บทที่ 65 พลังงานศักดิ์สิทธิ์!
“หึ! แค่ดาบศักดิ์สิทธิ์ธรรมดาๆมันจะทำอะไรข้าได้?” เทพวายุส่งเสียงดูถูกออกมา ขณะเดียวกันใบดาบก็ใกล้มาถึงตัวเขาแล้ว เทพวายุไม่ได้หลบแม้แต่น้อย ปล่อยให้ดาบโจมตีโดนตนเองเต็มๆ เมื่อใบดาบโจมตีโดนร่างกายเทพวายุกลับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น อย่าว่าแต่เลือดเลย กระทั่งรอยขีดข่วนยังไม่มี ชายชราหน้าซีดและรีบถอยห่างจากร่างเทพวายุ แววตาชายแก่เผยความหวาดกลัว
“คิดว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาพลังของข้าจะไม่พัฒนาขึ้นเลยรึไง? หลังจากผ่านสงครามครั้งนั้นตัวข้าก็ฝึกฝนอย่างหนัก พยายามหาทุกวิถีทางเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตนเอง มันจะน่าหัวเราะถ้าข้าไม่พัฒนาขึ้นเลย” เทพวายุกล่าว
ชายชราฟังคำพูดของเทพวายุแล้วอดถอนหายใจไม่ได้ ในสงครามครั้งนั้นหากสิ่งนั้นไม่เกิดขึ้นเทพวายุคงไม่มีท่าทางและคำพูดเหมือนตอนนี้หรอก และตัวมันก็คงไม่ต้องต่อสู้กับเทพวายุด้วย เดิมชายแก่ก็ไม่ได้ต้องการต่อสู้กับอีกฝ่ายอยู่แล้ว ทว่าเมื่อเทพวายุได้ตัดสินใจแบบนั้นไปชายชราก็ไม่สามารถทำอะไรได้ มันรู้ดี อีกฝ่ายจะไม่ฟังคำโน้มน้าวของมันแน่ไม่ว่ายังไงก็ตาม ชายแก่มีแต่ต้องสังหารอีกฝ่ายเท่านั้นเพื่อจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์อย่างที่มันคิด
“ข้ายอมรับว่าข้าประเมินเจ้าตํ่าไปหน่อย ก็อย่างที่เจ้ากล่าวนั้นแหละข้าไม่คิดว่าเจ้าจะพัฒนามาถึงขั้นนี้แล้ว แต่น่าเสียดาย หากเจ้าไม่เลือกเส้นทางนี้เจ้าก็คงมีชีวิตที่สงบสุขไปแล้ว” ชายชราเอ่ย มันกำดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือแน่น ฉับพลันพลังที่แท้จริงของอาวุธชายแก่ถูกกระตุ้นออกมาใช้งาน ดาบสีทองของชายชราปลดปล่อยพลังงานศักดิ์สิทธิ์อันสูงส่งออกมาและพลังงานศักดิ์สิทธิ์ก็ได้ล้อมรอบดาบสีทอง ยิ่งเวลาผ่านไปพลังงานศักดิ์สิทธิ์ยิ่งหนาแน่นกว่าเดิม
หากมนุษย์ธรรมดามาเห็นพลังงานศักดิ์สิทธิ์รอบดาบสีทองของชายชราเข้ารับรองได้เลยว่ามนุษย์คนนั้นจะต้องคุกเข่าลงกับพื้นพร้อมแสดงความนับถืออย่างแน่นอน ต่อให้เป็นระดับแปดมายืนอยู่ตรงนี้ก็ไม่อาจต่อต้านพลังงานศักดิ์สิทธิ์ได้ เกรงว่าระดับแปดยังต้องคุกเข่าแสดงความนับถือ พลังงานศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกปลดปล่อยออกจากอาวุธชายชรานั้นราวกับมีพลังเทพแฝงอยู่ ผู้ใดเห็นก็ต้องเลื่อมใส
“พลังงานที่น่ารังเกียจ” เทพวายุมองพลังอาวุธแท้จริงของชายแก่อย่างไม่อยากจะมอง สายตาที่ใช้มองนั้นเต็มไปด้วยความรังเกียจเหมือนกำลังมองขยะอยู่อย่างไงอย่างงั้น ในอดีตได้เกิดเรื่องบางอย่างขึ้นเป็นผลให้เทพวายุไม่ค่อยชอบพลังงานศักดิ์สิทธิ์สักเท่าไหร่ ไม่สิ คงต้องกล่าวว่าเกลียดถึงจะถูก
รับรู้ว่าเทพวายุรู้สึกขยะแขยงพลังงานศักดิ์สิทธิ์สายฝนในร่างเทพวายุก็อดคิดขึ้นไม่ได้ ‘พลังงานศักดิ์สิทธิ์มันสูงส่งและน่าเลื่อมใสมากขนาดนั้นแต่เทพวายุกลับรังเกียจมัน เทพวายุนายคงไม่ใช่ปีศาจหรอกใช่มั้ย?’ เพียงไม่นานเทพวายุก็ตอบกลับมา ‘เจ้าบ้ารึเปล่า? มีปีศาจที่ไหนไม่ได้รับผลกระทบด้านลบจากพลังงานศักดิ์สิทธิ์บ้าง? ด้วยความรู้ทั้งหมดภายในชีวิตของข้า ข้าสามารถกล่าวได้เลยว่าไม่มี! ไม่ว่าจะเป็นราชาปีศาจหรือเทพปีศาจต่างก็ได้รับผลกระทบด้านลบจากพลังงานศักดิ์สิทธิ์ทั้งนั้น พูดง่ายๆก็คือแม้กระทั่งพลังงานศักดิ์สิทธิ์ระดับตํ่าที่สุดก็สามารถส่งผลกระทบด้านลบให้เทพปีศาจได้! ดังนั้นตัวข้าย่อมไม่ใช่ปีศาจ’
‘กระทั่งเทพปีศาจยังได้รับผลกระทบด้านลบจากพลังงานศักดิ์สิทธิ์ที่ระดับตํ่าที่สุด? นี่...นี่ไม่ใช่ว่าเทพปีศาจแม่งโคตรกากหรอกเหรอ? เชี่ย! ฉันก็คิดว่าตัวเองมีสายเลือดสุดโกงอยู่ในตัวซะอีก ที่แท้ก็แค่สายเลือกกากๆที่มีดีแค่ชื่อ’ สายฝนคิดอย่างเศร้าใจ
กลับมาที่เทพวายุกับชายชราอีกครั้ง
“คงมีแต่เจ้าเท่านั้นที่กล้าพูดเช่นนี้” ชายแก่กล่าวและเตรียมใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์โจมตีเทพวายุ วินาทีนั้นดวงตาทั้งสองข้างของชายชราพลันส่องแสงเหลืองทอง วินาทีถัดมาออร่าเทพมหาศาลก็ถูกปลดปล่อยออกจากตัวชายแก่เป็นผลให้ชายแก่ดูศักดิ์สิทธิ์และน่านับถือ เวลานี้ชายชราได้เปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้ชายแก่ดูราวกับเป็นเทพเจ้า ตัวตนอันสูงส่งซึ่งอาศัยอยู่บนแดนศักดิ์สิทธิ์ ชายแก่ดูแตกต่างจากหลายนาทีก่อนมาก หลายนาทีก่อนหน้านี้มันยังเป็นแค่ชายแก่ธรรมดาอยู่เลย เวลานี้กลับกลายเป็นเทพไปเสียแล้ว
“ข้าก็แค่กล่าวในสิ่งที่คิด” เทพวายุตอบกลับด้วยนํ้าเสียงสงบนิ่งและยักไหล่ ความศักดิ์สิทธิ์ของชายแก่ไม่ได้ส่งผลใดๆต่อเขาทั้งนั้น
สายลมแรงพัดผ่านร่างชายชราและร่างเทพวายุ เป็นเวลานั้นที่ทั้งสองเคลื่อนไหว เทพวายุไม่ได้ใช้พลังพิเศษของเขาเลย สิ่งที่เขาใช้มีเพียงพละกำลังของร่างกายตนเองล้วนๆ แม้จะดูเหมือนเขาประมาทแต่ความจริงมันไม่ใช่อย่างงั้น มันมีเหตุผลอยู่ว่าทำไมเทพวายุถึงไม่ใช้อาวุธและพลังพิเศษ อีกด้านคือชายแก่ แตกต่างจากเทพวายุ ชายชราได้ใช้พลังออร่าและร่างกายเทพแท้จริงของมันแล้ว อีกทั้งยังใช้พลังอาวุธแท้จริงด้วย
“ข้าไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งจะต้องมาสู้กับเจ้า” ชายแก่ตวัดดาบศักดิ์สิทธิ์โจมตีเทพวายุทว่าก็พลาดเป้าเพราะอีกฝ่ายหลบได้อย่างฉิวเฉียด ชายชราไม่ได้โจมตีต่อ มันยืนนิ่งๆมองเทพวายุพลางเอ่ยขี้น
“หยุดพูดมากน่ารำคาญได้แล้วไอ้แก่ เจ้าจะต่อสู้กับข้าหรือพูดคุยกับข้ากันแน่? ถ้าเจ้าต้องการสังหารข้าล่ะก็เจ้าจะต้องต่อสู้จริงจังมากกว่านี้นะ” เห็นอีกฝ่ายหยุดโจมตีตนเทพวายุพลันหยุดเคลื่อนที่ เทพวายุราวกับนักเลง แม้อีกฝ่ายจะพูดดีกับเขาแต่เทพวายุก็ไม่ได้พูดดีกับอีกฝ่าย คำกล่าวที่ออกมาจากปากเทพวายุไม่มีความเคารพแม้แต่น้อย นี่มันนักเลงชัดๆ สายฝนคิดในใจ
ได้ยินสิ่งที่เทพวายุพูดชายชราไม่ได้รู้สึกโกรธอะไร มันถอนใจออกมาหนึ่งหน โชคชะตาช่างเล่นตลกกับมันจริงๆ หลังจากถอนหายใจแล้วชายแก่พลันตัดสินใจแน่วแน่ แววตาฉายความหนักแน่น มันกัดฟัน แม้จะไม่อยากสังหารอีกฝ่ายแต่ก็ต้องทำ มันไม่มีทางเลือก
“การลงทัณฑ์แห่งเทพแสง!” ชายแก่พึมพำเบาๆ ดาบเรืองแสงสิบหกเล่มพลันเกิดขึ้นด้านหลังมัน ดาบแต่ละเล่มเปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์ซึ่งสามารถชำระล้างได้ทุกสิ่งอย่างออกมา เมื่ออยู่ต่อหน้าแสงศักดิ์สิทธิ์ระดับนี้สิ่งไม่บริสุทธิ์ทั้งมวลจะถูกชำระล้างให้กลายเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์
“เข้ามา!” เทพวายุกวักมือท้าทายอย่างไม่กลัวฟ้ากลัวดิน เห็นท่าทางหิวตีนของเทพวายุสายฝนล่ะอยากจะตะโกนด้วยเสียงดังจริงๆ ทว่าน่าเสียดายตัวเขาไม่สามารถพูดได้ นี่ไม่ใช่ร่างกายของเขา สายฝนไม่สามารถบังคับร่างกายนี้ได้ สายฝนได้แต่คิดในใจ ‘บัดซบ! ร่างกายนายต้องการปะทะขนาดนั้นเลยหรือไง?’ สิ่งที่สายฝนลืมคิดไปก็คือเขาเองก็เคยทำแบบเทพวายุตอนล่อราชันย์หมีปฐพี สรุปคือทั้งคู่ก็นักเลงไม่ต่างกันนั่นแหละ
---
จบบทที่ 65 พลังงานศักดิ์สิทธิ์!