ระบบฝึกฝนสัตว์อสูร

    บทที่ 29 โดนจับตา

            บทที่ 29

            โดนจับตา

            อสรพิษเกล็ดดำที่เป็นสัตว์อสูรระดับสี่ดาวโดนสังหารตายอย่างง่ายดายโดยเพียงแค่การโจมตีครั้งเดียว

            มันทำให้จางหมิงที่กำลังยืนอยู่และเฝ้ามองเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นอยู่นั้นรู้ได้ในทันทีถึงความแข็งแกร่งของสตรีที่อยู่เบื้องหน้า

            ในตอนนี้พอจะประเมินได้แล้วว่าความแข็งแกร่งของนางมีระดับสูงกว่าลมปราณระดับสี่อย่างแน่นอน

            ไม่รู้เช่นนั้นก็เป็นเพราะว่าคนที่มีระดับลมปราณอยู่ในระดับห้าไม่สามารถปิดฉากการต่อสู้กับศัตรูระดับสี่ดาวได้อย่างง่ายดายขนาดนี้

            สำหรับภายในโลกใบนี้แล้วผู้ที่ฝึกฝนลมปราณที่อันตรายเป็นอย่างมากก็คือสัตว์อสูร

            เพราะว่าสัตว์อสูรถือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมากไม่สามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดาย

            สำหรับสัตว์อสูรระดับสี่ดาวระดับจอมยุทธ์ที่สามารถต่อกรกับมันได้อย่างสูสีก็น่าจะเป็นจอมยุทธ์ระดับหกหรือไม่ก็ระดับเจ็ดขั้นที่สูง

            ระดับห้าเองก็สามารถรับมือมันได้อย่างง่ายดายแต่ที่เขาคิดว่านางมีระดับสูงกว่าห้าก็เป็นเพราะว่าถึงอย่างไรสัตว์อสูรระดับสี่ดาวการประทะกับจอมยุทธที่มีระดับห้าย่อมต้องใช้การต่อสู้ในระดับหนึ่งไม่ใช่ปิดฉากอย่างง่ายดายเช่นนี้

            จางหมิงลงมาบริเวณด้านล่างมาตรวจสอบศพของสัตว์อสูรทิมโดนสังหารตายไป

            ร่างกายของมันเป็นร่างกายที่มีความยาวหลาย10 เมตรแถมมีขนาดร่างกายที่ใหญ่กว่าลำต้นของต้นไม้เสียอีก

            ยามนี้มาได้สำรวจใกล้ใกล้เจ้าอสรพิษเกล็ดดำตอนนี้โดนสังหารตายด้วยการโจมตีครั้งเดียวเมื่อรเข้ามาสำรวจบาดแผลก็พอจะมองออกว่าเป็นวิชากระบี่

            จางหมิงจ้องมองบาดแผลที่มันปรากฏอยู่บนร่างกายพร้อมกับพูดขึ้นมา “ วิชากระบี่ ”

            เมื่อเขาพูดขึ้นมาก็ใช้ดวงตามองตรงไปที่อี้หลงเซียนที่กำลังยืนอยู่ข้างข้างนางแสดงรอยยิ้มก่อนที่จะพูดขึ้น“ ข้าร่ำเรียนวิชากระบี่มาเล็กน้อย ”

            ได้ยินคำพูดของนางพูดออกมาเช่นนั้นจางหมิงสบถคำภายในใจอย่างรวดเร็ว “ ร่ำเรียนมาเล็กน้อยอย่างงั้นรึจากที่มองเห็นจากสายตาในตอนนี้วิชากระบี่นี่ถูกฝึกฝนจนอยู่ในระดับสูงกล่าวว่าฝึกฝนมาเพียงเล็กน้อยได้อย่างไร”

            จากในตอนนี้ที่มองเห็นด้วยสายตาวิชากระบี่ที่ทิ่มแทงเข้าไปที่ร่างกายของสัตว์อสูรมันไม่ใช่วิชากระบี่ธรรมดาทั่วไป

            จากที่มองด้วยสายตาก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าวิชากระบี่เต็มไปด้วยความแหลมคมและก็จะเต็มไปด้วยความเฉียบคมด้วยเช่นเดียวกัน

            แถมมันยังดูเป็นวิชาการดีที่ดูลึกลับและทรงพลังเป็นอย่างมาก

            เพราะแบบนั้นจะกล่าวว่าผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้านั้นเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญวิชากระบี่หรือว่าร่ำเรียนกันมาเพียงแค่เล็กน้อยก็มิได้แล้ว

            นางเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญวิชากระบี่นักศึกษามันอย่างแก่นแท้จนสามารถทำให้ล่วงรู้ถึงการใช้งานของกระบี่ได้เป็นอย่างดี

            แม้ว่าภายในมือจะไม่มีกระบี่ถืออยู่แต่ก็สามารถแสดงวิชากระบี่ออกมาได้ด้วยท่วงท่าที่ทรงพลังมากขนาดนั้น

            จางหมิงไม่ได้พูดอะไรตอบกลับเขาก็มองร่างของมันก่อนที่จะมองหาตำแหน่งบางอย่างแล้วใช้มีดสั้นของตนเองที่พกมาด้วยแทงเข้าไปที่ภายในร่างกาย

            มีดสั้นเล่มแทงลงไปที่บริเวณร่างกายของสัตว์อสูรตนนั้นก่อนที่จะนำบางอย่างออกมาจากภายในนั้น

            สิ่งที่เขานำออกมาจากภายในร่างกายของสัตว์อสูรแน่นอนว่าเมื่อแทงเข้าไปภายในร่างกายของสัตว์อสูรแล้วก็ใช้มือล้วงเข้าไปเขานำบางอย่างออกมาจากภายในนั้น

            สิ่งที่ถูกนำออกมาจากภายในร่างกายของสัตว์อสูรมันเป็นรูปลักษณะคล้ายคลึงกับลูกแก้วสีดำสนิทที่มีรูปลักษณะแตกต่างจากวัตถุธรรมดาทั่วไป

            เมื่อได้นำมันออกมาก็ได้ส่งให้กับอี้หลงเซียนที่กำลังยืนอยู่ “ มันเป็นของเจ้า ”

            “ ข้าไม่ต้องการหรอกเพียงแค่แก่นวิญญาณของสัตว์อสูรของเช่นนี้ข้าไม่ได้ต้องการมันแล้วเจ้าเก็บไปเถอะ” อี้หลงเซียนพูดขึ้นมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเรียบเฉย

            สิ่งที่อยู่ภายในมือของจางหมิงในตอนนี้มันถูกเรียกว่าแก่นวิญญาณอสูร

            โดยเจ้าแก่นวิญญาณอสูรมันจะพบเจอได้ภายในร่างกายของสัตว์อสูรระดับสี่ดาวขึ้นไปที่อยู่ในช่วงที่โตเต็มวัยเท่านั้นถึงจะพบเจอมัน

            ถ้าให้ลองเปรียบเทียบแก่นวิญญาณอสูรมันก็เป็นเหมือนกับต้นต่อของพลังแล้วก็เป็นสิ่งที่หลอมรวมขึ้นมาเป็นต้นกำเนิดของพลังของสัตว์อสูร

            แล้วมันเองก็เป็นหนึ่งสิ่งที่มีความล้ำค่าเป็นอย่างมากภายในร่างกายของสัตว์อสูรที่มีระดับสี่ดาวขึ้นไป

            โดยมูลค่าของมันถ้าเป็นเจ้าแก่นของสัตว์อสูรตนนี้แน่นอนว่ามูลค่าของมันจะมีมูลค่าสูงถึงแผ่นทองอย่างแน่นอน

            มูลค่าเงินภายในโลกใบนี้และภายในยุคสมัยแห่งนี้ทำความเข้าใจไม่ได้ยากนักโดยมันจะถูกแบ่งแยกออกเป็นสามส่วนใหญ่ใหญ่นั่นก็คือ แผ่นทองแดง แผ่นเงินแล้วก็แผ่นทอง

            นี่คือมูลค่าเงินที่ถูกใช้ภายในใต้หล้านั้นถูกใช้ให้กระจายไปทั่วทั้งห้าอาณาจักร

            โดยค่าทั้งสามมันจะมีมูลค่าที่แตกต่างกันออกไปแผ่นทองแดงเป็นมูลค่าเงินที่น้อยที่สุดส่วนแผ่นเงินก็เป็นมูลค่าเงินที่มีมูลค่าขึ้นมาจากแผ่นทองแดงและแผ่นทองก็ถือว่าเป็นเงินที่มีมูลค่ามากที่สุด

            แน่นอนว่าจากการประเมินแล้วสิ่งที่เรียกว่าแผ่นทองมีมูลค่าที่สูงเป็นอย่างมากถ้าจะให้ลองเปรียบเทียบหนึ่งแผ่นทองของเงินสามารถซื้อบ้านหลังเล็กๆได้หนึ่งหลังเลยทีเดียว

            และเพราะแบบนั้นเจ้าสิ่งที่อยู่ภายในมือในตอนนี้มันมีรวมมูลค่าน่าจะหลายแผ่นทองมูลค่าของมันเองก็เทียบเท่ากับบ้านหลายหลังหรืออาจจะเทียบเท่ากับจวนขนาดใหญ่จวนหนึ่งเลย

            นั่นแหละคือสิ่งที่สามารถเปรียบเทียบได้จากมูลค่าของเจ้าสิ่งที่อยู่ภายในมือในตอนนี้ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าเป็นคนสังหารมันได้แต่กลับไม่ได้ต้องการมัน

            แน่นอนว่าเมื่อนางนั้นไม่รับเจ้าของสิ่งนี้เค้าค่อยค่อยดึงมันกลับมาแล้วก็เก็บเอาไว้ภายในแขนเสื้อ

            ...

            ยามวิกาลที่มืดมิดทั่วทั้งผืนท้องนภาปกคลุมไปด้วยม่านเมฆสีดำสนิท

            กองเพลิงกองเล็กๆถูกจุดขึ้นเปลวเพลิงที่ลุกไหม้สะท้อนล่างของหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีนั่งอยู่บริเวณด้านหน้ากองเพลิง

            จางหมิงด้วยท่าทางสงบนิ่งดวงตาของเขามองตรงไปที่อี้หลงเซียนพร้อมกับเอ่ยถามขึ้นมา “ ท่านต้องการอันใด? ”

            “ ข้าไม่ได้ต้องการอะไรเพียงแค่สนใจในพลังของเจ้าเท่านั้นแล้วอีกอย่างในช่วงตอนนี้มันก็ยังไม่ถึงเวลาทีข้าเจ้าต้องบุกเข้าไปภายในเขตส่วนในลึกสุดของภูเขาแห่งนี้”

            “ เพราะแบบนั้นก็ถือโอกาสศึกษาสิ่งที่สนใจแก้เบื่อภายในป่าแห่งนี้เป็นการดี”

            นางพูดออกมาเช่นนั้นจางหมิงจึงทำการตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว “ ต้นดอกบุปผาครามมันจะเบ่งบานและสามารถเก็บเกี่ยวได้ช่วงระยะเวลาประมาณเดือนแปดของปีในตอนนี้เตือนหกจำเป็นจะต้องใช้เวลาอีกประมาณสองเดือนท่านจะต้องอาศัยอยู่ภายในป่าแห่งนี้”

            “ เหมือนว่าตัวของเจ้าเองพอจะรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ดีเช่นเดียวกันนะเสียงจากรู้ด้วยว่าต้นดอกบุปผาครามมันจะเบ่งบานภายในเดือนแปดเท่านั้นอย่างนี้ยังไม่ถึงเวลาถึงเดินทางเข้าไปก็ไม่ได้อะไร”

            เขารู้เกี่ยวกับข้อมูลนี้อยู่แล้วจางหมิงรู้ว่าสมุนไพรวิญญาณชนิดนั้นจำเป็นจะต้องเดินทางเข้าไปภายในนั้นในช่วงระยะเวลาประมาณเดือนแปด

            “ แล้วอย่างไรการที่ไม่สามารถเดินทางเข้าไปได้มันก็เลยทำให้ทันคิดจะมาสังเกตการณ์ข้าในช่วงเวลานี้งั้นรึ?” ก็พยายามหาจุดประสงค์ของอีกฝ่ายที่ตอนนี้มาอยู่บริเวณด้านหน้า

            “ แน่นอนว่าไม่ผิดข้าตั้งใจจะสังเกตข้าจริงๆเพราะสนใจในพลัง”

            “ ที่ผ่านมาไม่เคยพบเจอผู้ใดที่มีพลังเช่นนี้มาก่อนเลยเลยรู้สึกสนใจขึ้นมาโดยทั่วไปแล้วคนที่ไม่มีลมผ่านภายในร่างกายและไม่สามารถฝึกฝนวรยุทธได้เหตุใดจะสามารถควบคุมสัตว์อสูรได้แต่เจ้ากับสามารถทำได้หรือรู้สึกสนใจขึ้นมา”

            “ ข้าเป็นเพียงแค่คนธรรมดาทั่วไปอยู่ภายในป่าแห่งนี้เพื่อฝึกฝนสัตว์อสูรของตนเองเท่านั้นท่านไม่จำเป็นจะต้องมาเสียเวลาอยู่กับคนเช่นข้าไปทำธุระของท่านเถอะ” พยายามเบี่ยงเบนความสนใจของนางเพื่อที่จะทำอย่างไรก็ได้ให้ปกปิดพลังของตนเอง

            จางหมิงรู้ดีว่าพลังของเขาในยามนี้ยังไม่ควรเปิดเผยแค่สายตาของผู้คนมากนัก

            อันที่จริงการที่เข้าซ่อนเร้นตัวภายในป่าเช่นนี้ก็ตั้งใจพัฒนาความสามารถของสัตว์อสูรของตนเองให้มันเพิ่มพูนขึ้น

            เมื่อเขาพูดออกไปเช่นนั้นนางค่อยค่อยเอนหลังไปพิงกับผนังของถ้ำแล้วก็พูดขึ้นมาด้วยท่าทางที่สบายสบาย ” เอาเถอะถึงจะบอกว่าไปทำธุระยามนี้ข้าก็ยังว่างอยู่การสังเกตเจ้าก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ข้าสนุกเช่นเดียวกัน”

            ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผลนางดูจะสนใจเกี่ยวกับตัวตนของเค้าเป็นพิเศษ

            แน่นอนว่าหลังจากที่ไม่สามารถทำการละความสนใจของผู้ที่อยู่ด้านหน้าได้ก็ไม่สามารถทำอันใดได้แล้ว

            เป็นเพราะว่าอย่างไรเสียเขาก็ไม่มีกำลังพอที่จะขับไล่นางไปจากบริเวณนี้คงได้แต่ต้องใช้ชีวิตอยู่โดยที่มีนางจับตาดูไปสักพัก

            ขอเพียงแค่ถึงเวลาที่นางนั้นจะทำธุระของนางนางก็คงจะไปเอง

            …

            การล่าสัตว์อสูรหลายต่อหลายวันผ่านพ้นไป

            จากวันที่พบเจอกับจันทราทมิฬเขาได้เริ่มทำการล่าสัตว์อสูรตั้งแต่วันนั้นมาประมาณสองวันสองวันที่ผ่านมามีนางจับตามองเขาอยู่ตลอดเวลาแต่ก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอันไหนมากนักไม่ได้เข้ามาแทรกแซงกิจวัตรแล้วก็การกระทำของเขาในแต่ละวัน

            หลังจากที่สัตว์อสูรทั้งสองตนล่าพวกสัตว์อสูรภายในป่ามาเป็นเวลาสองวันเต็มเต็มในตอนนี้ระดับของพวกมันเพิ่มพูนขึ้นจนทำให้สำเร็จภารกิจที่เขาได้รับก่อนหน้านี้แล้ว

            [ ระบบ :เควส พัฒนาคู่ สำเร็จ]

            [ เงื่อนไขหมาป่าโลหิตพัฒนาเป็นเลเวลเจ็ดสิบ ]

            [ - ปีศาจเถาวัลย์พัฒนาถึงระดับ40 ]

            [ ได้รับของรางวัล- เพิ่มขีดจำกัดในการ ทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรเพิ่มขึ้นอีก 10 หน่วย ]

            [- ได้รับสกิลเคลื่อนย้ายสัตว์อสูร]

            จบบท