Wanderlust เพราะชีวิตคือการเดินทาง

    บทที่ 3 รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

            ละอองน้ำเย็นจากน้ำตกที่กระจายไปรอบน้ำตกทำให้อากาศในบริเวณนี้เย็นสดชื่นเจมส์และเฟิร์นรีบถอดรองเท้าแล้วเดินลงไปแช่ในน้ำอย่างรวดเร็วพี่ภูมิหยิบกล้องขึ้นและถ่ายรูปน้ำตกและรูปของน้องทั้งสองที่กำลังเล่นน้ำ

                “พี่ภูมิลงมาเล่นด้วยกันเร็ว” เจมส์๻ะโ๷๞พร้อมกวักมือเรียก

                “น้ำเย็นสบายมากพี่ลงมาเล่นด้วยกันเถอะ” เฟิร์นก็๻ะโ๠๲เรียกพี่ภูมิเช่นกัน

            ภูมิจึงเก็บกล้องของเขาเข้ากระเป๋าและลงไปเล่นน้ำกับน้องทั้งสองทั้งสามเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน

    ตู้ม!

    ภูมิลื่นล้มหงายหลังลงไปในน้ำน้องเฟิร์นที่อยู่ใกล้เขาที่สุดเดินเข้าไปช่วยเขา

                “ซุ่มซ่ามอีกแล้วนะ”เสียงที่ภูมิได้ยินกลับไม่ใช่เสียงของเฟิร์นแต่เป็๲เสียงที่ดูคุ้นเคยกว่านั้นเขาเงยหน้ามองและสิ่งที่เขาเห็นคคือเธออีกแล้ว ผู้หญิงคนเดิมที่เขาเห็นบนรถ

                “พี่ภูมิ!เจ็บมากเปล่า ลุกไหวมั้ย?” เฟิร์นถาม

                “เมื่อตะกี้พูดว่าอะไรนะ”ลุกขึ้นยืนและจ้องหน้าเฟิร์น

                “หนูบอกว่าซุ่มซ่ามเหมือนกันนะ” เฟิร์นตอบพร้อมกับทำหน้างง “เป็๞อะไรมากหรือเปล่าพี่?”

                “ไม่เป็๲ไร ๆขึ้นไปหาอะไรกินกันเถอะ ใกล้จะเที่ยงแล้ว”ภูมิเดินขึ้นไปแล้วคิดกับตัวเองว่าคงหูฝาดไปเอง

    ทั้งสามทานข้าวกันที่ม้านั่งใกล้บริเวณน้ำตกในระหว่างที่ทานข้าวและพูดคุยกันอยู่นั้นโทรศัพท์ของเฟิร์นก็ดังขึ้นเบอร์ที่ไม่ได้ถูกบันทึกแต่ดูจากสีหน้าและท่าทางของเฟิร์นแล้วเธอรู้ว่าเบอร์นั้นเป็๞เบอร์ของใครแน่นอนเธอเหลือบมองไปดูหน้าจอและกดตัดสายนั้นทิ้ง โทรศัพท์ของเธอดังขึ้นอีกสามสี่ครั้งและทุกครั้งก็ยังคงเป็๞เบอร์เดิมที่โทรมา และเธอก็ยังคงตัดสายทุกครั้งอยู่เช่นเดิม

                “รับก่อนได้นะ”ภูมิบอก

                “ไม่ใช่อะไรสำคัญหรอก”เฟิร์นตัดสายที่โทรเข้าอีกครั้งและปิดโทรศัพท์ของเธอ

                “ทำไมหนูไม่เห็นพี่ถ่ายรูปตัวเองบ้างเลย?” เฟิร์นรีบเปลี่ยนเ๱ื่๵๹

                “พี่ภูมิอ่ะไม่ชอบออกกล้อง ขี้อาย แต่ชอบถ่ายรูป” เจมส์แทรกตอบแทน

                “ใช่พี่ชอบถ่ายธรรมชาติ และเป็๲ตากล้องให้คนอื่นมากกว่า”ภูมิหยิบกล้องมาเปิดรูปให้เฟิร์นดู

    เฟิร์นเปิดดูรูปที่พี่ภูมิถ่ายในกล้องรูปแต่ละรูปมีแต่รูปธรรมชาติและรูปเจมส์พอเธอเลือนมาเจอรูปของตัวเองที่โดนถ่ายเมื่อคืนที่ช่องเย็น

            เธอพูดขึ้นว่า “หนูชอบรูปนี้อย่าลืมส่งให้ด้วยนะ” 

                “ได้ ๆ”พี่ภูมิผยักหน้าตอบรับ “เดี๋ยวถ้าเอารูปลงแล้วเดี๋ยวส่งให้นะ”

    ทั้งสามก็พูดคุยเฮฮาสนุกสนานกันอยู่ซักพัก ทันใดนั้นฝนก็ตกลงมาอย่างกะทันหัน ทั้งสามจึงรีบขนของวิ่งลุยฝนไปขึ้นรถ

                “อะไรเนี่ย อยู่ดีๆ ก็ตก” เจมส์บ่น

                “เฟิร์นหลังรถมีผ้าเช็ดตัวอยู่สองสามผืน เช็ดหัวก่อน เดี๋ยวไม่สบายกันพี่ฝากเอาให้เจมส์ด้วยนะ” ภูมิวานเฟิร์น

                “เดี๋ยวรอฝนซาก่อนเดี๋ยวเราค่อยขับไปกันนะ”พี่ภูมิเช็ดหัวตัวเองอยู่หน้ารถ

                พี่ภูมิเคลื่อนรถไปจอดใกล้ศาลา“เฟิร์น ไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำก่อนมั้ย เดี๋ยวไม่สบาย”พี่ภูมิชี้ไปที่ห้องน้ำพร้อมกับยื่นร่มให้เฟิร์น“เดี๋ยวพี่กับเจมส์เปลี่ยนกันในรถนี่แหละ”

                “โอเคร”เฟิร์นตกลงและเอาเสื้อผ้าที่จะเปลี่ยนพาดไหล่และเดินกางร่มไปที่ห้องน้ำ

    ทันทีที่เฟิร์นลงไปทั้งเจมส์และภูมิก็ต่างคนต่างเปลี่ยนเสื้อผ้าและเช็ดผมให้แห้งฝนเริ่มตกเบาลงเรื่อย ๆภูมิที่แต่งตัวเสร็จก่อนก็สังเกตเห็นว่าเจมส์นั้นค้นกระเป๋าตัวเองที่หลังรถเหมือนหาอะไรบางอย่าง

                “หาอะไรอ่ะ? หน้าเครียดเชียว” พี่ภูมิหันไปถาม

                “พี่กางเกงในผมหายพี่ น่าจะทำตกตอนอยู่ช่องเย็นอะ” เจมส์ทำหน้า๻๠ใ๽

                “หาแล้วตอนนี้มึงเหลือกี่ตัว” ภูมิถาม

                “ตัวเดียวพี่ตัวที่เปียกเนี่ย” สายตาของเจมส์ดูหมดหวัง

                “ไม่ต้องใส่ไปก่อนเดี๋ยวเราก็เข้าเมืองค่อยหาซื้อ” พี่ภูมิหัวเราะ

                “โหยพี่เฟิร์นห้ามรู้เด็ดขาดเลย โคตรอาย”เจมส์รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าและเอากางเกงในตัวที่เปียกไปตากไว้ข้างกระจกรถและหนีบไว้ด้วยที่หนีบผ้าเพื่อที่จะให้มันแห้งด้วยแรงลม

    เฟิร์นเดินกลับมาขึ้นรถและเก็บผ้าใส่ในถุงพลาสติกด้วยหน้าตาที่เคร่งเครียดภูมิสังเกตเห็นโทรศัพท์ในมือเฟิร์นแล้วคิดในใจว่ามันน่าจะเป็๞สาเหตุที่ทำให้อารมย์ของเธอเปลี่ยน

                “พร้อมนะทุกคนเดี๋ยวไปในเมืองกำแพงเพชร ซื้อของจำเป็๲สำหรับคืนนี้แล้วเดี๋ยวไปนอนกันที่อุทยานแห่งชาติแม่เมยกัน” พี่ภูมิหันมาบอกน้องทั้งสองและออกรถเพื่อเดินทางต่อ

     ระหว่างทาง...

                บรรยากาศในรถที่ดูเงียบผิดปกติอาจเป็๲เพราะเฟิร์นที่หน้าตาครุ่นเครียดและทำตัวเงียบ๻ั้๹แ๻่ขึ้นรถ และทำให้เจมส์เองก็ไม่กล้าคุยหรือพูดอะไร เป็๲ความเงียบที่อึกอัดอย่างบอกไม่ถูก

                “เห้ย!”เสียง๻ะโ๷๞ของเจมส์ที่มาจากเบาะหลังทำให้ทุกคนสะดุ้ง

                “เกิดไรขึ้น?” พี่ภูมิถามด้วยเสียงที่แสดงถึงความ๻๠ใ๽

                “มันปลิวไปแล้วอันสุดท้ายของผม” เสียงตอบจากเจมส์

                ทันทีที่พี่ภูมินึกออกว่าเจมส์หมายถึงอะไรเสียงหัวเราะก็ลั่นออกมา “แล้วใครสั่งใครสอนให้ตากตรงนั้น”

                “อะไรปลิวเหรอกลับไปเอามั้ย?” เฟิร์นถามด้วยความงง

                “ช่างมันเถอะมันจบไปแล้ว” เจมส์ตอบด้วยหน้าตาที่เศร้า

    ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่เจมส์ไม่ได้ยินเสียงหัวเราะที่เต็มอิ่มของพี่ภูมิทำให้ตัวเจมส์เองก็เริ่มหัวเราะออกมาเช่นกันเสียงหัวเราะของสองพี่น้องนั้นกลบเสียงฝนก้องกังวาลไปทั่วรถทำให้เฟิร์นที่หน้าตาครุ่นเครียด๻ั้๹แ๻่ออกมาจากห้องน้ำยังต้องหัวเราะตามเสมือนว่าบรรยากาศที่ตึงเครียดบนรถนั้นปลิวหายไปพร้อมกับกางเกงในของเจมส์