3.7
ลองของ ความตายกลางแดด
“นายน่าจะปล่อยให้แม่สาวนี่ไปอยู่กับญาติของเธอ” อิสซี่พูดพลางยื่นปืนลูกโม่ที่มีนดาลืมไว้คืนให้กันสึเกะ ก่อนจะหันไปมองมีนดาที่นั่งตัวสั่นอยู่ตรงเบาะหลัง แม้อิสซี่จะรู้สึกโกรธและอยากตำหนิเธอ แต่ใบหน้าอันซีดเผือดที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและรอยน้ำตาของมีนดาก็ทำให้เธอสะอึก ไม่จำเป็นต้องเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด อีสาวรัสเซียอกโตที่นั่งรออยู่ในรถก็พอจะเดาได้ว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น
“เราจะไม่คุยเรื่องนี้กันตอนนี้” กันสึเกะหอบหายใจ เขาไม่คิดว่าการวิ่งออกมาจากบ้านพร้อมกับแบกร่างของหญิงสาวจะทำให้เขาเหนื่อยขนาดนี้
“เป็นยังไงบ้างไอ้เสือ” เสียงของลีโมดังออกมาจากวิทยุ
“เรียบร้อยดี ผมคิดว่ามีนดาได้เจอพ่อกับแม่ของเธอแล้ว” กันสึเกะพูดพลางหันไปมองมีนดาที่นั่งกอดเข่าขดตัวร้องไห้อยู่ด้านหลัง
“กรี๊ด..” เสียงกรีดร้องของอิสซี่ทำให้มีนดาสะดุ้ง เธอหันไปมองกระจกฝั่งคนขับและเห็นใบหน้าแหลกเละครึ่งซีกของไอ้มืดที่ระเบิดหัวตัวเองจนเละ กำลังใช้มือทุบกระจกรถแฮมเมอร์ฝั่งคนขับอย่างบ้าคลั่งเหมือนชายที่เห็นเมียตัวเองเย่อกับชู้ในรถของมัน
“ใจเย็น ๆ” กันสึเกะที่มีเม็ดเหงื่อผุดเต็มใบหน้าพยายามบอกให้สาว ๆ สงบลง เขาสังเกตเห็นบางอย่างที่มีลักษณะคล้ายหนวดปลาหมึกเล็ก ๆ หลายสิบหนวดโผล่ออกมาจากต้นคอของมัน
“ค่อย ๆ ถอยรถออกไป” เขายื่นมือข้างขวาไปจับมือของอิสซี่ที่กำลังสั่นเทา
“โครม โครม โครม” เสียงทุบกระจกสุดแรงของตัวประหลาดไร้หัวทำให้สาว ๆ ที่อยู่ในรถสะดุ้ง
“โอเค ๆ” อิสซี่หลับตา เธอพยายามบังคับมือที่สั่นให้สงบ
“ตึงตึง ตึง ตึง ตึง” ไอ้เวรนั่นทุบกระจกแรงมากจนข้อมือของมันหัก ภาพกระดูกข้อมือสีขาวที่โผล่ออกมาจากเนื้อสดสีแดงอันน่าสยดสยองทำให้
มีนดากรีดร้องเหมือนเหยื่อของฆาตกรในหนังสยองขวัญที่กำลังมองหน้าไอ้โรคจิตที่กำลังจะเชือดคอเธอ
“ฉันจะต้องไม่กลัว ฉันจะต้องไม่กลัว” อิสซี่ขมิบปากพูดเหมือนคนที่กำลังหลับตาสวดมนต์ไล่ผี เธอลืมตาขึ้นก่อนจะใช้มือที่กำลังสั่นข้างซ้ายเข้าเกียร์ไปยังตำแหน่งถอย
“ดีมากใจเย็น ๆ เย็นไว้” กันสึเกะบีบมือข้างซ้ายของเธอขณะที่รถ
แฮมเมอร์กำลังเคลื่อนตัวถอยออกมาอย่างช้า ๆ ภาพของอสูรกายหัวหนวดปลาหมึกค่อย ๆ ย่อเล็กลงและเคลื่อนไกลออกไป
“หยุด” เสียงของเขาทำให้อิสซี่แตะเบรค
...ไม่นะ อย่าลงไป... แววตาของอิสซี่และมีนดาเบิกโพลงเมื่อเห็นกันสึเกะเปิดประตูรถลงไปพร้อมกับปืนกระบอกใหญ่ พวกเธอกลั้นหายใจและแทบไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะบ้าระห่ำได้ขนาดนั้น
ระยะห่างระหว่างเขากับมันตอนนี้น่าจะอยู่ราวแปดสิบหลา
“เปรี๊ยง” กระสุนเจาะเกราะขนาดห้าสิบมิลลิเมตรจากปลายกระบอกปืนบาเร็ตเอ็มแปดสองเอหนึ่งพุ่งเข้าระเบิดฉีกร่างของไอ้ดำหัวขาดออกเป็นชิ้น ๆ
กันสึเกะกลับเข้ามานั่งในรถและปิดประตู เขาหอบหายใจเอากลิ่นแอร์เย็น ๆ เข้าไปเต็มปอดและรู้สึกตื่นตะลึงกับอานุภาพของปืนกระบอกนี้เป็นอย่างมาก
“เฉียบ” เขาพึมพัมและเลื่อนมือลงไปลูบปืนด้วยความหลงใหล เขาเพิ่งลองยิงมันเป็นครั้งแรกและรู้สึกเหมือนราวกับว่ามีฆ้อนของเทพเจ้าถือไว้อยู่ในมือ
“นั่นมันตัวอะไร” อิสซี่ถาม สีหน้าของเธอตอนนี้ซีดเผือดเหมือนคนที่เพิ่งเจอผีผูกคอตายในห้องน้ำ
“ฉันไม่รู้” กันสึเกะหอบหายใจขณะเปลี่ยนแมกกาซีนของปืน รถของพวกเขาถอยมาจอดอยู่ใต้ต้นก้ามปูขนาดใหญ่ทำให้ลีโมไม่สามารถมองเห็นได้ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นจากกลางอากาศ
“ฉันได้ยินเสียงปืน เกิดอะไรขึ้น”
“ผมว่าผม-”
“โครม..” มีบางอย่างวิ่งเข้ามากระแทกท้ายรถ ทำให้มีนดากรี๊ดดังลั่น ความเศร้าเรื่องพ่อกับแม่ตอนนี้หายไปกับภาพความสยดสยองพวกนั้นหมดแล้ว
“มันมาอีกแล้ว” กันสึเกะตะโกน ขณะหันไปมองชายผิวขาวในชุดเสื้อคลุมยาวสีน้ำตาลแบบนักสืบค่อย ๆ โผล่หัวขึ้นมาจากท้ายรถ ใต้ปากและหน้าอกของมันมีรอยเลือดเหมือนแวมไพร์ที่เพิ่งไปดูดเลือดของเหยื่อ เป็นรอยเลือดแบบเดียวกับที่เขาเห็นบนร่างของชายผิวดำที่ถูกไอ้ยักษ์ม่วงปล่อยบางอย่างเข้าไปในปากของมัน
“เหยียบเลย” ถึงกันสึเกะจะไม่บอก อิสซี่ก็กระทืบคันเร่งสุดตีน ขุมพลังจากเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบหมุนล้อยางเสียดสีกับพื้นถนนแผดเสียงดังลั่น
“โครม โครม” ทั้งสามคนในห้องโดยสารรับรู้ถึงแรงกระแทกจากล้อรถที่บดทับผ่านร่างของชายคนนั้นไป อิสซี่ดึงเบรคมือก่อนจะเหวี่ยงหมุนพวงมาลัยเร็วรี่แบบพวกนักดริฟต์รถ ทำให้หัวรถสะบัดและหันหน้าออกตรงไปสู่ประตูทางออกที่มีลักษณะคล้ายซุ้มประตูโค้งยุคกรีกโบราณพอดี
“คาดเข็มขัดซะ” กันสึเกะหันไปบอกมีนดาที่นั่งหน้าซีดตัวแข็งทื่ออยู่ตรงเบาะหลัง เธอกวาดมือคลำหาสายรัดอย่างลนลานก่อนจะเสียบมันเข้ากับหัวตัวล็อค
ภาพของรถที่โผล่ออกมาจากร่มไม้หันหน้าไปหาชายห้าคนตรงประตูทางออก ทำให้ลีโม มาริ และมอลลี่ถึงกับอ้าปากค้าง พวกทหารอามูนห้าคนยืนมือห้อยข้างลำตัวเรียงแถวหน้ากระดานกลางแดดเหมือนนักฟุตบอลหุ่นเชิดที่ตั้งกำแพงขวางการยิงลูกโทษแบบไม่เกรงใจกรรมการ
ในมือของพวกมันไม่มีอาวุธ แต่ทุกคนล้วนมีรอยเลือดที่คางและหน้าอก
“คุณลีโมบอกว่าเธอขับรถเก่ง แสดงให้ฉันดูหน่อยสิ” กันสึเกะส่งยิ้มให้อิสซี่ ขณะยกระเบิดลูกเกลี้ยงขึ้นมากำไว้ในมือข้างขวา และสอดนิ้วชี้ข้างซ้ายเกี่ยวกับห่วงสีเงินไว้พร้อมดึงสลัก เขาไม่รู้ว่าไอ้พวกเวรนั่นเป็นตัวอะไร และก็ไม่รู้ว่าทำไมพวกมันถึงไม่กลัวแสงแดด แต่เขามีระเบิด แค่นั้นก็ทำให้กันสึเกะยิ้มได้แล้ว