และในจังหวะที่อ้วนใกล้จะฟินสุดขีด โสตประสาทก็แว่วเสียงแหวกอากาศ
“ วิ้ว……ปัง ”
เสียงนั้นดังกังวานราวกับลูกระเบิด และจุดปะทะคือขมับของนายอ้วน ซึ่งมันแรงพอจะส่งให้ร่างใหญ่โตหนักกว่าร้อยกิโลกระเด็นไกล พร้อมสลบเหมือดในบัดดล
“ เฮ้ย! อะไรกันวะ ” กรรมกรอีกคนตาเหลือก เพราะผู้ที่ทำดาเมจใส่จนเล่นเอาลูกพี่ใหญ่ลอยละลิ่ว ก็คือ “ยอด”
แต่แทนที่อดีตทหาร&นักโทษจะเจรจาด้วย เขากลับใช้ฝ่าเท้าข้างที่เตะอ้วน ฟาดไปที่ปลายคางของกรรมกรหนุ่ม ส่งผลให้คนที่โดนบาทา ชักตาตั้งไปอีกคน
“ อั้ก ”
ศรีสมรกะพริบตาถี่รัว ในใจรู้สึกสงสัยและสับสน ทำไมยอดถึงมาช่วยเธอ เพราะเท่าที่จำได้ เขาอ่อนเพลียจนหลับคาอ่างไปแล้วนี่นา แต่ลึกๆก็นึกดีใจ ด้วยถึงยังไง หมอนี่ก็ดูดีกว่าช้างตกมันอย่างนายอ้วนเป็นกอง
พอยอดเห็นสีหน้าที่ดูงุนงงของคุณนายสาว เขาก็ยิ้มให้เล็กน้อย ก่อนจะกล่าวยียวนตามแนวทางของตัวเอง
“ หึ หึ ตกใจล่ะสิ ลืมบอกไป ผมน่ะฟื้นตัวเร็วสุดๆ ไม่เชื่อก็ดูนี่ ” ทันทีที่พูดจบ ยอดก็ปลดผ้าขนหนูที่พันกายออก และสิ่งนั้นเกิดขึ้นรวดเร็วจนศรีสมรรับไม่ได้
“ ว้าย! ”
“ เหอ เหอ คุณนายจะตกใจทำไม ทำเป็นไม่เคยเห็นไปได้ ” ยอดหยอกเย้า พร้อมทอดสายตาไปยังเรือนร่างกึ่งเปลือยของศรีสมร ก่อนจะเลื่อนโฟกัสลงต่ำ ทำให้คุณนายสาวต้องมองตาม เลยพบกับสองขาอวบอัดที่ถ่างกว้าง
“ ว้าย! ” ศรีสมรกรีดร้องอีกครั้ง ก่อนจะรีบเอาชายเสื้อคลุมปิดบังกายเปลือย แต่ไม่ทันสำเร็จ ก็ถูกยอดรุดเข้ามาจับข้อมือไว้ก่อน พร้อมแทรกกายเข้าไปตรงกึ่งกลาง เพื่อทำการชำแรกอีกคราว
“ จะหนีไปทำไม สวรรค์กำลังรอคอยคุณนายอยู่ตรงหน้า มาเสพสุขกันให้หนำใจก่อนสิ ”
“ ม่าย…..หยุดนะ ” คุณนายสาวร้องเสียงหลง แต่ไม่ทันแล้ว ยอดได้สอดใส่เป็นที่เรียบร้อย ดวงตาของศรีสมรจึงเบิกโพลง
“ ฮ้า……”
…………………………
จ๋าเดินนำแมนถึงคฤหาสน์ของคุณนาย ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นาน แต่พอถึงประตูทางเข้าที่ทำมาจากไม้เนื้อหนาสลักลาย หนุ่มหล่อผมยาวก็เปลี่ยนมาขึ้นหน้าแทนตามสัญชาตญาณ
“ เอ๊ะ! ” จ๋าตกใจเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาสงบ เมื่อแมนหันมากล่าว
“ ต่อจากนี้อันตรายครับ คุณจ๋าหลบข้างหลังผมดีกว่า ”
“ อ้อ กะ ก็ได้ค่ะ ” เมื่อทุกสิ่งดูสมเหตุผล จ๋าจึงยอมรับฟัง
แมนค่อยๆยื่นมือไปจับลูกบิด ทุกสิ่งดูเชื่องช้าและแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าทวารเบื้องหน้าจะมีชีวิต และวิ่งไปฟ้องเหล่าคนร้ายที่กำลังย่ำยีคุณนายสาว พอแตะมัน หนุ่มผมยาวก็เริ่มขยับ ผลก็คือ….กลอนคลายตัวอย่างง่ายดาย เนื่องจากมันไม่ได้ล็อค
“ แอ๊ด ” ประตูแง้มเปิดช้าๆ ทว่าก็ยังปรากฏเสียงให้ระคายหู แน่นอนว่าสิ่งนี้ทำให้สองหนุ่มสาวรู้สึกหนาวๆร้อนๆ ด้วยกลัวว่าจะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น
“ เสียงของพวกเราจะไปถึงหูของมันมั้ยนะ ”
เมื่อเช่นนี้ ทั้งสองจึงนิ่งอยู่พักหนึ่ง พอเห็นว่าเหตุการณ์สงบลง ก็ค่อยๆแง้มประตูต่ออย่างบรรจง
“ แอ๊ด ”
ทันทีที่ประตูเปิดกว้าง สองหนุ่มสาวก็เห็นสภาพภายในบ้าน อันโอ่โถงเหมือนทุกคราว ผิดก็แต่มันคงความเงียบ และคล้ายจะแฝงบรรยากาศดำทะมึนที่พร้อมจะหลอกหลอนผู้คนที่ก้าวเข้ามา
“ ทั้งที่เราเคยเข้ามาที่นี่นับครั้งไม่ถ้วน แต่เอ เหมือนบ้านจะดูแปลกๆไป ” จ๋านึกสงสัย ซึ่งไม่ต่างจากแมนที่คิดตรงกัน
“ อย่างกับคนละบ้านกับที่เราเคยย่องเข้ามาเมื่อคราวก่อน ”
ทว่าทั้งสองก็ต้องเก็บความใคร่รู้ไว้เพียงแค่นั้น เพราะตอนนี้มีเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่ต้องรีบทำอย่างเร่งด่วน นั่นก็คือช่วยเหลือคุณนายสาว
“ ตึก ตึก ตึก ”
ไม่รู้ว่าทุกสิ่งมันเงียบเกิน หรือพวกเขาลงน้ำหนักมากไป เลยทำให้เกิดเสียงฝีเท้าอยู่ตลอด และสิ่งเหล่านั้นคอยทิ่มแทงจิตใจให้พวกเขาเกิดความระแวง
“ เฮือก ”
และหลังจากย่องได้ระยะหนึ่ง สองหนุ่มสาวก็มาถึงส่วนที่เป็นห้องโถง แต่ก็ยังไม่พบเจอผู้ใดอยู่ดี จึงทำให้เกิดความสงสัย
“ เอ คุณนายบอกเราว่ามีคนงานกลุ่มนึงลอบเข้ามาทำมิดีมิร้ายนี่นา แต่ทำไมถึงยังไม่เจอใคร หรือว่าพวกมันจะย้ายไปทำต่อที่อื่น ” คิ้วของจ๋าขมวดนิ่วด้วยปมปริศนา แต่ก่อนที่จะหยิบมือถือขึ้นมาโทรถามคุณนายสาว แมนก็สะกิดหัวไหล่
“ เดี๋ยวก่อน คุณจ๋าอย่าเพิ่งโทรครับ ผมพอจะรู้แล้วว่าคุณนายอยู่ที่ไหน ”
คำของแมนทำให้สาวแว่นดีใจ จึงรีบถามโดยเร็ว
“ จริงเหรอคะ คุณนายอยู่ที่ไหนล่ะ ”
แมนไม่ตอบ แต่ชี้ไปที่ห้องทำงานที่ตอนนี้เปิดประตูอ้าไว้อยู่ พร้อมค่อยๆเอามือจุ๊ปาก เป็นเชิงบอกให้สงบ
“ อ่า…ค่ะ ” จ๋ารับรู้สัญญาณนั้นในทันที แต่ก็ไม่วายต่อคำ ด้วยในใจรู้สึกตื่นเต้นเหลือประมาณ
หลังจากแมนบอกกล่าว เขาก็เหลือบมองรอบตัว เพื่อมองหาสิ่งที่น่าจะเป็นอาวุธ ซึ่งก็มีแค่ไม้กอลฟ์ที่วางพิงผนัง
“ อืม ยังไงก็ดีกว่ามือเปล่า ”
พอทุกสิ่งพร้อมสรรพ แมนก็เตรียมประจัญบาน ด้วยค่อนข้างมั่นใจว่าน่าจะมีอะไรแอบอยู่หลังประตูบานนั้น สองเท้าก้าวไปอย่างช้าๆ สองตาจ้องมองไปข้างหน้าแน่วนิ่ง โดยมีสาวแว่นทรงโตตามหลังมาติดๆ
เมื่อแมนใกล้ถึงหน้าประตู อันเป็นโซนอันตราย เขาก็ค่อยๆชะเง้อหน้าเข้าไปดูข้างในอย่างระมัดระวัง และพอดวงตาจับโฟกัสได้ เลือดในกายก็แทบจับตัวกลายเป็นน้ำแข็ง
“ เอ๊ะ! นั่นมัน ”
เสียงอุทานนั้นดูเป็นลางที่ไม่ดีเอาซะเลย มันทำให้หัวใจของจ๋าเต้นตุ้มๆต่อมๆ แต่ด้วยความห่วงใยเจ้านายผู้ให้เงินเดือน เธอจึงเอ่ยถามทันควัน
“ คุณนายเป็นไงบ้าง เธอโดนพวกนั้นเล่นงานอยู่หรือเปล่า ”
แมนหันกลับมามองจ๋า สีหน้าดูปั้นยาก ก่อนจะบุ้ยใบ้ให้เข้าไปรับรู้ด้วยตัวเอง หญิงสาวจึงทำตามทันที โดยไม่คำนึงถึงอันตราย แต่พอสองเท้าก้าวเข้าไปในห้อง เธอก็ต้องกรีดร้องเสียงดังด้วยความตกใจ
“ กรี๊ด……นี่มันอะไรกันเนี่ย ”
สาเหตุที่ทำให้จ๋าสติแตก ก็คือภาพของสามชายกรรมกรที่สิ้นสติตามมุมต่างๆ ที่ร้ายกว่านั้นคือ “สองในสามได้นอนเปลือยช่วงล่างจนเห็นเครื่องเคราอย่างชัดเจน”
เหมือนแมนจะเคยชินกับอะไรที่แลจัญไรมากกว่า จึงไม่สนจ๋าที่เบือนหน้าหนี พร้อมก้าวเข้าไปสำรวจร่างกายของสามชายกรรมกร
“ อืม แปลกมาก ดูจากสภาพ มีสองคนที่เปลือยเปล่า แถมอาวุธประจำกายก็มีความชุ่มฉ่ำเหลืออยู่ นั่นแปลว่าได้เริ่มเปิดศึกไปบางส่วน แล้วอะไรที่ทำให้พวกมันสิ้นท่าแบบนี้ จะว่าอ่อนเพลียจนหลับใหล ก็ไม่ใช่ เพราะมันต้องเจิ่งนองมากกว่านี้ แถมกรรมกรอีกคนก็ยังสวมเสื้อผ้าครบทุกชิ้น ” ระหว่างที่แมนสวมบทนักสืบอยู่นั้นเอง จ๋าที่ยืนรอหน้าประตู ก็ทนไม่ไหว เลยร้องถาม ใบหน้ายังคงหันมองไปทางอื่น
“ พี่แมนสำรวจเสร็จหรือยัง เราต้องรีบตามหาคุณนายอีกนะ ”
แมนอยากตอบกลับไปว่า “การสำรวจสภาพของเจ้าพวกนี้ มีผลต่อการตามหาคุณนายสาว” แต่ก็ต้องยั้งวาจาไว้ ด้วยสายตาดันเหลือบไปเห็นบางสิ่ง
“ เอ๊ะ! นั่นมันรอยฟกช้ำนี่นา แถมมีด้วยกันทุกคน แสดงว่าพวกมันน่าจะหลับด้วยพิษหมัด ซึ่งนั่นก็ตีความว่ามีคนร้ายเหลืออีกหนึ่งเป็นขั้นต่ำ เพราะกำลังของคุณนายไม่น่าจะมากพอถึงขั้นน็อคเจ้าพวกนี้ได้ ”
เหมือนแมนจะเหม่อเกินไป เลยทำให้จ๋าเข้าถึงตัวจนสามารถเขย่าหัวไหล่ได้ เขาเลยตกใจเล็กน้อย
“ พี่แมนไปกันเถอะ อย่ามัวชักช้าเลย หนูเป็นห่วงคุณนายค่ะ ”
แมนหันกลับมามองจ๋าทันที ทีแรกก็ว่าจะอธิบายในสิ่งที่คิด แต่พอเห็นรอยแดงซ่านที่พวงแก้ม ประกอบกับลมหายใจอุ่นร้อนที่ค่อนข้างถี่ เลยทำให้อารมณ์บางอย่างในใจถูกปลุก
“ โอ้โหแฮะ ชักจะยังไงๆแล้วสิ ”
ถึงแม้จ๋าจะไม่มีประสบกามมาก่อน แต่ก็พอมีเซ็นท์อยู่เหมือนกัน เลยรู้สึกแหม่งๆกับสายตาที่ดูแปลกๆของแมนที่มองมาทางตน จึงรีบก้มหน้าลงต่ำ ทว่าสิ่งต่อมาที่เข้ามาในคลองจักษ์ กลับทำให้ตื่นตระหนกยิ่งกว่า
“ ว้าย ” จ๋ารีบเอาสองมือปิดปาก เพื่อสกัดกั้นเสียงร้อง ซึ่งก็นับว่าทันท่วงที ด้วยมีแค่บางส่วนที่เล็ดลอดออกมา และสาเหตุที่ทำให้สาวแว่นเสียจริตถึงเพียงนี้ ก็คือเป้าอันปูดโปนของกรรมกรหนุ่มผมยาว คล้ายมีบางสิ่งที่พยายามฝ่ากางเกงผ้าขาสามส่วนออกมา และมันต้อง “ใหญ่มาก” แน่ๆ
ในจังหวะดับจิตนั้นเอง ก็มีบางสิ่งเเทรกเหตุกาม นั่นก็คือเสียงประหลาดของหญิงสาวที่แว่วมาตามสายลม
“ ฮ้า อี้ อ้า ซี้ด เบาๆหน่อย ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
