ผู้คนโดยรอบล้วนตกตะลึง อมนุษย์สองตนเมื่อครู่นั้นมีพลังแข็งแกร่งมากทว่าบัดนี้ได้ตายไปหนึ่ง เจ็บอีกหนึ่ง ด้วยน้ำมือของเด็กหนุ่มด้วยกระบวนท่าการโจมตีที่ทรงพลังแท้จริงแล้วเขาเป็นใครกันแน่?
มีคนเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาจึงกล้าล่วงเกินวิหารยุทธ์ ที่แท้ก็เพราะพลังของเขาน่ากลัวขนาดนี้นี่เองเดาว่าจะต้องเป็นผู้สืบทอดของตระกูลใหญ่อย่างแน่นอน อีกทั้งด้วยพลังที่แกร่งกล้าขนาดนั้นทำให้มีบางคนสงสัยว่าเขาเป็นสัตว์อสูรโบราณ
อู่เผิงไห่ตกใจมาก ครั้งก่อนที่เขาได้ประมือกับเต้าหลิง อีกฝ่ายไม่ได้แข็งแกร่งถึงขนาดนี้แต่แค่ในระยะเวลาสั้นๆ พลังของเขากลับพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว นี่มันเป็นปีศาจที่หลุดมาจากที่ไหนกัน?
“ที่แท้อักขระก็สามารถหลอมรวมกับร่างกายได้ หากเป็นเช่นนี้ พลังการโจมตีก็จะแข็งแกร่งมากขึ้นทว่าจะสูญเสียพลังมากหน่อย” เต้าหลิงกล่าวออกมาด้วยความปิติ เขาอดไม่ได้ที่จะรีบทะลวงเข้าสู่ขั้นสถิตวิญญาณ
พลังหมุนเวียนไปทั่วร่างของอู่หงเซิ่ง เขายืนเอามือไขว้หลังพลางกล่าวออกมาเรียบๆ”ไม่เลว ถึงขนาดทำให้ข้าต้องเป็นคนลงมือ”
อู่เผิงไห่ที่กำลังตั้งท่าคิดจะหนี เมื่อเห็นท่าทีนิ่งๆ ของอู่หงเซิ่งในใจก็พลันสงบลง เดาว่าเขาจะต้องมีวิธีจัดการกับเต้าหลิงเป็นแน่
“ปากดีไม่เบาเลยนี่ เดาว่าพลังคงจะสูงมาก งั้นเป็นเจ้าก็แล้วกัน”นัยน์ตาสีดำสนิทของเต้าหลิงเต็มไปด้วยความยินดี ร่างของเขาทะยานออกไป ใต้ผิวหนังมีอักขระสีทองเปล่งแสงสว่างจ้าออกมา
อู่หงเซิ่งส่งเสียงฮึ เมื่อเห็นร่างเงาพุ่งเข้ามา เขาก็ยื่นมือขวาออกไปสายฟ้าล้อมรอบไปทั่วฝ่ามือ แต่ละเส้นสายฟ้าทำให้มวลอากาศสลายเป็นผุยผง ก่อนจะโจมตีเข้าใส่ร่างเงาที่พุ่งเข้ามา
“ท่านพี่ฝึกฝนวิชาลับของตระกูลอัสนีโบราณสำเร็จแล้วอย่างนั้นหรือ?” อู่เผิงไห่กล่าวด้วยความดีใจ วิชานี้เป็นวิชาลับที่น่ากลัวมากการฝึกฝนให้สำเร็จได้นั้นจะต้องกระตุ้นสายฟ้าออกมาให้ได้เสียก่อน ซึ่งเป็นการฝึกที่อันตรายมากในวิหารยุทธ์มียอดฝีมืออาวุโสบางคนลองฝึกฝนวิชาโบราณนี้ ทว่าก็ต้องมาตายเพราะสายฟ้า
อักขระสีทองระเบิดพลังออกมาปะทะกับสายฟ้า พื้นดินพลันสั่นสะเทือนแต่ละเส้นสายฟ้านั้นแข็งแกร่งมาก จนทำให้อักขระสีทองถูกทำลายจนมอดไหม้
เต้าหลิงไม่ได้แปลกใจอะไรเพราะเขาเพิ่งจะเอาอักขระนี้ออกมา พลานุภาพจึงไม่ได้แข็งแกร่งมากเท่าไรนัก
ผิวหนังของเขาปรากฏอักขระสีทองขึ้นมาอีกครั้ง มันส่องแสงสีทองสว่างจ้าพลังที่แข็งแกร่งระเบิดออกมาทั่วร่างเพื่อเข้าต่อสู้ระยะประชิดกับอู่หงเซิ่ง ก้อนหินหนักหลายหมื่นชั่งพลันสลาย
“เด็กหนุ่มคนนี้น่ากลัวเสียจริง อัจฉริยะของวิหารยุทธ์นั้น ถึงเขาจะมีวิชาลับทว่าเขาก็ได้ใช้พลังขั้นสูงในการสร้างร่างเงาสายฟ้าขึ้นมา” อมนุษย์ตนหนึ่งกล่าวขึ้นมาผู้คนโดยรอบต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย
สีหน้าของอู่หงเซิ่งพลันขึงขัง เดิมทีเขาคิดว่าคนๆ นี้ใช้อักขระสีทองจึงสามารถเอาชนะลิ่วล้อของเขาได้ซึ่งเขาไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะกล้าบ้าบิ่นจนถึงขนาดกล้าปะทะกับตน
สายฟ้าเหล่านี้น่ากลัวมาก มันเป็นวิชาลับที่เอาไว้ใช้สังหารโดยเฉพาะแต่มันกลับทำอะไรเต้าหลิงไม่ได้มากนัก ทำให้เขารู้สึกตกใจไม่น้อย
หลังจากที่ประมือกันหลายร้อยกระบวนท่า สีหน้าของอู่หงเซิ่งก็เริ่มดูไม่ดีนักฝ่ามือของเขามีแสงสีม่วงสว่างขึ้นมาเหมือนกับแสงที่ทำมาจากหยกสีม่วง สายฟ้าระเบิดรุนแรงมากขึ้นก่อนที่เขาจะใช้มันฟาดออกไปข้างหน้า
เต้าหลิงปล่อยหมัดออกไปด้วยความดุดัน ทั้งยังแฝงไปด้วยเส้นอักขระสีทองที่พุ่งออกมาเป็นเส้นๆมันปะทะเข้ากับสายฟ้า พลังงานทั้งสองได้ผสานเข้าด้วยกันแล้วก่อตัวกลายเป็นพายุพิโรธ
“ขั้นพลังของข้ายังต่ำเกินไป ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับพลัง ทำให้ไม่สามารถดึงพลานุภาพที่แข็งแกร่งของอักขระออกมาได้”เต้าหลิงส่ายหัว เขาไม่อยากจะทดสอบอีกต่อไปแล้ว
“แหลกไปซะ” อู่หงเซิ่งแผดเสียงคำราม เส้นผมปลิวไสว ภายในดวงตามีประกายแสงสายฟ้าสีม่วงด้วยความดุดันเขาอ้าปากปล่อยสายฟ้าสีม่วงออกมา ทั้งยังแฝงคลื่นพลังทำลายล้างไว้ด้วย แรงพลังนั้นทำให้มวลอากาศบิดเบี้ยวกระจายออกเป็นชั้นๆ
“ภายในร่างกายของท่านพี่มีพลังต้นกำเนิดสายฟ้าแล้ว จะต้องฆ่าเจ้านั่นได้แน่”อู่เผิงไห่กล่าวชมเชย เพราะนี่ก็ใกล้จะเป็นพลังสูงสุดที่หอคอยผ่านจิตจะรับได้แล้ว
ผู้คนโดยรอบต่างก็อึ้งไป นี่ก็คือความน่ากลัวของวิชามหาอำนาจมีวิชาโบราณหลายวิชาที่สามารถกักเก็บพลังงานพิเศษเอาไว้ในร่างกายได้ เพื่อทำให้พลังในการต่อสู้แข็งแกร่ง
เต้าหลิงสัมผัสได้ถึงภัยอันตราย สายฟ้านี้น่ากลัวมากจริงๆ สามารถโจมตีร่างกายของเขาให้บาดเจ็บได้เลย
เขากระทืบฝ่าเท้าลงพื้น พลันปรากฏเป็นรอยแตกขนาดใหญ่ ฝ่ามือกำหมัดแน่นพลังทั่วร่างเดือดขึ้น อักขระสีทองม้วนตัวออกมาราวกับคลื่น
หมัดทะยานออกไปข้างหน้า แฝงไปด้วยอักขระสีทองขนาดใหญ่ เลือดลมภายในร่างเดือดปุดๆเสียงร้องดังฝ่าทะลวงอากาศเหมือนมังกรที่พุ่งออกมาจากมหาสมุทร
ครืนนน
พื้นดินแตกระแหงเป็นทาง หินจำนวนมากลอยขึ้นกลางอากาศเหมือนกับทุกสิ่งกำลังจะพินาศย่อยยับพลังที่พรั่งพรูออกมาบริเวณรอบๆ ทำให้ผู้คนหายใจแทบไม่ออก
มีคนเห็นร่างเงาสีทองยืนอยู่ ทั่วร่างโอบล้อมไปด้วยอักขระ หมัดรัวใส่สายฟ้าสีม่วงสามหมัดจากนั้นเขาก็ผายมือออก ก้อนหินจำนวนมากถูกอักขระสีทองทำให้ม้วนตัวขึ้น ก่อนพุ่งเข้าไปใส่อู่หงเซิ่ง
ผู้คนตัวสั่นเทา มีคนตะโกนคำรามออกมาว่า “น่ากลัวจริงๆ สามารถรับมือกับสายฟ้าที่รุนแรงแบบนั้นได้ด้วยอย่างนั้นหรือ? หรือว่าจะเป็นอัจฉริยะของเผ่ามนุษย์?”
พลังงานสายฟ้านั้นเป็นพลังงานสูงสุดที่มวลอากาศจะรับไหว ทว่าเขากลับใช้หมัดเปล่าเข้าปะทะจนระเบิดออก
ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ มีกลุ่มคนรีบเดินเข้าไป เพื่อจะดูว่าเป็นอัจฉริยะที่มาจากที่ไหนทว่าในตอนนั้นนอกจากกลุ่มของอู่เผิงไห่ซึ่งนอนร้องครวญครางอยู่นั้น ก็ไม่เห็นเงาของเต้าหลิงเลย
“บัดซบ” สีหน้าอู่หงเซิ่งดูไม่ดีนัก เขาโกรธมากจนดวงตาแดงก่ำเดิมทีเขาไม่คิดว่าตนจะแพ้ นี่มันเป็นเรื่องที่น่าอัปยศยิ่งนัก
“รีบไปเรียกคนมา เขาจะต้องได้รับบาดเจ็บอยู่ไม่น้อยแน่” อู่หงเซิ่งคำรามลั่นเขาใช้มือเปล่าปะทะเข้ากับสายฟ้าได้ บ่งบอกได้ถึงพลังศักยภาพที่น่ากลัว ทิ้งเอาไว้ก็จะเป็นปัญหาต้องรีบฆ่าทิ้งโดยเร็ว
ชั้นเจ็ด เต้าหลิงมองที่กำปั้นที่ไหม้เกรียมของตน เมื่อครู่ถึงเขาจะทำลายพลังนั้นได้ทว่าก็โดยสายฟ้าเล่นงานจนบาดเจ็บอยู่ไม่ใช่น้อย
เขานั่งขัดสมาธิพลางกระตุ้นพลังชีวิตเปี่ยมล้นโดยรอบให้มาฟื้นฟูบาดแผลกระดูกฝ่ามือที่แตกร้าวเริ่มผสานเข้าด้วยกันจนเกิดเสียงกรอบแกรบ พลังบริสุทธิ์พรั่งพรูออกมาเป็นเส้นๆ
บาดแผลที่ถูกสายฟ้าโจมตีนั้นรักษาได้ยากมาก ทว่าด้วยความน่ากลัวของเต้าหลิงเขาสามารถจัดการกับมันได้
เวลาหนึ่งชั่วยามผ่านไป เขาก็ลืมตาทั้งสองขึ้น ก่อนลุกขึ้นเดินตามหาทางเข้าไม่นานนักเขาก็มาถึงทางเข้าชั้นแปด
แรงกดดันในชั้นแปดสูงมาก ทำให้เต้าหลิงสัมผัสได้ถึงความหนักอึ้งที่นี่มีร่างเงาคนปรากฏอยู่ไกลๆ เมื่อเห็นว่ามีคนเดินเข้ามา อมนุษย์ตนหนึ่งก็ลืมตาขึ้นแล้วมองไปยังเต้าหลิง
มันเห็นร่างที่ถูกปกคลุมไปด้วยอักขระ ซึ่งมองเห็นร่างเงาไม่ชัดเจนนักมันจึงหลับตาทั้งสองลงอย่างไม่ใส่ใจ
เต้าหลิงใช้อักขระปกปิดร่างที่แท้จริงเอาไว้ เพราะไม่อยากให้คนอื่นเห็นเขาเดินไปมาบนชั้นแปดสักพัก สุดท้ายเขาก็มาหยุดอยู่ที่ส่วนลึกแล้วนั่งขัดสมาธิลงไป
พลังที่เปี่ยมล้นไหลเข้าไปในร่างอย่างไม่ขาดสาย พลังธาตุไม้ในร่างของเต้าหลิงค่อยๆขยายใหญ่ขึ้น เขาอยากจะฝึกฝนอยู่ที่นี่สักระยะก่อน แล้วค่อยขึ้นไปชั้นเก้า
แรงกดดันในชั้นเก้าน่ากลัวมาก ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ชั้นแปดจะทัดเทียมได้เขาได้ยินมาว่ามีสัตว์อสูรโบราณจำนวนมากถูกแรงกดดันของชั้นนั้นทับตาย
ในชั้นแปดนี้มีอมนุษย์กับมนุษย์สิบกว่าคนนั่งขัดสมาธิอยู่ พวกเขานั่งอยู่ในพื้นที่ของตนเพื่อดูดซับพลังบริสุทธิ์ในการกลั่นหลอมร่างกายโดยไม่รบกวนกัน
พลังที่อยู่ในหอคอยผ่านจิตนั้นมีประโยชน์มากสูงสุด ทำให้อัจฉริยะจากแคว้นใหญ่ๆจำนวนมากมาฝึกฝนที่นี่
ชั่วพริบตา วันเวลาห้าวันก็ผ่านไป เกิดเรื่องคอขาดบาดตายขึ้นที่ชั้นแปดมีคนที่กำลังกลั่นหลอมพลังอยู่ ถูกพลังนั้นตีย้อนกลับมา ทำให้ถูกแรงกดดันทับตายในหอคอยผ่านจิต
ในส่วนลึกสุด เสียงฟ้าร้องดังสนั่น ร่างเงาหนึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ทั่วร่างปรากฏหมอกสวรรค์สีเขียวมรกต ไหลขึ้นไปรวมกันอยู่ที่เหนือหัวของเขา หลังจากนั้นคลื่นพลังชีวิตก็ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไม่ขาดสาย
ด้วยแรงกดดันของชั้นแปดนี้ ทำให้ร่างกายของเต้าหลิงแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่องเวลาห้าวันที่ผ่านมานี้ เขารู้สึกได้ว่าร่างกายของเขามั่นคงมากขึ้นกว่าแต่ก่อนหลายเท่า
ในวันนี้ เขาก็ลืมตาขึ้นมา พลางลุกยืนขึ้นแบบไร้ซึ่งเสียงแล้วเดินมุ่งหน้าไปที่ทางเข้าชั้นเก้า
ปากทางเข้าดูน่ากลัวเล็กน้อย พลังบริสุทธิ์แผ่กระจายออกมาอย่างน่าเกรงขามอักขระสีทองโอบล้อมไปรอบๆ ด้านข้างมีคราบเลือดแห้งติดอยู่ ไม่รู้ว่ามีกี่คนที่ต้องตายจนกลายเป็นหมอกเลือด
เต้าหลิงมองเข้าไปข้างใน เขาก็เห็นเส้นทางสีทองเส้นหนึ่ง ภายในปกคลุมด้วยหมอกหนาดูศักดิ์สิทธิ์จนน่าแปลกใจ
เขาก้าวฝีเท้าเข้าไปก้าวหนึ่ง ร่างของเขาก็สั่นสะท้านพลันรู้สึกได้ถึงพลังที่หนักหน่วงกดทับลงมาราวกับสายน้ำไหลเชี่ยว
พอฝีเท้าที่สองก้าวเข้าไป ร่างกายของเต้าหลิงก็สั่นไหว กระดูกมีเสียงวิ้งดังขึ้นคล้ายจะระเบิดทำให้เขารู้สึกตกใจมาก
“แรงกดดันนี่น่ากลัวจริงๆ นี่ขนาดแค่ทางเข้ายังน่ากลัวมากขนาดนี้”เต้าหลิงอ้าปากค้าง เขาก้าวฝีเท้าเข้าไปข้างใน พื้นดินก็พลันยุบฮวบลง หากไม่ใช่เพราะเส้นทางนี้มีอักขระสีทองอยู่แล้วล่ะก็เกรงว่าพื้นดินคงจะแตกเป็นทางยาว
“ว่ากันว่าชั้นเก้ามีของล้ำค่าซ่อนเอาไว้ ไม่รู้ว่าที่นี่จะมีหรือไม่? แล้วชั้นที่สิบแท้จริงแล้วมีอะไรกันนะ?”
เต้าหลิงกล่าวพึมพำในใจ เขาค่อยๆ เดินไปอย่างช้าๆ ทั้งยังใช้พลังไปมากด้วย
เส้นทางสีทองอันแสนยาวไกล ทั้งศักดิ์สิทธิ์และน่าหวั่นเกรง ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นมาได้อย่างไรร่างของ
เต้าหลิงเข้าไปลึกขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุด ดวงตาของเขาก็หรี่ลงเพราะเขาเห็นร่างเงาหลายร่างอยู่ตรงหน้า
ร่างเงาเหล่านั้นน่ากลัวยิ่ง พวกมันยืนตระหง่านอยู่ตรงกลางเส้นทางสีทองพลังทั่วร่างดุจขุนเขา แรงกดดันทำให้อักขระสีทองต้องบิดเบี้ยว