CEO สาวแห่งโลกลมปราณ

    ตอนที่ 37 : แผนการณ์ล้างแค้น

            ‘จวนสกุลจ้าว’

            รถม้าคันใหญ่ที่มีหยูฮัวเป็นผู้ขับขี่ ใช้เวลาไม่นานพาซิ่วอิงและทุกคนมากลับถึงจวน พ่อบ้านเหลียนและสาวใช้อีกสองคนเข้ามารอรับ ซิ่วอิงบอกพ่อบ้านให้ไปเรียนท่านแม่ บอกว่าเธอพายายกับหลานสาวคู่นึงมาอยู่ด้วย

            เสี่ยวหยวนตัวน้อยลงมาจากรถม้าแล้วพูดขึ้น

             “ อาซ่วนลงมาซิ.. นี่เป็นบ้านพี่สาวเอง ต่อไปอาซ่วนกับยายมาอยู่กับพี่สาวที่นี่ ไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนมารังแกอีกแล้ว ที่นี่มีพี่สาว แล้วมีคนอื่นอีกเยอะแยะเลยละ.. ”

            เด็กน้อยวัย 9 ขวบ บอกเด็กน้อยวัย 8 ขวบ วางท่าทางเหมือนตนเองเป็นพี่สาวใหญ่

            ซิ่วอิงแอบยิ้มกับท่าทางและคำพูดของน้องสาว จากนั้นให้สาวใช้ช่วยประคองยายลี่ไปพักในเรือนรับแขก เมื่อพบมารดาจึงเล่าทุกเรื่องให้ฟัง โดนมารดาตำหนิเล็กน้อยเรื่องต่อสู้กับตระกูลหลี่ ส่วนเรื่องอื่นมารดาเต็มใจรับได้ทุกอย่าง ซิ่วอิงให้มารดาจัดการเรื่องราวภายในจวน แล้วเข้าไปหาบิดาในห้องรับแขก

            ภายในห้องรับแขกของเรือนหลัก จ้าวเว่ยผู้เป็นบิดาและพี่สาวทั้ง3 นั่งดื่มชาพูดคุยกันอยู่ ซิ่วอิงจึงเล่าทุกเรื่องให้ฟัง และปรึกษาวางแผนงานกับบิดาและพี่สาวทั้ง3 อยู่ครึ่งชั่วยาม ก่อนที่บิดากับพี่สาวทั้ง3 จะแยกย้ายออกไปทำตามแผนการ ส่วนตนเองตั้งใจไปยังเขามรกตนอกเมือง

            แต่แล้ว.. ขณะที่ซิ่วอิงกำลังจะออกไปตรวจงานที่เขามรกตนอกเมือง กลับมีสาวใช้เข้ามารายงาน

            “ เรียนนายน้อย.. ฮูหยินเจ้าเมืองกับคุณชายชินมาเยี่ยม ตอนนี้รออยู่หน้าจวนเจ้าค่ะ“

            ซิ่วอิงหยุดชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยกับสาวใช้

            “ รีบไปเชิญเข้ามา.. ส่วนเจ้าไปเตรียมน้ำชามาต้อนรับ แล้วให้คนไปแจ้งท่านแม่ให้ทราบด้วย”

            “ เจ้าค่ะนายน้อย”

             

            ‘ห้องรับรองแขกจวนสกุลจ้าว’

            “ คารวะฮูหยินท่านเจ้าเมืองและคุณชายชินเจ้าค่ะ” 

            นางจ้าวเหมยกล่าวอย่างนอบน้อม พร้อมย่อเข่าทำความเคารพแขกผู้ทรงเกีรยติ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีคนมาเยี่ยมเยียน ตั้งแต่มาอยู่ในเมืองมังกรฟ้าแห่งนี้ 

            “ คารวะท่านป้า คุณชายไป่หลงเจ้าค่ะ ”  ซิ่วอิงคำนับพร้อมกับเอ่ยออกมา

            “ คารวะฮูหยินจ้าว น้องซิ่วอิง..”

            ชินไป่หลงเอ่ยวาจาพลางคำนับตอบทั้งสองคน ส่วนฮูหยินชินก้าวไปประคองซิ่วอิงกับมารดา แล้วเอ่ยขึ้นว่า

            “ น้องจ้าวไม่ต้องเกรงใจ.. ข้ากับลูกชายมาเยี่ยมโดยไม่บอกล่วงหน้า ต้องขอโทษพวกเจ้าด้วย”

            “ เป็นเกียรติของครอบครัวข้ามากว่าเจ้าค่ะ ที่ท่านกับบุตรชายมาเยี่ยมเยียนถึงบ้านแบบนี้.. เชิญนั่งเจ้าค่ะ”

            นางจ้าวกล่าวด้วยความนอบน้อม เมื่อทุกคนนั่งลงสาวใช้รินชาให้แล้วออกไปรอนอกห้อง

            ฮูหยินเจ้าเมืองจิบชาพลางมองซิ่วอิงกับมารดา แล้วกล่าวว่า

            “ เอาล่ะๆ.. ไม่ต้องพูดจาเกรงอกเกรงใจกันอีกแล้ว ตัวข้านั้นชอบพอและคิดว่าซิ่วอิงเป็นลูกหลานคนนึง.. ในเมื่อนางเรียกข้าว่าป้า ฮูหยินจ้าวท่านก็เรียกข้าว่าพี่สาวเถิด”

            “ เจ้าค่ะพี่สาวชิน..”

            นางจ้าวเอ่ยรับคำด้วยรอยยิ้ม

            “ น้องซิ่วอิง.. ข้าทราบมาว่า.. เมื่อเช้าเจ้ามีเรื่องกับคุณชายตระกูลหลี่ใช่มั้ย” 

            ชินไป๋หลงเพิ่งมีจังหว่ะกล่าวออกมาเป็นครั้งแรก แต่คำเรียกของเขาทำเอานางจ้าวถึงกับอึ้งไป ซิ่วอิงมองค้อนให้กับลูกมึนของชินไป๋หลง แต่บอกเล่าเรื่องราวให้ฟังอย่างไม่ปิดบัง

            “ เรื่องก็เป็นเช่นนี้เจ้าค่ะ คุณชายไป่หลง”

            “ พี่ชายไป่หลง.. เรียกข้าว่าพี่ชายไป่หลง ”

            ชายหนุ่มยังตีหน้ามึน ทำไม่รู้ไม่ชี้กับสายตาที่มองอย่างล้อเลียน จากมารดาตนเองและมารดาของซิ่วอิง

            “ เรื่องตระกูลหลี่ข้าจะช่วยดูให้เอง ”

            “ เจ้าค่ะ พี่ชายไป่หลง”

            ซิ่วอิงกล่าวจบพลันนึกขึ้นมาถึงเรื่องบางอย่าง จึงพูดว่า

            “ ท่านป้าชิน ท่านแม่.. ข้ามีเรื่องบางอย่างต้องการคุยกับพี่ชายไป่หลง ขอตัวออกไปคุยด้านนอกน่ะเจ้าคะ”

            คำกล่าวของซิ่วอิงเรียกรอยยิ้มจากมารดาของทั้งคู่ พร้อมทั้งเอ่ยอนุญาตอย่างเร็ว ซิ่วอิงจึงพาชินไป่หลงไปยังศาลากลางสระบัว เมื่อไปถึงสาวใช้รินชาให้ทั้งคู่แล้วออกไป

            “ พี่ชายไป่หลง.. ข้ามีเรื่องอยากคุยกับท่านสองสามเรื่อง”

            “ น้องซิ่วอิงเชิญบอก..”

            ชินไป่หลงกล่าวพลางจิบชาอย่างอารมณ์ดี (คงคิดว่าสาวมีใจ)

            “ เรื่องแรก.. ข้าจะเปิดร้านขายโอสถในอีกไม่กี่วัน ถึงตอนนั้นเชิญพี่ชายไป่หลงกับครอบครัว มาเป็นเกียรติในวันเปิดร้านของข้าด้วยนะเจ้าคะ”

            ซิ่วอิงบอกกล่าวถึงความต้องการทันที

            “ ได้สิ.. ข้าจะให้ท่านพ่อมาเป็นประธานให้กับเจ้า”

            “ เรื่องที่สอง.. ข้าทราบมาว่าท่านรับภารกิจปราบโจรภูเขาของสำนักมังกรฟ้า.. ท่านพอบอกข้าได้หรือไม่”

            “ หืม.. เหตุใดเจ้าถึงสนใจเรื่องนี้”

            ชินไป่หลงเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ

            “ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว.. หมู่บ้านข้าถูกพวกโจรภูเขาบุกเข้าปล้น และฆ่าคนในหมู่บ้านไปหลายคน ทำร้ายบิดาข้าจนบาดเจ็บสาหัส ทั้งยังไล่ล่าตัวข้าจนตกเขา เคราะห์ดีที่ท่านอาจารย์ผ่านมาจึงช่วยข้าไว้.. ข้าต้องการล้างแค้นพวกมันที่ทำกับข้าและครอบครัว.. ”

            ซิ่วอิงกล่าวด้วยอารมณ์โกรธ ถึงจะผ่านมาหลายปีแต่เธอ(บุษยา)ยังไม่ลืม เรื่องที่รับปากกับเจ้าของร่างนี้ว่าจะแก้แค้นให้กับนาง กวาดล้างพวกโจรกลุ่มนั้นให้จงได้

            “ ที่แท้.. ชีวิตเจ้ากลับผ่านเรื่องราวมามากมายเช่นนี้ “

            ชินไป่หลงเอ่ยออกมาด้วยความเห็นใจ

            “ ถูกแล้ว.. แต่นับว่าข้ายังมีวาสนาในคราวเคราะห์ ถึงมาพบท่านอาจารย์และมอบวิชาความรู้ต่างๆให้กับข้า.. พี่ชายไป่หลง.. ท่านเล่าเหตุการณ์วันนั้นให้ข้าฟังได้หรือไม่”

            ซิ่วอิงเอ่ยถามถึงเหตุการณ์วันที่เขาไปกวาดล้างกลุ่มโจร แต่กลับได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งยังถูกพิษไร้สภาพ

            “ ได้สิ.. ข้ากับพวกอีก 10 คน รับภารกิจปราบโจรภูเขาของสำนัก.. โดยที่ข้าเป็นคนเข้าไปดูลาดเลาก่อน เมื่อข้าลอบเข้าไปด้านในได้ กลับมีกลุ่มควันสีม่วงปรากฏขึ้นรอบๆตัว ข้าคิดว่าพวกมันรู้ตัวจึงหลบหนีออกมา.. ระหว่างหลบหนีพวกมันมาขวางเอาไว้ ข้าต่อสู้กับพวกมันจนได้รับบาดเจ็บหนัก แต่ยังสามารถหนีออกมาจนพบกับคนอื่นๆ.. พวกนั้นเลยพาข้ากลับไปที่สำนัก แต่สำนักไม่อาจรักษาข้าได้ ท่านพ่อจึงไปรับตัวข้ากลับมา.. ส่วนหลังจากนั้นเจ้ารู้หมดแล้ว”  

            ชินไป่หลงเล่าเรื่องราวต่างๆให้ซิ่วอิงรับฟังจนหมด ซิ่วอิงคิดอยู่ครู่นึงจึงเอ่ยขึ้น

            “ พี่ชายไป่หลง.. ตอนนี้ท่านหายดีแล้วทั้งยังทะลวงถึงระดับปฐพีขั้นต้น ท่านจะกลับไปทำภารกิจต่อเมื่อใด”

            “ ข้าคิดว่าจะกลับไป.. เมื่อช่วยเจ้าเรื่องร้านขายโอสถเรียบร้อยแล้ว”

            ยามได้ฟังคำของจากปากชายหนุ่ม ซิ่วอิงมีท่าทีครุ่นคิดเล็กน้อย แล้วเอ่ยขึ้นว่า

            “ พี่ชายไป๋หลง.. ข้าต้องการไปกวาดล้างพวกโจรกับท่านก่อน หลังจากนั้นค่อยกลับมาเปิดร้าน.. ถึงตอนนั้นหากเรากวาดล้างพวกโจรได้ ชื่อเสียงของข้าคงจะมีมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีกับร้านขายโอสถมาก.. ท่านว่าจริงหรือไม่”

            “ อะไรนะ.. เจ้าจะไปกับข้าด้วยอย่างนั้นหรือ มันเป็นภารกิจที่อันตรายมากนะ..”

            ชินไป่หลงอุทานเสียงดังออกมาด้วยความตกใจ เขานึกไม่ถึงว่านางจะมีความคิดเช่นนี้

            “ หึๆ.. พี่ชายไป๋หลงท่านอย่าดูแคลนข้าเชียวนะ การต่อสู้ของข้ากับกลุ่มทหารรับจ้างและคนตระกูลหลี่ ท่านคงได้ยินมาบ้าง.. ข้ามั่นใจในฝีมือตนเองท่านไม่ต้องกังวลไป.. ”

            ซิ่วอิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ด้วยความมั่นใจในพลังปราณและทักษะของตนเอง

            “ เอ่อ.. เรื่องนั้นข้ารู้ดีแต่เจ้าจะพาใครไปด้วยหรือไม่..”

            “ ไม่.. ข้าไม่อยากให้ครอบครัวข้ารู้เรื่องนี้ ข้าจะไปกับท่านและกลุ่มของท่านเท่านั้น"

            คำกล่าวของซิ่วอิงทำชายหนุ่มตกตลึงอีกครั้ง

            “ อะไรนะ.. นี่เจ้าจะไม่เอาพวกท่านตงหรือหัวหน้าเว่ยไปด้วยหรือ คนพวกนี้มีประสบการณ์สูงอาจช่วยเจ้าได้มาก”

            ชินไป่หลงเอ่ยด้วยความแปลกใจ นางมีคนของตนเองมากมายแต่ทำไมไม่พาไปด้วย

            “ ถูกต้อง.. ข้าตัดสินใจแล้ว เรื่องนี้ข้าต้องการแก้แค้นด้วยตัวเอง”

            “ เฮ้อ.. เจ้าช่างดื้อดึงนัก.. ในเมื่อเจ้าตั้งใจแน่วแน่เช่นนั้นก็แล้วแต่เจ้าเถิด..”

            ชินไป่หลงยอมถอยในที่สุด

            " พี่ชายไป่หลง.. ที่ตั้งของกลุ่มโจรนั้นอยู่ไกลหรือไม่ ”

            ซิ่วอิงเปลี่ยนเรื่องทันทีเมื่อได้รับอนุญาตจากชายหนุ่ม

            “ ก็ไม่ไกลมากนัก.. รังโจรของพวกมันอยู่ชายป่าทิศตะวันออกของเขาหมื่นอสูร ห่างจากหมู่บ้านไผ่งามประมาณ 100 ลี้ หากใช้วิชาตัวเบาเดินทางไม่นานก็ถึง.. พวกมันเป็นกลุ่มใจรขนาดใหญ่มีคนประมาณ 300 คน.. ตามข่าวของสำนักมังกรฟ้า หัวหน้าโจรอยู่ระดับยอดยุทธขั้นสูงเท่านั้น.. แต่จะมีผู้ใดอยู่เบื้องหลังอีกหรือไม่ พวกเราไม่อาจรู้ได้ ”

            ชินไป๋หลงกล่าวอย่างไม่มั่นใจนัก กลุ่มของเขา 10 คนที่รับภารกิจไปนั้น ต่างเป็นศิษย์หลักและศิษย์สายใน มีระดับปราณยอดยุทธขั้นต่ำและขั้นกลาง ซึ่งพวกเขาคาดว่าจะปราบพวกโจรได้อย่างแน่นอน แต่ตัวเขากลับบาดเจ็บหนักเสียก่อน ภารกิจจึงต้องหยุดไปโดยปริยาย

            แต่ชินไป่หลงกับพวกไม่รู้เลยว่า ข้อมูลเรื่องระดับพลังของกลุ่มโจรที่สำนักมังกรฟ้าได้มานั้น คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงมาก

            “ ถ้าเช่นนั้น.. วันนี้ท่านกลับไปสำนักนัดหมายกับกลุ่มของท่านให้เรียบร้อย หากพวกเขาเห็นด้วยให้มาบอกข้า.. พรุ่งนี้ก่อนรุ่งสาง ข้าจะไปรออยู่ที่ทางแยกเข้าหมู่บ้านไผ่งาม”

            ซิ่วอิงพูดด้วยท่าทางจริงจัง รวบรัดตัดความไม่เปิดโอกาสให้ชินไป่หลงได้เอ่ยขัดแม้แต่น้อย เขาทำได้เพียงรับคำอย่างจนใจ

            “ เฮ้อๆๆ.. หากเจ้าต้องการเช่นนั้น ข้าจะกลับไปปรึกษากับกลุ่มของข้าดูก่อน ”

            “ ขอบคุณพี่ชายไป่หลง.. ถ้างั้นเรากลับไปหาท่านแม่กับท่านป้ากันเถิด ท่านกับข้าออกมาคุยกันแบบนี้ ไม่รู้พวกนางจะเข้าใจอะไรไปถึงไหนแล้ว”

            ซิ่วอิงกล่าวจบเดินออกจากศาลาไปทันที ชินไป๋หลงได้ฟังคำพูดสุดท้ายของซิ่วอิงด้วย หน้าตาอันหล่อเหลาพลันมืดครึ้มขึ้นมา

             ‘ผู้หญิงคนนี้นางรู้อะไรบ้างนี่.. ’

            เมื่อกลับไปถึงซิ่วอิงถูกมารดามองด้วยสายตาแปลกๆ ทั้งหมดคุยกันอยู่ครู่นึงฮูหยินชินกับบุตรชายขอตัวกลับ ซิ่วอิงที่ไม่อยากตอบคำถามมารดา รีบขอตัวไปออกจากจวนทำงานเช่นกัน

            ตอนนี้ซิ่วอิงไม่กังวลว่ามารดากับน้องสาวจะเหงาอีกแล้ว มารดามีฮูหยินเหอเป็นเพื่อนคุยทำหลายๆเรื่องด้วยกัน เพราะเถ้าแก่เหอรับปากอยู่ด้วยกันในจวนสกุลจ้าว ส่วนน้องสาวมีสองหนุ่มน้อย หนึ่งสาวน้อย เสี่ยวอัน เสี่ยวไป๋คอยเล่นด้วย ซิ่วอิงจึงออกจากจวนไปทำเรื่องต่างๆได้อย่างสบายใจ

             

            ‘เมืองมังกรฟ้า’

            วันนี้ซิ่วอิงมาดูการทำเครื่องสุขภัณฑ์ที่ร้านเถ้าแก่ฟง พบว่ามีคนงานเพิ่มขึ้นจากเดิมมาก เถ้าแก่ฟงรายงานว่าทุกอย่างน่าจะเสร็จตามกำหนด จากนั้นซิ่วอิงเข้าไปดูกลุ่มทหารรับจ้างจิ้งจอกทมิฬ เห็นว่าทุกคนกำลังบ่มเพาะอย่างขะมักเขม้น จึงกล่าวชมเชยในความตั้งใจไปหลายคำ

             ช่วงบ่าย ซิ่วอิงไปตรวจการก่อสร้างที่เขามรกตนอกเมือง เธอรู้สึกพอใจเป็นอย่างมากที่งานคืบหน้าไปมาก ท่านอาฟู่หมิงรายงานว่าไม่เกินครึ่งเดือนน่าจะเสร็จเรียบร้อย

            จากนั้นซิ่วอิงไปตรวจโรงครัว ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนจากโรงครัวชั่วคราวเป็นโรงครัวถาวรไปแล้ว ยายซู่หัวหน้าคนครัวรายงานว่า กระทิงคลั่งยังเหลืออีกยี่สิบกว่าตัว ผักและเครื่องปรุงต่างๆนั้นหมดไปครั้งนึง แต่ฟู่หมิงให้คนจัดการไปหาซื้อมาเรียบร้อยแล้ว ต่อมาซิ่วอิงเอาขนมไปให้เด็กๆและพูดคุยกันอยู่ครู่นึง จากนั้นซิ่วอิงเดินทางกลับเข้าเมือง

            แต่แล้ว.. เมื่อซิ่วอิงเดินผ่านประตูเมืองเข้าไป กลับมีชายหนุ่มคนนึงมาเรียกเอาไว้

            “ ท่านคือนายน้อยจ้าวใช่หรือไม่..”

            “ ถูกแล้ว.. เป็นข้าเอง” 

            ซิ่วอิงที่ไม่พอใจในครั้งแรก แต่เมื่อสังเกตเห็นชุดที่ชายหนุ่มสวมใส่ พลันนึกถึงคนๆนึงขึ้นมาจึงเอ่ยตอบออกไป

            “ ศิษย์พี่ชินไป๋หลงให้ข้ามารอและแจ้งกับท่านว่า.. ‘ทุกคนเห็นด้วย ให้ดำเนินการตามที่ตกลงกันไว้’ “

            ซิ่วอิงได้ฟังคำจากชายหนุ่มคนนั้น ใบหน้างดงามเผยรอยยิ้มยินดีออกมา เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ชายหนุ่มผู้นั้นถึงกับมองตาค้าง ซิ่วอิงไม่สนใจท่าทีของชายหนุ่ม ใช้สัมผัสวิญญาณตรวจระดับปราณของเขา แล้วกล่าวว่า

            “ ขอบคุณพี่ชายเป็นอย่างสูง.. อืม.. พี่ชายท่านนี้อยู่ในระดับปรมาจารย์ขั้นสูง.. แทนคำขอบคุณข้าขอมอบโอสถทะลวงปราณให้พี่ชายหนึ่งเม็ด.. เมื่อกินเข้าไปจะทำให้ท่านทะลวงถึงระดับยอดยุทธได้อย่างแน่นอน..”

            กล่าวจบซิ่วอิงส่งโอสถทะลวงปราณให้ชายหนุ่มไปหนึ่งเม็ด แล้วจากไปในทันที

            ‘อา.. ตอนนี้ซิ่วอิงเริ่มเหวี่ยงเบ็ดไปยังศิษย์สำนักมังกรฟ้าแล้ว.. หากชายหนุ่มผู้นี้กินโอสถแล้วสามารถทะลวงระดับไปได้ คงจะเป็นกระบอกเสียงในสำนักให้นางอย่างแน่นอน’

            เย็นวันนั้นซิ่วอิงกลับไปเล่นกับน้องสาว รับประทานอาหารและพูดคุยกับทุกคนตามปกติ ไม่ปริปากบอกใครว่าจะไปกวาดล้างโจรภูเขา บอกเพียงแต่ว่าพรุ่งนี้เช้า มีเรื่องต้องไปทำกับคุณชายไป๋หลงบุตรชายเจ้าเมือง

            คนอื่นไม่มีคำกล่าวอันใด มีเพียงจ้าวเว่ยที่แสดงออกถึงความไม่พอใจ เพียงแต่ไม่กล้าขัดใจบุตรสาวคนนี้ เพราะรู้ดีว่าที่เธอทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว อีกทั้งเธอสามารถกำราบทหารรับจ้างได้เป็นร้อย คงไม่มีเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้น

            ซิ่วอิงเมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย รอจนน้องสาวหลับจึงเข้าไปในมิติส่วนตัวทันที เธอตั้งใจฝึกฝนทักษะการต่อสู้ให้ช่ำชองขึ้นไปอีก ทั้งยังศึกษาทักษะกระบวนท่าที่สามารถใช้ต่อสู้กับคนจำนวนมากพร้อมๆกัน

             

            ‘ภายในเมืองมังกรฟ้า’

            ในขณะที่ซิ่วอิงวางแผนการกวาดล้างกลุ่มโจรอยู่นั้น ตอนนี้ภายในเมืองมังกรฟ้ากำลังเกิดข่าวลืออย่างหนัก เกี่ยวกับตัวตนของนายน้อยจ้าวและการเปิดร้านขายโอสถของนาง 

            ซึ่งความจริงได้เปิดเผยออกมาแล้วว่า นายน้อยจ้าวคือจ้าวซิ่วอิงสาวน้อยวัย 14 ปี ที่สามารถรักษาอาการป่วยของบุตรชายเจ้าเมือง เป็นผู้ปรุงโอสถระดับเหรียญตรามังกรฟ้า ทั้งยังปรุงโอสถระดับนภาความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนเต็มได้อีกด้วย

             ทุกตระกูลหรือกลุ่มอิทธิพลในเมือง ต่างพากันตรวจสอบและรอคอยว่าข่าวนี้เป็นจริงหรือไม่ หากเป็นจริงคงน่ายินดีอย่างยิ่ง เพราะบรรดาคนระดับสูงของพวกเขา ถึงจุดตีบตันในการบ่มเพาะพลังปราณมานานแล้ว หากได้โอสถระดับนภามาช่วยคงทะลวงระดับไปได้อย่างแน่นอน

             แต่ในจำนวนตระกูลใหญ่ทั้งหมด มีอยู่ตระกูลนึงที่ไม่รู้สึกยินดีเอาเสียเลย นั่นคือตระกูลหยางนั่นเอง เพราะตระกูลหยางค้าขายโอสถในเมืองมังกรฟ้ามาหลายชั่วคน ได้ส่งต่อความรู้และสูตรการปรุงโอสถให้แก่รุ่นหลังของพวกเขาเรื่อยมา

            ตอนนี้ผู้ปรุงโอสถของตระกูลหยาง ไม่มีใครปรุงโอสถได้เต็มสิบส่วนแม้แต่คนเดียว ดังนั้นข่าวเรื่องการเปิดร้านโอสถของนายน้อยจ้าว จึงสร้างแรงสั่นสะเทือนให้แก่ตระกูลหยางเป็นอย่างมาก

             

            ………………………………

    คล้ายกับเรื่องCEO สาวแห่งโลกลมปราณ ที่คุณอ่าน

    กำเนิดเทพนิทรา

    กำเนิดเทพนิทรา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    385K 758
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390