บทที่ 3 ตันปิ่งผักป่า
“ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ชาย กินกันก่อนเลยนะเ้าคะ ข้ายังมีอีกอย่างหนึ่ง”
“ยังมีอีกเรอะ!”
“ยังมีอีกเรอะ!”
“...”
ทั้งสามคนในครอบครัวซ่งต่างก็ใ ซ่งเส้าเส้าในอดีตไม่เคยคิดทำอาหาร ทำไมหลังจากตกน้ำแล้วถึงเปลี่ยนไปมากขนาดนี้
“เส้าเส้า เ้าไปเรียนทำต้นหอมผัดไข่นี่มาจากไหน?” พี่ชายซ่งถามด้วยความสงสัย
“พี่ใหญ่ ข้ามีผู้เชี่ยวชาญคอยชี้แนะเ้าค่ะ”
“ผู้เชี่ยวชาญ?”
“ไม่ต้องห่วงนะเ้าคะ ตอนนี้มีข้าแล้ว พวกเราจะไม่ต้องอดอยากอีกต่อไป”
พูดจบ ซ่งเส้าเส้าก็หันหลังกลับเข้าไปในครัว อาหารจานต่อไปของนางคือตันปิ่งผักป่า (ไข่เจียวแป้งสไตล์จีน)
ซ่งเส้าเส้านำผักป่าทั้งหมดออกมาล้างให้สะอาด จากนั้นก็ต้มน้ำร้อนในหม้อ พอน้ำเดือดก็ใส่ผักป่าลงไป เพื่อกำจัดรสฝาดของผักป่า ตันปิ่งผักป่าจะได้หอมยิ่งขึ้น
พอได้เวลา ก็นำผักป่าที่ลวกแล้วไปแช่น้ำเย็น เพื่อให้ได้รสััที่ดีขึ้น หั่นผักป่าและต้นหอมเล็กน้อย ผสมรวมกัน ใช้ต้นหอมดับกลิ่นคาว
ซ่งเส้าเส้ามองไข่ไก่ที่แม่ซ่งเก็บไว้ นึกภาพเมื่อครู่พวกเขากินกันอย่างเอร็ดอร่อย เกรงว่าครอบครัวซ่งคงไม่ได้กินอิ่มมาหลายวันแล้ว นางจึงตัดสินใจใช้ไข่ไก่เพิ่มอีกสองฟอง ส่วนเื่ไข่ไก่ที่หายไป นางมีทางแก้ไขอยู่แล้ว
วันนี้ตอนที่นางไปเก็บผักป่าบนเขา นางได้ยินเสียงไก่ป่าร้อง “กุ๊กๆ” ประกอบกับูเาลูกนี้เป็ูเาธรรมชาติ แสดงว่าต้องมีไก่ป่าอยู่แน่ๆ
ซ่งเส้าเส้าตัดสินใจว่าครั้งต่อไปที่ไปเก็บผักป่า นางจะไปเก็บไข่ไก่ป่าบนเขา ยิ่งตอนนี้เป็่ต้นฤดูใบไม้ผลิ เสบียงอาหารที่สัตว์เล็กสัตว์น้อยบนเขาตุนไว้น่าจะเหลืออยู่บ้าง นางอาจจะมีโชคเจอของดีก็ได้!
ซ่งเส้าเส้าเห็นว่าดวงอาทิตย์อยู่กลางศีรษะ รู้ตัวว่าช้ามากแล้ว จึงเร่งมือ ตักแป้งที่ป้าเฉินเอามาให้เมื่อครู่สองสามทัพพี ยิ่งพอคิดว่าสี่คนในครอบครัวไม่ได้กินอิ่มมานานแล้ว ผู้ชายในบ้านก็เพิ่งกลับมาจากทำงานข้างนอก จึงใส่แป้งเพิ่มลงไปอีกหน่อย ตอกไข่ใส่ลงไป ผสมเข้ากับแป้ง ใส่ผักป่าและต้นหอมที่เตรียมไว้ลงตาม เติมเกลือและน้ำเล็กน้อย คนให้เข้ากันจนเป็เนื้อครีมข้นหนืด
จากนั้นก็นำน้ำมันหมูที่แม่ซ่งไม่เคยยอมใช้มาใช้ เมื่อน้ำมันในกระทะร้อนแล้ว ก็ใส่น้ำมันลงไปเยอะหน่อย ตันปิ่งต้องใส่น้ำมันเยอะๆ ถึงจะหอม พอน้ำมันหมูในกระทะร้อนดีแล้ว นางก็ตักแป้งตันปิ่งผักป่าที่ผสมไว้ใส่ลงไป พอใส่ลงไป กลิ่นหอมก็โชยออกมาทันที รอจนด้านหนึ่งเปลี่ยนสี นางก็กลับด้าน ทอดต่อ กลิ่นหอมของตันปิ่งผักป่าก็ค่อยๆ ลอยไปถึงนอกครัว
“ท่านแม่ เส้าเส้าทำกับข้าวหอมจริงๆ”
แม่ซ่งได้แต่ยิ้มแห้งๆ นางได้กลิ่นน้ำมันหมูที่ซ่งเส้าเส้าใช้ นางรู้สึกเสียดายจริงๆ แต่พอนึกถึงลูกสาวที่เปลี่ยนไปหลังจากตกน้ำ งั้นก็ช่างมันเถอะ ตามใจเ้าเด็กน้อยไปก่อน
ระหว่างที่แม่ซ่งกำลังคิด ซ่งเส้าเส้าก็ยกตันปิ่งผักป่าออกมา ทุกคนนั่งล้อมโต๊ะ มองตันปิ่งสีเหลืองทองก็ใจชื้นขึ้นมา
“ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ชาย กินกันเถอะเ้าค่ะ”
“ได้ๆๆ แค่มองก็รู้แล้วว่าอร่อย”
พี่ชายซ่งพูดพลางแบ่งให้ทุกคนคนละชิ้น
“งั้นลองชิมตันปิ่งที่ข้าทำดูนะเ้าคะ ว่าเป็ยังไงบ้าง” ซ่งเส้าเส้ายิ้มแล้วพูด
ถึงแม้ว่าน้ำมันหมูจะไม่หอมเท่าน้ำมันถั่วเหลือง แต่มันก็มีกลิ่นหอมของเนื้อจางๆ ผสมกับกลิ่นหอมของไข่ไก่ ถึงแม้ว่าซ่งเส้าเส้าจะอยากกินเนื้อย่าง แต่ตอนนี้แค่มีกลิ่นหอมของเนื้อนางก็พอใจแล้ว
“ตันปิ่งผสมกับกลิ่นหอมของน้ำมันหมู ไข่ไก่ ผักป่า และแป้ง อร่อยจริงๆ”
พี่ชายของซ่งพูดพลางกินไปด้วย เอ่ยปากชมไม่หยุดเลย
ซ่งเส้าเส้ากินไปชิ้นหนึ่ง ตั้งใจว่าจะกินอีกชิ้น แต่พอเห็นพ่อกับแม่ซ่งยังค่อยๆ ละเลียดชิม ไม่รู้ว่าเป็เพราะความเคยชินหรือเพราะเสียดาย
ซ่งเส้าเส้าลดตะเกียบลง มองไปทางพ่อ แม่ และพี่ชายซ่ง แล้วคีบตันปิ่งใส่จานเพิ่มให้คนละชิ้น
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้ามีเื่จะปรึกษาหน่อยเ้าค่ะ”
“ มีอะไรหรือลูก?” พ่อซ่งวางตันปิ่งในมือลง แล้วมองซ่งเส้าเส้า
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ตันปิ่งผักป่านี้กับต้นหอมผัดไข่อร่อยไหมเ้าคะ?”
“อร่อยสิ แม่กับพ่อยังไม่เคยกินอะไรอร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย”
ซ่งเส้าเส้าหลับตาลงครู่หนึ่ง “ในเมื่อตันปิ่งผักป่าอร่อยขนาดนี้ ข้าก็เลยคิดว่าจะทำขายในเมือง”
“ทำขาย...”
“เื่นี้...”
พ่อกับแม่ซ่งมองหน้ากัน ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจ
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าเห็นว่าชีวิตของเรายากลำบาก ถูกครอบครัวป้าใหญ่รังแกอยู่ตลอด ในเมื่อตันปิ่งอร่อยขนาดนี้ ย่อมต้องถูกปากคุณหนูเศรษฐีในเมือง แน่นอนเ้าค่ะ”
พ่อกับแม่ซ่งไม่ได้ปฏิเสธทันที แต่ก็ยังคงลังเล
ซ่งเส้าเส้าจึงฉวยโอกาสพูดต่อ “ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าเห็นว่าชีวิตของเรายากลำบาก อนุญาตให้ข้าลองดูเถอะเ้าค่ะ ขายไม่ดีก็ไม่ไปขายแล้ว ขายดีก็ยังได้เงินมาจุนเจือครอบครัว พ่อกับพี่ชายจะได้ไม่ต้องออกไปทำงานหนัก”
“แต่เส้าเส้า การค้าขายต้องใช้ทุนนะ ตันปิ่งผักป่าของเ้า ทั้งไข่ไก่ น้ำมันหมู แป้ง ล้วนแล้วแต่ต้องใช้เงินทั้งนั้น” แม่ซ่งพูด
“ลูกสาวบ้านซ่ง ข้าเตรียมวัตถุดิบไว้หมดแล้ว มานี่สิ มาช่วยข้าทำหน่อย”
ซ่งเส้าเส้ากำลังคิดหาวิธีพูดเกลี้ยกล่อมพ่อกับแม่ซ่ง ป้าจางที่อยู่ข้างบ้านก็ะโเรียกนาง
ซ่งเส้าเส้าไปที่บ้านของป้าจาง นี่เป็ครั้งแรกที่นางมาที่บ้านของป้าจางหลังจากที่นางเข้ามาอยู่ในร่างของตัวร้าย บ้านของป้าจางสมกับเป็บ้านที่ร่ำรวยที่สุดในหมู่บ้านจริงๆ ในบ้านเลี้ยงทั้งหมู ไก่ วัว และยังปลูกพืชผลต่างๆ อีกด้วย เครื่องเรือนกับพวกของตกแต่งก็ครบครัน
ซ่งเส้าเส้าจำได้ว่าจริงๆ แล้วครอบครัวของป้าจางเป็คนในเมือง แต่เพราะชอบชีวิตชนบท จึงย้ายมาอยู่ในหมู่บ้าน
บ้านของป้าจางมีวัตถุดิบเยอะ ซ่งเส้าเส้าจึงทำตันปิ่งผักป่ากับต้นหอมผัดไข่ให้ป้าจาง เพื่อเป็การขอบคุณ ป้าจางจึงให้น้ำมันหมู ไข่ไก่ และแป้งแก่นาง
ซ่งเส้าเส้าเห็นดังนั้นก็เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที รีบวิ่งกลับบ้าน
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าหาวิธีแก้ปัญหาเื่วัตถุดิบได้แล้ว!”
“ลูกจะแก้ปัญหายังไง?”
“ท่านพ่อ เมื่อครู่ข้าทำกับข้าวให้ป้าจางกิน แล้วได้สิ่งเหล่านี้มาเป็ของตอบแทน ข้าจึงเกิดความคิดว่า หากข้าอาสาไปทำอาหารให้เศรษฐีในเมืองกิน แล้วขอวัตถุดิบเป็ค่าจ้าง เท่านี้ก็ไม่ต้องกังวลเื่ค่าใช้จ่ายวัตถุดิบ ออกไปตั้งร้านได้อย่างสบายใจแล้ว”
พ่อซ่งเห็นซ่งเส้าเส้าพูดจาฉะฉาน ก็ไม่อยากขัดใจ
“แม่ ให้ลูกไปลองดูเถอะ”
พ่อซ่งเห็นซ่งเส้าเส้าตื่นเต้นมาก ก็ไม่อยากทำลายความมุ่งมั่นของนาง แต่ซ่งเส้าเส้าไม่รู้เลยว่าการค้าขายในเมืองนั้นยากลำบากแค่ไหน
แม่ซ่งก็ไม่ได้ขัดขวางอะไรมาก เพียงแต่สงสัยว่าทำไมซ่งเส้าเส้าจู่ๆถึงมีความคิดแบบนี้ แล้วผู้เชี่ยวชาญที่นางพูดถึงคือใครกันแน่?
ซ่งเส้าเส้าได้แต่โกหกว่าตอนที่นางตกน้ำ นางได้พบกับนางเซียน นางเซียนที่เป็เทพแห่งอาหารบน์ได้มอบตำราอาหารให้นาง และสอนวิธีทำอาหารแก่นาง
ถึงแม้ว่าแม่ซ่งจะไม่อยากเชื่อ แต่เมื่อเป็เื่ที่เกี่ยวข้องกับเทพเซียน นางจึงไม่กล้าสืบสาวเอาความ