หนังสือเปลี่ยนชะตา

    บทที่ 41

    “ไม่เป็นอะไรครับ ไม่ต้องคิดมากขนาดนั้นก็ได้ครับ ยังไงผมก็ฟังภาษาของคุณไม่ออกหรอกครับ คุณชายเฉินอะไรนั่น ผมก็ไม่ได้ยินนะ” สินกล่าวกับเธอเป็นภาษาจีนออกมาอย่างชัดๆทุกๆคำทั้งไวยากรณ์และสำเนียง“นั้นซินะ ถึงฉันจะพูดอะไรไปนายก็คงไม่รู้เรื่อง.. มาต่างประเทศมันก็มีข้อดีอย่างนี้แหละนะ....เอ๊ะ!!!..นายยย” เธอที่พึ่งรู้ตัวว่าเขากล่าวออกมาเป็นภาษาจีน เธอก็ตกใจเล็กน้อย สินเองก็หัวเราะให้กับความป้ำๆเป๋อๆของเธอ ก่อนที่จะนอนลงที่หาดทรายตรงนั้นเช่นเดิม และเขาก็พูดขึ้นมาว่า“เธอไม่ต้องซีเรียสมากขนาดหรอกครับ ผมเป็นคนไทยที่พูดภาษาจีนได้เท่านั้น อยากจะบ่นอะไรก็ระบายออกมาได้เต็มที่เลยนะครับ” สินกล่าว“นายคงไม่ใช่ว่าเป็นลูกน้องของคุณชายเฉินนั่นหรอกนะ ฉันว่านายดูไม่น่าไว้ใจเลยสักนิดเดียว” เธอก็ยังยืนอยู่ที่เดิม เธอคิดว่าชายคนนี้น่าสนใจเป็นอย่างมาก แต่เพื่อความชัวเธอก็กล่าวถามออกไปเพื่อให้แน่ใจว่าชายคนนี้ไม่ใช่คนของคุณชายเฉินอะไรนั่น“รับประกันได้ว่าผมไม่เคยรู้จักกับคุณเฉินอะไรนั่นนักหรอกนะ แต่ก็เอาเถอะถ้าเธอจะไม่เชื่อก็ไม่เป็นอะไรนะ ฉันไม่ว่า แต่ขอเตือนเธอไว้อย่างหนึ่งก็แล้วกันว่า.. ที่นี่คือประเทศไทย ผู้หญิงสวยๆอย่างเธอ แต่งตัวน้อยชิ้นมันเสี่ยงนะกับการที่จะถูก..”สินกล่าวออกมาด้วยความเป็นห่วง เพราะทุกวันนี้เขาเองก็ได้ยินข่าวเกี่ยวกับการถูกล่วงละเมิดอยู่บ่อยครั้ง และยิ่งที่ทะเลเงียบสงบ ไร้แสงไฟนี้แล้ว ยิ่งอันตรายเข้าไปใหญ่ จากคำพูดของสินแล้ว มันอดไม่ได้ที่เธอจะต้องก้มมองดูการแต่งกายตัวเอง เธอก็ใส่แบบนี้ประจำตอนที่อยู่จีน เธอไม่คิดว่ามันจะล่อเหลี่ยมเลยสักนิด“นั่นซินะ ที่นี่คงไม่เหมือนกับประเทศจีนของฉัน แต่นายไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก เห็นอย่างนี้ฉันก็พอมีวิชาป้องกันตัวอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว” เธอกล่าว แล้วก็เข้ามานั่งใกล้ๆกับสิน ซึ่งสินเองก็ยิ้มออกมา แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร จากนั้นเธอก็เริ่มที่จะพูดต่อ“ในเมื่อนายไม่ใช่คนของคุณชายเฉินอะไรนั่น ฉันก็ขอบ่นถึงมันหน่อยก็แล้วกัน มันก็เป็นเรื่องที่ดีที่เล่าอะไรอย่างนี้ให้กับคนที่ไม่รู้จักฟัง” จากนั้นเธอก็เริ่มเล่าออกมา ถึงเหตุผลที่เธอหนีมาที่ประเทศไทย ครอบครัวของเธอทำธุรกิจเกี่ยวกับการแปรรูปวัตถุดิบอาหาร และกำลังประสบปัญหาทางการค้าอย่างรุนแรง ทางครอบครัวก็ไม่ได้ชอบใจนัก แต่เพื่อให้ธุรกิจยังคงอยู่ต่อไปได้ ก็เลยต้องพึ่งพาตระกูลเฉินครอบครัวของเธอได้ทำการยื่นกู้เงินมาเป็นจำนวน 10 ล้านหยวน เพื่อตีตลาดกลับมาให้ได้ส่วนหนึ่ง ผลกำไรที่หวังผลจะได้คืนคือ 15 ล้านหยวนต่อหนึ่งไตรมาส(4เดือน) แต่ล่าสุดมันกลับไม่เป็นอย่างนั้น เราได้กำไรเพียงแค่ 6.5 ล้านหยวนเท่านั้น ซึ่งในราคานี้ มันนับว่าขาดทุน เนื่องจากจะต้องแบกรับค่าขนส่ง ค่าพนักงานที่ต้องจ่ายตลาด 4 เดือนมานี้ทางครอบครัวของเธอได้ติดต่อของผ่อนผันไปทางตระกูลเฉิน แต่พวกเขากลับไม่ยอม และจะให้เธอหมั้นหมายกับคุณชายเฉินที่รูปร่างหมูตอนนั่นอีก แต่จะให้ทำอย่างไรล่ะ สินค้าของตระกูลเธอถูกจับเต็มไปด้วยฝุ่นตามห้างดังต่างๆไม่มีค่อยมีลูกค้าเลยและที่น่าโกธรไปมากที่สุดคือ เธอพึ่งจะรู้ว่าตระกูลเฉินนั่นได้บีบบังคับ และกลั่นแกล้งการค้าของครอบครัวเธอ ด้วยการปล่อยข่าวลือออกไปเกี่ยวกับปัญหาสินค้าของตระกูลเธอ เมื่อเธอเล่าถึงตรงนี้ เธอก็ถอนหายใจออกมา สินที่เห็นดังนั้นก็เริ่มที่จะกล่าวออกมาบ้าง หลังจากที่เขาเงียบฟังมาอย่างยาวนาน“ถอนหายใจบ่อยๆอย่างนี้ มันจะทำให้แก่เร็วนะครับ.. แล้วเป็นยังไงสบายใจขึ้นบางไหมครับ” สินกล่าวกับเธอ เขาลุกขึ้นมานั่ง บรรยากาศมันเหมือนกับว่าคู่ชายหญิงที่มาดูดาวด้วยกัน ท้องฟ้าเต็มไปด้วยหมู่ดาว และคลื่นทะเลเบาๆ เธอยิ้มออกมาแล้วหันมาทางสิน“ก็ดีขึ้นมาระดับหนึ่งเลยล่ะ แต่ฉันว่าฉันคงหนีเรื่องนี้ไม่พ้น ฉันทำใจแล้วล่ะ” เธอกล่าวออกมา สินที่ได้ยินอย่างนั้นก็ไม่รู้จะช่วยเธอยังไงดี แต่อยู่ๆ เขาก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ มันเหมือนเป็นเรื่องบังเอิญหรือพรหมลิขิตก็ไม่รู้“ผมว่าผมมีทางที่จะช่วยเธอได้นะ ว่าไงสนใจฟังดูหน่อยไหมล่ะ” สินกล่าวออกมาลอยๆ มันทำให้เธอรีบหันกลับมามองที่สินเป็นการใหญ่ ก่อนที่เธอจะพูดว่า“อะไร ยังไง นายมีข้อเสนอแนะดีๆอย่างนั้นเหรอ บอกมาได้เลยนะ” เธอกล่าวออกมาอย่างตื่นเต้น“อื้มมม จะว่ายังไงดีล่ะ เริ่มจากตรวจนี่ก่อนก็แล้วกัน จริงๆผมน่ะทำอาชีพคนครัว ผมกำลังมองหาบริษัทในประเทศไทยที่สามารถทำวัตถุดิบแปรรูป แล้วก็เครื่องปรุงตามสูตรของผมนะ... ถ้าเธอคิดว่ายังไงล่ะ ถ้าฉันจะจ้างบริษัทของตระกูลเธอ และขายมันที่ไทย และจีน”สินกล่าวออกมาอย่างง่ายๆ และเขาคิดว่ามันสามารถที่จะทำกำไรได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ถ้ามันขายออกล่ะนะ สินค่อยๆหันมองมาที่เธอ และมันเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นหน้ากันเต็มๆ พระจันทร์ที่ถูกก้อนเมฆบดบังก็ลอยหายไปอย่างพอดิบพอดี มันช่างบังเอิญอะไรอย่างนี้พวกเขาจ้องมองกันอย่างนั้นอยู่นาน มันเหมือนกับว่าพวกเขาไม่อยากจะหยุดการมองของกัน และกันไปเลย เขา และเธอค่อยๆยื่นหน้าเข้ามาใกล้กันเรื่อยๆ อย่างกับมีบางอย่างคอยชักจูงพวกเขาเข้าหากัน เหมือนกับว่าเขา และเธอเคยเป็นของกัน และกันในชาติปางก่อน แต่แล้วบรรยากาศเหล่านี้ก็หายไป“แกเป็นใครกัน!!” เสียงผู้ชายคนหนึ่งเอ่ยกล่าวออกมาเสียงดัง ทำให้ทั้งคู่สะดุ้งตัวยง และเมื่อทั้งคู่รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป ก็ออกอาการเขินอย่างเห็นได้ชัด และแน่นอนว่ามีคนหนึ่งที่รู้สึกไม่พอใจสินเลยแม้แต่น้อย เขาคนนั้นได้พูดออกมาต่อว่า“นี่เธอ แอบมาหาไอ่ขยะเปียกคนนี้น่ะเหรอ ทำอะไรก็หัดเกรงใจคู่หมั้นของเธอหน่อยสิ ส่วนแกรีบใสหัวไปได้แล้ว ถ้าไม่อยากเจ็บตัว” คุณชายเฉินกล่าวอย่างมีน้ำโห และหวังที่จะเดินเข้ามาหาหญิงสาวคนนั้น แต่เธอก็กล่าวออกมาเพื่อจะปกป้องสิน“อย่ามาก้าวก่ายชีวิตของฉันมากจะได้ไหม อีกอย่างในตอนนี้เราก็ยังไม่หมั้นหมายกันด้วย อย่าทำให้มันเยอะ” เธอกล่าวออกมา แต่ก็โดนนายน้อยผู้นั้นสวนกลับมาว่า“ถึงตอนนี้เราจะยังไม่ได้หมั้นหมายกัน แต่ทางตระกูลของพวกเราก็ได้ประกาศออกไปแล้ว ถ้ามีข่าวว่าเธอมาพลอดรักกับชายที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้า แล้วตระกูลของฉันจะเสียหน้าแค่ไหนทำไมเธอถึงไม่คิด” คุณชายเฉินกล่าวออกมา“ตอนนี้มันก็ยังไม่ใช่เรื่องของนายนี่ เฉิน ตอนนี้ฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน” เธอพูดจบก็ลากมือของสินเดินตามไปด้วย มันสร้างแรงแค้นให้เฉินเป็นอย่างมาก ส่วนสินที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลยกำลังจะอธิบาย เพราะไม่อยากให้เกิดเรื่องวุ่นวาย แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรก็ถูกหญิงสาวคนนี้ลากไปทางอื่นแล้ว“ฝากไว้ก่อนเถอะ!! ถ้าฉันได้ครอบครองเธอเมื่อไหร่ สาบานเลยว่าเธอจะได้พบกับนรกที่แท้จริงหากเธอไม่ฟังฉัน” คุณชายเฉินกัดฟันพูดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนที่จะเดินจากไป 
    ดึกๆแบบนี้ ใครหิวมารวมกันกงน

    คล้ายกับเรื่องหนังสือเปลี่ยนชะตา ที่คุณอ่าน