เมิ่งชิงชิงหลังจากส่งไป่ฉีที่โรงเรียนแล้ว เธอเดินเข้ามาที่ออฟฟิศในตึกศูนย์ฝึกอบรม LSA ตอนนี้เธอรู้สึกเหนื่อยจริง ๆ ว่าแล้วเธอก็นึกถึงเรื่องเมื่อตอนเช้า ทำให้ใบหน้าของเธอขึ้นสี
“ชิงชิง เธอรู้จักคำว่ามาสายด้วยเหรอเนี่ย” ป้าจางแซว
“พอดีไป่ฉีมีปัญหานิดหน่อยน่ะค่ะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“งั้นเหรอ แล้วมีเรื่องอะไรกันล่ะ” ป้าจางถามด้วยความอยากรู้
“เอ่อ คือ.......” เมิ่งชิงชิงมองไปทางอื่น หน้าขึ้นสีเล็กน้อย
'จะให้บอกว่าทำเรื่องแบบนั้นกับดาราที่ตัวเองดูแลไปเมื่อเช้า มันคงไม่ดีมั้ง' เมิ่งชิงชิงคิด
“ว่าไง สรุปมันเรื่องอะไรกันล่ะ” ป้าจางถามย้ำอีกครั้ง
“ไป่ฉีมีปัญหาเรื่องเสื้อผ้าน่ะค่ะ ดูเหมือนว่าตัวเขาจะโตขึ้น เลยทำให้ใส่เสื้อกับกางเกงไม่ได้ เลยให้หนูไปซื้อเสื้อกับกางเกงใหม่ให้น่ะค่ะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว เพราะหลังจากเสร็จกิจแล้ว ไป่ฉีได้บอกปัญหาของเขาให้เธอฟัง เธอจึงออกไปซื้อเสื้อกับกางเกงใหม่มาให้ ต้องยอมรับเลยว่าการเป็นหญิงสาวไปเลือกกางเกงในให้ผู้ชายทำให้เธออายมาก ยังดีที่พนักงานในร้านเข้าใจและถามเธอว่าซื้อไปให้แฟนใช่ไหม เธอจึงเออ ออ ไปกับพนักงานขาย (โดยไม่ได้รู้เลยว่ามีใครบางคนเห็นเธอตอนกำลังเลือกซื้อกางเกงในชายอยู่)
“โตขึ้นเหรอ ถ้างั้นเย็นนี้พาไป่ฉีมาอัพเดทข้อมูลด้วยละกันนะ เดือนนี้ยังไม่ได้วัดสัดส่วนเลย” ป้าจางกล่าว
“ค่ะ เดี๋ยวจะพาขึ้นเตียง เอ้ย พาไปให้พวกเจี่ยเจีย เขาวัดให้นะคะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว
เธอนั่งตรวจตารางงานของไป่ฉีอีกครั้งก่อนจะเดินออกจากศูนย์ฝึกอบรมไป เพราะต้องออกไปติดต่อหางานให้กับไป่ฉี นั่นก็เป็นหนึ่งในงานที่เธอต้องทำ ไม่ใช่รองานติดต่อเข้ามาอย่างเดียว ขณะที่เธอกำลังเดินไปที่ลานจอดรถ สมาร์ทโฟนของเธอดังขึ้น
“เบอร์ไม่คุ้นเลย” เมิ่งชิงชิงกดรับสาย
“สวัสดีครับนั่นคุณชิงชิง ผู้จัดการของไป่ฉีใช่ไหมครับ ผมเป็นโปรดิวเซอร์จากรายการแอดเวนเจอร์ อยากจะขอติดต่อจ้างไป่ฉีให้มาเป็นพิธีกรเสริมกับทางรายการได้รึเปล่าครับ” ปลายสายกล่าวแนะนำตัวพร้อมกับบอกวัตถุประสงค์ที่ติดต่อมา เพราะเทปนั้นเรตติงสูงที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยทำรายการมา นอกจากนี้แฟนรายการยังเรียกร้องว่าอยากเห็นนายแบบหนุ่มคนนี้อีก
“งั้นเรานัดพบกันดีไหมคะ จะได้พูดคุยตกลงรายละเอียดกัน” เมิ่งชิงชิงกล่าว หลังจากนั้นเธอก็ได้รับเบอร์ติดต่อ กับสถานที่ ๆ จะนัดคุยรายละเอียดของงานนี้
ฝั่งไป่ฉีที่มาโรงเรียนสายถูกมู่ซื่อเฉิงกับต้าถงถามอยู่บ้าง เขาจึงตอบว่ามีปัญหาตอนเช้าเล็กน้อย เลยทำให้มาสาย พอถึงช่วงพักกลางวันไป่ฉีได้โทรหาเมิ่งเจี่ยทันที
“สวัสดีครับปู่เมิ่งเจี่ย พอดีผมมีปัญหาเรื่องเสื้อผ้าน่ะครับ” ไป่ฉีกล่าว
[หือ มีปัญหาอะไรงั้นเหรอ] เมิ่งเจี่ยที่อยู่ปลายสายถามขึ้น
“คือ เสื้อที่ปู่ตัดให้คราวก่อน ตอนนี้มันใส่ไม่ได้สักตัวเลยครับ ก็เลย......” ไป่ฉีบอกสาเหตุไป เขาไม่แน่ใจว่าเมิ่งเจี่ยจะเชื่อในสิ่งที่เขาพูดรึเปล่า ปลายสายเงียบไปสักพัก ก่อนจะตอบกลับ
[ตอนนี้เธออยู่ที่โรงเรียนใช่ไหม] เมิ่งเจี่ยถาม
“ครับ” ไป่ฉีกล่าว
[เดี๋ยวจะไปวัดตัวให้ ถ้าถึงแล้วฉันจะโทรบอก] เมิ่งเจี่ยกล่าวก่อนจะตัดสายไป
ไป่ฉีรีบเดินไปที่ห้องพักครู เขาบอกว่ามีปัญหาเรื่องเสื้อผ้าต้องแก้ไขเร่งด่วน ช่างเสื้อจะมาถึงในช่วงบ่ายแต่ไม่ทราบเวลาที่แน่นอน เขาจึงมาบอกไว้ก่อนเพื่อขออนุญาต ทางอาจารย์ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะรู้ว่าเสื้อผ้าเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับคนในวงการบันเทิง
ช่วงบ่ายคาบแรก ไป่ฉีได้รับสายของเมิ่งเจี่ย เขาเห็นรถที่เคยขับมาส่งเขาที่อะพาร์ตเมนต์ จึงได้ยกมือเพื่อขออนุญาตอาจารย์ที่กำลังสอนอยู่
ไป่ฉีเดินออกมาจากอาคารเรียน มุ่งหน้าไปที่ประตูโรงเรียน ด้านหน้ามีเมิ่งเจี่ยและทีมงานหลายคนยืนรออยู่ พวกเขาเตรียมอุปกรณ์มาพร้อม ไป่ฉีรู้งานของตัวเองเขายืนกางแขนออกให้ทีมงานของเมิ่งเจี่ยวัดอย่างละเอียด ท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมชั้นและนักเรียนคนอื่น ๆ ที่มองเขาจากทางหน้าต่างห้องเรียน
“เป็นยังไงบ้าง” เมิ่งเจี่ยถามทีมงานของเขา
“ช่วงอก หัวไหล่ ต้นแขน ท่อนแขนมีขนาดเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ส่วนสูงของเขาก็สูงขึ้นจากคราวก่อนประมาณ 5 เซนติเมตร ฉันว่าเขาโตเร็วไปนะคะ จากข้อมูลคราวก่อนที่จดไว้ก็สมควรหรอกที่มันจะใส่เสื้อพวกนั้นไม่ได้น่ะ” ทีมงานคนหนึ่งกล่าว สำหรับเด็กมัธยมต้นที่สูงเท่ากับเด็กมัธยมปลายนั้นหาได้ยากมากแล้ว แต่ที่สูงขึ้น 5 เซนติเมตรในไม่ถึงเดือนนี่มันเร็วเกินไปแล้ว หากโตด้วยความเร็วขนาดนี้ เกรงว่าอีกหน่อยคงกลายเป็นยักษ์ไททันแน่
“ได้ข้อมูลกันครบแล้วใช่ไหม กลับกันได้แล้ว ไป่ฉี พรุ่งนี้เจอกันที่ห้องเสื้อของฉันนะ พาเสี่ยวชิงมาด้วยล่ะ” เมิ่งเจี่ยกล่าวก่อนที่จะขึ้นรถไป ทีมงานเองก็ขึ้นรถคันอื่น ๆ แล้วขับตามกันออกไป
“ปู่เมิ่งเจี่ยนี่ทำอะไรรวดเร็วจริง ๆ น้า ถ้าพี่ชิงชิงเป็นแบบนี้ก็ดีสิ” ไป่ฉีพึมพำก่อนจะกลับไปเรียนต่อ
ช่วงเย็น
เมิ่งชิงชิงมารับไป่ฉีไปยังศูนย์ฝึกอบรม LSA เหมือนทุกครั้ง เธอบอกว่าวันนี้เธอไปหางานมาได้ 2-3 งาน ให้ไป่ฉีมาเลือกเอาตอนเย็นหลังเลิกคลาสดนตรี
“อ้อ พี่ชิงชิง ปู่เมิ่งเจี่ยบอกว่าพรุ่งนี้พี่ต้องไปกับผมด้วย เพราะว่าผมจะไปรับเสื้อผ้าชุดใหม่จากเขา” ไป่ฉีกล่าว
“เดี๋ยวนะ ปู่เมิ่งเจี่ยตัดเสื้อให้นายเหรอ อิจฉาสุด ๆ ขนาดฉันเป็นหลานเขาเหมือนกันยังไม่เห็นให้ฉันสักชุดเลย” ชิงชิงกล่าว
“ก็ผมเป็นหลานเขยนี่ครับ” ไป่ฉีตอบด้วยน้ำเสียงดูซุกซน
“นายมันพวกชอบเอาเปรียบคนอื่น” เมิ่งชิงชิงบุ้ยปาก
“โอ้ เปลี่ยนจากคนลามก มาเป็นชอบเอาเปรียบคนอื่นแล้วเหรอครับเนี่ย แต่พี่ก็เอาเปรียบผมนะ เสร็จไปตั้ง 2 รอบ ส่วนผมเสร็จไปแค่รอบเดียวเอง” ไป่ฉีพูดแหย่
“นายทำ ฉันไม่เกี่ยว” เมิ่งชิงชิงกล่าวก่อนจะทำเสียง ฮึ ออกมา
หลังเรียนคลาสดนตรีเสร็จ
ไป่ฉีลงมาหาเมิ่งชิงชิงที่โซฟาด้านหน้าประชาสัมพันธ์ เขาเห็นเอกสารปึกหนึ่งวางอยู่ที่โต๊ะด้านหน้าของเธอ
“ไหน มีงานอะไรให้ผมทำมั่ง” ไป่ฉีคว้าเอกสารทั้งปึกไปอย่างรู้งาน
“งานพิธีกรเสริม จากรายการแอดเวนเจอร์ ที่ผมเคยไปออกน่ะเหรอ” ไป่ฉีถาม
“ใช่ โปรดิวเซอร์รายการติดต่อมาหาฉันเมื่อเช้า เขาบอกว่ามีแฟนรายการเรียกร้องมากันเยอะน่ะ อีกอย่างหลังจากนี้อีก 1 เดือนเขาจะจัดเทปพิเศษที่จะเชิญดาราในวงการมาแข่งขันกัน ฉันเลยถามไปว่านายสามารลงแข่งด้วยได้ไหม ซึ่งพวกเขามีสีหน้าลำบากใจอยู่ แต่ก็บอกว่าได้ล่ะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“พวกเขายังไม่เข็ดอีกเหรอครับ หึหึ” ไป่ฉีหัวเราะในลำคอ
“เหอะ ๆ นายมันตัวหายนะของพวกเขาไงล่ะ เขาถึงลากนายไปเป็นพิธีกร จะได้ไม่มีสิทธิ์ลงแข่งอีก ยกเว้นเทปพิเศษที่พวกเขากำลังจะทำโปรเจคเดือนหน้า” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“รายการแอดเวนเจอร์นี้เรตติงดี รับไว้ครับ ส่วนถ่ายแบบขึ้นปกนิตยสารรายนี้ไม่เอาครับ เป็นนิตยสารชั้น 3 ซึ่งจากที่คุยกับปู่เมิ่งเจี่ยแล้ว เขายื่นข้อกำหนดมาว่าถ้าอยากเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้เขาต้องถ่ายแบบกับนิตยสารชั้น 1 หรือ 2 เท่านั้น” ไป่ฉีอธิบาย
“งี้นี่เอง เดี๋ยวจะตอบปฏิเสธให้นะ ส่วนงานสุดท้ายนายเลือกไม่ได้ ทางบริษัทบังคับมา นายต้องไปออกรายการวาไรตี้ [เล่าเรื่องละคร] เพื่อโปรโมทละคร อาจจะมีเกมการแข่งขันให้เล่นนิดหน่อย” เมิ่งชิงชิงอธิบาย
“ได้แต่ค่าตัว ไม่มีเงินรางวัลหรือเงินพิเศษสินะ” ไป่ฉีกล่าว
“นายมันหน้าเงินเกินไปแล้วนะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว ไป่ฉียิ้มก่อนจะกระซิบข้างหู
“ก็ผมจะหาไว้เลี้ยงดูพี่กับลูกนี่นา” ไป่ฉีพูดเสียงเบา ๆ ให้เมิ่งชิงชิงได้ยินเท่านั้น
“นายชอบ วกเข้าเรื่องแบบนี้ตลอดเลยนะ” เมิ่งชิงชิงดุ
“ก็ผมแหย่พี่แล้วมันสนุกดีออก” ไป่ฉีหัวเราะคิกคัก
“พอ ๆ รู้แล้วน่า นายไม่ต้องบอกรักฉันทุกวันก็ได้ ตอนนี้ไปอัพเดตข้อมูลกันก่อนกลับกัน ตัวนายสูงขึ้นมาพอสมควรเลย ป้าจางเลยบอกว่าต้องวัดขนาดตัวใหม่อีกรอบ” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“ได้คร้าบ” ไป่ฉีรับคำก่อนจะคว้ามือเมิ่งชิงชิงแล้วลากเธอไปกับเขาด้วย
หลังเสร็จากการวัดตัว เมิ่งชิงชิงพาไป่ฉีกลับไปส่งที่ห้องเช่า พอเขาเปิดประตูเข้าไปในห้อง พ่อกับแม่ของเขาก็นั่งรออยู่ พร้อมกับผลงานชิ้นโบว์แดงของเขากับเมิ่งชิงชิงเมื่อเช้ากองอยู่ข้าง ๆ โต๊ะ
'บัดซบ ลืมไปเลยว่าเมื่อเช้าพ่อกับแม่อยู่ด้วยนี่หว่า' ไป่ฉีหน้าซีดทันที
“ไอ้ลูกชายร้องซะดังไม่เกรงใจคนแก่เลยนะ ครั้งแรกรู้สึกยังไงบ้างล่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ไป่ชิงหยุนแซวลูกชายของตัวเอง
“มีความสุขครับ รู้แล้วว่าทำไมพ่อกับแม่ถึงทำกันประจำ” ไป่ฉีกล่าว
“นี่แน่ะ ฉันบอกแล้วว่าให้ทำเบา ๆ เดี๋ยวลูกได้ยิน เห็นไหม ลูกเอาไปทำเป็นแบบอย่างเลย ฉันล่ะสงสารหนูชิงชิง” ไป่เหลียนฮวาตีเข้าที่ไหล่ของสามีด้วยความเขินอาย
“เอาน่า คนกันเอง ว่าแต่ไอ้ลูกชาย ฟูกของแก จะจัดการยังไงกับมันดี เลอะซะขนาดนี้ นี่แกปล่อยเป็นลิตรเลยเหรอ มันถึงได้แฉะเหมือนลงเครื่องซักผ้าแล้วลืมปั่นแห้งแบบนี้” ไป่ชิงหยุนถาม เพราะหลังจากไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงออกไป เขากับภรรยาออกมาดูสภาพที่นอนก็เห็นกองน้ำสีขาวขุ่นนองเต็มที่นอนของลูกชาย
“มันครั้งแรกน่ะครับเลยเยอะไปหน่อย” ไป่ฉีหัวเราะแห้ง ๆ เขาไม่รู้หรอกที่ปล่อยออกมามันมากหรือน้อยกว่าคนทั่วไป ชีวิตที่แล้วเขาไม่เคยเลยสักครั้ง
“แต่ไม่มีใครเขาปล่อยจนที่นอนเปียกแบบแกนะไอ้ลูกชาย เต็มที่แค่ 5 ซีซี ก็ถือว่าเยอะแล้ว ดีนะที่แตกข้างนอก ไม่งั้นงานนี้พ่อคงได้ข่าวดีใน 3 เดือนแน่ ๆ” ไป่ชิงหยุนแซว
“หยุดพูดเรื่องนั้นได้แล้ว ฟูกนอนใหม่ของลูกแม่ซื้อมาให้แล้วนะ” ไป่เหลียนฮวารีบตัดบทสนทนาของสามีเธอทันที
“เดี๋ยวอันเก่านั่นผมซักคืนนี้ก็ได้ครับ จะได้ประหยัด ส่วนฟูกนอนใหม่พ่อกับแม่เอาไปใช้เถอะแล้วเอาผืนเก่าในห้องของพ่อกับแม่มาให้ผมนอน” ไป่ฉีกล่าว ไป่เหลียนฮวาดึงลูกชายเธอเข้ามากอดด้วยความรัก ลูกของเธอตั้งแต่เจ็บสาหัสคราวนั้นก็ดูแลเธอกับสามีดีมาก ทุกอย่างที่ดีที่สุดเท่าที่ลูกของเธอจะหามาได้ เขาจะให้เธอกับสามีโดยพวกเขาไม่ได้ร้องขอ
“เอาแต่ใจตัวเองบ้างก็ได้นะลูก” ไป่เหลียนฮวากล่าว
“งั้นตอนผมอายุครบ 18 ปี พ่อกับแม่ไปสู่ขอพี่ชิงชิงให้ผมได้ไหม” ไป่ฉีพูด
“ได้สิ แต่ว่าผู้ใหญ่ฝ่ายนั้นล่ะ เป็นคนยังไง” ไป่ชิงหยุนถาม
“ผมเคยเจอแต่ปู่ของพี่ชิงชิงน่ะครับ ส่วนพ่อกับแม่ของพี่เขา ผมไม่เคยเจอเหมือนกัน” ไป่ฉีตอบ
“อืม ยังไงลูกควรหาเวลาไปทำความรู้จักกับพวกเขาก่อน ได้ลูกสาวเขาแล้วก็ควรยืดอกบอกพวกเขาด้วย” ไป่ชิงหยุนกล่าว แต่ก็ถูกไป่เหลียนฮวาตีแขนเพื่อเตือน
“ไม่ใช่ทุกคนจะใจดีเหมือนพ่อกับแม่ฉันนะคะที่รัก” ไป่เหลียนฮวากล่าว เพราะหากทางนั้นรับไม่ได้ไป่ฉีอาจมีปัญหาในด้านหน้าที่การงานได้
“งะ....งั้นเหรอ เข้าใจแล้ว ยังไงก็ไปทำความรู้จักกับพวกเขาก่อน อยู่ ๆ ไปขอ ใครจะให้จริงไหม ลูกต้องแสดงความจริงใจให้พวกเขาเห็น” ไป่ชิงหยุนกล่าว
ส่วนไป่ฉีนั้นกำลังย่อยข้อมูลที่เขาได้รับ เขาคิดมาตลอดว่าปู่เมิ่งตงเป็นคนที่มีอำนาจมากกว่าพ่อแม่ของชิงเอ๋อ หากปู่เมิ่งตงยินยอมเสียอย่าง พ่อกับแม่ของชิงชิงไม่มีทางขัดใจเขาได้ แต่ดูท่าว่าหากอยากจะอยู่กันแบบไม่มีปัญหาหลังแต่งงาน มีแต่ต้องทำให้พ่อกับแม่ของพี่ชิงชิงเอ็นดูเขาเท่านั้น
ไป่ฉีคุยกับพ่อแม่อีกสักพัก เขาก็เริ่มทำการบ้านกับรายงานทันที ส่วนพ่อกับแม่ของไป่ฉีก็เข้าไปอาบน้ำและเข้านอน
'เสร็จซะที วันนี้จะสอนอะไรเจ้าเฟิงเทียนดี ฝึกจิตวิญญาณเหรอ ไม่ได้ ๆ นั่นมันวิชาลับของเรา เอาเป็นฝึกการจัดสรรค์พลังก็แล้วกัน' ไป่ฉีบิดขี้เกียจ ก่อนจะกางค่ายกลและอาคมอีกครั้ง ส่วนตัวเขาก็เปิดประตูมิติไปยังถ้ำฝึกฝนของตัวเอง
ที่ถ้ำฝึกของไป่ฉี
เขานั่งขัดสมาธิพร้อมกับใช้วิชา แยกจิต ไปหาเฟิงเทียน ในรูปลักษณ์ของอวี้กง สิ่งที่เขาเห็นตั้งแต่มาถึงในห้องคือ 2 แม่ลูกคู่นี้นอนหมดแรงอยู่บนพื้น ส่วนหุ่นที่เขาทิ้งไว้ให้นั้นมีร่องรอยจากการถูกโจมตีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แสดงว่าเพิ่งจะเริ่มจับแนวทางได้ แต่ยังห่างไกลจากคำว่าชำนาญมากนัก
“เฟิงเทียน การฝึกเจ้าก้าวหน้าขึ้นมาพอสมควร วันนี้เราจะให้บทเรียนใหม่แก่เจ้า” กล่าวจบไป่ฉีก็วาดมือไปในอากาศ ก่อนที่จะมีแท่น ๆ หนึ่งปรากฎขึ้น บนแท่นเป็นศิลาโปร่งแสง มันส่องแสงสีฟ้าอ่อน ๆ ออกมา
“ท่านอาจารย์ นี่คืออะไรครับ” เฟิงเทียนถาม เขาลุกขึ้นมานั่งมองไปที่ศิลาโปร่งแสงนั้น
“วันนี้เราจะฝึกการจัดสรรค์พลังปราณกัน เพียงเจ้าแตะมันแล้วส่งปราณเข้าไปเท่านั้น เจ้าจะถูกพาไปยังห้วงฝึกฝน ภายในนั้นเวลาจะเดินเร็วกว่าข้างนอก และจะมีศัตรูหลากหลายถูกสุ่มออกมา เงื่อนไขคือ เจ้าต้องอยู่ให้รอด 30 นาที หากโดนฆ่าตายเจ้าจะถูกส่งกลับมาที่ภายนอกอีกครั้ง สิ่งที่เจ้าต้องทำไม่ได้เป็นเพียงแค่การเอาชีวิตรอด มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เจ้าจะใช้วิธีหลบหลีกเพื่อให้อยู่รอด มีแต่ต้องใช้สิ่งที่เจ้าฝึกมาให้เกิดประโยชน์สูงสุด การเคลื่อนไหวที่สูญเปล่าไม่ควรเกิดขึ้น ดังนั้นหาวิธีจัดการกับพลังปราณที่เจ้ามีให้สอดคล้องกับจำนวนของศัตรูในเวลาต่อสู้ ทั้งหมดของวันนี้มีเท่านี้แหละ” ไป่ฉีอธิบายการฝึกวันนี้
“เข้าใจแล้วครับ” เฟิงเทียนพยักหน้า
“หลังจากฝึกจนสำเร็จการจัดสรรค์พลังของตนแล้ว การฝึกของเจ้าจะเป็นอิสระ จะฝึกปราณ กระบวนท่า หรือจัดสรรค์พลังต่อ ก็แล้วแต่เจ้า เรามีเรื่องต้องไปทำอีกมาก ดังนั้นหลังจากนี้อาจจะไม่ได้แวะมาหาในบางวัน” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะหายตัวไป
“โย้ช แม่พักไปก่อนนะ เดี๋ยวผมขอตัวไปเล่นของเล่นใหม่ก่อน” เฟิงเทียนร่าเริงอย่างมาก ท่านอาจารย์อวี้กงมักมี [ของเล่น] ใหม่ ๆ มาให้เขาได้เล่นทุกวันเลย