เมื่อเห็นว่าไป๋จ้านสงกำลังพูดบางอย่างกับหลงเฉินบุตรชายของนางจนดวงตาของหลงเฉินกลายเป็นสีแดงก่ำ หยางเสวี่ยชิงก็รู้สึกกังวลใจมากกว่าเดิม
แต่กระนั้น ไป๋จ้านเฟิงก็ยังคงรั้งตัวนางไว้อย่างไร้ยางอาย ความแข็งแกร่งของพวกเขาอยู่ในระดับเดียวกัน และหยางเสวี่ยชิงยังคงเป็นห่วงความปลอดภัยของหลงเฉิน ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่นางจะสลัดเขาได้
ทันใดนั้น ใครบางคนก็ร้องตะโกนขึ้นมา
“ดูเด็กคนนั้นสิ!”
ทุกคนต่างจับจ้องมาที่หลงเฉิน และไป๋จ้านสงเองก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันทีและเขาตระหนักได้ว่าหากเขาไม่รีบลงมือกำจัดหลงเฉินเสียตั้งแต่ตอนนี้ จะต้องมีเรื่องเลวร้ายบางอย่างเกิดขึ้นอย่างแน่นอน!
เช่นนั้นแล้ว ครั้งนี้จึงเป็นการโจมตีจากดัชนีสวรรค์ทมิฬที่ห่างออกไปเพียงหนึ่งชุ่น หลงเฉินไม่ทันตั้งตัวแม้แต่น้อย เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น คนตระกูลหยางต่างก็รู้สึกโกรธแค้นสุดหัวใจ!
ทว่าในครู่ต่อมา บังเกิดม่านแสงสีแดงขึ้นรอบตัวหลงเฉิน การโจมตีของไป๋จ้านสงสะท้อนออกไปเพราะม่านแสงนั้น เขาผงะถอยหลังไปด้วยท่าทีเก้ ๆ กัง ๆ สีหน้าตกใจของเขาแลดูน่าขันยิ่งนัก
ในขณะเดียวกัน จิตของหลงเฉินจ่อมจมลงในห้วงจิตที่ไม่สิ้นสุดอีกครั้ง สิ่งที่เขาเห็นคือหยกมังกรและแก่นโลหิตสืบทอดผสานรวมตัวเข้าด้วยกันอีกครั้ง!
ไม่นานนัก หยกมังกรก็กลายเป็นสีแดงดุจเลือด แลลวดลายมังกรโลหิตที่มีเส้นชีพจรทั้งเก้าก็พลันปรากฏขึ้น และคลื่นพลังสีเลือดก็หลั่งไหลเข้าสู่เส้นชีพจรของลวดลายมังกรเหล่านั้น
หลงเฉินรู้สึกปีติยินดีอย่างที่สุด มันช่างเหมือนกับตอนที่หลงเฉินได้เรียนรู้ทักษะศักดิ์สิทธิ์ในการสกัดโลหิตสลายปราณเมื่อคราวก่อน เวลานี้ทิศทางการโคจรของพลังปราณเหล่านั้นแตกต่างจากครั้งก่อนหน้า ซึ่งหมายความว่าเขาจะได้รับทักษะศักดิ์สิทธิ์อีกอย่างหนึ่งในไม่ช้า!
ขณะที่เฝ้ามองวิถีโคจร หลงเฉินเองก็โคจรปราณสีแดงอ่อนของตนไปด้วย แม้จะยังอยู่ในห้วงจิต ทว่าหลงเฉินก็สามารถสัมผัสได้ว่าร่างกายของตนกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และได้ยินเสียงร้องของผู้คนที่อยู่ด้านนอก
เมื่อหยกมังกรโคจรเสร็จสิ้นและแยกตัวออกจากแก่นโลหิตสืบทอด หลงเฉินก็รู้สึกราวกับว่าเขาได้ปลุกทักษะศักดิ์สิทธิ์ใหม่ที่ได้เรียนรู้จนเกือบจะสมบูรณ์
กระแสความรู้มากมายหลั่งไหลเข้าสู่จิตใจของหลงเฉิน... เมื่อเขาค้นพบชื่อของทักษะศักดิ์สิทธิ์นี้ จิตของเขาก็ออกมาจากห้วงจิตไร้ที่สิ้นสุดและมองเห็นร่างกายของตัวเอง
ในเวลานี้ ร่างกายของเขาปกคลุมไปด้วยเกล็ดมังกรและเดือยกระดูกแหลม ความแข็งแกร่งของร่างกายเพิ่มพูนขึ้นนับสิบเท่า ปราณสีแดงอ่อนกลายเป็นสีแดงโลหิตอย่างสมบูรณ์
ทุกคนต่างตกตะลึงไปตาม ๆ กันเมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงบนร่างกายของหลงเฉิน ทั้งคนตระกูลหยางและคนอื่น ๆ หยุดต่อสู้กันอย่างช้า ๆ!
‘มันเหมือนกับการแปลงร่างในคืนนั้น แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือ... จากนี้ไป ข้าจะสามารถควบคุมการแปลงร่างนี้ได้แล้ว...’
“มันคือ... วิชาแปลงร่างวิญญาณมังกร!”
เมื่อสัมผัสได้ว่าตนเองทรงพลังมากขึ้น หลงเฉินก็แสยะยิ้มออกมา เขารู้ว่าทุกคนกำลังตกตะลึงกับความเปลี่ยนแปลงของเขา ทั่วทั้งบริเวณต่างเงียบกริบ จนกระทั่งมีใครบางคนพึมพำออกมา
“...นั่นน่าจะเป็น ...วิชาแปลงร่างวิญญาณอสูรของนักรบอสูรนี่ เขากลายเป็นนักรบอสูรในตำนานไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”
เมื่อคำว่า ‘นักรบอสูร’ ดังขึ้นในหมู่ผู้คน พวกเขาต่างรู้สึกว่าหลงเฉินแข็งแกร่งขึ้นกว่าเมื่อก่อน บ้างก็รู้สึกยินดี บ้างก็รู้สึกวิตกกังวล
ส่วนไป๋จ้านสงที่กำลังตื่นตระหนกก็ยังคงยืนอยู่เบื้องหน้าหลงเฉิน อย่างไรก็ตาม คลื่นพลังโลหิตที่ทรงพลังของหลงเฉินก็ทำให้สีหน้าของเขาซีดเผือด!
ก่อนที่ทุกคนจะรู้สึกตัว ดวงตาของหลงเฉินก็จับจ้องอยู่ที่ไป๋จ้านสง เขาแปรเปลี่ยนเป็นร่างสีโลหิตและพุ่งเข้าใส่ไป๋จ้านสงต่อหน้าผู้คนที่กำลังตื่นตะลึง!
ขณะเคลื่อนที่ มือของเขาก็ร่ายผนึกอย่างรวดเร็วจนปรากฏศีรษะสีโลหิตทั้งเก้าออกมา ยิ่งไปกว่านั้น เงามังกรศักดิ์สิทธิ์ก็เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ พวกมันโอบรัดรอบแขนของหลงเฉินและส่งเสียงคำรามอย่างน่าสะพรึงกลัว พลังผันผวนที่มือของเขาส่งผลให้หัวใจของผู้คนโดยรอบเย็นยะเยือก!
ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อและปราณแท้จริงปริมาณมหาศาล เมื่อหลงเฉินใช้วิชามังกรลึกล้ำที่แข็งแกร่งที่สุด เขาก็สัมผัสได้ว่าคลื่นพลังในร่างกายของหลงเฉินนั้นร้ายกาจจนแม้แต่ยอดฝีมือที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปดอย่างเขายังถึงกับหายใจไม่ออก
“พลังของกระบวนท่านี้ แม้แต่ผู้ที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปดก็ทำได้ยากยิ่ง!”
ยอดฝีมือที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปดจากตระกูลอื่นในเมืองพฤกษาหมอกเอ่ยขึ้นด้วยความตกตะลึง
ผู้นำตระกูลไป๋เองก็เห็นหลงเฉินใช้กระบวนท่าอันทรงพลังนี้เช่นกัน แต่สายตาของเขาเฉียบคมกว่านั้น เขารู้ว่ากระบวนท่านี้อาจจะมีบางอย่างที่มากกว่าความน่าสะพรึงกลัว ดังนั้นสีหน้าของเขาจึงเปลี่ยนไปและร้องตะโกนออกมา
“สงเอ๋อร์ รีบหลบเร็วเข้า!”
แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว เมื่อเห็นว่าหลงเฉินทรงพลังเช่นนี้ ดวงตาของไป๋จ้านสงก็เต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ ตอนที่เขาจู่โจมหลงเฉินก่อนหน้าถูกขวางไว้ด้วยม่านแสงสีแดงดุจเลือด แต่ในตอนนี้เขาสัมผัสได้ว่าม่านแสงนั้นได้อันตรธานหายไปแล้ว นับเป็นโอกาสครั้งที่สองที่เขาจะสามารถฆ่าหลงเฉินได้! เขาจึงไม่หนีไปไหน
“เจ้าเด็กเหลือขอ พ่อของเจ้าถูกข้าฆ่าตาย และในวันนี้ เจ้าก็ต้องตายด้วยน้ำมือของข้า มันคือโชคชะตาของครอบครัวเจ้า เมื่อครู่ข้ายังใช้วิชายมโลกเก้าโคจรฆ่าเจ้าไม่ได้ แต่ข้าจะให้เจ้าได้ลิ้มรสมันอีกครั้ง!”
“ดัชนีสวรรค์ทมิฬ ยมโลกเก้าโคจร!”
“เจ้าแน่ใจงั้นรึ?”
ขณะที่หลงเฉินกำลังพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง ผนึกมังกรลึกล้ำก็ก่อร่างขึ้นอย่างสมบูรณ์ ด้วยแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลัง หลงเฉินดูราวกับมังกรศักดิ์สิทธิ์สีแดงเก้าหัวที่คำรามก้องกัมปนาทและพุ่งเข้าใส่ไป๋จ้านสง ทำให้พื้นหินบนทางเดินแตกกระจายกลายเป็นฝุ่นปลิวว่อนไปในอากาศ
‘ท่านพ่อ ท่านคงละอายใจที่ถูกคนกระจอกอย่างไป๋จ้านสงฆ่าตายและไม่มีหน้ามาบอกข้า แต่ในวันนี้ ข้าจะล้างแค้นให้ท่านเอง’
มังกรโลหิตทั้งเก้าตัวทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน เวลานี้เอง ยมโลกเก้าโคจรของไป๋จ้านสงก็พุ่งตรงมาที่หลงเฉิน ยมโลกเก้าโคจรที่เคยทำร้ายหลงเฉินก่อนหน้านี้ได้สะท้อนกลับและแตกสลายไปด้วยผนึกมังกรลึกล้ำสีแดงโลหิต พลังของมันบดขยี้ร่างของไป๋จ้านสงซึ่งเกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมาเพราะมิอาจรับความจริงได้ เสื้อผ้าและทุกสิ่งทุกอย่างของเขาถูกทำลายในทันที!
“สงเอ๋อร์!”
“พี่สาม!”
“น้องสาม!”
เหล่ายอดฝีมือในตระกูลไป๋กำลังเข้าไปช่วยไป๋จ้านสง ทว่าคราวนี้ ผู้นำตระกูลหยางและคนอื่น ๆ ต่างยิ้มเยาะและพุ่งมาขัดขวางพวกเขาไว้
เมื่อเห็นว่าหลงเฉินแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ พวกเขาทุกคนจึงตกตะลึงอย่างมาก โดยเฉพาะหยางเสวี่ยชิง ในเวลานี้ หลงเฉินที่ดูห้าวหาญยังคงครองใจของนางอยู่ วิชาแปลงร่างวิญญาณมังกรที่สมบูรณ์แบบทำให้หัวใจของนางเปี่ยมไปด้วยรู้สึกภาคภูมิใจ
‘ในอดีต ข้าทำผิดถึงเพียงนั้นเชียวหรือ? ข้าคิดอะไรอยู่กันแน่? ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็คือลูกของข้า...’
และหลังจากที่หลงเฉินเอาชนะไป๋จ้านสงซึ่งบรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปดต่อหน้าทุกคน คนอื่น ๆ ที่อยู่โดยรอบต่างก็นิ่งเงียบและหวาดกลัวจับใจ
เมื่อมียอดฝีมือที่เก่งกล้าเย้ยฟ้าท้าดินปรากฏตัวขึ้นในตระกูลหยาง ในภายภาคหน้า สถานการณ์ของตระกูลไป๋ที่เคยเป็นที่หนึ่ง และตระกูลหยางเป็นรองในเมืองพฤกษาหมอกคงต้องเปลี่ยนไป
ทุกคนต่างจับจ้องไปที่ร่างสีแดงดุจเลือดและกลืนน้ำลายไปตาม ๆ กัน
‘นั่นใช่เด็กหนุ่มจอมเสเพลคนเดิมจริง ๆ รึ?’
ความขัดแย้งอย่างมหาศาลที่เกิดขึ้นภายในใจทำให้ทุกคนรู้สึกหวาดกลัว
เวลานี้ สถานการณ์ตึงเครียดได้เปลี่ยนไปแล้ว ก่อนหน้าที่ตระกูลไป๋กดขี่ข่มเหงตระกูลหยาง และไป๋จ้านสงทำร้ายหลงเฉินจนเกือบถึงชีวิต ทว่าสถานการณ์กลับตาลปัตรอย่างสิ้นเชิง ตระกูลหยางกลายเป็นฝ่ายกดดันตระกูลไป๋และหลงเฉินทำร้ายไป๋จ้านสง หลังจากที่หลงเฉินใช้วิชาผนึกมังกรลึกล้ำทำร้ายไปจ้านสงจนบาดเจ็บสาหัส ทุกคนต่างสงสัยว่าเฉินหลงจะทำเช่นไรต่อไป
ในบรรดาคนตระกูลหยาง หยางหยุนเทียนมองดูร่างสีแดงโลหิตนั้นขณะที่เขาทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด พลางตระหนักว่าเขาจะไม่มีวันแก้แค้นให้บุตรชายได้อีกแล้วในชีวิตนี้
หลงเฉินในตอนนี้ดูราวกับพญาวิหคที่โบยบินอยู่กลางท้องนภา ซึ่งหยางหยุนเทียนไม่มีวันแตะต้องได้เลย
ขณะที่หยางหลิงชิงจ้องมองไปยังผู้ที่เคยปกป้องนางไว้ น้ำตาก็เริ่มเอ่อล้นออกมาจากสองตา
ในใจของนาง หลงเฉินในตอนนี้ได้กลายเป็นดั่งเทพผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ไปแล้ว
“เจ้าหนู ปล่อยลูกชายของข้าไปเถอะ! ”
เมื่อเห็นว่าไป๋จ้านสงที่บาดเจ็บสาหัสถูกหลงเฉินจับตัวไว้ ผู้นำตระกูลไป๋จึงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง
เมื่อเห็นสีหน้าเจ็บปวของเขา หลงเฉินก็หัวเราะอย่างเย็นชา
“บาปแห่งสวรรค์ยังสามารถได้รับการอภัย แต่บาปที่เจ้าก่อขึ้นเองนั้นไม่อาจอภัยให้ได้หรอก!”
จากนั้น เขามองไป๋จ้านสงที่อยู่ในเงื้อมมือ ไป๋จ้านสงในตอนนี้ไม่ต่างจากไป๋ซื่อจีเมื่อตอนเช้า ทั้งสีหน้าซีดเผือดและกระอักเลือดสีดำออกมา เขามองหลงเฉินด้วยความหวาดกลัว สายตาที่เคยกังขากลับกลายเป็นสายตาอ้อนวอนด้วยความสิ้นหวัง
“ไว้ชีวิตข้าเถอะ ได้โปรด ข้าไม่อยากตาย...”
เมื่อเห็นว่าไป๋จ้านสงขี้ขลาดตาขาวถึงเพียงนี้ หลงเฉินยิ่งดูแคลนเขามากกว่าเดิม เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เสียใจตอนนี้ก็สายเกินไปแล้ว หากเจ้าไม่ได้บอกข้าว่าเจ้าเป็นคนฆ่าพ่อของข้า มันก็คงไม่เลวร้ายถึงเพียงนี้หรอก แต่ในเมื่อตอนนี้ข้ารู้ความจริงแล้ว ข้าก็จะทำให้เจ้าตายอย่างน่าสมเพชที่สุด”
ขณะที่เขาพูด เสียงของหลงเฉินก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ จนทุกคนที่อยู่ที่นั่นล้วนได้ยินเขา และรู้ว่าหลงฉิงหลานตายด้วยน้ำมือของไป๋จ้านสง
ไม่แปลกใจเลยที่ดวงตาของหลงเฉินที่มองเขาจึงได้เต็มไปด้วยความเกลียดชังสุดขั้วหัวใจ!
“หากเจ้าจะโทษใครสักคน เช่นนั้นก็โทษตัวเองเถอะที่ไม่ฆ่าข้าให้ตายตั้งแต่แรก แล้วเจ้ายังบอกให้ข้ารู้ความจริงและทำให้ข้าโกรธอีก แต่ข้าจะไม่ทำผิดพลาดเช่นที่เจ้าทำหรอก!”
ไป๋จ้านสงสังหรณ์ใจไม่ดีภายใต้สายตาที่จับจ้องของหลงเฉิน ดวงตาสีแดงดุจเลือดของเขาทำให้ไป๋จ้านสงสั่นเทิ้มอย่างมิอาจควบคุมได้และเริ่มกรีดร้องอย่างน่าสมเพช เมื่อรู้สึกราวกับเลือดในร่างกายแปรเปลี่ยนเป็นใบมีดแหลมคมทิ่มแทงไปยังกล้ามเนื้อและผิวหนังทั่วทุกตาราง และถูกสูบกลืนเข้าไปในเกล็ดอันแปลกประหลาดของหลงเฉิน!
นี่เป็นครั้งแรกที่หลงเฉินใช้วิชาสกัดโลหิตสลายปราณกับมนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่
“เพราะเจ้าฆ่าพ่อของข้า เช่นนั้นแล้วข้าก็จะปฏิบัติต่อเจ้าเป็นพิเศษ ไป๋จ้านสง จงดื่มด่ำกับความรู้สึกนี้เสียเถอะ!”
ในเวลานั้น เสียงกรีดร้องโหยหวนของไป๋จ้านสงและเสียงอ้อนวอนขอความเมตตาทำให้ทุกคนต่างรู้สึกขวัญผวา เมื่อมองไปที่ร่างสีแดงดุจเลือดที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง พวกเขาทุกคนผงะถอยออกไปหลายก้าว
เมื่อได้ยินเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าขนลุกของบุตรชาย ดวงตาของผู้นำตระกูลไป๋ก็แดงก่ำ เขาคำรามออกมา
“หยางชางชง หลีกทางไปและปล่อยลูกชายข้าเดี๋ยวนี้ ตระกูลหยางของเจ้ารนหาที่ตายเสียแล้ว!”
สีหน้าของผู้นำตระกูลหยางยังคงไม่เปลี่ยนแปลงขณะโจมตีต่อไปไม่หยุด
“ข้าก็อยากจะถามเจ้านัก อายุปูนนี้แล้ว เจ้ายังแสร้งทำตัวไร้เดียงสาและน่าขันมาถึงตอนนี้ได้อย่างไร? หากไป๋จ้านสงเอาชนะเฉินเอ๋อร์ได้ ตระกูลไป๋ของเจ้าจะยอมปล่อยพวกเราไปอย่างนั้นรึ?”
ผู้นำตระกูลหยางทวนคำพูดที่ผู้นำตระกูลไป๋เคยพูดกับเขา และเขาก็รู้สึกเปรมปรีดิ์ที่ได้ทำเช่นนั้น ความจริงแล้ว เขาเป็นคนที่รู้สึกเศร้าสลดมากที่สุดในคืนนี้ ช่วงเวลาแห่งความเป็นพี่น้องของเขาแตกสลายไปด้วยเรื่องที่เกิดขึ้น แม้ว่าเขาจะไม่ได้พูดออกมาดัง ๆ แต่ก็นับได้ว่ามันส่งผลกระทบต่อเขาอย่างรุนแรงทีเดียว
ค่ำคืนนี้ เสียงร้องโหยหวนของไป๋จ้านสงได้ฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของทุกคน เมื่อพวกเขาเห็นเลือดสีแดงสดที่ถูกรีดออกมาจากผิวหนังของไป๋จ้านสงและหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของหลงเฉิน ทุกคนต่างก็สูดหายใจเอาอากาศเย็นยะเยือกเข้าไปจนขนหัวลุก ด้วยวิธีของหลงเฉินในตอนนี้ทำให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัวจับหัวใจ
เลือดของไป๋จ้านสงเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและปราณแท้จริงปริมาณมาก เลือดนี้เป็นประโยชน์ต่อหลงเฉินมากกว่าหยกวิญญาณหรือผลึกอสูรเสียอีก ในเวลานี้ แก่นโลหิตของไป๋จ้านสงที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปดถูกหลงเฉินสกัดออกมาอย่างสมบูรณ์ พลังปริมาณมากหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของหลงเฉิน ทำให้เขารู้สึกอิ่มเอมใจอย่างมาก
‘ได้เวลาบรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นเจ็ด เส้นชีพจรมนุษย์มังกรแล้ว!’
************************