ระบบฝึกสัตว์อสูร
เล่ม 1
รัชทายาทผู้ไร้ค่า
บทที่ 1
บทนำ
อีกเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้นข้าก็จะสามารถขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดของยุทธภพได้แล้วแต่เหตุใดเหตุใด์ถึงกลั่นแกล้งข้าเช่นนี้ อีกเพียงแค่ก้าวเดียวข้าก็จะไปอยู่บนจุดสูงสุดแต่เหตุใดถึงตกต่ำลงมาถึงจุดต่ำสุดได้
เปลวเพลิงแห่งชีวิตที่มันกำลังมอดดับข้าขอวิงวอนแก่์เริ่มต้นใหม่อีกครั้งใน่วาระสุดท้ายของชีวิตผู้ใดจะคิดว่าแสงแห่งความหวังอันริบหรี่ถูกตอบสนองโดยฟ้าดิน
์มอบชีวิตใหม่ให้กับข้าและถือกำเนิดใหม่ภายในดินแดนอันไกลโพ้นแตกต่างจากสถานที่ที่เคยอยู่อย่างสิ้นเชิง
มีอย่างเดียวที่คล้ายกันนั่นก็คืออารยธรรมและการฝึกฝนวรยุทธภายในสถานที่แห่งนี้มันมีรูปแบบที่คล้ายกับดินแดนที่ตัวของข้านั้นจากมา
ตัวของข้านั้นมีนามว่าจางิบุรุษผู้ที่ฝึกฝนวรยุทธจนไปอยู่ในระดับสูงสุดเกือบจะก้าวขึ้นไปอยู่เหนือฟ้าดินและยืนอยู่บนจุดสูงสุดของยุทธภพ
เพียงแต่ว่า์กลั่นแกล้งโชคชะตานั้นช่างเล่นตลกอีกเพียงแค่ก้าวเดียวก็จะสามารถบรรลุจุดสูงสุดและขึ้นกลายเป็เซียนได้แต่ว่าช่างน่าเสียดายความฝันนั้นมันพังทลายลงไป
เพียงแค่ก้าวพลาดเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นสุดท้ายชีวิตมันก็ต้องจบสิ้นตกต่ำลงมาจนถึงขีดสุด
แต่ดูเหมือนว่า์นั้นจะไม่ได้ทอดทิ้งตัวของข้าไว้เพียงเท่านั้นกงล้อแห่งโชคชะตานั้นยังหมุนเวียนต่อไป์ยังคงให้โอกาส
แม้ว่าในชีวิตนั้นจะไม่สามารถขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดของยุทธจะพบได้แต่ก่อกำเนิดใหม่ภายในร่างใหม่ที่ดินแดนอันไกลโพ้น
ชาติกำเนิดอันสูงส่งถือกำเนิดขึ้นมาภายในราชวงศ์ชิงเป็หนึ่งในมหาอาณาจักรทั้งห้าของ มหาทวีปแห่งนี้ที่ชื่อว่ามหาทวีปนิรันดร์
แม้จะถือกำเนิดขึ้นมาภายในทวีปแห่งนี้ชาติกำเนิดอันสูงส่งไม่ได้ต่ำต้อยเหมือนชาติกำเนิดก่อนหน้านี้แต่ว่าโชคชะตานั้นก็ไม่ได้เข้าข้างเพียงอย่างเดียวควรจะเรียกว่าโชคชะตาเล่นตลกเสียด้วยซ้ำ
ชาติกำเนิดแม้จะสูงส่งแต่กับถือกำเนิดขึ้นมาเป็คนไร้พร์เขาถือกำเนิดขึ้นมาภายในชาติกำเนิดที่แตกต่างและสถานที่ภายในดินแดนอันไกลโพ้นถือกำเนิดขึ้นมาด้วยนามเดิมแต่ชาติกำเนิดนั้นแตกต่างออกไป
แต่ถือกำเนิดมาเป็คนไร้พร์ไม่สามารถฝึกฝนวรยุทธได้ตลอดทั้งชีวิตโชคชะตานั้นช่างเล่นตลกผู้ที่หาความแข็งแกร่งและฝึกฝนวรยุทธมาตลอดทั้งชีวิตเช่นตัวของเขาเหตุใดถึงเป็เช่นนี้
“ บัดซบเหตุใดถึงเป็เช่นนี้” เสียงของเด็กหนุ่มวัย 16 ปีทำการเร่งเสียงขึ้นก่อนจะยกฝ่ามือและทุบลงไปที่โต๊ะไม้เบื้องหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าเกิดเป็เสียงดัง“ ปั้ง!!! ” “ ปั้ง!!!! ” “ ปั้ง!!! ”
เสียงของกำปั้นที่ทุบลงไปที่โต๊ะอย่างสุดแรงเพื่อระบายความรู้สึกที่อยู่ภายในใจเป็ของเด็กหนุ่มที่กำลังยืนอยู่ภายในห้องโถงอันกว้างขวางเพียงแค่ตัวคนเดียวภายในสถานที่แห่งนี้ไม่มีผู้ใดเสียงที่มันดังขึ้นมาก็มีเพียงแค่เสียงฝ่ามือของเขา
ยามที่เสียงของฝ่ามือดังขึ้นเป็จังหวะเงียบสงบลงทั่วทั้งบริเวณก็ตกอยู่ภายในความเงียบภายในสถานที่แห่งนี้แม้ว่าจะเป็ห้องโถงที่มีความกว้างขวางแต่ว่ามันกลับไร้ซึ่งของตกแต่ง
มองดูมันเองก็มีเพียงแค่สถานที่ที่ว่างเปล่า
เด็กหนุ่มที่กำลังยืนอยู่ภายในห้องโถงแห่งนี้ด้วยตัวคนเดียวคือจางิถ้าเรียกอย่างถูกต้องเขาคือองชายลำดับที่หนึ่งหรือเรียกง่ายง่ายว่าเป็รัชทายาทแห่งราชวงศ์ชิง
ในตอนนี้ความรู้สึกภายในอกนั้นเต็มไปด้วยความอัดอั้นเขาค่อยค่อยยกฝ่ามือทั้งสองข้างของตนเองขึ้นมาจับกุมบริเวณใบหน้า
ในชีวิตที่แล้วเขาเป็ถึงผู้ที่ฝึกฝนวรยุทธที่เกือบจะสามารถบรรลุจุดสูงสุดแล้วขึ้นกลายเป็เซียนไปได้แต่์นั้นกลั่นแกล้งทำให้ความพยายามในตอนนั้นไร้ผลแม้จะถือกำเนิดใหม่โดยเจตนารมย์ของ์จะกลับไปเป็คนไร้ความสามารถ
เมื่อลองคิดดูแล้วร่างกายนี้แม้จะถือกำเนิดชาติตระกูลสูงส่งมีทุกอย่างครบครันแต่กลับไม่สามารถฝึกฝนวรยุทธได้
ภายในมหาทวีปนิรันดร์แห่งนี้จะสามารถฝึกฝนได้ั้แ่ใน่วัยประมาณเจ็ดปีเพียงแต่ว่าใน่อายุเจ็ดปีที่เริ่มทำการฝึกฝนวรยุทธความจริงอันน่าตกตะลึงก็ปรากฏออกมา
ความจริงอันน่าตกตะลึงที่ว่าเขาไม่สามารถฝึกฝนวรยุทธได้คนทั่วไปถ้าสามารถฝึกฝนวรยุทธได้ภายในร่างกายจะมีตันเถียนที่มีลมปราณไหลเวียนและก็มีเส้นชีพจรมากมายที่สามารถนำพาลมปราณเลี้ยง
เพียงแต่ว่าร่างกายนี้มันไม่ใช่ถือกำเนิดมาภายในราชวงศ์แต่ภายในร่างกายกลับไม่มีลมปราณเลยแม้เพียงนิดเดียวเรียกง่ายง่ายว่าเป็คนธรรมดา
โดยผู้คนนั้นพูดกันว่าน้อยคนนักที่จะถือกำเนิดมาโดยที่ร่างกายนั้นไม่สามารถฝึกฝนได้มันคือเจตนาของ์นั่นคือคำที่เหล่าผู้คนนั้นพูดเพราะว่าโอกาสที่จะมีคนซักคนถือกำเนิดขึ้นมาโดยที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้มันมีน้อยเป็อย่างมากอาจจะเกิดหนึ่งสิบล้านคน
เมื่อลองคิดดูแล้วโชคชะตาและช่างเล่นตลกเขายกฝ่ามือทั้งสองข้างขึ้นมาจับกุมบริเวณใบหน้าและอยากจะส่งเสียงกรีดร้องออกมา
ตลอดทั้งชีวิตใฝ่หาความแข็งแกร่งฝึกฝนวรยุทธมาโดยตลอดอยากจะสามารถขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดได้
แม้ว่าในชีวิตก่อนจะไม่สามารถขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดได้กำเนิดใหม่มาในชีวิตนี้มีชาติตระกูลที่เพียบพร้อมแต่กลับไร้ซึ่งพร์
ถือกำเนิดเป็องค์ชายรัชทายาทแต่ไม่สามารถฝึกฝนวรยุทธได้เป็คนไร้ความสามารถผู้คนนั้นเริ่มดูถูกตำแหน่งเริ่มสั่นะเื
ใน่วัยเจ็ดปีแม้ว่าจะไม่สามารถฝึกฝนวรยุทธได้แต่ผู้คนก็คาดหวังว่าในสักวันอาจจะฝึกฝนได้แต่ว่าเขาไม่สามารถควบคุมได้จริงๆ
เหล่าขุนนางเริ่มต่อต้านสุดท้ายแล้วโดยพวกราชวงศ์ทำการขับไล่มาอยู่ภายในตำหนักที่อยู่ด้านหลังเป็ตำหนักเล็กๆที่ไร้ซึ่งผู้คน
คนที่ไร้ความสามารถแน่นอนว่าไม่มีผู้ใดยกย่องไม่มีผู้ใดเคารพนับถือนี่คือกฎเกณฑ์ของใต้หล้าแห่งนี้ที่ถูกกำหนดมาตั้งนานแล้วเขาเตียมใจไว้ตั้งนานแล้วั้แ่ตอนอายุเจ็ดปีในตอนนั้นที่ไม่สามารถฝึกฝนวรยุทธได้เขารู้ได้ในทันทีว่าตนเองต้องสูญเสียทุกอย่าง
เพราะไม่สามารถฝึกฝนวรยุทธได้เลยต้องสูญเสียทุกอย่างเมื่อไม่มีความสามารถผลภายในราชวงศ์คงจะไม่ยอมให้เขาขึ้นของบัลลังก์อย่างแน่นอน
เพราะแบบนั้นทุกอย่างก็เลยเป็เช่นนี้โดนขับไล่ไม่อยู่ภายในวังหลังที่ไร้ซึ่งผู้คนภายในตำหนักที่ว่างเปล่าและอยู่เพียงแค่ตัวคนเดียวผ่านมาหลายปีเค้าก็ยังไม่สามารถฝึกฝนได้
ไม่สามารถฝึกฝนวรยุทธ่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาพยายามหาวิถีทางทุกวิถีทางในการแต่ก็ไม่สามารถฝึกฝนได้
หลังจากที่ทำการพยายามหาวิถีทางมาเป็เวลานานในยามนี้ภายในใจถูกบั่นทอนด้วยความรู้สึกอันยาวนานเ่าั้จนรู้สึกเหนื่อยล้า
ดวงตาทั้งสองข้างของเขาเต็มไปด้วยความเรียบเฉยกวาดไปมองบริเวณรอบรอบภายในห้องแห่งนี้ที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่าไม่มีผู้ใดอยู่ภายในบริเวณนี้เลย
เขาอาศัยอยู่ภายในตำหนักแห่งนี้มาเป็เวลานานถึงความรู้สึกที่กัดกินภายในจิตใจนี้มันอันใดกัน? แม้ว่าชีวิตก่อนจะถึงกำเนิดมาเป็เพียงแค่ศิษย์ของสำนักหนึ่งเล็กๆแต่ก็สามารถฝึกฝนสามารถสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับตนเองได้แต่ภายในชีวิตนี้ไม่สามารถฝึกฝนชีวิตของเขานั้นก็กลับสูญเสียทุกอย่าง
ภายในใจของเขารู้สึกสาปแช่งโชคชะตาและ์ฟันภายในปากกัดกระทบกันแน่นดวงตาเต็มไปด้วยความเ็ป
ในขณะที่ยืนอยู่ภายในห้องโถงแห่งนี้เพียงผู้เดียวเสียงฝีเท้าหนึ่งดังแว่วมาจากบริเวณด้านนอกร่างกายของเขาค่อยค่อยหันไปมองบริเวณด้านหลังอย่างช้าๆ
หลังจากที่ใช้ดวงตาของตนเองหันไปมองบริเวณด้านหลังก็พบเห็นร่างของทหารทำการเคลื่อนที่เข้ามาภายในตำหนักแห่งนี้นำมาโดยแม่ทัพผู้หนึ่งที่สวมใส่ชุดเกราะ
มันก้าวเข้ามาภายในสถานที่เท้าทั้งสองข้างของมันหยุดลงชายผู้นั้นเป็ชายวัยกลางคนที่สวมใส่ชุดเกราะเป็หนึ่งในแม่ทัพของราชวงศ์
ดวงตาของมันจ้องมองมาที่เขาด้วยความจริงจังจางิผู้ที่กำลังยืนอยู่ก็ใช้ดวงตาของตนเองมองตรงกับไปเช่นเดียวกัน
เขาใช้ดวงตาของตนเองเหมาะสมกับใครที่มันทั้งสองประเชิญหน้ากันภายในใจของจางิรู้อยู่แล้วว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น
ทหารผู้นั้นทำการกางราชโองการดึงออกมาก่อนที่จะประกาศกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “ องค์รัชทายาทจางิคำสั่งจากองค์ฝ่าาราชโองการสำคัญสั่งปลดองค์รัชทายาทเนรเทศไปชายแดนทิศบูรพาถูกปลดจากยศฐาแล้วก็บรรดาศักดิ์ของราชนิกุลทุกอย่างไม่มีอำนาจอะไรทั้งสิ้นเร่งเดินทางในวันนี้” มันทำการประกาศออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหนักแน่น
ในดวงตาของมันจ้องมองตรงมาที่เขาในตอนนี้มองดูก็รู้ได้ทันทีว่ามันนั้นไม่ได้มีความเคารพแก่เขาเลยแม้แต่น้อยสำหรับผู้ที่ไม่สามารถฝึกฝนวรยุทธต่ำต้อยไม่ได้แตกต่างจากคนธรรมดาแล้วก็เศษขยะภายในสายตาของพวกมัน
หลังจากที่มันกล่าวราชโองการที่ได้รับเสร็จมันก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม “ เชิญอดีตองค์รัชทายาทเก็บของแล้วก็เดินทางออกไปจากวังติดตามพวกข้าไปที่ชายแดนทิศบูรพาในวันนี้ด้วย”
จางิที่ยืนอยู่บริเวณด้านหน้าแม้จะเจ็บใจทั้งชีวิตก่อนของเขาไม่เคยมีผู้ใดดูถูกเขาเช่นนี้มาก่อนและมองด้วยสายตาเช่นนี้มาก่อน
ฟันภายในปากของเขากัดกระทบกันแน่นฝ่ามือนั้นถูกก่ำแน่นแม้ฉันเจ็บใจแต่ก็ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้
เขาก้มหน้าของตนเองแล้วก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เจ็บใจว่า “ เข้าใจแล้ว… ”
จบบท