63 – อาณาจักรแอตแลนติส [ครึ่งหลัง]
ไม่ทันไรก็เกิดเสียงโวยวายหลังออกมาจากห้องได้ไม่นานจนอัลก้าคิ้วขมวดหรือว่าเกิดอะไรขึ้น?เขารีบเร่งฝีเท้ามุ่งหน้าไปตามเสียงจนออกมายังห้องโถงของวังเห็นกลุ่มขุนนางข้าราชบริพารทั้งหลายรุมล้อมใครบางคนอยู่
“เกิดอะไรขึ้น?”
“โอ้ ท่านอัลก้า!!”
“ท่านมาได้จังหวะพอดี!! องค์หญิงเสด็จกลับมาแล้วครับ!!!”
ชายหนุ่มเผ่าวาฬชะงักงันกับประโยคนั้นแสดงสีหน้าตื่นตะลึงออกมาได้ชัด“องค์หญิงกลับมาแล้ว!?”
รีบเร่งฝีเท้าแทรกตัวไปอยู่กลางวงจนเห็นองค์หญิงมาริอายืนอยู่ตรงหน้าตนพร้อมกับแม่ทัพประจำอาณาจักร
เป็นไปไม่ได้!!! ทำไมนางถึงกลับมาได้!!?
“ทำไม...ทำหน้าเช่นนั้นล่ะคะท่านอัลก้า?”
เขารีบทำสีหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่ “ข้า...เพียงดีใจมากเกินไปจนแสดงสีหน้าเช่นนั้นออกมาต้องขออภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ...”เขาโค้งตัวขออภัย แต่เมื่อได้ยินเสียงให้เขาเงยหน้าขึ้นก็ทำตามในทันที“แล้วเหตุใดองค์หญิงถึงได้กลับมาเพียงลำพัง ไลรอนไปไหนหรือพ่ะย่ะค่ะ...?”
มาริอาแสดงสีหน้าลำบากใจมองเหล่าทหารคนสนิททุกคนที่สภาพสะบักสะบอมเต็มไปด้วยบาดแผลและรอยช้ำ จนต้องเบือนหน้าหนีตีหน้าเศร้าน้ำตาร่วงผล็อยจากดวงตาคู่งามชวนหดหู่ใจ
“ไลรอน... เขา เขาเปลี่ยนไป...”
“เปลี่ยนไป?” ทั้งอัลก้า ไนท์ และเหล่าข้าราชบริพารต่างพากันฉงน
“พอเขาทราบเรื่องคราเคน... เขาก็..... ฮึก...”
“องค์หญิง เจ้าเด็กนั่นทำอะไรท่าน!!”ไนท์รีบเข้ามากุมไหล่ของนางเอาไว้ ถามด้วยท่าทีร้อนรนฟันแหลมคมขบจนได้ยินเสียงกรอด เจ้าเงือกนั่นทรยศและทำร้ายองค์หญิงน้อยของเขาหรือนี่!!
เขาเดาไว้ไม่ผิด เจ้าเด็กนั่นยังไงก็เชื่อถือไม่ได้!!!
“เขา... เขาไม่ได้ทำอะไรข้า... ทหารองครักษ์ปกป้องเขาไว้ แต่แต่เขาพุ่งที่ไปหาท่านหญิง ไนท์.. เจ้าต้องรีบไปช่วยท่านหญิงนะข้ากลัวว่าเขาจะทำอะไรท่านหญิงกับท่านมาเอล!!”
“น้อมรับคำสั่งพะย่ะค่ะ!!”
สิ้นคำไนท์รีบออกคำสั่งเรียกพวกทหารที่อยู่ใต้คำสั่งของตนมุ่งหน้าไปยังศาลเจ้าในทันทีเหล่าขุนนางท่านอื่นพากันร้อนรนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งในเมื่อตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาไลรอนไม่เคยแสดงท่าทีเป็นปรปักษ์กับพวกเขาเลยสักนิด
เป็นที่รู้กันว่าองค์หญิงมาริอารักไลรอนมาก
ดังนั้นการที่นางร้องไห้เช่นนี้ บางทีนางคงหมดความอดทนแล้วจริงๆ!!
“องค์หญิงมาริอาเสด็จกลับห้องเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
“เรื่องเจ้าเด็กนั่นมิต้องกังวลท่านแม่ทัพไนท์ต้องจัดการได้แน่นอน!!”
“ถ้าอย่างไรองค์หญิงเสด็จไปเยี่ยมฝ่าบาทดีไหมพ่ะย่ะค่ะ บางทีฝ่าบาทอาจจะหายป่วยเร็วขึ้น”
“เป็นความคิดที่ดี!”
ทุกคนต่างเข้าไปปลอบนางเรียกเมดเผ่าเงือกและแม่นมขององค์หญิงให้เข้ามาดูแลนางเป็นอย่างดีอัลก้ามองภาพนั้นด้วยสายตาราบเรียบแม้ว่าใบหน้ายังคงมีรอยยิ้ม จนรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างถูกยัดใส่ในมือด้วยฝีมือของปลาตัวหนึ่งเขาหลบมุมอ่านข้อความนั้นก่อนกลืนเข้าปากไป
“ดูเหมือนต้องเปลี่ยนแผนเสียแล้ว...”
ถ้าท่านยอมอยู่ข้างบนเงียบๆเรื่องก็จบแล้วแท้ๆองค์หญิงมาริอา...
◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌
อีกด้านมิโกะชาววารียังคงนั่งสวดภาวนาต่อทวยเทพเบื้องหน้าทว่าลับหลังเต็มไปด้วยคำสาปแช่งส่งผลกระทบต่อกษัตริย์ชาววารีและราชันย์มังกรวารีนางยังคงสวดภาวนาราวกับว่าไม่มีอันใดเกิดขึ้นเหล่าสตรีชาววารีผู้รับใช้ท่านหญิงผู้นี้ต่างพากันเลื่อมใสช่วยสวดมนต์ภาวนาอยู่ห่างๆเนื่องด้วยในห้องนั้นเป็นสถานที่เฉพาะของท่านหญิงเพียงผู้เดียว
ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติศาลเจ้าที่มีเพียงเสียงสวดภาวนาของท่านหญิงช่างเงียบสงบ...
ทว่าตอนนั้นเอง...
“!!!”
ฉึก!!! วินาทีที่นางสัมผัสได้ถึงผู้บุกรุก หยุดสวดภาวนากระโดดหลบออกไปด้านข้างทำให้ศรคลื่นวารีที่ถูกยิงใส่ปักเข้าที่พื้นก่อนสลายหายไปรวมกับสภาพน้ำโดยรอบเหลือเพียงรูบนพื้นเท่านั้น
“ใคร...!”
อีกฝ่ายไม่ตอบแต่กลับเดินเข้ามาจากทางเข้าด้านหน้าของทางศาลเจ้าเงือกหนุ่มผมสีกรมท่าใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม ทว่าตามตัวมีคราบเลือดประปรายจนท่านหญิงยกชายเสื้อปิดจมูก
กลิ่นเลือดนั่นทำให้เธอวิงเวียนสัญชาตญาณในร่างเหมือนถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้นจากนิทราที่แสนยาวนาน...
“ไสหัวไปซะ!!!”
“อะไรกันเล่าท่านหญิง พึ่งได้เจอหน้ากันครั้งแรกแท้ๆ” ยกยิ้ม“อุตส่าห์แวะมาทักทายแท้ๆ ไม่มีน้ำชาให้เลยเหรอ ไหนเขาว่าท่านหญิงแสนดีนักไงล่ะ”
“ศาลเจ้าแห่งนี้ไม่มีพื้นที่ให้คนบาปน่ารังเกียจเช่นเจ้าเข้ามาเหยียบย่ำ”
“หากข้าเป็นคนบาป แล้วท่านล่ะ...?”
“....เจ้าย่อมรู้ดี”
“โอ้ ใช่ ข้ารู้ดี” เออ รู้ดี!! รู้ว่าเจ้าโดนควบคุมไง!โดนควบคุมแล้วยังจะมาห่วงกฏในศาลเจ้าอีกนะ!!! เขาโวยวายในใจแต่ยังไงก็ต้องซื้อเวลาอีกสักหน่อยอยากรู้นักว่ามาริอาจะหาวิธีไหนลากเจ้าแม่ทัพฉลามที่แอบหลงรักของๆชาวบ้านเขามาที่นี่ใจจริงอยากเข้าไปบู๊แล้วแท้ๆ แต่มันทำไม่ได้!!
“ในเมื่อรู้ดีเจ้าก็รีบไสหัวออกไปเสีย!!”
“โอ้ ใจเย็นก่อนๆ ข้ารู้ดีเรื่องนั้นแต่ท่านก็ควรรู้เหตุผลที่ข้าโผล่มาที่นี่ด้วยสิ นายของท่านหญิงไม่บอกอะไรเลยเหรอ?น่าเสียใจๆ”
“เจ้ามันเชื่อไม่ได้”
เอ้อ นี่ก็จริง... ไลรอนนึกก่อนถอนหายใจพลางยกมือกุมขมับ
“นี่ท่าน ตั้งหนึ่งปีเต็มเลยนะกว่าจะหลอกให้พวกนั้นเชื่อถือได้น่ะ คราวนี้คราเคนหลุดไปแล้วข้าจะยอมตีหน้าซื่ออีกทำไมเล่า?”ส่ายหน้าไปมา ก่อนเงยหน้ามองอีกฝ่าย
“อะไรเล่า อย่าทำหน้าเช่นนั้น ลองคิดดีๆ ท่านหญิงก็น่าจะเคยเห็นผ่านจากลูกแก้วอะไรนั่นใช่ไหมล่ะ!!ข้าน่ะนะพยายามหลบหนียัยองค์หญิงนั่นจะตาย แต่นางก็เข้ามากอดแขนข้าแทบตลอดเลย!!!ไม่เพียงแค่นั้นนะ นางตามติดข้าตลอดทั้งวันทั้งคืน!!ข้าไปไหนนางก็ตามไปด้วยตั้งแต่ยังเล็กเลย!!!ถ้าไม่ติดว่าท่านแม่บอกให้ข้าทำดีไว้เพราะจะได้ยึดตำแหน่งราชาไทรทันข้าก็คงไม่ยอมทนขนาดนั้นหรอก!!!ขนาดตอนโดนขับไล่ให้อยู่ข้างบนข้ารึสบายใจที่ไม่มีตัวขัดขวางน่ารำคาญเสียทีแถมข้ายังพยายามตีซี้ตีสนิทยัยเทพธิดาสีเงินเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ตนเองก็เพื่อท่านแม่ที่ล่วงลับตอนโดนนางจับได้เรื่องตรานั่นก็พยายามหนีแทบตายแต่ก็ไม่รอด พอจะติดต่อคนมอบตราให้ก็ไม่ได้อีกเพราะยัยพริสทีนนั่นบอกว่าพ่อข้าที่หายตัวไปใช้เวทต้องห้ามปกปิดตรานั่นไว้จากผู้มอบอีกให้ตายเถิดท่านพ่อของข้าทำไมโง่แบบนี้!!แล้วทำไมข้าต้องมาติดอยู่กับองค์หญิงชาววารีเพียงคนเดียวหน้าอกหน้าใจก็ไม่มีอะไรสู้ยัยพริสทีน หุ่นสู้ไม่ได้ พลังยังสู้ไม่ได้อีก!!! ถ้าให้ข้าเลือกข้าขอยัยผมเงินนั่นดีกว่าแถมยังบลาๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
ไลรอนเริ่มร่ายยาวในสิ่งที่ตัวเองคิดแม้ว่ามันเป็นคำโกหกทั้งหมดก็ตามทีแต่นั่นก็มากมายจนคนฟังเริ่มหงุดหงิดด้วยความรำคาญแม้ว่าส่วนใหญ่ที่ฟังดูแล้วนายของตนที่แอบฟังอยู่เป็นเรื่องจริงก็ตาม
.....
แต่มันจะพล่ามอะไรนักหนา!
“ข้าเข้าใจแล้วเพราะงั้นเลิ—” “เจ้ากล้าดียังไงมาดูถูกองค์หญิง!!!!”
เสียงโวยวายมาจากข้างหลังส่งผลให้ทั้งสองหันไปมองแม่ทัพฉลามแห่งอาณาจักรแอตแลนติสยืนหน้ามืดครึ้มหอบหายใจด้วยความแค้นกับคำพูดดูถูกองค์หญิงน้อยจากไลรอน จนพวกทหารไม่กล้าเข้าไปห้ามจึงรีบไปล้อมศาลเจ้านี้เอาไว้แทน
ปล่อยให้เป็นเรื่องของทั้งคู่ดีกว่า!!!
“โอ้มิคิดว่าพวกชอบของมือสองจากผู้อื่นนี่ตามกลิ่นมาได้เร็วเสียจริง”
“ว่าใครเป็นของมือสองกัน!!!”
“แล้วเจ้าคิดว่าข้าพูดถึงใครกันล่ะ” ไลรอนยกยิ้ม“นอกจากยัยองค์หญิงแบนราบเป็นกระดานไม้นั่น”
“!!! กล้าดียังไงถึงดูหมิ่นองค์หญิงกัน!!! เจ้ามันช่างสามหาวนัก!!”ไนท์ชักดาบออกมาจากข้างเอวตนเอง พุ่งเข้าใส่ไลรอน!
เงือกหนุ่มยกยิ้มก่อนหายตัวไปจากตรงนั้น
ไปโผล่ข้างหลังท่านหญิงแห่งศาลเจ้าโดยมีมีดที่ถูกสร้างจากน้ำจ่อคออยู่
“เจ้าคิดจะทำอะไร... ข้าเป็นคนของนายท่านนะ...!” นางกระซิบ
“ชู่ว... ถ้าเจ้าไม่ช่วยข้า ข้าก็โดนจับน่ะสิ”
แต่จับก็จับไปเถอะ รอดอยู่แล้วล่ะ เขานึกต่อในใจปรายตามองเจ้าฉลามตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเหยียด ขอกวนประสาทแกบวกกับยิมมือทำงานแก้เบื่อแก้เซ็งหน่อยเถอะที่กล้ามาชอบยัยมาริอาทั้งที่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ!!!........เพราะงั้นพริสทีน ทนไปหน่อยละกันนะ!!!
◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌
ทางด้านพริสทีนสถานการณ์ยังปกติเหล่านักผจญภัยที่จับได้ผลตายเมื่อครั้งก่อนนั้นถูกหามขึ้นมาทำการรักษาบนท่าเรือบ้างก็ตายระหว่างสู้บนผืนน้ำที่ยังคงถูกแช่แข็งอยู่น้องชายทั้งสามของเธอกับเดฟไกส์ในร่างไลแคนต่างสู้กับเจ้าคราเคนอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยด้วยเวทของนางร่างกายของคราเคนบาดเจ็บแค่ไหนไม่นานมันก็ฟื้นฟูจะมีเพียงหนวดของมันเท่านั้นที่ใช้เวลาฟื้นฟูนานกว่าร่างกายเนื่องด้วยพริสทีนใช้เวท [พิษ] [น้ำแข็ง] ที่เสริมดาบของอายาโกะไว้ทุกครั้งที่ฟาดฟันลงไปส่งผลให้หนวดนั่นละลายไม่สามารถคืนสภาพได้และบางจุดโดนแช่แข็งเอาไว้
“ฮ ฮัดชิ้ว!!!”
“!!! พริสทีนไหวรึเปล่าคะ!?”สเตลล่าที่ช่วยแบกร่างของไลท์เอลฟ์ที่บาดเจ็บขึ้นมาสะดุ้งโหยงกับเสียงจามนั่น
“ไม่ๆ ไม่เป็นไร ยังไหวอยู่”
ไหงไม่สบายเอาตอนนี้ล่ะ?แต่ร่างกายก็ไม่ได้รู้สึกหนาวหรืออะไรเลยนี่นา?? เธอแอบสับสนไม่น้อย...
++++++++++++++++++++
เอ้ามาาาาาาาา อีกครึ่งหนึ่งและเพิ่มเติมอีกสองตอน!!
เราคิดหนักจริงเรื่องต่อสู้
อ่ะ คิดไม่ออก ได้ เพี้ยนไปหน่อยแต่ยืมนิสัยร่าเริง(?)ของไลรอนมาใช้ละกัน
เครียดไม่ได้ ก็แต่งแบบบ้าๆไปนี่แหล่ะ!!!!
เดี๋ยวอีกสองตอนที่เราเขียนไว้ อัพคนละเวลานะคะ!รออ่านเลย!!