บทที่32 ตบยันเ้าสำนัก
หลังจากที่สัญญาณเริ่มการต่อสู้ดวงตาเฉินหนานไม่มีการล้อเล่นแต่อย่างไดเขาถอนอาณาเขตจิตสังหารออกเพื่อให้ทุกคนเห็นการต่อสู้ สายตาของเขาราวกับสัตว์ร้ายทั้งสี่ถึงกับใกับท่าทีที่เปลี่ยนไป
“มันแปลกๆไปหรือเปล่าวะเนี่ย”ตงปากล่าวอย่างระแวง
“อย่าประมาท”ชงอวิ๋นเตือนทันทีมันรับรู้ถึงอันตราย เฉินหนานมองไปที่สี่คนอย่างโเี้
“วันนี้ฉันจะสอนให้สำนักกิเลนขาวได้เรียนรู้ว่าโลกนี้มันกว้างใหญ่เพียงใด”เสียงเฉินหนานดังก้องไปทั่วสนามโดยไม่ต้องใช้ไมโครโฟนเขาใช้พลังิญญาขับเสียงออกมา ทุกคนใกับเสียงที่กลดังออกมาอย่างไรสาเหตุ
“เขาทำได้อย่างไรกัน”หลายคนต่างพูดเหมือนกัน ชงอวิ๋นรวบรวมพลังฉีไว้ที่แขนเสียงกิเลนร้องคำรามออกมาอย่างรุนแรง คนอื่นๆเองก็ทำเช่นกัน
“ตาย” ตงปา ขงเสวียน ซาิเจ๋อ พุ่งเข้าไปหาเฉินหนานทันที เฉินหนานแสยะยิ้มแล้วสะบัดมือมันราวกับว่าแขนของเขาไร้กระดูกมันรวดเร็วเหมือนแส้ กระบี่ไม้พุ่งออกไปรวดเร็วทุกคนเห็นเป็เส้นแสงพุ่งโจมตีทั้งสามอย่างรวดเร็ว ปังๆๆๆ เงากระบี่ที่ออกมามันเป็ร้อยๆเงา
“ปราณกระบี่”!!!!เ้าสำนักทั้งสองถึงกับตกตะลึงการที่จะใช้ปราณกระบี่ได้จะต้องจิตใจและกระบี่เป็หนึ่งเดียวกัน
“เขาอายุเท่าไรกัน ทำไมถึงขั้นจิตกระบี่เป็หนึ่ง”เฉินหนานไม่สนใจคนอื่น กระบี่ของเขาทำลายพลังฉีของพวกมันจนแตกซานหายไป กระบี่ที่เฉินหนานฟาดลงไปแขนขาของพวกมันหักทันที อ๊าก!!!พวกมันร้องโหยหวน
“เป็อย่างไรเล่าโดนแบบนี้บ้างเจ็บไหม”เฉินหนานยิ้มแต่เขาไม่หยุดมือ เขารวบรวมพลังิญญาที่ฝ่ามือ เกล็ดน้ำแข็งเกาะที่ฝ่ามือของเขาความหนาวเย็นก่อตัวขึ้นรอบๆตัวของเฉินหนาน
“หึๆ ฝ่ามือทลายหิมะ”เฉินหนานกระแทกฝ่ามือออกไปใส่ทั้งสามคนธรรมดาอาจมองเห็นเขาผลักฝ่ามือไปหนึ่งครั้งแต่ความจริงแล้วเขาโจมตีไปถึงสิบห้าครั้ง ตูม!!!! พรวด…เืสดๆกระจายออกมาที่หน้าอกพวกเขามีน้ำแข็งเกาะอยู่ทุกคนหมดสะภาพการต่อสู้ทันทีอย่างน้อยต้องพักถึงหกเดือน
“แก”ชงอวิ๋นคำราม เขาพุ่งออกไปด้วยพลังทั้งหมด
“หมัดกิเลนทองคำ หมันกิเลนถล่มฟ้า”แสงสีทองไหววูบที่แขนทั้งสองเสียงกิเลนร้องออกมาจากร่างของชงอวิ๋นทันที
“ตาย”เฉินหนานยิ้มจากนั้นเขาก็หลับตาลง
“นั่นเขาทำอะไรน่ะหลับตาต่อหน้าชงอวิ๋นเนี่ยนะ”
“เขาบ้าไปแล้วหรือไง”
“เฮ้ยเขาฆ่าตัวตายหรือไงนี่หมัดสุดยอดของสำนักกิเลนขาวเลยนะ”ทางด้านเหลียนซูถึงกับลุกขึ้นยืน
“นั่นเขาทำอะไรชงอวิ๋นเป็ถึงอัจฉริยะเลยนะ”เขาใมาก
“คุณคะเป็อะไรหรือเปล่า”มู่หวานรีบถามออกไป เหลียนชิงที่กำลังกังวลอยู่ก็ใเช่นกัน
“พ่อกังวลอะไรหรือคะ”ทั้งสองไม่เขาใจปกติแล้วเหลียนซูไม่ยุ่งเื่การต่อสู้แล้วทำไมถึงมีท่าทีแบบนี้
“ไม่มีอะไรดูต่อเถอะ”ส่วนจางเซาหลงยิ้มออกมาอย่าชั่วราย
“เหอะๆตายไปได้ยิ่งดี”มันสาปแช่งเฉินหนานอยู่ในใจ
หมัดของชงอวิ๋นที่อัดแน่ไปด้วยพลังฉีพุ่งเขาใส่เฉินหนานอย่างแรง ปัง!!!!ทุกคนคิดว่าเฉินหนานต้องแหลกเป็ชิ้นๆก็ทำไมเล่าขนาดเสาหินยังแตกกระจายแล้วเนื้อนิ้มๆจะไปต้านทานได้อย่างไร ทว่าสิ่งที่คิดกับไม่เป็ดังหวังชงอวิ๋นถึงกับอ้าปากค้าง เฉินหนานใช้นิ้วชี้หยุดหมัดที่รุนแรงที่สุดของเขาเอาไว้ เฉินหนานลืมตาขึ้น
“โอ้ต่อยมาแล้วงั้นรึ”ทุกคนที่ได้เห็นอ้าปากค้าง นั่นน่ะหมัดกิเลนทองคำนะใช้นิ้วเดียวเนี่ยนะ
“ช่างเป็วิชาขยะเสียจริง”เฉินหนานตบไปที่หน้าของชงอวิ๋นอย่างแรง เพียะ!!!ตูม!!!ร่างของมันอันลงที่พื้นพริบตาเท้าเฉินหนานก็เตะไปที่หน้าของชงอวิ๋น ปัง!!! เขาไถลไปตามพื้นของเวทีจากนั้นเฉินหนานก็เคลื่อนไหวไปดักหน้าอีกครั้งแล้วเตะไปที่ท้องของชงอวิ๋น ปัง!!! เสียงดังซ้ำๆไปมา ปังๆๆๆๆๆ ร่างของชงอวิ๋นเต็มไปด้วยเื
“อัจฉริยะงั้นรึนี่มันก็แค่ขยะเท่านั้น มีความสำเร็จน้อยนิดก็คิดจะกดผู้อื่นเสียแล้ว”เสียงเฉินหนานดังก้องไปทั่วทุกคนต่างขนลุกกับคำพูดแล้วดลก็เข้าใจขึ้นมากับคำพูดเฉินหนานการที่ชงอวิ๋นหักแขนข้าคนของสำนักัรุ่งโรจน์ทำให้เขาโกรธ จูเทียนกังกัดฟันขบไปมาด้วยความโกรธ
“เ้าสำนักกิเลนขาวหากท่านอยากลงมาด้วยตัวเองก็รีบๆลงมาปู่คนนี้จะสอนให้ว่าควรทำอย่างไรสำนักถึงเจริญ ฮ่าๆ”เฉินหนานเตะชงอวิ๋นลอยไปในอากาศ
“เพลงกระบี่กลัดหิมะ เหมันต์สาดส่อง”ปราณกระบี่นับพันพุ่งใส่ร่างของชงอวิ๋นเืสากกระจาย
“อาจารย์ช่วยข้าด้วย “อ๊ากกก!!!น้ำแข็งเกาะร่างของชงอวิ๋นที่ลอยอยู่ในอากาศความหนาวเย็นเข้าไปถึงขั้วหัวใจ
“พอได้แล้ว”จูเทียนกังพุ่งเขามาพร้อมกันฝ่ามือที่มีพลังฉีไหลเวียนอยู่หนาแน่นตรงไปที่หัวของเฉินหนาน เฉินหนานแสยะยิ้มคนๆนี้คิดฆ่าเขาแทนที่จะมาช่วยศิษย์ตัวเอง
“ไอ้หมาแก่ลงมือกับผู้เยาว์งั้นหรือ วันนี้แกได้อายแน่ๆ”เฉินหนานเร่งพลังิญญาแล้วปล่อยจิตสังหารออกมา ตูม!!!!!คนดูหลายคนสลบไปทันที เฉินหนานผลักฝ่ามือออกไปรับฝ่ามือของจูเทียนกังทันที
“ฝ่ามือกิเลนผยอง”
“ฝ่ามือกลัดหิมะ”ปัง!!!!จูเทียนกังกระเด็นออกไปทันที พรวด…เขากระอักเืออกมา เว่ยโม่ถงอยากจะเข้าไปห้ามจูเทียนกัง ทว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วเกินไป เขารู้ว่าเฉินหนานไม่ใช่อะไรที่พวกเขาจะสามารถล่วงเกินได้ สีหน้าจูเทียนกับบิดเบี้ยวไม่อยากเชื่อ เขาาเ็ภายในสาหัสความหนาวเย็นแทรกเข้าร่างกายของเขา
“เป็ไปได้อย่างไร”มือขาวจูเทียนกังเริ่มมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะขึ้นแล้วรามไปที่แขน เป็เวลาเดียวกับร่างของชงอวิ๋นร่วงลงมาที่พื้น โครม!!!ที่แปลกก็คือมันไม่สลบตอนนี้ฉี่มันแตกเริ่มส่งกลิ่นไปทั้งสนามแล้ว มันหายใจโรยริน ทุกคนอ้าปากค้างภาพที่เห็นมันโเี้อำมหิตมาก
“โหดเกินไปไหมเนี่ย”
“นี่มันเขาอายุสิบกว่าไม่ใช่หรือ”
“แม้แต่เ้าสำนักจูยังมีสภาพนี้สำนักกิเลนขาวจบสิ้นแล้ว”เฉินหนานเดินเขาไปหาจูเทียนกัง
“ไงล่ะไอ้แก่แผนของแกคิดบดขยี่สำนักจากวันเดอร์เล่ล์ใช่ไหม”จูเทียนกังถึงกับพูดไม่ออก เขาคิดแบบนั้นจริงๆแต่นี่เป็การประลองแลกเปลี่ยนที่จัดขึ้นทุกปีอยู่แล้ว มันกำลังจะพูออกไปเพื่อแก้ตัวแต่เฉินหนานพูดออกมาก่อน
“หึๆ…ไม่งั้นแกคงไม่นั่งดูศิษย์แกหักขาคนอื่นหรอกจริงไหม ยังไม่พอแกคิดฆ่าฉันแทนที่จะไปช่วยศิษย์ของแก”จูเทียนกังกลืนคำพูดลงไปทันที
“ฉันจะสอนอะไรให้นะว่าสำนักจะไม่เจริญถ้าเ้าสำนักใจแคบ”เพียะ!!!เพียะ!!!เพียะ!!!เฉินหนานตบลงที่หน้าจูเทียนกังซ้ำๆไปมาฟันของมันหลุดหมดปากต่อไปคนต้องกินแต่ข้าวต้มแล้ว ผมของมันยุ่งเหยิงไปหมดเือาบใบหน้าตอนนี้หน้ามันเหมือนหมู
“แค่พลังระดับเจ็ดก็เหิมเกริมจะโคนสำนักอื่นแล้วน่าขันสิ้นดี”เฉินหนานเตะส่งเ้าสำนักจูออกไปนอกสนาม แล้วหันไปหาชงอวิ๋น เขาสะบัดกระบี่ไปที่มัน ปังๆๆๆๆขาแขนของมันหักหมด ต้องใช้เวลาอย่างน้องหนึ่งปีในการรักษา เขาไม่ได้ทำให้มันหักจุดสำคัญเฉินหนานยังอยากให้โอกาสพวกมันอยู่ จากนั้นเฉินหนานก็มองไปที่คนดู
“การประลองวันนี้จบลงแล้ว ผมรบกวนนักข่าวด้วยนะครับพยายามอย่างเปิดเผยใบหน้าผมไม่งั้นล่ะก็ หึๆ”ทุกคนที่ได้ยินขนลุกทันทีก็ทำไมน่ะหรอดูสภาพเ้าสำนักจูไงเล่า เฉินหนานยิ้มเขาแล้วกวาดสายตาไปมองรอบๆจากนั้นเขาก็ชะงักไป
“ไห้ตายเถอะเธอมาด้วย”ดวงตาคู่งามมองมาหาเขาอยู่ก่อนแล้วเธอยิ้มอย่างผู้ชนะ เฉินหนานรีบวิ่งหนีไปทันที เขาไม่ได้กลัวผู้หญิงเขานิยมหญิงงาม แต่ผู้หญิงน่าลำคาญมันต่างไปแม้จะเป็หญิงงามก็ตาม เสียงโห่ร้องดังขึ้นทันที เฉินหนานวิ่งไปทางเว่ยโม่ถงแล้วส่งกระบี่ไม้ไปให้เขาแล้วพูดว่า
“ส่งกระบี่นี้กลับไปบ้านฉันด้วยแล้วก็เื่เงินก็ตามตกลงกันไว้นะฉันต้องไปแล้ว”ทั้งสองมองหน้ากันแล้วคิดว่าคงกลัวเป็ข่าวจากคำพูดบนเวทีตอนนี้ทั้งสองยังตัวสั่นอยู่เลยตอนที่เห็นเฉินหนานตบจูเทียนกัง แต่ก็รู้สึกดีใจที่ชื่อเสียงสำนักเขาดังขึ้นมาแล้ว
เฉินหนานรีบออกมาจากสานมทันทีแต่มันไม่ง่ายเลยที่นี่มีคนมากเกินไป เขาแหวกผู้คนออกมาอย่างอยากลำบากเสียงในสนามยังคงดังไปทั่วหลังจากการประลองสิ้นสุด ก็จะเป็การร้องเพลงของเซียะหลินเสียงของเธอไพรเราะมากเฉินหนานได้ยินยังต้องหยุดฟัง
“ไม่คิดเลยว่าบนโลกนี้จะมีคนร้องเพลงได้ดีขนาดนี้”เมื่อฟังจบเฉินหนานก็เดินต่อ
“นายจะหนีไปไหน”เฉินหนานตาเบิกกว้าง
“ผีหลอกฉันแน่ๆ”เฉินหนานวิ่งทันที
“ถ้านายไม่หยุดสอบเสร็จฉันจะไปหาคุณป้าอันอัน”เฉินหนานหยุดวิ่งทันที
“ให้ตายเธอ้าอะไรจากฉัน”เฉินหนานหันมาหาเหลียนชิง วันนี้เธอแต่งตัวสวยมากชุดของเธอเป็สไตล์เกาหลีสมัยใหม่
“พ่อกับแม่ฉันอยากเชิญนายไปที่บ้าน”
“เชิญฉัน”เหลียนชิงยิ้มและพยักหน้า
“แล้วเธอรู้ได้ไงว่าฉันอยู่ที่นี่”เหลียนชิงเอาโทรศัพท์ให้เขาดู ก็เห็นภาพจากกล้องวงจรปิด
“ให้ตายเถอะแล้วพ่อของเธอรู้จักฉันได้ยังไง”เธอไม่ตอบ
“อย่าบอกนะว่าพี่สาวเฟ่ย”เธอกลอกตา
“ใครหรอ”เฉินหนานไร้คำพูดหรือเขาอาจคิดมากไป
“ก็ได้ๆไปก็ไป”จากนั้นเฉินหนานก็กลับไปนั่งบนที่นั่งของพวกเธอ จางเซาหลงแถบกระอักเืตัวมันสั่นเป็จ้าวเข้า
“นั่นคุณนี่เอง”เฉินหนานมองไปทางมู่หวาน
“เจอกันอีกแล้วนะ”
“นี่นายอย่าบอกนะว่าชอบแม่ฉัน”แค่กๆ
“เธอบ้าหรือไงฉันเคยซื้อหยกจากแม่เธอเท่านั้น”
“สวัสดีครับคุณลุงคุณป้า”เฉินหนานสุภาพกับคนที่ควรจะสุภาพเสมอ
“เธอคือคนที่ลูกสาวพูดถึงบ่อยๆนี่เอง”เฉินหนานหน้ากระตุก
“พ่อคะ”เธอมองโกรธๆ หลังจากดูการร้องเพลงของเซียะหลินอยู่สักพักเฉินหนานก็ตามพวกเขาไปที่บ้าน
เมื่อมาถึงเขตที่แพงที่สุดในจงซานบ้านแบบจีนโบราณหลังใหญ่ที่งดงามมันเต็มไปด้วยต้นไม้มงคลจำนางมาก เฉินหนานรู้ทันทีว่านี่คือค่ายกลพฤกษาที่เสริมให้คนในตระกูลแข็งแรงอายุยืน ที่นี่ถูกสร้างตามตำแหน่งฮวงจุ้ยได้ถูกต้องเขายิ้มออกมา ในขณะที่เฉินหนานนั่งมาในรถของมู่หวานและเหลียนชิงส่วนเหลียนซูถูกเหลียนชิงอ้อนให้ไปส่งเพื่อนๆของเธอ แม้จะไม่เต็มใจแต่เขาก็มีลูกสาวคนเดียวไม่อยากขัดใจ
“ดูเหมือนว่าตระกูลของเธอมีคนรู้เื่ฮวงจุ้ยดีเป็อย่างมากเลยนะ”เลียนชิงยิ้มออกมาอย่างภูมิใจ
“แน่นอนบรรพบุรุษของเราเป็ถึงปรมาจารย์ด้านนี้เลยนะ”เฉินหนานแปลกใจเล็กน้อย
“แล้วทำไมมารุ่นเธอถึงเป็แบบนี้เล่า”เธออยากจะทุบไปที่หัวของเขาเสียจริงๆ ไอ้คนตรงหน้าเธอนี่มันน่าโมโหจริงๆ
“ฉันมันทำไมหรอ”เหลียนชิงถามอย่างไม่พอใจ มู่หวานยิ้ม
“ผู้สืบทอดตัวจริงเป็อาของเธอไม่ใช่พ่อเธอหรอก”
“อย่างงั้นหรือครับ”
“แต่ว่าอาของเธอไม่มีสามีดูเหมือนว่ารุ่นต่อไปคงเป็เหลียนชิงนั่นแหละ”เฉินหนานเกือบจะหลุดขำ ผู้หญิงคนนี้เนี่ยนะไม่มีทาง
“งั้นผมว่าตระกูลเหลียนแย่แล้วล่ะครับ”เฉินหนานทำสีหน้าจริงจัง มู่หวานหัวเราะทันที
“นายอยากตายหรอ”เหลียนชิงชูกำปั้นขึ้น
“ฉันแค่ล้อเล่นน่ะ”เฉินหนานเกาหัว
“แล้วคุณป้าชวนผมมามาวันนี้เื่อะไรหรือครับ”เฉินหนานเข้าตรงประเด็นทันที
“ฉันอยากให้เธอกับลูกสาวฉันรู้จักกันน่ะ”แค่กๆ นี่เป็สิ่งที่เฉินหนานไม่อยากได้ยินมากที่สุด
“อะไรนะครับ”เฉินหนานเบิกตากว้าง
“ไม่นะฉันเกลียดผู้หญิงคนนี้”เฉินหนานร้องอยู่ในใจ
“อ๋อเรารู้จักกันอยู่แล้วครับแต่ไม่สนิท เอ่อ…บ้างทีไม่ต้องสนิทน่ะดีแล้วครับ”
“นาย”เหลียนชิงอยากจะแตะเขาเสียจริงๆ มู่หวานหัวเราะ
“นี่เป็ครั้งแรกที่ฉันเห็นผู้ชายที่ไม่ชอบลูกสาวฉันเลยนะ”เฉินหนานยิ้มแห้ง เขามองไปรอบๆ
“ที่นี่มีคนป่วยอยู่ด้วยหรือครับ”มู่หวานประหลาดใจที่เฉินหนานรู้
“เธอรู้ได้ยังไง”
“ผมได้กลิ่นยาสมุนไพรครับดูเหมือนว่าผู้ป่วยมีอาการเกี่ยวกับอวัยวะภายใน”มู่หวามทำหน้าเศร้า
“แม่สามีของฉันป่วยมาประมาณสองอาทิตย์แล้วหลังจากไปดูงานที่สวนดอกไม้มา”เฉินหนานขมวดคิ้ว
“ผมขอดูคนไข้ได้ไหมครับ”
“เธอเป็หมอเหรอ”เฉินหนานไม่รู้จะอธิบายยังไงจึงหยิบบัตรออกมาให้เธอดู
“แพทย์แผนจีน”เธอใด้วยอายุเท่านี้ถึงกับเป็หมอ
“เธอเป็เรียนมาจากไหนงั้นหรือทำไงถึงได้ประสบความสำเร็จเร็วขนาดนี้”
“เื่มันยาวน่ะครับ”มู่หวานไม่มีอะไรจะเสียแล้วจึงลองให้เขาดูอาการ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเธอได้ให้หมอเก่งๆมารักษาแต่พวกเขากลับไม่สามารถทำอะไรได้เลย
“ได้เราไปดูกัน”จากนั้นเฉินหนานก็ถูกพาไปที่ห้องของผู้ป่วยเขาพบหญิงอายุเจ็ดสิบกว่าๆนอนอยู่บนเตียงอย่างดีเฉินหนานมองไปที่เธอก็ต้องขนลุก
“นี่มัน…บนโลกนี้ก็มีของแบบนี้ด้วยงั้นหรอ”…