จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 96 ความสัมพันธ์ที่เริ่มก่อตัว Re

            เมิ่งชิงชิงหลังจากส่งไป่ฉีที่โรงเรียนแล้ว  เธอเดินเข้ามาที่ออฟฟิศในตึกศูนย์ฝึกอบรม LSA  ตอนนี้เธอรู้สึกเหนื่อยจริง ๆ  ว่าแล้วเธอก็นึกถึงเรื่องเมื่อตอนเช้า  ทำให้ใบหน้าของเธอขึ้นสี


            “ชิงชิง เธอรู้จักคำว่ามาสายด้วยเหรอเนี่ย” ป้าจางแซว


            “พอดีไป่ฉีมีปัญหานิดหน่อยน่ะค่ะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “งั้นเหรอ  แล้วมีเรื่องอะไรกันล่ะ” ป้าจางถามด้วยความอยากรู้


            “เอ่อ คือ.......” เมิ่งชิงชิงมองไปทางอื่น  หน้าขึ้นสีเล็กน้อย


            'จะให้บอกว่าทำเรื่องแบบนั้นกับดาราที่ตัวเองดูแลไปเมื่อเช้า  มันคงไม่ดีมั้ง' เมิ่งชิงชิงคิด


            “ว่าไง  สรุปมันเรื่องอะไรกันล่ะ” ป้าจางถามย้ำอีกครั้ง


            “ไป่ฉีมีปัญหาเรื่องเสื้อผ้าน่ะค่ะ  ดูเหมือนว่าตัวเขาจะโตขึ้น  เลยทำให้ใส่เสื้อกับกางเกงไม่ได้  เลยให้หนูไปซื้อเสื้อกับกางเกงใหม่ให้น่ะค่ะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว  เพราะหลังจากเสร็จกิจแล้ว  ไป่ฉีได้บอกปัญหาของเขาให้เธอฟัง  เธอจึงออกไปซื้อเสื้อกับกางเกงใหม่มาให้  ต้องยอมรับเลยว่าการเป็นหญิงสาวไปเลือกกางเกงในให้ผู้ชายทำให้เธออายมาก  ยังดีที่พนักงานในร้านเข้าใจและถามเธอว่าซื้อไปให้แฟนใช่ไหม  เธอจึงเออ ออ ไปกับพนักงานขาย (โดยไม่ได้รู้เลยว่ามีใครบางคนเห็นเธอตอนกำลังเลือกซื้อกางเกงในชายอยู่)


            “โตขึ้นเหรอ  ถ้างั้นเย็นนี้พาไป่ฉีมาอัพเดทข้อมูลด้วยละกันนะ  เดือนนี้ยังไม่ได้วัดสัดส่วนเลย” ป้าจางกล่าว


            “ค่ะ เดี๋ยวจะพาขึ้นเตียง  เอ้ย  พาไปให้พวกเจี่ยเจีย  เขาวัดให้นะคะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            เธอนั่งตรวจตารางงานของไป่ฉีอีกครั้งก่อนจะเดินออกจากศูนย์ฝึกอบรมไป  เพราะต้องออกไปติดต่อหางานให้กับไป่ฉี  นั่นก็เป็นหนึ่งในงานที่เธอต้องทำ  ไม่ใช่รองานติดต่อเข้ามาอย่างเดียว  ขณะที่เธอกำลังเดินไปที่ลานจอดรถ  สมาร์ทโฟนของเธอดังขึ้น


            “เบอร์ไม่คุ้นเลย” เมิ่งชิงชิงกดรับสาย


            “สวัสดีครับนั่นคุณชิงชิง  ผู้จัดการของไป่ฉีใช่ไหมครับ  ผมเป็นโปรดิวเซอร์จากรายการแอดเวนเจอร์  อยากจะขอติดต่อจ้างไป่ฉีให้มาเป็นพิธีกรเสริมกับทางรายการได้รึเปล่าครับ” ปลายสายกล่าวแนะนำตัวพร้อมกับบอกวัตถุประสงค์ที่ติดต่อมา  เพราะเทปนั้นเรตติงสูงที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยทำรายการมา  นอกจากนี้แฟนรายการยังเรียกร้องว่าอยากเห็นนายแบบหนุ่มคนนี้อีก


            “งั้นเรานัดพบกันดีไหมคะ  จะได้พูดคุยตกลงรายละเอียดกัน” เมิ่งชิงชิงกล่าว  หลังจากนั้นเธอก็ได้รับเบอร์ติดต่อ  กับสถานที่ ๆ จะนัดคุยรายละเอียดของงานนี้


            ฝั่งไป่ฉีที่มาโรงเรียนสายถูกมู่ซื่อเฉิงกับต้าถงถามอยู่บ้าง  เขาจึงตอบว่ามีปัญหาตอนเช้าเล็กน้อย  เลยทำให้มาสาย  พอถึงช่วงพักกลางวันไป่ฉีได้โทรหาเมิ่งเจี่ยทันที


            “สวัสดีครับปู่เมิ่งเจี่ย  พอดีผมมีปัญหาเรื่องเสื้อผ้าน่ะครับ” ไป่ฉีกล่าว


            [หือ มีปัญหาอะไรงั้นเหรอ] เมิ่งเจี่ยที่อยู่ปลายสายถามขึ้น


            “คือ เสื้อที่ปู่ตัดให้คราวก่อน  ตอนนี้มันใส่ไม่ได้สักตัวเลยครับ  ก็เลย......” ไป่ฉีบอกสาเหตุไป  เขาไม่แน่ใจว่าเมิ่งเจี่ยจะเชื่อในสิ่งที่เขาพูดรึเปล่า  ปลายสายเงียบไปสักพัก  ก่อนจะตอบกลับ


            [ตอนนี้เธออยู่ที่โรงเรียนใช่ไหม] เมิ่งเจี่ยถาม


            “ครับ” ไป่ฉีกล่าว


            [เดี๋ยวจะไปวัดตัวให้  ถ้าถึงแล้วฉันจะโทรบอก] เมิ่งเจี่ยกล่าวก่อนจะตัดสายไป


            ไป่ฉีรีบเดินไปที่ห้องพักครู  เขาบอกว่ามีปัญหาเรื่องเสื้อผ้าต้องแก้ไขเร่งด่วน  ช่างเสื้อจะมาถึงในช่วงบ่ายแต่ไม่ทราบเวลาที่แน่นอน  เขาจึงมาบอกไว้ก่อนเพื่อขออนุญาต  ทางอาจารย์ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะรู้ว่าเสื้อผ้าเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับคนในวงการบันเทิง


            ช่วงบ่ายคาบแรก  ไป่ฉีได้รับสายของเมิ่งเจี่ย  เขาเห็นรถที่เคยขับมาส่งเขาที่อะพาร์ตเมนต์  จึงได้ยกมือเพื่อขออนุญาตอาจารย์ที่กำลังสอนอยู่


            ไป่ฉีเดินออกมาจากอาคารเรียน  มุ่งหน้าไปที่ประตูโรงเรียน  ด้านหน้ามีเมิ่งเจี่ยและทีมงานหลายคนยืนรออยู่  พวกเขาเตรียมอุปกรณ์มาพร้อม  ไป่ฉีรู้งานของตัวเองเขายืนกางแขนออกให้ทีมงานของเมิ่งเจี่ยวัดอย่างละเอียด  ท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมชั้นและนักเรียนคนอื่น ๆ ที่มองเขาจากทางหน้าต่างห้องเรียน


            “เป็นยังไงบ้าง” เมิ่งเจี่ยถามทีมงานของเขา


            “ช่วงอก  หัวไหล่  ต้นแขน  ท่อนแขนมีขนาดเพิ่มขึ้น  นอกจากนี้ส่วนสูงของเขาก็สูงขึ้นจากคราวก่อนประมาณ 5 เซนติเมตร  ฉันว่าเขาโตเร็วไปนะคะ  จากข้อมูลคราวก่อนที่จดไว้ก็สมควรหรอกที่มันจะใส่เสื้อพวกนั้นไม่ได้น่ะ” ทีมงานคนหนึ่งกล่าว  สำหรับเด็กมัธยมต้นที่สูงเท่ากับเด็กมัธยมปลายนั้นหาได้ยากมากแล้ว  แต่ที่สูงขึ้น 5 เซนติเมตรในไม่ถึงเดือนนี่มันเร็วเกินไปแล้ว  หากโตด้วยความเร็วขนาดนี้  เกรงว่าอีกหน่อยคงกลายเป็นยักษ์ไททันแน่


            “ได้ข้อมูลกันครบแล้วใช่ไหม  กลับกันได้แล้ว  ไป่ฉี  พรุ่งนี้เจอกันที่ห้องเสื้อของฉันนะ  พาเสี่ยวชิงมาด้วยล่ะ” เมิ่งเจี่ยกล่าวก่อนที่จะขึ้นรถไป  ทีมงานเองก็ขึ้นรถคันอื่น ๆ แล้วขับตามกันออกไป


            “ปู่เมิ่งเจี่ยนี่ทำอะไรรวดเร็วจริง ๆ น้า  ถ้าพี่ชิงชิงเป็นแบบนี้ก็ดีสิ” ไป่ฉีพึมพำก่อนจะกลับไปเรียนต่อ


            ช่วงเย็น

            เมิ่งชิงชิงมารับไป่ฉีไปยังศูนย์ฝึกอบรม LSA เหมือนทุกครั้ง  เธอบอกว่าวันนี้เธอไปหางานมาได้ 2-3 งาน  ให้ไป่ฉีมาเลือกเอาตอนเย็นหลังเลิกคลาสดนตรี


            “อ้อ พี่ชิงชิง  ปู่เมิ่งเจี่ยบอกว่าพรุ่งนี้พี่ต้องไปกับผมด้วย  เพราะว่าผมจะไปรับเสื้อผ้าชุดใหม่จากเขา” ไป่ฉีกล่าว


            “เดี๋ยวนะ  ปู่เมิ่งเจี่ยตัดเสื้อให้นายเหรอ  อิจฉาสุด ๆ  ขนาดฉันเป็นหลานเขาเหมือนกันยังไม่เห็นให้ฉันสักชุดเลย” ชิงชิงกล่าว


            “ก็ผมเป็นหลานเขยนี่ครับ” ไป่ฉีตอบด้วยน้ำเสียงดูซุกซน


            “นายมันพวกชอบเอาเปรียบคนอื่น” เมิ่งชิงชิงบุ้ยปาก


            “โอ้ เปลี่ยนจากคนลามก  มาเป็นชอบเอาเปรียบคนอื่นแล้วเหรอครับเนี่ย  แต่พี่ก็เอาเปรียบผมนะ  เสร็จไปตั้ง 2 รอบ  ส่วนผมเสร็จไปแค่รอบเดียวเอง” ไป่ฉีพูดแหย่


            “นายทำ  ฉันไม่เกี่ยว” เมิ่งชิงชิงกล่าวก่อนจะทำเสียง ฮึ ออกมา


            หลังเรียนคลาสดนตรีเสร็จ

            ไป่ฉีลงมาหาเมิ่งชิงชิงที่โซฟาด้านหน้าประชาสัมพันธ์  เขาเห็นเอกสารปึกหนึ่งวางอยู่ที่โต๊ะด้านหน้าของเธอ


            “ไหน  มีงานอะไรให้ผมทำมั่ง” ไป่ฉีคว้าเอกสารทั้งปึกไปอย่างรู้งาน


            “งานพิธีกรเสริม จากรายการแอดเวนเจอร์  ที่ผมเคยไปออกน่ะเหรอ” ไป่ฉีถาม


            “ใช่  โปรดิวเซอร์รายการติดต่อมาหาฉันเมื่อเช้า  เขาบอกว่ามีแฟนรายการเรียกร้องมากันเยอะน่ะ  อีกอย่างหลังจากนี้อีก 1 เดือนเขาจะจัดเทปพิเศษที่จะเชิญดาราในวงการมาแข่งขันกัน  ฉันเลยถามไปว่านายสามารลงแข่งด้วยได้ไหม  ซึ่งพวกเขามีสีหน้าลำบากใจอยู่  แต่ก็บอกว่าได้ล่ะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “พวกเขายังไม่เข็ดอีกเหรอครับ หึหึ” ไป่ฉีหัวเราะในลำคอ


            “เหอะ ๆ นายมันตัวหายนะของพวกเขาไงล่ะ  เขาถึงลากนายไปเป็นพิธีกร  จะได้ไม่มีสิทธิ์ลงแข่งอีก  ยกเว้นเทปพิเศษที่พวกเขากำลังจะทำโปรเจคเดือนหน้า” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “รายการแอดเวนเจอร์นี้เรตติงดี  รับไว้ครับ  ส่วนถ่ายแบบขึ้นปกนิตยสารรายนี้ไม่เอาครับ  เป็นนิตยสารชั้น 3  ซึ่งจากที่คุยกับปู่เมิ่งเจี่ยแล้ว  เขายื่นข้อกำหนดมาว่าถ้าอยากเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้เขาต้องถ่ายแบบกับนิตยสารชั้น 1 หรือ 2 เท่านั้น” ไป่ฉีอธิบาย


            “งี้นี่เอง  เดี๋ยวจะตอบปฏิเสธให้นะ  ส่วนงานสุดท้ายนายเลือกไม่ได้  ทางบริษัทบังคับมา  นายต้องไปออกรายการวาไรตี้ [เล่าเรื่องละคร]  เพื่อโปรโมทละคร  อาจจะมีเกมการแข่งขันให้เล่นนิดหน่อย” เมิ่งชิงชิงอธิบาย


            “ได้แต่ค่าตัว  ไม่มีเงินรางวัลหรือเงินพิเศษสินะ” ไป่ฉีกล่าว


            “นายมันหน้าเงินเกินไปแล้วนะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว  ไป่ฉียิ้มก่อนจะกระซิบข้างหู


            “ก็ผมจะหาไว้เลี้ยงดูพี่กับลูกนี่นา” ไป่ฉีพูดเสียงเบา ๆ ให้เมิ่งชิงชิงได้ยินเท่านั้น


            “นายชอบ  วกเข้าเรื่องแบบนี้ตลอดเลยนะ” เมิ่งชิงชิงดุ


            “ก็ผมแหย่พี่แล้วมันสนุกดีออก” ไป่ฉีหัวเราะคิกคัก


            “พอ ๆ รู้แล้วน่า  นายไม่ต้องบอกรักฉันทุกวันก็ได้  ตอนนี้ไปอัพเดตข้อมูลกันก่อนกลับกัน  ตัวนายสูงขึ้นมาพอสมควรเลย  ป้าจางเลยบอกว่าต้องวัดขนาดตัวใหม่อีกรอบ” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “ได้คร้าบ” ไป่ฉีรับคำก่อนจะคว้ามือเมิ่งชิงชิงแล้วลากเธอไปกับเขาด้วย


            หลังเสร็จากการวัดตัว  เมิ่งชิงชิงพาไป่ฉีกลับไปส่งที่ห้องเช่า  พอเขาเปิดประตูเข้าไปในห้อง  พ่อกับแม่ของเขาก็นั่งรออยู่  พร้อมกับผลงานชิ้นโบว์แดงของเขากับเมิ่งชิงชิงเมื่อเช้ากองอยู่ข้าง ๆ โต๊ะ


            'บัดซบ  ลืมไปเลยว่าเมื่อเช้าพ่อกับแม่อยู่ด้วยนี่หว่า' ไป่ฉีหน้าซีดทันที


            “ไอ้ลูกชายร้องซะดังไม่เกรงใจคนแก่เลยนะ  ครั้งแรกรู้สึกยังไงบ้างล่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ไป่ชิงหยุนแซวลูกชายของตัวเอง


            “มีความสุขครับ  รู้แล้วว่าทำไมพ่อกับแม่ถึงทำกันประจำ” ไป่ฉีกล่าว


            “นี่แน่ะ  ฉันบอกแล้วว่าให้ทำเบา ๆ เดี๋ยวลูกได้ยิน  เห็นไหม  ลูกเอาไปทำเป็นแบบอย่างเลย  ฉันล่ะสงสารหนูชิงชิง” ไป่เหลียนฮวาตีเข้าที่ไหล่ของสามีด้วยความเขินอาย


            “เอาน่า  คนกันเอง  ว่าแต่ไอ้ลูกชาย  ฟูกของแก  จะจัดการยังไงกับมันดี  เลอะซะขนาดนี้  นี่แกปล่อยเป็นลิตรเลยเหรอ  มันถึงได้แฉะเหมือนลงเครื่องซักผ้าแล้วลืมปั่นแห้งแบบนี้” ไป่ชิงหยุนถาม  เพราะหลังจากไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงออกไป  เขากับภรรยาออกมาดูสภาพที่นอนก็เห็นกองน้ำสีขาวขุ่นนองเต็มที่นอนของลูกชาย


            “มันครั้งแรกน่ะครับเลยเยอะไปหน่อย” ไป่ฉีหัวเราะแห้ง ๆ เขาไม่รู้หรอกที่ปล่อยออกมามันมากหรือน้อยกว่าคนทั่วไป  ชีวิตที่แล้วเขาไม่เคยเลยสักครั้ง


            “แต่ไม่มีใครเขาปล่อยจนที่นอนเปียกแบบแกนะไอ้ลูกชาย  เต็มที่แค่ 5 ซีซี ก็ถือว่าเยอะแล้ว  ดีนะที่แตกข้างนอก ไม่งั้นงานนี้พ่อคงได้ข่าวดีใน 3 เดือนแน่ ๆ” ไป่ชิงหยุนแซว


            “หยุดพูดเรื่องนั้นได้แล้ว  ฟูกนอนใหม่ของลูกแม่ซื้อมาให้แล้วนะ” ไป่เหลียนฮวารีบตัดบทสนทนาของสามีเธอทันที


            “เดี๋ยวอันเก่านั่นผมซักคืนนี้ก็ได้ครับ  จะได้ประหยัด  ส่วนฟูกนอนใหม่พ่อกับแม่เอาไปใช้เถอะแล้วเอาผืนเก่าในห้องของพ่อกับแม่มาให้ผมนอน” ไป่ฉีกล่าว  ไป่เหลียนฮวาดึงลูกชายเธอเข้ามากอดด้วยความรัก  ลูกของเธอตั้งแต่เจ็บสาหัสคราวนั้นก็ดูแลเธอกับสามีดีมาก  ทุกอย่างที่ดีที่สุดเท่าที่ลูกของเธอจะหามาได้  เขาจะให้เธอกับสามีโดยพวกเขาไม่ได้ร้องขอ


            “เอาแต่ใจตัวเองบ้างก็ได้นะลูก” ไป่เหลียนฮวากล่าว


            “งั้นตอนผมอายุครบ 18 ปี พ่อกับแม่ไปสู่ขอพี่ชิงชิงให้ผมได้ไหม” ไป่ฉีพูด


            “ได้สิ  แต่ว่าผู้ใหญ่ฝ่ายนั้นล่ะ  เป็นคนยังไง” ไป่ชิงหยุนถาม


            “ผมเคยเจอแต่ปู่ของพี่ชิงชิงน่ะครับ  ส่วนพ่อกับแม่ของพี่เขา  ผมไม่เคยเจอเหมือนกัน” ไป่ฉีตอบ


            “อืม ยังไงลูกควรหาเวลาไปทำความรู้จักกับพวกเขาก่อน  ได้ลูกสาวเขาแล้วก็ควรยืดอกบอกพวกเขาด้วย” ไป่ชิงหยุนกล่าว  แต่ก็ถูกไป่เหลียนฮวาตีแขนเพื่อเตือน


            “ไม่ใช่ทุกคนจะใจดีเหมือนพ่อกับแม่ฉันนะคะที่รัก” ไป่เหลียนฮวากล่าว  เพราะหากทางนั้นรับไม่ได้ไป่ฉีอาจมีปัญหาในด้านหน้าที่การงานได้


            “งะ....งั้นเหรอ  เข้าใจแล้ว  ยังไงก็ไปทำความรู้จักกับพวกเขาก่อน  อยู่ ๆ ไปขอ  ใครจะให้จริงไหม  ลูกต้องแสดงความจริงใจให้พวกเขาเห็น” ไป่ชิงหยุนกล่าว  


            ส่วนไป่ฉีนั้นกำลังย่อยข้อมูลที่เขาได้รับ  เขาคิดมาตลอดว่าปู่เมิ่งตงเป็นคนที่มีอำนาจมากกว่าพ่อแม่ของชิงเอ๋อ  หากปู่เมิ่งตงยินยอมเสียอย่าง  พ่อกับแม่ของชิงชิงไม่มีทางขัดใจเขาได้  แต่ดูท่าว่าหากอยากจะอยู่กันแบบไม่มีปัญหาหลังแต่งงาน  มีแต่ต้องทำให้พ่อกับแม่ของพี่ชิงชิงเอ็นดูเขาเท่านั้น


            ไป่ฉีคุยกับพ่อแม่อีกสักพัก  เขาก็เริ่มทำการบ้านกับรายงานทันที  ส่วนพ่อกับแม่ของไป่ฉีก็เข้าไปอาบน้ำและเข้านอน


            'เสร็จซะที  วันนี้จะสอนอะไรเจ้าเฟิงเทียนดี  ฝึกจิตวิญญาณเหรอ  ไม่ได้ ๆ นั่นมันวิชาลับของเรา  เอาเป็นฝึกการจัดสรรค์พลังก็แล้วกัน' ไป่ฉีบิดขี้เกียจ  ก่อนจะกางค่ายกลและอาคมอีกครั้ง  ส่วนตัวเขาก็เปิดประตูมิติไปยังถ้ำฝึกฝนของตัวเอง


            ที่ถ้ำฝึกของไป่ฉี

            เขานั่งขัดสมาธิพร้อมกับใช้วิชา แยกจิต  ไปหาเฟิงเทียน  ในรูปลักษณ์ของอวี้กง  สิ่งที่เขาเห็นตั้งแต่มาถึงในห้องคือ 2 แม่ลูกคู่นี้นอนหมดแรงอยู่บนพื้น  ส่วนหุ่นที่เขาทิ้งไว้ให้นั้นมีร่องรอยจากการถูกโจมตีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  แสดงว่าเพิ่งจะเริ่มจับแนวทางได้  แต่ยังห่างไกลจากคำว่าชำนาญมากนัก


            “เฟิงเทียน  การฝึกเจ้าก้าวหน้าขึ้นมาพอสมควร  วันนี้เราจะให้บทเรียนใหม่แก่เจ้า” กล่าวจบไป่ฉีก็วาดมือไปในอากาศ  ก่อนที่จะมีแท่น ๆ หนึ่งปรากฎขึ้น  บนแท่นเป็นศิลาโปร่งแสง มันส่องแสงสีฟ้าอ่อน ๆ ออกมา


            “ท่านอาจารย์  นี่คืออะไรครับ” เฟิงเทียนถาม  เขาลุกขึ้นมานั่งมองไปที่ศิลาโปร่งแสงนั้น


            “วันนี้เราจะฝึกการจัดสรรค์พลังปราณกัน  เพียงเจ้าแตะมันแล้วส่งปราณเข้าไปเท่านั้น  เจ้าจะถูกพาไปยังห้วงฝึกฝน  ภายในนั้นเวลาจะเดินเร็วกว่าข้างนอก  และจะมีศัตรูหลากหลายถูกสุ่มออกมา  เงื่อนไขคือ  เจ้าต้องอยู่ให้รอด 30 นาที  หากโดนฆ่าตายเจ้าจะถูกส่งกลับมาที่ภายนอกอีกครั้ง  สิ่งที่เจ้าต้องทำไม่ได้เป็นเพียงแค่การเอาชีวิตรอด  มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เจ้าจะใช้วิธีหลบหลีกเพื่อให้อยู่รอด  มีแต่ต้องใช้สิ่งที่เจ้าฝึกมาให้เกิดประโยชน์สูงสุด  การเคลื่อนไหวที่สูญเปล่าไม่ควรเกิดขึ้น  ดังนั้นหาวิธีจัดการกับพลังปราณที่เจ้ามีให้สอดคล้องกับจำนวนของศัตรูในเวลาต่อสู้  ทั้งหมดของวันนี้มีเท่านี้แหละ” ไป่ฉีอธิบายการฝึกวันนี้


            “เข้าใจแล้วครับ” เฟิงเทียนพยักหน้า


            “หลังจากฝึกจนสำเร็จการจัดสรรค์พลังของตนแล้ว  การฝึกของเจ้าจะเป็นอิสระ  จะฝึกปราณ  กระบวนท่า หรือจัดสรรค์พลังต่อ  ก็แล้วแต่เจ้า  เรามีเรื่องต้องไปทำอีกมาก  ดังนั้นหลังจากนี้อาจจะไม่ได้แวะมาหาในบางวัน” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะหายตัวไป


            “โย้ช  แม่พักไปก่อนนะ  เดี๋ยวผมขอตัวไปเล่นของเล่นใหม่ก่อน” เฟิงเทียนร่าเริงอย่างมาก  ท่านอาจารย์อวี้กงมักมี [ของเล่น] ใหม่ ๆ มาให้เขาได้เล่นทุกวันเลย

    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน