Rebirth of Dragon spirit

    ตอนที่1-3

    ตอนที่1 shut down.........ตอนที่1 shut down.........ณ ห้องประชุม วันที่1 เดือน1 ปี 2XXX“คลาร์เอลงานวิจัยของคุณยอดเยี่ยมมาก นี้เอาไปต่อยอดได้อีกเยอะเลยเลยน่ะเนี่ย”“เป็นผลงานที่เยี่ยมมากจริงๆ แล้วเรื่องเกี่ยวกับ โครงการการพัฒนาอาวุธที่มีโครงสร้างจากอาวุธโบราณหละ คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว”“อ๋อ งานนั้นคืบหน้าไปได้40เปอร์เซ็นต์แล้วครับ งานนั้นหินเอาการอยู่เหมือนกัน”“โหตั้ง40เปอร์เซ็นต์แหนะ ขนาดทีมวิจัยของผมยังแทบจะไม่มีความคืบหน้า จนแทบจะพับโครงการเก็บอยู่แล้ว แต่คุณคนเดียวทำได้ตั้ง40เปอร์เซ็น”“มันก็แค่การดัดโครงสร้างที่สูญหายไปให้มันกลับมาใช้ได้เหมือนเดิมนั้นแหละครับ แต่มันก็หินเอาการ จริงๆนั้นแหละครับ โครงสร้างที่ซับซ้อนขนาดนั้น คนโบราณคิดขึ้นมาได้ยังไงก็ไม่รู้”1 ชั่วโมงต่อมา“งั้นวันนี้พอแค่นี้น่ะ เลิกประชุม”“เฮ้อออออ เหนื่อยจังเลย”สวัสดีครับ ผม ชื่อ คลาร์เอล เฮบริเดี้ยน (klar el Hebridean)อายุ 19 ปีจบ ปริญญาเอก สาขา วิศวกรรมทางด้านอาวุธผมเชี่ยวชาญ โครงสร้างทางด้านอาวุธทุกช่วงการเวลา ทั้งอาวุธร้อน อาวุธเย็น ไม่ว่าจะเป็น ยุคโบราณหรือยุคปัจจุบัน(Tl. อาวุธร้อนคืออาวุธจำพวก ปืน ส่วนอาวุธเย็นคืออาวุธจำพวก ดาบ หอก ขวาน ธนู ฯลฯ ทำนองนี้น่ะครับ)ถ้าถามว่า ทำไม่อายุ19ปีถึง จบ ปริญญาเอก ได้หนะหรอเพราะงานวิจัยทางทฤษฎีเอาไปส่งอาจารย์ดันไปแตะตาคนใหญ่คนโตเข้าจากนั้นก็เริ่มจ้างผมไปเป็นเด็กฝึกงานแล้วก็ค้นพบว่าผม มีความเป็นอัจฉริยะทางด้านอาวุธมากๆ และ ด้วยเส้นสายบางอย่าง พวกเข้าจึงไปขอทางมหาลัยให้ทำการทดสอบพิเศษ จนกลายเป็นว่าผมจบ ปริญญาเอก ตั้งแต่อายุ 19 ปีนี้แหละครับซึ่งความจริง ตอนแรกกะแค่จะทำงานหาเลี้ยงชีพแบบ ชิวๆ ไปวันๆ พักวันละ หลายๆชั่วโมง (Tl.เอาง่ายๆ ขี้เกียจใช่มะ)ดันกลายเป็นต้องทำงานหนักทุกวันเงินเดือนไม่เคยได้ใช้ให้คุ้มค่านอนวันละ2ชั่วโมงแถมไม่มีเวลาจีบสาวๆจนยังเวอร์จิ้น อยู่เนี่ยแหละครับแต่ในวันนี้เป็นวันปีใหม่ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่วันที่ผมจะได้เลิกงาน5โมงเย็นเหมือนคนปกติเขา และในที่สุด..........ผมก็จะได้ทำงานอดิเรกของผมที่ ร้านขาย ฟิกเกอร์ โมเดล ต่างๆ“สุดยอดไปเลยโว้ยยยโมเดลมังกร แอนตี้โพเดี้ยน โอเพิลอาย (Antipodean Opaleye)ขนาด1/30 ของ ของจริงอันนี้ โมเดล 1/16 สาวมอน เผ่าเองเจิลฟิกเกอร์เผ่าเซเรน นี้ก็แจ่มมาก (เผ่าครึ่งคนครึ่งปลา เช่น เงือก พรายน้ำ มนุษย์ฉลาม เป็นต้น)โมเดล เผ่าแฟรี่นี้ก็ดี เผ่ายักษ์นี้ก็เท่ห์ มาก เอาเป็นว่า ซื้อมันทั้งหมดเลยแล้วกันไหนๆเงินเดือนก็แทบจะไม่ได้ใช่อยู่แล้ว”หลังจากนั้น คลาร์เอล ก็เดินกลับบ้าน“ไหนๆก็ได้พักแล้ว เล่นเกมส์หน่อยก็แล้วกัน ไม่ได้เล่นมาตั้งนานแล้วน่ะเนี่ย”หลังจากนั้นคลาร์เอลก็เปิดคอม ขึ้นมาและก็เล่นเกมส์dragon of domination“เฮ้อออ ฉันอยากจะเป็นมังกรจังเลย ทั้งแข็งแกร่ง มีอิสระเสรี เป็นที่ยกย่อง อยากจะทำอะไรก็ได้ เป็นจ้าวแห่งฝืนนภาอันกว้างใหญ่ แถมมีสาวๆเยอะอีกตังหาก”หลังจากนั้นก็มีแก้วน้ำชาปริศนา ตกลงมาจากเพดานตรงหน้าคลาเอลและ.......................... น้ำชาได้ตกลงบนที่หน้าจอคอมพิวเตอร์จากนั้นหน้าจอก็ขึ้นอักษรว่า “shut down”แล้วก็ยังไม่พอ น้ำชาได้ไหลจากจอคอมพิวเตอร์ลงมายังโต๊ะคอม ไหลไปตามสายไฟและไหลเข้าไปในCPU แล้วสุดท้ายก็ไหลลงมาโดนเท้าของ คลาร์เอลอ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกไฟฟ้าได้ช็อตคลาร์เอล และหลังจากนั้น สติของคลาเอลก็ค่อยๆ หายไปเป็นความมืดมิด…………………………………………………………………………….ณ สรวงสวรรค์ซักแห่งหนึ่งมีชายแก่กำลัง นั่งอยู่บนเสื่อทาทามิ และ กำลังสังเกตการณ์ โลกต่าง พร้อมกับดื่มน้ำชาบนฟากฟ้า“โลกนี้ก็สงบสุขดีไม่มีปัญหา ไปดูโลกดอื่นดีกว่า”ขณะที่ชายแก่กำลังจะไป เขาก็เผลอทำแก้วน้ำชาตกลงไปในช่องว่างของมิติ“แย่แล้ว”หลังจากนั้นชายแก่ก็ได้ตามไปเก็บแก้วน้ำชาแต่สายไปเสียแล้วชายแก่ได้พบกับร่างของคลาร์เอลที่ไร้ดวงวิญญาณ“ข้าได้ทำผิดพลาดซะแล้ว แต่คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าน้ำชาจะพรากชีวิตไปจากคน คนหนึ่งได้”หลังจากนั้นชายแก่ก็ได้คิดอยู่ซักครูหนึ่ง“แต่ยังไง มันก็เป็นความผิดของเรา งั้นก็ไปพบดวงวิญญาณของเขาหน่อยแล้วกัน”แล้วชายแก่ก็กลับไปยังสรวงสวรรค์ และ ร่ายบทคาถา เรียกวิญญาณของคลาร์เอลมา

    ตอนที่2 ต่อรองกับพระเจ้าแล้วไปเกิดใหม่กันเถอะหลังจากที่ชายแก่ได้ เรียกวิญญาณของ คลาร์เอลมาแล้ว สติของคลาร์เอลก็ค่อยๆกลับมา และ เห็นว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนท้องฟ้าที่ เต็มไปด้วยเมฆสีขาวและเห็นชายแก่กำลังนั่งอยู่บนเสื่อทาทามิฝืนใหญ่ลอยได้กลางเสื่อทาทามินั้นก็มีโต๊ะไม้ญี่ปุ่นตัวหนึ่ง“นี้ฉันอยู่ที่ไหนเนี่ย” คลาร์เอลคิดอยู่ในใจ“เข้ามานั่งสิ” ชายแก่ได้เชิญคลาร์เอลเข้ามานั่ง“ครับ” คลาร์เอลตอบ“มาดื่มชากันหน่อยสิ”หลังจากที่ชายแก่พูดจบ ชายแก่ก็เสกแก้วน้ำชาร้อน2แก้วมาและเริ่มเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น“ต้องขอโทษด้วยจริงๆน่ะ” ชายแก่พูด“งั้นสรุปคุณคือพระเจ้าที่ทำแก้วน้ำชาตกลงไปในช่องว่างระหว่างมิติและปลายทางของมิติ บังเอิญเป็นเพดานบ้านของผม แล้วผมก็โดนไฟช็อตตายสินะ” คลาร์เอลตอบ“ใช่แล้วเรื่องราวมันเป็นอย่างนั้นแหละ” จากนั้นพระเจ้าก็ได้พูดว่า“คลาร์เอล เฮบริเดี้ยน เจ้าได้สิ้นชีพลงโดยที่ พลังชีวิตยังไม่หมด และพอที่ข้าจะส่งเจ้ากลับไปเกิดใหม่ได้ แต่ว่า การกลับไปเกิดใหม่บนโลกเดิมนั้นเป็นการละเมิดกฎแห่งสวรรค์ ฉะนั้น เราจะส่งเจ้าไปยังโลกอื่น เพื่อเป็นการขอโทษเราจะอนุญาติให้เจ้า เลือกโลกแบบที่เจ้าต้องการ และเผ่าที่ต้องการไปเกิด และขอความสามารถพิเศษบางอย่างที่ไม่เกินขอบเขตของเรา และไม่ขัดแย้งหรือสร้างภัยพิบัติต่อโลกนั้นๆได้”“เกิดใหม่งั้นหรอครับ อืมมม แล้วมีโลกที่มีมังกรและเวทมนต์บ้างหรือปล่าวครับ” คลาร์เอลถาม“อืม.... จะว่ามีมันก็มีอ่ะน่ะ แต่จะว่ามันไม่มีก็ไม่มี” พระเจ้าตอบ“อะไรเนี่ย”คลาร์เอลคิดในใจแล้วถามต่อว่า “มันหมายความว่ายังไงหรอครับ”พระเจ้าได้อธิบายว่า “คือมังกรในโลกที่เจ้าอยู่มันเป็นเพียงจินตนาการณ์เท่านั้น มันไม่ได้มีเกล็ดที่แข็งแรงขนาดอาวุธต่างๆไม่อาจทำร้ายร่างกายได้ แถมไม่สามารถใช้เวทมนต์ได้อีกต่างหาก จนถูกมนุษย์ฆ่าตายจนสูญพันธ์ไปหมดแล้วในโลกที่ไม่มีเวทมนต์ ก็เจ้าลองคิดดูสิถ้าโลกที่ไม่มีเวทมนต์แล้วมังกรแข็งแกร่งขนาดนั้นแล้วยังใช้เวทได้เผ่าเดียวคงมีแต่มังกรที่ครองโลกตั้งแต่ที่สรรพชีวิตต่างๆเริ่มถือกำเนิด จนเกิดความไม่สมดุลขึ้น และโลกทุกใบที่มีมังกร ก็จะมีแต่มังกรที่ครองโลก”“เออแล้วโลกที่มีเวทมนต์หละครับ” คลาร์เอลถาม พระเจ้าจึงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า“มันไม่มีโลกแบบนั้นอยู่หรอกเพราะถ้ามีเวทมนต์โลกก็จะพัฒนาเร็วเกินไปแถม เราพระเจ้ายังไม่สารมารถสร้างสิ่งมีชีวิตที่สามารถใช้เวทมนต์ได้อีกด้วย”จากนั้นพระเจ้าได้เล่าต่อว่า“แต่ถ้าเป็นโลกที่มีของคล้ายๆเวทมนต์และเคยมีมังกรอยู่มันก็มีอยู่อ่ะน่ะ”“ว้าวงั้นหรอครับ งั้นผมขอไปเกิดเป็นมังกรที่โลกนั้นได้ไหมครับ”คลาร์เอลตอบด้วยความตื่นเต้น“ข้าแค่บอกว่าเคยมี ในโลกนี้ที่ข้าได้บอกเจ้ามันเคยมีมังกรที่แข็งอยู่แต่มหาเกิดภัยพิบัติขึ้นจนมังกรหลงเหลือเป็นเพียงตำนานเท่านั้น แต่ในโลกนี้ยังคงมีข่าวลือที่เป็นตำนานเหมือนกันเกี่ยวกับมนุษย์ผู้มีสายเลือดมังกร ที่มีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษอย่างในจินตนาการของเจ้า ฉะนั้นเราจึงคิดว่าเราจะใช้ประโยชน์จากความจริงตรงนั้นทำให้เจ้าสามารถเป็นครึ่งมนุษย์ครึ่งมังกรดังที่เจ้าต้องการได้ถึงจะไม่ใช่มังกรทั้งตัวก็ตาม”“ก็ยังดี”คลาร์เอลคิดในใจและถามสืบต่อว่า “แล้วมังกรนั้นจะแข็งแกร่งอย่างที่ผมต้องการไหมครับ”“แน่นอนว่าต้องไม่เกินความสมดุลในกฎของโลก”พระเจ้าตอบด้วยสีหน้าที่จริงจัง“งั้นพระเจ้าครับผมขอถามหน่อยได้ไหมครับว่าโลกนั้น มีกฎหรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์เหมือนในโลกนี้รึปล่าวครับ” คลาร์เอลถาม“มีสิในโลกที่เจ้าจะไปเกิดมีกฎทางวิทยาศาสตร์เหมือนโลกของเจ้า แต่น่าเสียดายที่สิ่งที่มีคลายๆเวทมนต์นั้น จนทำให้ไม่มีใครศึกษากฎเหล่านี้เลย”พระเจ้าตอบด้วยสีหน้าที่เศร้าหมองและเต็มไปด้วยความเสียดาย“งั้นพระเจ้าครับผมจะสามารถใช้กฎทางวิทยาศาสตร์กับรางกายของผมลงไปได้ไหมครับ” คลาร์เอลถามอย่างมีนัยยะ“ได้สิๆ เพราะตราบใดที่อยู่ในกฎนี้ก็ไม่ขัดต่อกฎของโลก” พระเจ้าตอบ“งั้นหรอเยี่ยมไปเลย” คลาร์เอลคิดในใจ และตอบพระเจ้าว่า“พระเจ้าครับงั้น ผมขอให้กระดูกและเขามังกรของผมมีส่วนประกอบเป็นแพทตินั่ม(ทองคำขาว)ได้รึปล่าวครับ”“นั้นถือว่าเป็นสิ่งพิเศษแต่เรายังคงสามารถให้ได้” พระเจ้าตอบ“แล้วเกล็ดมังกรของผมขอให้ทำจากแพทตินั่มด้วยได้ไหมครับ”“นั้นไม่ได้การที่เกล็ดมังกรคลุ่มเกือบทั้งตัวมันหนักเกินไปจนไม่สามารถรับน้ำหนักตัวได้” พระเจ้าตอบ“แย่จัง” คาร์เอลตอบด้วยสีหน้าผิดหวัง“แต่เกล็ดของเจ้าเราสามารถทำจาก มิธริล(Mithril)ได้ พระเจ้าตอบ(Tl.มิธริลเป็นแร่ที่ทำแข็งกว่าเหล็กกล้าแต่มีน้ำหนักเบากว่ามากในแฟนตาซี)“งั้นเอาตามนั้นเลยครับ” คลาร์เอลตอบด้วยความดีใจ และบอกต่อว่า“แล้วพระเจ้าครับผมขอให้ร่างมังกรของผม มีเซลล์ผลิตกระแสไฟฟ้ามีปอดที่พิเศษที่สามารถกลั่นและกักเก็บ แก๊สไฮโดรเจนและไนโตรเจนเหลวได้ไหมครับ”(Tl. แก็สไฮโดรเจน มีคุณสมบัติไวไฟสูงและเผ่าไหม้ในอากาศ ไนโตรเจนเหลว เป็นของเหลวที่เย็นมาก มีจุดเดือดที่ -193องศาเซลเซียส)เมื่อพระเจ้าได้ฟังแล้วจึงตอบว่า”ได้แต่เจ้าจะไม่สามารถขออะไรมากกว่านี้ได้แล้วน่ะ”“ครับผมตกลง” และคลาร์เอลก็คิดในใจ “ทีนี้ก็ใช้ได้ทั้ง ไฟฟ้า ความร้อน และ ความเย็น เลยสิน่ะ มังกร3ธาตุนี้มันแจ่มจริงๆ”“แต่เพื่อไม่ให้เจ้าตายอีกง่ายๆข้าจะให้พรแก่เจ้าอีก3ข้อ1 เจ้าจะมีความต้านทานพิษสูง ไม่มีพิษใดๆสามารถฆ่าเจ้าได้2 เจ้าจะมีดวงตาที่ดีกว่าปกติมากสามารถเห็นการเคลื่อนไหวอันรวดเร็วได้อย่างชัดเจนเมื่อต้องการ มีความรวดเร็วของปฏิกิริยาตอบสนองไวมากมีร่างกายและอัตราการฟื้นฟูที่แข็งแรงกว่าคนทั่วไป3 เจ้าจะสามารถติดต่อเราได้ผ่านสิ่งนี้ จะนั้นก็มียันต์ลอยออกมาจากฝ่ามือของพระเจ้าแล้ว หายเข้าไปในอกของคลาร์เอล “ยันต์นี้เป็นยันต์สื่อสารสามารถ ถามเราเกี่ยวกับสิ่งต่างๆโลกที่เจ้าจะไปเกิดได้ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนเท่านั้น” พระเจ้าอธิบายแล้วบอกต่อว่า“เอาหละได้เวลาที่เจ้าจะไปเกิดแล้วน่ะ ขอให้โชคดีหละ”หลังจากพูดจบพระเจ้าก็โบกมืออีกครั้งและสติของคลาร์เอลก็มืดลงอีกครั้ง
    ตอนที่3 พระเจ้ามันเกิดอะไรขึ้นวันที่ 26 เดือน 7 ปี ดราโกเนียที่ 1544ประเทศ เวอร์มิลเลียนเอลล์ (vermillon aile)(Tl. แปลว่า ประเทศ ปีกสีชาดน่ะครับ)ในคฤหาสน์ของตระกูล อินากามิ (Inagami)“อุแว้ อุแว้ อุแว้ อุแว้ อุแว้ อุแว้ อุแว้ อุแว้”มีเสียงเด็กทารกแรกเกิดร้องออกมาจากห้อง ห้องหนึ่ง แล้วหลังจากนั้นก็มีชายแต่งตัวเหมือนขุนนางอายุราวๆ20-30ปี รีบเปิดประตูเข้าไปในห้อง“ปั่ง” (เสียงเปิดประตู)“หมอ ลูกของผมกับยูริเป็นยังไงบ้าง”“ไม่เป็นไรค่ะ ทั้งลูกและแม่ปลอดภัยดี ยินดีด้วยน่ะคะที่ได้ลูกเป็นเพศชาย”หลังจากที่หมอกล่าวจบ ชายคนนั้นก็โลงอกและเดินเข้าไปหาผู้หญิงที่อายุราวๆ รุ่นเดียวกันกับผู้ชายคนนั้น“ซิกซ์ คุณดูนี้สิ ลูกของเรา เราควรจะตั้งชื่อเข้าว่าอะไรดี”“อืม วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใสงั้นตั้งชื่อว่า เซียล์ล่ะกัน (ciel)”“งั้นต่อจากนี้ไปเจ้าชื่อว่าเซียล์ อินากามิ น่ะลูกรัก”(Tl. Ciel แปลว่า ท้องฟ้า)1 ปีต่อมา (วันที่ 26 เดือน 7 ปี ดราโกเนียที่ 1545)คฤหาสน์ของตระกูล อินากามิคาร์ลเอลก็รู้สึกตัวขึ้น“อืม เราพอจะจำได้ รู้สึกว่าเราจะชื่อว่าเซียล์สินะ”หลักจากนั้นคาร์ลเอลก็มองไปรอบๆ “เหมือนเราจะอยู่ในเปลแฮะ”หลังจากนั้นก็มีผู้หญิงผมยาวสลวยสีชมพู พร้อมกับดวงตาสีม่วงอ่อนอันงดงามเดินมาที่เปลอุ้มเซียล์ขึ้นมา แล้วก็พูดว่า “เซียล์สุขสันต์วันเกิดครบ1ปีน่ะ วันนี้มีงานฉลองวันเกิด ของลูกด้วยน่ะเอาหละ ไปหา คุณพ่อ คุณปู่ คุณตา คุณย่า คุณยาย กันดีกว่าน่ะ”“อืมงั้นนี้คงเป็นแม่ของเราสินะรู้สึกจะชื่อยูริมั้ง” คาร์ลเอลคิดในใจหลังจากนั้นเธอก็อุ้มเซียล์ ออกจากเปล และเดินไปตามโถงทางเดินของคฤหาสน์ จนมาถึงห้องกินข้าว และ เธอก็เปิดประตู“ฮ่าๆๆ หลานเซียล์ สุขสันต์วันเกิดน่ะ มาให้ปู่อุ้มหน่อยซิ”“คุณพ่อครับ อย่าส่งเสียงดังมาสิครับ เดี๋ยวเซียล์น้อยก็ร้องไห้หรอก”“เจ้าซิกซ์ นิดๆหน่อยๆ ไม่เป็นไรหรอกน่า หลานเซียล์ยังไม่ร้องซักแอะเลยเห็นมั้ย”“นี้แซค(sack) พอแล้วมาให้คุณย่าอุ้มหลานบ้างสิ”“มาเรียหยุดเลยน่ะ เอาเซียล์มาให้ยายอุ้มก่อนสินานๆจะได้มาเยี่ยมหลานซักที”หลังจากนั้นแต่ละคนก็ผลัดกันอุ้มผมแล้วหลังจากงานเลี้ยงจบผมก็กลับไปห้องนอนของ คุณพ่อกับคุณแม่ แล้วก็นอนลงที่เปล เพราะว่ายังเป็นเด็ก1ขวบอยู่ก็เลยยังพูดไม่ได้อ่ะน่ะถึงจะลองพยายามดูแล้ว แล้วก็จากที่ฟังเหมือนกับว่าจะใช้ภาษาเดียวกันกับโลกก่อน ก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องเรียนภาษาใหม่จากที่ฟังดูในงานเลี้ยงรู้สึก ว่าเราจะเกิดในตระกูลอินากามิ พ่อชื่อซิกซ์ แม่ชื่อยูริ ปู่ชื่อแซค ย่าชื่อ มาเรีย ก็ประมาณนี้มั้ง.............แต่ที่ผมสงสัยอย่างหนึ่งคือ........ทำไมผมถึงเกิดเป็นมนุษย์ธรรมดา!!!!!พระเจ้ามันเกิดอะไรขึ้นนนนนนนนนนนหลังจากนั้นคาร์เอลก็นึงถึงยันต์ที่พระเจ้าให้ไว้ แต่มันอยู่ที่ไหนหว่าจากนั้นคลาร์เอลจึงตั้งสติ และ ก็เห็นยันต์ที่พระเจ้าให้ไว้ภายในจิตใจจากนั้นก็มีเสียงเข้ามาภายในหัว“สวัสดีคาร์ลเอล สบายดีไหมหรือจะให้เรียกว่าเซียล์ดี”คาร์ลเอลได้คิดแล้วตอบไปว่า “ในเมื่อคาร์ลเอล ได้ตายไปแล้วงั้น เรียกผมว่าเซียล์ไปเลยก็ได้ครับเพื่อความเคยชิน” คาร์ลเอลตอบ“ได้ งั้นเซียล์เจ้าติดต่อหาข้ามามีเรื่องอะไรรึ” พระเจ้าถาม“ทำไมผมถึงเกิดเป็นมนุษย์หละครับ”“อ๋อเพราะว่า ร่างครึ่งมังกรของเจ้านั้นข้าใส่เป็นจิตวิญญาณเหมือนๆกับธรรมชาติของโลกใบนี้ ซึ่งเมื่อเจ้าโตขึ้นเจ้าจะรู้วิธีใช้มันเอง แต่พรที่ข้อให้เจ้าไว้3ข้อยังคงทำงานอยู่แม้จะอยู่ในร่างมนุษย์ ไปก่อนหละ บาย”หลังจากนั้นเซียล์ก็สตั๊นไป 10 วินาที“เฮออออ เราคงต้องรอจนกว่าจะโตสินะ เมื่อไหร่จะใช้ได้น้อ ร่างครึ่งมังกรของเรา”...หลังจากนั้นผ่านไปประมาณ10ปี (วันที่ 10 เดือน 9 ปี ดราโกเนียที่ 1555)สวนหลังบ้านตระกูลอินากามิ เวลาประมาณเที่ยงมี ผู้ชายผมสีแดงตาข้างซ้ายสีฟ้าตาข้างขวาสีม่วงอ่อนกำลัง นอนอยู่บนพื้นหญ้าและกำลังอ่านหนังสืออยู่“เซียล์ได้เวลากินข้าวแล้วลูก”“ครับแม่” เซียล์ตอบหลังจากนั้น เซียล์ก็เดินเข้าไปในห้องอาหาร และ รับประทานอาหารกับครอบครัว อาหารเป็น สเต็กปลาแซลมอนพร้อมกับสลัดผัก ซึ่งเป็นของโปรดของเซียล์ขณะที่กำลังทานอาหารอยู่ ผู้ชายผมสีแดง ตาสีฟ้า อายุราวๆ30ปี ใช้แล้วเขาคือ ซิกซ์ อินากามิ พ่อของเซียล์ก็ได้พูดขึ้นว่า“เซียล์ลูกอีก2ปีจะอายุครบ12ปีแล้วนะลูก ใกล้ถึงพิธีปลุกจิตวิญญาณแล้วเตรียมตัวให้พร้อมหละ”“ครับพ่อ”เซียล์ตอบระหว่าง10ปีที่ผ่านมานอกจากเวลาฝึกซ้อมการใช้อาวุธและการเรียนปกติ ในเวลาว่าง เซียล์ได้ ศึกษาเกี่ยวกับโลกใบนี้ตลอดเวลาจนได้ข้อสรุปว่า ในโลกนี้มีสิ่งที่เรียกว่า จิตวิญญาณอยู่ซึ่งในจิตวิญญาณนี้จะสามารถมีได้ในทุกสิ่งมีชีวิต ส่วนจิตวิญญาณของมนุษย์นั้นจะตื่นขึ้นตอนราวๆ อายุ12ปีซึ่งจิตวิญญาณเป็นสิ่งที่ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปของมัน และ ผู้ที่มีจิตวิญญาณสามารถที่จะบ่มเพาะสิ่งที่เรียกว่า พลังวิญญาณได้ โดยที่พลังวิญญาณจะสามารถบ่มเพาะได้ในระดับไหนและเร็วเท่าไหร่ก็ล้วนขึ้นอยู่กับ ระดับของจิตวิญญาณหรือถ้าจะให้พูดง่ายๆก็คือยิ่งระดับของจิตวิญญาณสูงเท่าไหร่ยิ่งมีขีดจำกัดและการพัฒนาที่สูงขึ้นโดยที่ จิตวิญญาณนั้นจะมีอยู่หลายประเภท แต่แบ่งได้เป็นหลักๆคือธาตุ กายภาพ สนับสนุน รักษา เอนชานท์ และยังมีจิตวิญญาณพิเศษที่จะคุณสมบัติพร้อมกันหลายๆประเภทอีกด้วยส่วน ระดับความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณคือเลว ทั่วไป หายาก โบราณ ราชัน จักรพรรดิ ศักดิ์สิทธิ กึ่งเทพ และ เทพส่วนระดับของพลังวิญญาณคือรวบรวมวิญญาณ ก่อตั้งวิญญาณ วิญญาณปฐพี วิญญาณฟ้าจอมพลวิญญาณ ราชันวิญญาณ จักรพรรดิวิญญาณ วิญญาณศักดิ์สิทธิ วิญญาณภูต และ วิญญาณเทพโดยแต่ละขั้นจะมี 6 ขั้นย่อยแล้วก็โลกใบนี้ก็มีระบบยศขุนนางเหมือนกันได้แก่บารอน ไวส์เคานท์ เอิร์ล มาร์ควิส และ ดยุคโดยที่ทั้งตำแหน่งและอำนาจก็ขึ้นอยู่กับความสามารถ ฉะนั้นทางราชวงศ์และพวกขุนนางจึงจัดพิธีปลุกจิตวิญญาณขึ้นเพื่อดูศักยภาพของเหล่ารุ่นเยาว์ของตระกูลต่างๆ ในอนาคต รวมทั้ง แนวโน้มทางด้านพลังอำนาจของตระกูลนั้นๆด้วยสาเหตุที่ต้องทำแบบนี้เพราะ ความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณนั้นไม่ใช่สิ่งที่สามารถถ่ายทอดกันได้ด้วยสายเลือด บางที ทั้งพ่อและแม่ ต่างมีจิตวิญญาณระดับโบราณ อาจมีลูกที่มีจิตวิญญาณระดับเลวก็ได้ หรือ พ่อแม่มีจิตวิญญาณระดับเลวทั้งคู่แต่มีลูกที่มีจิตวิญญาณระดับหายากก็มีโดยยุคที่เป็นระบบปลาใหญ่กินปลาเล็กแบบนี้ ทุกตระกูลจึงคาดหวังกับรุ่นเยาว์ของพวกเขามาก และ แน่นอนว่าหลายๆตระกูลก็เลือกวิธีการปั้มลูก(Tl. Nani?) ออกมาเยอะๆเพื่อหารุ่นเยาว์ที่มีจิตวิญญาณระดับสูง เพื่อสืบทอดผู้นำตระกูลต่อไปและแน่นอนว่าถึงพ่อกับแม่จะไม่ได้บอกผมตรงๆ เพราะกลัวว่าจะกดดันผม แต่ก็คาดหวังในตัวผมมาก เพราะผมเป็นลูกคนเดียว เพราะแม่ของผมมีบุตรยากส่วนพ่อก็รักแม่มาก เลยไม่ยอมมีอนุภรรยา(เมียน้อย)เพิ่มไม่เหมือนกันขุนนางหลายๆตระกูลที่มี ภรรยากันหลายๆคน เอาจริงๆผมรู้สึกภูมิใจมาก ที่มีพ่อแบบนี้หลังจากทานอาหารกลางวันกับครอบครัวเสร็จ เซียล์ก็ได้อ่านหนังสือในห้องสมุดยันค่ำ“เฮ้ออออ หมดไปอีกวัน ไปนอนดีกว่า”แต่ในระหว่างที่กลับเซียล์ก็ได้เจอหนังสือเก่าๆเล่มหนึ่งตกลงมาจากชั้นหนังสือ“เอ๊ะ หนังสืออะไรอ่ะ” แล้วเซียล์ก็ได้เก็บหนังสือขึ้นมาดู และปกหนังสือก็เขียนทั่วๆไปแต่มีกลิ่นอายแปลกๆออกมา โดยมีหัวเรื่องว่า“ประเภทจิตวิญญาณของเผ่าพันธุ์ต่างๆ”