ตอนที่127 ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษ
“บ้าจริงฉันกำลังนอนหลับอยู่ดี ๆ ดันมีคนมาป่วนจนได้ น่ารำคาญเสียจริง”
เสิ่นลี่อิงบ่นอุบด้วยความรำคาญเธอไม่สามารถนอนพักผ่อนได้อีกต่อไป จึงต้องการกลับไปยังโรงเรียนเพื่อฟุบหลับบนโต๊ะเรียนแทน
ตุบ !
เสิ่นลี่อิงกระโดดลงมาจากกิ่งไม้สูงแล้วลงมาย่อตัวยืนบนพื้นอย่างสง่างามเธอไม่ต้องการเสียเวลาปีนป่ายอย่างเงียบเชียบเพื่อหลบเลี่ยงชายหนุ่มแต่ต้องการลงมาจากกิ่งไม้โดยเร็ว
เจียงกุ้ยกำลังพักเหนื่อยจากการเตะต่อยฝึกฝนมานานพลันได้ยินเสียงของหนักบางอย่างกระทบพื้น เขาหันขวับไปมองพลางตื่นตกใจที่เห็นเด็กนักเรียนสาวกระโดดลงมาจากต้นไม้ใหญ่โดยตรง
“อ๊ะ! เดี๋ยว!เดี๋ยวก่อนสิ! อย่าเพิ่งไป!”เจียงกุ้ยตะโกนเรียกเสิ่นลี่อิงอย่างมีความหวัง
เขามั่นใจในสายตาของตนเองว่ามองเห็นเธอกระโดดลงมาจากต้นไม้ใหญ่แน่นอนอีกทั้งความสูงที่กระโดดลงมายังมากถึงห้าหกเมตรทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นและเกิดความหวังที่จะได้แลกเปลี่ยนทักษะต่อสู้กับเธอ
“เธอแข็งแกร่งเสียจริงนั่นเป็นชุดนักเรียนโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งเมืองต้าเสิ้งฉันจะไปดักรอพบเธอที่หน้าโรงเรียน บางทีเธออาจช่วยฉันในเรื่องทักษะต่อสู้ได้”
เจียงกุ้ยมีความมั่นใจว่าเด็กสาวนักเรียนที่เพิ่งวิ่งหายลับไปอย่างรวดเร็วจะต้องมีทักษะต่อสู้เก่งกาจแน่นอน
อนึ่งเจียงกุ้ยไม่อายที่จะฝากตัวเป็นศิษย์ของเสิ่นลี่อิงหากว่าเธอยอมที่จะสอนหรือชี้แนะกระบวนท่าต่อสู้ให้กับเขาบ้างเพื่อให้เขาได้มีไว้ใช้ป้องกันตัวเองจากพวกอันธพาลเจ้าถิ่นของเมืองต้าเสิ้ง
เสิ่นลี่อิงไม่รู้ตัวสักนิดว่าเธอตกเป็นเป้าหมายของชายคนหนึ่งซึ่งเขามาดักรอพบเธอทุกวันหน้าโรงเรียนเพื่อหวังที่จะได้เรียนรู้ทักษะต่อสู้จากเธอ
เด็กสาวกลับมาเรียนต่อในภาคบ่ายแต่แอบหลับอย่างเนียนด้วยการยกหนังสือขึ้นมาปิดบังใบหน้าไว้ในขณะที่ครูสอนอยู่ โดยครูไม่ได้ให้ความสนใจกับเธอมากนักเนื่องจากรับรู้กิตติศัพท์ความเก่งกาจของเธอกันทั่วโรงเรียนแล้ว
เมื่อถึงเวลาเลิกเรียนเสิ่นลี่อิงเดินมาพร้อมน้องชายไปยังหน้าประตูโรงเรียนเธอเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจที่พบชายหนุ่มแต่งตัวซอมซ่อยืนทำลับล่ออยู่แถวหน้าประตูโรงเรียน
“เจี่ยเจียดูเหมือนผู้ชายคนนั้นจะมองเจี่ยเจียไหมครับ?”
เสิ่นลี่หยางสอบถามพี่สาวอย่างไม่แน่ใจทว่าเขามองเห็นทิศทางการมองของชายปริศนาพุ่งตรงมายังพี่สาวโดยตรงจึงสอบถามเผื่อพี่สาวจะรู้จัก
“อย่าสนใจเขาเลยพวกเรากลับบ้านกันเถอะ” เสิ่นลี่อิงไม่คิดเสียเวลาสนทนากับชายหนุ่มแปลกหน้า
เธอผลักหลังน้องชายเบาๆ เพื่อให้เขาขึ้นรถยนต์ไปก่อน ส่วนเธอก้าวตามขึ้นไปยังเบาะหลังด้วยก่อนที่จะหันหลังกลับมาเหลียวมองชายหนุ่มที่โผล่ออกมายืนจ้องมองรถเธอทั้งตัวโดยไม่ได้ทำตัวลับล่อเหมือนเดิมแล้ว
“ให้ผมไปจัดการไหมครับนายท่าน?” อูโน่สอบถามเจ้านายทันที
เขาสังเกตพบความผิดปกติจากการจ้องมองของชายหนุ่มปริศนาซึ่งอาจเข้ามาสร้างอันตรายให้เกิดกับเจ้านาย จึงต้องการ
ทำหน้าที่ปกป้องเธอไว้
“ไม่เป็นไรเขาไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร พวกเรากลับบ้านกันเถอะ”เสิ่นลี่อิงตอบอูโน่อย่างผ่อนคลาย
“ลูกคุยอะไรกับอูโน่หรือ?” เสิ่นลี่คุนฟังภาษาสเปนไม่ออกเขาหันหน้ามาสอบถามลูกสาวด้วยความสงสัย
“อ้อ!หนูบอกเขาว่าให้แบ่งกันเรียนรู้ที่ฟาร์มเราสองคน พอดีอีกสองคนจะไปเรียนรู้งานด้านอื่นที่เมืองหลวงแต่พวกเขาจะ
กลับมาช่วยงานที่ฟาร์มเหมือนเดิมค่ะก็เลยให้พวกเขาจัดแบ่งกันเองเพราะเราไม่มีปัญหาอะไร”
เสิ่นลี่อิงเอ่ยโกหกพ่อหลายประโยคเธอไม่อยากให้พ่อเป็นกังวลเกินไป โดยต้องการให้องครักษ์สองคนได้อยู่ช่วยปกป้องครอบครัวจากอันตรายทั้งปวง
ส่วนชายหนุ่มปริศนาที่เคยพบในพื้นที่รกร้างนั้นเธอมั่นใจว่าเขาไม่กล้าที่จะเข้ามาสร้างความวุ่นวายให้กับครอบครัวแน่นอน
“งั้นหรือ? ก็ดีเหมือนกัน เห็นพวกคนงานเอ่ยชมทั้งสี่คนอยู่ว่าทำงานดีและไม่เรื่องมากอีกด้วย”
เสิ่นลี่คุนพยักหน้าเข้าใจเขาเอ่ยชมองครักษ์ทั้งสี่คนอย่างจริงใจที่เข้ามาเรียนรู้และช่วยงานที่ฟาร์มได้เป็นอย่างดี
อีกทั้งเหล่าองครักษ์ยังได้รับคำชมจากบรรดาคนงานทั้งหลายที่เคยทำงานร่วมกับชายหนุ่มชาวสเปนทั้งสี่คนทำให้เขารู้สึกดีที่เชื่อคำพูดของลูกสาว
เสิ่นลี่อิงยิ้มพร้อมพยักเพยิดให้กับอูโน่อย่างเข้าใจกันเธอรู้สึกดีที่ยอมให้เอเบอร์ราโดจัดคนมาช่วยเหลือ โดยองครักษ์สามารถปกป้องครอบครัวในเวลาที่เธอไม่ได้อยู่ฟาร์มได้
ตอนเย็นเสิ่นลี่อิงรีบกินข้าวแล้วเปลี่ยนใส่ชุดกีฬาเหมือนเดิมซึ่งเธอบอกน้องชายไว้ก่อนหน้าเรียบร้อยแล้ว
พอถึงเวลาสิบเก้านาฬิกาเธอรีบวิ่งไปหาชายชราเทียนอี้เซิงเพื่อเรียนรู้ทักษะของพิษนิรมิตต่ออย่างกระตือรือร้น
เสิ่นลี่อิงพบว่าชายชรารออยู่พร้อมอุปกรณ์มากมายจนเธอนึกสงสัยที่เขาทำตัวยากจนแต่กลับกลายเป็นคนมีสมบัติจำนวนมากว่า
“สวัสดีค่ะปู่เทียนปู่เตรียมอะไรไว้เยอะแยะเลย แล้วเอาเงินที่ไหนไปซื้อมาละคะ?”
เด็กสาวสอบถามเพราะต้องการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเรียนรู้ของตนบ้างเธอไม่ต้องการรบกวนเขามากจนเกินไป เนื่องจากเธอได้รับผลตอบแทนเป็นวิชาอันล้ำค่ามาแล้วนั่นเอง
“เตรียมไว้ให้เรียนต่อนั่นแหละเรื่องเงินไม่มีปัญหาหรอก ปู่ยังพอมีสมบัติให้ขายกินได้อีกเยอะ เก็บเอาไว้ก็ไม่รู้จะส่งต่อให้
ใครมันเป็นเงินเก็บที่สะสมมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่สมัยเป็นหนุ่ม จะยกให้อิงเอ๋อร์ ปู่ว่าหลานก็คงไม่เอาหรอกจริงไหม?”
เทียนอี้เซิงโบกมือเป็นเชิงปฏิเสธแล้วตอบกลับเสิ่นลี่อิงอย่างผ่อนคลายเขาถามหยั่งเชิงเรื่องสมบัติของตนเองคล้ายกับ
ล่วงรู้ว่าลูกศิษย์ผู้รับสืบทอดไม่ต้องการเงินของตนแน่นอน
“ก็จริงค่ะหนูอยากให้ปู่เทียนเก็บเอาไว้ใช้ในยามบั้นปลายของชีวิตดีกว่า ไม่อยากรบกวนจนเกินไปหนูมีเงินเยอะมากพอที่จะซื้อของสำหรับเรียนรู้ได้”
เสิ่นลี่อิงพยักหน้ารับการคาดเดาของชายชราตามจริงทว่าเธออดที่คุยโอ้อวดกับเขาสักเล็กน้อยไม่ได้เพราะไม่ค่อยมีโอกาสได้แสดงความร่ำรวยเท่าใดนัก
“ฉันรู้ว่าหลานมีเงินเยอะเก็บเอาไว้ใช้เองเถอะ พวกเรามาเรียนรู้ต่อกันดีกว่าสงสัยว่าอีกไม่กี่วันฉันคงไม่ได้สอนแล้ว อิงเอ๋อร์เรียนรู้และจดจำได้แม่นยำจริง ๆ”
ชายชราเอ่ยอีกครั้งอย่างไม่กังวลใจในเรื่องเงินเขาเอ่ยชวนเด็กสาวเรียนรู้ต่อจากเมื่อวานโดยเอ่ยชมเธออย่างยินดีและคิดว่าความรู้ที่ตนสั่งสมและได้รับถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษคงถ่ายทอดให้กับเธอได้อีกเพียงไม่กี่วัน
“ก็ดีค่ะ หนูกำลังจะเดินทางไปต่างประเทศพอดียิ่งกังวลว่าจะเรียนรู้ไม่ได้ทั้งหมดอยู่”
เสิ่นลี่อิงยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจที่วิชาลับของตระกูลเทียนสามารถถ่ายทอดให้กับเธอได้หมดสิ้นทันเวลาก่อนเดินทางไปสเปนพอดีโดยหวังที่จะได้เป็นไพ่ลับเอาไว้ใช้งานในอนาคต
จากนั้นเด็กสาวเรียนรู้การปรุงยาพิษจากวัสดุใกล้ตัวชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพืชหลากหลายชนิดที่พบเห็นได้ทั่วไป กระดาษ พลาสติก แก้ว กระเบื้องและอีกมากมาย
เสิ่นลี่อิงรู้สึกทึ่งในวิชาลับนี้เป็นอย่างมากเพราะไม่คิดว่าจะสามารถเนรมิตทุกสิ่งรอบตัวให้กลายเป็นยาพิษที่สามารถใช้
สังหารผู้คนหรือแม้แต่การเลือกใช้ฤทธิ์ของยาพิษบางประเภทในการรักษาโรคบางอย่างได้
“ว้าว! ปู่เทียนคะ ไม่นึกเลยว่าทุกสิ่งรอบตัวจะสามารถหยิบฉวยเอามาสร้างพิษได้ นี่มันเป็นวิชาที่ล้ำเลิศมากเลย”
เสิ่นลี่อิงเอ่ยชื่นชมวิชาลับตระกูลเทียนด้วยความอัศจรรย์ใจยิ่งเธอได้รับการถ่ายทอดจากชายชรายิ่งทำให้เข้าใจเจตนารมณ์ในการเลือกผู้รับสืบทอดเป็นอย่างดี
อนึ่งหากผู้รับสืบทอดเป็นพวกปีศาจย่อมสร้างยาพิษแล้วทำร้ายผู้คนได้มากมายในทางตรงกันข้ามหากผู้รับสืบทอดเป็นฝ่ายเทพย่อมสร้างยาพิษเพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้คนหรือกำจัดคนที่สมควรได้
“แน่นอน ไม่งั้นปู่จะเฟ้นหาคนรับสืบทอดมานับสิบปีหรือ? แต่ตอนนี้ปู่สบายใจแล้วมีคนรับช่วงต่อเสียที”
เทียนอี้เซิงยิ้มรับคำชมจากเสิ่นลี่อิงอย่างมีความสุขเขาคิดว่าคืนพรุ่งนี้คงสามารถสอนเด็กสาวได้ทั้งหมด
เสิ่นลี่อิงวิ่งกลับบ้านในเวลาเกือบหนึ่งนาฬิกาของวันใหม่เธอรู้สึกสมองปลอดโปร่งเป็นอย่างยิ่ง ทั้งที่เมื่อคืนวานได้นอนไม่
กี่ชั่วโมง อีกทั้งการนอนชดเชยในช่วงกลางวันที่โรงเรียนยังไม่สามารถทดแทนได้
ครั้นได้เรียนรู้กระบวนการสร้างพิษจากพืชและวัสดุรอบตัวทำให้เธอสามารถปรุงยาพิษเพื่อช่วยทำให้ตนเองรู้สึกสดชื่นขึ้นมาได้ ซึ่งผลลัพธ์ของพิษฝ่ายดีนั้นเป็นที่ประจักษ์ต่อตัวเธอเองจนรู้สึกได้เป็นอย่างดี
“พิษนิรมิตเป็นวิชาที่ประหลาดเสียจริง ไม่นึกเลยว่าจะมีวิชานี้อยู่ต่อไปหากฉันต้องพบเจอพิษใด ฉันก็สามารถตรวจพบ แล้วยังสร้างยาแก้พิษด้วยตัวเองได้ หากฉันไม่ได้เรียนรู้พิษนิรมิตถ้าเจอพิษร้ายแรง คงได้ตายไม่รู้ตัว”
เสิ่นลี่อิงรู้สึกพึงพอใจที่มีโชควาสนาได้พบชายชรารวมทั้งได้รับสืบทอดวิชาลับอันสำคัญซึ่งเธอคิดว่าการมีพลังจิตแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอในการกำจัดศัตรูสำคัญที่เพิ่มเข้ามาจากพวกลัทธิปีศาจได้
เธอรู้สึกคล้ายกับเป็นลูกรักของสวรรค์ที่มีโอกาสได้เรียนรู้วิชาลับอันสำคัญซึ่งเธอยังคงสงสัยที่มาของเทพผมขาวจากคฤหาสน์ขาวหลังงามเป็นอย่างยิ่ง
“แปลกแฮะพอฝึกฝนพลังจิตจนแข็งแกร่งขนาดนี้แล้ว ฉันไม่ฝันเรื่องของเทพผมขาวกับเทพผมดำอีกเลยตกลงผู้หญิงคนนั้นจะใช่ตัวฉันหรือเปล่านะ?”
เด็กสาวพึมพำอย่างงุนงงในความฝันที่ผ่านเข้ามาเมื่อนานมาแล้วทว่าเรื่องราวของความฝันนั้นถูกประทับไว้ในความทรงจำของเธอไม่ลืมเลือนจึงอยากรู้ที่มาของเรื่องราวนั้นมากขึ้น