิชาแปลงร่างวิญญาณมังกร


    เมื่อเห็นว่าไป๋จ้านสงกำลังพูดบางอย่างกับหลงเฉินบุตรชายของนางจนดวงตาของหลงเฉินกลายเป็นสีแดงก่ำ  หยางเสวี่ยชิงก็รู้สึกกังวลใจมากกว่าเดิม 


    แต่กระนั้น  ไป๋จ้านเฟิงก็ยังคงรั้งตัวนางไว้อย่างไร้ยางอาย  ความแข็งแกร่งของพวกเขาอยู่ในระดับเดียวกัน  และหยางเสวี่ยชิงยังคงเป็นห่วงความปลอดภัยของหลงเฉิน  ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่นางจะสลัดเขาได้


    ทันใดนั้น ใครบางคนก็ร้องตะโกนขึ้นมา


    “ดูเด็กคนนั้นสิ!”


    ทุกคนต่างจับจ้องมาที่หลงเฉิน  และไป๋จ้านสงเองก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ  สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันทีและเขาตระหนักได้ว่าหากเขาไม่รีบลงมือกำจัดหลงเฉินเสียตั้งแต่ตอนนี้ จะต้องมีเรื่องเลวร้ายบางอย่างเกิดขึ้นอย่างแน่นอน!


    เช่นนั้นแล้ว ครั้งนี้จึงเป็นการโจมตีจากดัชนีสวรรค์ทมิฬที่ห่างออกไปเพียงหนึ่งชุ่น หลงเฉินไม่ทันตั้งตัวแม้แต่น้อย  เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น คนตระกูลหยางต่างก็รู้สึกโกรธแค้นสุดหัวใจ!


    ทว่าในครู่ต่อมา บังเกิดม่านแสงสีแดงขึ้นรอบตัวหลงเฉิน การโจมตีของไป๋จ้านสงสะท้อนออกไปเพราะม่านแสงนั้น  เขาผงะถอยหลังไปด้วยท่าทีเก้ ๆ กัง ๆ สีหน้าตกใจของเขาแลดูน่าขันยิ่งนัก


    ในขณะเดียวกัน จิตของหลงเฉินจ่อมจมลงในห้วงจิตที่ไม่สิ้นสุดอีกครั้ง สิ่งที่เขาเห็นคือหยกมังกรและแก่นโลหิตสืบทอดผสานรวมตัวเข้าด้วยกันอีกครั้ง!


    ไม่นานนัก หยกมังกรก็กลายเป็นสีแดงดุจเลือด แลลวดลายมังกรโลหิตที่มีเส้นชีพจรทั้งเก้าก็พลันปรากฏขึ้น และคลื่นพลังสีเลือดก็หลั่งไหลเข้าสู่เส้นชีพจรของลวดลายมังกรเหล่านั้น


    หลงเฉินรู้สึกปีติยินดีอย่างที่สุด มันช่างเหมือนกับตอนที่หลงเฉินได้เรียนรู้ทักษะศักดิ์สิทธิ์ในการสกัดโลหิตสลายปราณเมื่อคราวก่อน  เวลานี้ทิศทางการโคจรของพลังปราณเหล่านั้นแตกต่างจากครั้งก่อนหน้า  ซึ่งหมายความว่าเขาจะได้รับทักษะศักดิ์สิทธิ์อีกอย่างหนึ่งในไม่ช้า!


    ขณะที่เฝ้ามองวิถีโคจร  หลงเฉินเองก็โคจรปราณสีแดงอ่อนของตนไปด้วย  แม้จะยังอยู่ในห้วงจิต  ทว่าหลงเฉินก็สามารถสัมผัสได้ว่าร่างกายของตนกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และได้ยินเสียงร้องของผู้คนที่อยู่ด้านนอก


    เมื่อหยกมังกรโคจรเสร็จสิ้นและแยกตัวออกจากแก่นโลหิตสืบทอด  หลงเฉินก็รู้สึกราวกับว่าเขาได้ปลุกทักษะศักดิ์สิทธิ์ใหม่ที่ได้เรียนรู้จนเกือบจะสมบูรณ์


    กระแสความรู้มากมายหลั่งไหลเข้าสู่จิตใจของหลงเฉิน...  เมื่อเขาค้นพบชื่อของทักษะศักดิ์สิทธิ์นี้   จิตของเขาก็ออกมาจากห้วงจิตไร้ที่สิ้นสุดและมองเห็นร่างกายของตัวเอง


    ในเวลานี้ ร่างกายของเขาปกคลุมไปด้วยเกล็ดมังกรและเดือยกระดูกแหลม  ความแข็งแกร่งของร่างกายเพิ่มพูนขึ้นนับสิบเท่า  ปราณสีแดงอ่อนกลายเป็นสีแดงโลหิตอย่างสมบูรณ์


    ทุกคนต่างตกตะลึงไปตาม ๆ กันเมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงบนร่างกายของหลงเฉิน  ทั้งคนตระกูลหยางและคนอื่น ๆ หยุดต่อสู้กันอย่างช้า ๆ!


    ‘มันเหมือนกับการแปลงร่างในคืนนั้น  แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือ... จากนี้ไป ข้าจะสามารถควบคุมการแปลงร่างนี้ได้แล้ว...’


    “มันคือ... วิชาแปลงร่างวิญญาณมังกร!”


    เมื่อสัมผัสได้ว่าตนเองทรงพลังมากขึ้น หลงเฉินก็แสยะยิ้มออกมา  เขารู้ว่าทุกคนกำลังตกตะลึงกับความเปลี่ยนแปลงของเขา ทั่วทั้งบริเวณต่างเงียบกริบ  จนกระทั่งมีใครบางคนพึมพำออกมา


    “...นั่นน่าจะเป็น ...วิชาแปลงร่างวิญญาณอสูรของนักรบอสูรนี่  เขากลายเป็นนักรบอสูรในตำนานไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”


    เมื่อคำว่า ‘นักรบอสูร’ ดังขึ้นในหมู่ผู้คน  พวกเขาต่างรู้สึกว่าหลงเฉินแข็งแกร่งขึ้นกว่าเมื่อก่อน  บ้างก็รู้สึกยินดี บ้างก็รู้สึกวิตกกังวล


    ส่วนไป๋จ้านสงที่กำลังตื่นตระหนกก็ยังคงยืนอยู่เบื้องหน้าหลงเฉิน อย่างไรก็ตาม คลื่นพลังโลหิตที่ทรงพลังของหลงเฉินก็ทำให้สีหน้าของเขาซีดเผือด!


    ก่อนที่ทุกคนจะรู้สึกตัว  ดวงตาของหลงเฉินก็จับจ้องอยู่ที่ไป๋จ้านสง เขาแปรเปลี่ยนเป็นร่างสีโลหิตและพุ่งเข้าใส่ไป๋จ้านสงต่อหน้าผู้คนที่กำลังตื่นตะลึง!


    ขณะเคลื่อนที่ มือของเขาก็ร่ายผนึกอย่างรวดเร็วจนปรากฏศีรษะสีโลหิตทั้งเก้าออกมา ยิ่งไปกว่านั้น เงามังกรศักดิ์สิทธิ์ก็เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ  พวกมันโอบรัดรอบแขนของหลงเฉินและส่งเสียงคำรามอย่างน่าสะพรึงกลัว  พลังผันผวนที่มือของเขาส่งผลให้หัวใจของผู้คนโดยรอบเย็นยะเยือก!


    ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อและปราณแท้จริงปริมาณมหาศาล  เมื่อหลงเฉินใช้วิชามังกรลึกล้ำที่แข็งแกร่งที่สุด เขาก็สัมผัสได้ว่าคลื่นพลังในร่างกายของหลงเฉินนั้นร้ายกาจจนแม้แต่ยอดฝีมือที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปดอย่างเขายังถึงกับหายใจไม่ออก


    “พลังของกระบวนท่านี้ แม้แต่ผู้ที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปดก็ทำได้ยากยิ่ง!”


    ยอดฝีมือที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปดจากตระกูลอื่นในเมืองพฤกษาหมอกเอ่ยขึ้นด้วยความตกตะลึง


    ผู้นำตระกูลไป๋เองก็เห็นหลงเฉินใช้กระบวนท่าอันทรงพลังนี้เช่นกัน แต่สายตาของเขาเฉียบคมกว่านั้น  เขารู้ว่ากระบวนท่านี้อาจจะมีบางอย่างที่มากกว่าความน่าสะพรึงกลัว ดังนั้นสีหน้าของเขาจึงเปลี่ยนไปและร้องตะโกนออกมา


    “สงเอ๋อร์ รีบหลบเร็วเข้า!”


    แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว  เมื่อเห็นว่าหลงเฉินทรงพลังเช่นนี้  ดวงตาของไป๋จ้านสงก็เต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ  ตอนที่เขาจู่โจมหลงเฉินก่อนหน้าถูกขวางไว้ด้วยม่านแสงสีแดงดุจเลือด  แต่ในตอนนี้เขาสัมผัสได้ว่าม่านแสงนั้นได้อันตรธานหายไปแล้ว  นับเป็นโอกาสครั้งที่สองที่เขาจะสามารถฆ่าหลงเฉินได้!  เขาจึงไม่หนีไปไหน


    “เจ้าเด็กเหลือขอ พ่อของเจ้าถูกข้าฆ่าตาย และในวันนี้ เจ้าก็ต้องตายด้วยน้ำมือของข้า  มันคือโชคชะตาของครอบครัวเจ้า เมื่อครู่ข้ายังใช้วิชายมโลกเก้าโคจรฆ่าเจ้าไม่ได้  แต่ข้าจะให้เจ้าได้ลิ้มรสมันอีกครั้ง!”


    “ดัชนีสวรรค์ทมิฬ  ยมโลกเก้าโคจร!”


    “เจ้าแน่ใจงั้นรึ?”


    ขณะที่หลงเฉินกำลังพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง  ผนึกมังกรลึกล้ำก็ก่อร่างขึ้นอย่างสมบูรณ์  ด้วยแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลัง  หลงเฉินดูราวกับมังกรศักดิ์สิทธิ์สีแดงเก้าหัวที่คำรามก้องกัมปนาทและพุ่งเข้าใส่ไป๋จ้านสง  ทำให้พื้นหินบนทางเดินแตกกระจายกลายเป็นฝุ่นปลิวว่อนไปในอากาศ


    ‘ท่านพ่อ ท่านคงละอายใจที่ถูกคนกระจอกอย่างไป๋จ้านสงฆ่าตายและไม่มีหน้ามาบอกข้า  แต่ในวันนี้ ข้าจะล้างแค้นให้ท่านเอง’


    มังกรโลหิตทั้งเก้าตัวทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน เวลานี้เอง ยมโลกเก้าโคจรของไป๋จ้านสงก็พุ่งตรงมาที่หลงเฉิน  ยมโลกเก้าโคจรที่เคยทำร้ายหลงเฉินก่อนหน้านี้ได้สะท้อนกลับและแตกสลายไปด้วยผนึกมังกรลึกล้ำสีแดงโลหิต  พลังของมันบดขยี้ร่างของไป๋จ้านสงซึ่งเกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมาเพราะมิอาจรับความจริงได้  เสื้อผ้าและทุกสิ่งทุกอย่างของเขาถูกทำลายในทันที!


    “สงเอ๋อร์!”


    “พี่สาม!”


    “น้องสาม!”


    เหล่ายอดฝีมือในตระกูลไป๋กำลังเข้าไปช่วยไป๋จ้านสง ทว่าคราวนี้ ผู้นำตระกูลหยางและคนอื่น ๆ ต่างยิ้มเยาะและพุ่งมาขัดขวางพวกเขาไว้


    เมื่อเห็นว่าหลงเฉินแข็งแกร่งถึงเพียงนี้  พวกเขาทุกคนจึงตกตะลึงอย่างมาก  โดยเฉพาะหยางเสวี่ยชิง  ในเวลานี้ หลงเฉินที่ดูห้าวหาญยังคงครองใจของนางอยู่ วิชาแปลงร่างวิญญาณมังกรที่สมบูรณ์แบบทำให้หัวใจของนางเปี่ยมไปด้วยรู้สึกภาคภูมิใจ


    ‘ในอดีต ข้าทำผิดถึงเพียงนั้นเชียวหรือ? ข้าคิดอะไรอยู่กันแน่? ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็คือลูกของข้า...’


    และหลังจากที่หลงเฉินเอาชนะไป๋จ้านสงซึ่งบรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปดต่อหน้าทุกคน  คนอื่น ๆ ที่อยู่โดยรอบต่างก็นิ่งเงียบและหวาดกลัวจับใจ


    เมื่อมียอดฝีมือที่เก่งกล้าเย้ยฟ้าท้าดินปรากฏตัวขึ้นในตระกูลหยาง  ในภายภาคหน้า สถานการณ์ของตระกูลไป๋ที่เคยเป็นที่หนึ่ง และตระกูลหยางเป็นรองในเมืองพฤกษาหมอกคงต้องเปลี่ยนไป


    ทุกคนต่างจับจ้องไปที่ร่างสีแดงดุจเลือดและกลืนน้ำลายไปตาม ๆ กัน


    ‘นั่นใช่เด็กหนุ่มจอมเสเพลคนเดิมจริง ๆ รึ?’


    ความขัดแย้งอย่างมหาศาลที่เกิดขึ้นภายในใจทำให้ทุกคนรู้สึกหวาดกลัว


    เวลานี้ สถานการณ์ตึงเครียดได้เปลี่ยนไปแล้ว  ก่อนหน้าที่ตระกูลไป๋กดขี่ข่มเหงตระกูลหยาง และไป๋จ้านสงทำร้ายหลงเฉินจนเกือบถึงชีวิต ทว่าสถานการณ์กลับตาลปัตรอย่างสิ้นเชิง  ตระกูลหยางกลายเป็นฝ่ายกดดันตระกูลไป๋และหลงเฉินทำร้ายไป๋จ้านสง  หลังจากที่หลงเฉินใช้วิชาผนึกมังกรลึกล้ำทำร้ายไปจ้านสงจนบาดเจ็บสาหัส ทุกคนต่างสงสัยว่าเฉินหลงจะทำเช่นไรต่อไป


    ในบรรดาคนตระกูลหยาง  หยางหยุนเทียนมองดูร่างสีแดงโลหิตนั้นขณะที่เขาทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด พลางตระหนักว่าเขาจะไม่มีวันแก้แค้นให้บุตรชายได้อีกแล้วในชีวิตนี้


    หลงเฉินในตอนนี้ดูราวกับพญาวิหคที่โบยบินอยู่กลางท้องนภา ซึ่งหยางหยุนเทียนไม่มีวันแตะต้องได้เลย


    ขณะที่หยางหลิงชิงจ้องมองไปยังผู้ที่เคยปกป้องนางไว้  น้ำตาก็เริ่มเอ่อล้นออกมาจากสองตา


    ในใจของนาง หลงเฉินในตอนนี้ได้กลายเป็นดั่งเทพผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ไปแล้ว


    “เจ้าหนู ปล่อยลูกชายของข้าไปเถอะ! ”


    เมื่อเห็นว่าไป๋จ้านสงที่บาดเจ็บสาหัสถูกหลงเฉินจับตัวไว้  ผู้นำตระกูลไป๋จึงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง


    เมื่อเห็นสีหน้าเจ็บปวของเขา  หลงเฉินก็หัวเราะอย่างเย็นชา


    “บาปแห่งสวรรค์ยังสามารถได้รับการอภัย แต่บาปที่เจ้าก่อขึ้นเองนั้นไม่อาจอภัยให้ได้หรอก!”


    จากนั้น เขามองไป๋จ้านสงที่อยู่ในเงื้อมมือ  ไป๋จ้านสงในตอนนี้ไม่ต่างจากไป๋ซื่อจีเมื่อตอนเช้า ทั้งสีหน้าซีดเผือดและกระอักเลือดสีดำออกมา  เขามองหลงเฉินด้วยความหวาดกลัว  สายตาที่เคยกังขากลับกลายเป็นสายตาอ้อนวอนด้วยความสิ้นหวัง


    “ไว้ชีวิตข้าเถอะ ได้โปรด  ข้าไม่อยากตาย...”


    เมื่อเห็นว่าไป๋จ้านสงขี้ขลาดตาขาวถึงเพียงนี้  หลงเฉินยิ่งดูแคลนเขามากกว่าเดิม เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


    “เสียใจตอนนี้ก็สายเกินไปแล้ว  หากเจ้าไม่ได้บอกข้าว่าเจ้าเป็นคนฆ่าพ่อของข้า มันก็คงไม่เลวร้ายถึงเพียงนี้หรอก แต่ในเมื่อตอนนี้ข้ารู้ความจริงแล้ว ข้าก็จะทำให้เจ้าตายอย่างน่าสมเพชที่สุด”


    ขณะที่เขาพูด  เสียงของหลงเฉินก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ จนทุกคนที่อยู่ที่นั่นล้วนได้ยินเขา  และรู้ว่าหลงฉิงหลานตายด้วยน้ำมือของไป๋จ้านสง


    ไม่แปลกใจเลยที่ดวงตาของหลงเฉินที่มองเขาจึงได้เต็มไปด้วยความเกลียดชังสุดขั้วหัวใจ!


    “หากเจ้าจะโทษใครสักคน เช่นนั้นก็โทษตัวเองเถอะที่ไม่ฆ่าข้าให้ตายตั้งแต่แรก แล้วเจ้ายังบอกให้ข้ารู้ความจริงและทำให้ข้าโกรธอีก แต่ข้าจะไม่ทำผิดพลาดเช่นที่เจ้าทำหรอก!”


    ไป๋จ้านสงสังหรณ์ใจไม่ดีภายใต้สายตาที่จับจ้องของหลงเฉิน  ดวงตาสีแดงดุจเลือดของเขาทำให้ไป๋จ้านสงสั่นเทิ้มอย่างมิอาจควบคุมได้และเริ่มกรีดร้องอย่างน่าสมเพช  เมื่อรู้สึกราวกับเลือดในร่างกายแปรเปลี่ยนเป็นใบมีดแหลมคมทิ่มแทงไปยังกล้ามเนื้อและผิวหนังทั่วทุกตาราง  และถูกสูบกลืนเข้าไปในเกล็ดอันแปลกประหลาดของหลงเฉิน!


    นี่เป็นครั้งแรกที่หลงเฉินใช้วิชาสกัดโลหิตสลายปราณกับมนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่


    “เพราะเจ้าฆ่าพ่อของข้า เช่นนั้นแล้วข้าก็จะปฏิบัติต่อเจ้าเป็นพิเศษ  ไป๋จ้านสง จงดื่มด่ำกับความรู้สึกนี้เสียเถอะ!”


    ในเวลานั้น  เสียงกรีดร้องโหยหวนของไป๋จ้านสงและเสียงอ้อนวอนขอความเมตตาทำให้ทุกคนต่างรู้สึกขวัญผวา  เมื่อมองไปที่ร่างสีแดงดุจเลือดที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง  พวกเขาทุกคนผงะถอยออกไปหลายก้าว


    เมื่อได้ยินเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าขนลุกของบุตรชาย  ดวงตาของผู้นำตระกูลไป๋ก็แดงก่ำ  เขาคำรามออกมา


    “หยางชางชง หลีกทางไปและปล่อยลูกชายข้าเดี๋ยวนี้  ตระกูลหยางของเจ้ารนหาที่ตายเสียแล้ว!”


    สีหน้าของผู้นำตระกูลหยางยังคงไม่เปลี่ยนแปลงขณะโจมตีต่อไปไม่หยุด


    “ข้าก็อยากจะถามเจ้านัก อายุปูนนี้แล้ว  เจ้ายังแสร้งทำตัวไร้เดียงสาและน่าขันมาถึงตอนนี้ได้อย่างไร?   หากไป๋จ้านสงเอาชนะเฉินเอ๋อร์ได้ ตระกูลไป๋ของเจ้าจะยอมปล่อยพวกเราไปอย่างนั้นรึ?”


    ผู้นำตระกูลหยางทวนคำพูดที่ผู้นำตระกูลไป๋เคยพูดกับเขา และเขาก็รู้สึกเปรมปรีดิ์ที่ได้ทำเช่นนั้น  ความจริงแล้ว เขาเป็นคนที่รู้สึกเศร้าสลดมากที่สุดในคืนนี้ ช่วงเวลาแห่งความเป็นพี่น้องของเขาแตกสลายไปด้วยเรื่องที่เกิดขึ้น แม้ว่าเขาจะไม่ได้พูดออกมาดัง ๆ แต่ก็นับได้ว่ามันส่งผลกระทบต่อเขาอย่างรุนแรงทีเดียว


    ค่ำคืนนี้ เสียงร้องโหยหวนของไป๋จ้านสงได้ฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของทุกคน  เมื่อพวกเขาเห็นเลือดสีแดงสดที่ถูกรีดออกมาจากผิวหนังของไป๋จ้านสงและหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของหลงเฉิน ทุกคนต่างก็สูดหายใจเอาอากาศเย็นยะเยือกเข้าไปจนขนหัวลุก ด้วยวิธีของหลงเฉินในตอนนี้ทำให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัวจับหัวใจ


    เลือดของไป๋จ้านสงเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและปราณแท้จริงปริมาณมาก  เลือดนี้เป็นประโยชน์ต่อหลงเฉินมากกว่าหยกวิญญาณหรือผลึกอสูรเสียอีก  ในเวลานี้ แก่นโลหิตของไป๋จ้านสงที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปดถูกหลงเฉินสกัดออกมาอย่างสมบูรณ์  พลังปริมาณมากหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของหลงเฉิน  ทำให้เขารู้สึกอิ่มเอมใจอย่างมาก


    ‘ได้เวลาบรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นเจ็ด เส้นชีพจรมนุษย์มังกรแล้ว!’


    ************************



    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามสายเลือดมังกร ที่คุณอ่าน