อันธการลิขิต (ภาคปฐมบท)

    ตอนที่ 47 กระจกอาถรรพ์

    สายตาเคร่งเครียดของมาดามเอสเธอร์จับจ้องไปที่ภาพสะท้อนในกระจก ที่ไม่มีเงาของสิ่งมีชีวิต


    "ศาสตราจารย์ลอเรนซ์ กระจกบานนี้… มันเป็นอุปกรณ์เวทมนตร์หรือวัตถุอาถรรพ์?" มาดามเอสเธอร์ถามผ่านทางจิต รอคำตอบจากผู้ที่มีความรู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับเวทมนตร์และวัตถุลึกลับ


    หลังจากอึดใจหนึ่ง เสียงของศาสตราจารย์ลอเรนซ์ก็ดังขึ้นในความคิดของเธอ "จากข้อมูลที่แจ้งมา สิ่งที่มีพลังถึงขนาดสร้างมิติอีกมิติขึ้นมาได้ คาดการณ์ว่าน่าจะเป็นวัตถุอาถรรพ์ แต่ผลเสียและความอันตรายของมันนั้นผมยังไม่มีข้อมูล"


    มาดามเอสเธอร์ขบคิดคำตอบของศาสตราจารย์ลอเรนซ์อย่างหนัก สายตาของเธอจับจ้องไปยังผิวกระจกที่ไร้เงาสะท้อนของพวกเขา แค่การรู้ว่าเป็น "วัตถุอาถรรพ์" ก็เพียงพอที่จะทำให้เธอเพิ่มความระมัดระวังไปอีกขั้น เพราะวัตถุอาถรรพ์นั้น มักพ่วงมาด้วยอันตรายที่คาดเดาได้ยาก


    เธอไม่สามารถมั่นใจได้ว่าภัยจากกระจกบานนี้จะมาในรูปแบบใด หากต้องเผชิญสิ่งที่ไม่รู้แน่ชัด การนำกลุ่มเข้าไปในมิติอีกฝั่งจะเสี่ยงเกินไป ยิ่งไปกว่านั้น กระจกบานนี้มีเพียงบานเดียว หมายความว่า ทางเข้าก็มีเพียงทางเดียว การบุกเข้าไปในสถานที่ที่มีทางเข้าเพียงทางเดียวนั้น อาจถูกดักโจมตีได้


    มาดามเอสเธอร์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนแผนในทันที เธอพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่รู้จักภายในมิติที่อยู่อีกฝั่งของกระจกบานนั้น และตัดสินใจว่าแทนที่จะบุกเข้าไปในมิติแปลกประหลาด เธอจะสั่งการให้กลุ่มเคลื่อนย้ายกระจกออกจากห้องใต้ดินแทน เมื่อพ้นจากห้องใต้ดินที่คับแคบนี้ พวกเขาจะมีพื้นที่และเวลาในการหาวิธีจัดการกับมันได้ดีกว่า


    "เราจะเปลี่ยนแผน" มาดามเอสเธอร์ส่งคำสั่งทางจิต "ขอให้ทุกคนเตรียมช่วยกันเคลื่อนย้ายกระจกบานนี้ออกจากห้องใต้ดิน เราจะนำมันไปยังที่ที่มีพื้นที่กว้างขึ้น เพื่อจะได้ศึกษามันโดยละเอียดโดยไม่เสี่ยงถูกดักทางจากอีกฝั่ง"


    ทันทีที่เธอให้คำสั่ง เจ้าหน้าที่หลายคนก็ขยับเข้าประจำตำแหน่งรอบกระจกบานใหญ่ พวกเขาออกแรงพร้อมกัน เริ่มจากการจับที่กรอบโลหะของกระจกแล้วใช้แรงทั้งหมดดันขึ้นอย่างสุดกำลัง ทว่ากระจกกลับนิ่งสนิทราวกับมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของพื้นห้องใต้ดินไปแล้ว


    เอ็ดเวิร์ดและสมาชิกคนอื่น ๆ พยายามใช้แรงดึงขึ้นอีกครั้ง เสียงกล้ามเนื้อเกร็งแน่นและเสียงอึดอัดจากการออกแรงดังขึ้น แต่กระจกไม่ขยับแม้แต่น้อย มันนิ่งอยู่กับที่อย่างท้าทาย


    "เหมือนกระจกบานนี้จะฝังลึกลงไปในพื้น!" เอ็ดเวิร์ดพึมพำด้วยความตกใจ และเมื่อพวกเขาพยายามเพิ่มแรงจนถึงจุดที่แทบจะหมดกำลังไป กระจกก็ยังคงติดแน่นอยู่เหมือนถูกเชื่อมไว้กับพื้นโดยพลังบางอย่าง


    มาดามเอสเธอร์สังเกตเห็นทุกคนที่พยายามจะยกกระจกขึ้น


    เธอถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะหันไปสั่งการใหม่ "ศาสตราจารย์ลอเรนซ์ คุณพอมีคำแนะนำบ้างไหม?"


    ขณะที่กำลังสนทนากันอย่างเคร่งเครียด แสงไฟจากโคมระย้าก็เริ่มหรี่ลงอย่างผิดปกติ ราวกับว่าแหล่งกำลังของมันกำลังจะหมด เปลวที่ไฟอ่อนแสงทำให้ทุกคนในห้องใต้ดินหันมองด้วยความสงสัย หลายคนพยายามสังเกตว่าเป็นเพราะอะไร แต่ละคนตอบสนองแตกต่างกัน บางคนก้มมองสำรวจห้อง เผื่อว่ามีบางอย่างที่ตกหล่น บ้างสังเกตเห็นความผิดปกติของแสงสลัวนี้ช้ากว่าเพื่อนเพราะจดจ่อกับรายละเอียดเล็กน้อยรอบตัว แม้การตอบสนองจะแตกต่างกันไป แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือ ทุกคนละสายตาจากกระจกบานใหญ่โดยไม่รู้ตัว


    ในเสี้ยววินาทีที่ทุกคนไม่ได้มองกระจกนั้น เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ผิวของกระจกเริ่มสั่นไหวเหมือนผิวน้ำที่ถูกลมพัด คลื่นสะท้อนเริ่มกระเพื่อมไปทั่วพื้นผิว กระจกที่เคยเป็นของแข็งกลับกลายเป็นของเหลวในชั่วพริบตา ผิวกระจกพุ่งกระจายออกเหมือนคลื่นทะเล แต่มันไม่ได้โปร่งใสเป็นน้ำ หากแต่เป็นของเหลวที่คล้ายตะกั่วสะท้อนแสงแวววับ


    ทันใดนั้น ของเหลวสีเงินสะท้อนแสงเหล่านั้นก็พุ่งออกมาเป็นคลื่นแผ่กว้าง ราวกับน้ำท่วม คลื่นตะกั่วนั้นแตกกระจายสาดกระหน่ำออกไปทั่วห้อง ห่อหุ้มทุกคนในเสี้ยววินาที ก่อนที่ใครจะทันตั้งตัว หรือแม้แต่เปล่งเสียงร้องเตือน


    คลื่นตะกั่วดึงดูดพวกเขาเข้าไปภายใน ความรู้สึกเย็นเยียบและกดดันรุนแรงวิ่งเข้ามาอย่างไม่ปรานี พวกเขาทั้งหมดถูกกระชากเข้าไปในมิติอันลึกลับที่อยู่ภายในกระจก เสียงสะท้อนสุดท้ายของห้องเงียบสนิท ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเกินกว่าจะป้องกันได้


    เมื่อทุกอย่างกลับสู่ความสงบ ห้องใต้ดินกลับคืนสู่ความว่างเปล่าอีกครั้ง ไม่มีใครหลงเหลืออยู่ มีเพียงกระจกบานใหญ่นั้นตั้งตระหง่านท่ามกลางความเงียบ เหมือนมันไม่เคยเกิดการเคลื่อนไหวใด ๆ มาก่อน


    เมื่อการสื่อสารทางจิตกับมาดามเอสเธอร์ขาดหายไปอย่างกะทันหัน ศาสตราจารย์ลอเรนซ์ขมวดคิ้วด้วยความร้อนใจ เขาพยายามส่งความคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่กลับได้รับเพียงความเงียบกลับมา


    สัญญาณที่ไร้การตอบสนองนี้ยิ่งทำให้เขาใจเต้นแรงขึ้นด้วยความกังวลว่าบางสิ่งที่ผิดปกติอาจเกิดขึ้นกับกลุ่มของมาดามในห้องใต้ดิน


    ศาสตราจารย์ไม่อาจทนรออีกต่อไป เขาหันไปสั่งการอย่างรวดเร็ว "แบ่งกำลังพลออกมา ติดตามฉันเข้าไปในคฤหาสน์! ส่วนคนที่เหลือให้ประจำที่ตามแผน และเตรียมพร้อมรับมือหากสถานการณ์ฉุกเฉิน"


    ศาสตราจารย์ลอเรนซ์รีบพุ่งตรงไปยังทางเข้าคฤหาสน์โดยไม่รอช้า ทันทีที่เข้าสู่ภายใน บรรยากาศในคฤหาสน์ดูวังเวงและเย็นเยียบเกินปกติ เงามืดทอดยาวไปตามทางเดินหิน ลอเรนซ์วิ่งนำไปยังบันไดที่นำลงสู่ห้องใต้ดินโดยไม่มีการลังเล ขณะที่เสียงฝีเท้าของพวกเขาก้องสะท้อนไปทั่วทุกมุมของคฤหาสน์


    สายตาของสมาชิกคนหนึ่งเหลือบไปเห็นกระจกเงาติดผนังที่มุมห้อง เขาตกใจทันทีที่เห็นกระจกสั่นไหวราวกับผิวน้ำที่ถูกลมพัดจนเป็นคลื่น


    ใบหน้าของเขาแสดงความตกใจอย่างชัดเจน รีบร้องเตือนให้ทุกคนหันไปมอง กระจกที่สั่นไหวแรงขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับมีบางสิ่งพยายามจะฝ่าทะลุผ่านมันออกมา


    ศาสตราจารย์ลอเรนซ์จ้องมองอย่างไม่กะพริบทันทีที่ได้ยินเสียงเตือน ผิวกระจกบานนั้นนูนขึ้นจากภายในราวกับมีสิ่งมีชีวิตกำลังดันตัวเองออกมาจากเมือกพังผืด แต่สิ่งที่แปลกประหลาดคือ พังผืดนั้นกลับเป็นเนื้อกระจกที่ดูเหมือนถูกฉีกออกมาเป็นชิ้น ๆ รอยแยกเริ่มกว้างขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุด รูปร่างของชายคนหนึ่งก็ปรากฏออกมาจากภายใน


    ชายผู้นั้นก้าวออกจากกระจก ใบหน้าดูไม่คุ้นเคย ร่างสูงแข็งแรงในชุดคลุมดำ ปรากฏร่องรอยบาดแผลจากการต่อสู้ ท่าทางกระวนกระวายของเขาทำให้สมาชิกกลุ่มทุกคนเตรียมพร้อมรับมือทันที แต่ก่อนที่จะทันได้ถามไถ่หรือทำอะไรเพิ่ม กระจกบานเดิมกลับเกิดการสั่นไหวขึ้น


    ผิวกระจกนูนออกอีกครั้ง และคราวนี้สิ่งที่ปรากฏทำให้ศาสตราจารย์ลอเรนซ์รู้สึกประหลาดใจอย่างลึกซึ้ง ร่างของชายผู้ออกมาจากกระจกเป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ ผมสีน้ำตาลอมเทา ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งวัยและรอยแผลเป็น ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นวาวระแวดระวัง นั่นคือ เอ็ดเวิร์ด


    ศาสตราจารย์รู้สึกตกใจปนตื่นเต้นในขณะเดียวกัน และแม้จะดีใจที่ได้เห็นคนที่คุ้นเคย แต่เขาก็ยังต้องเตรียมรับมืออย่างระมัดระวัง เผื่อว่าเหตุการณ์นี้อาจไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เห็น คนที่เขาเจออาจไม่ใช่ตัวจริง


    ทันทีที่เอ็ดเวิร์ดก้าวออกจากกระจกได้อย่างสมบูรณ์ เขารีบใช้พลังของตนส่งคำสั่งไปยังเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในคฤหาสน์ ให้กระจายกำลังกันออกไปยังจุดต่าง ๆ ที่น่าจะมีกระจกเงาติดตั้งอยู่ ไม่ว่าจะเป็นในห้องนอน ห้องน้ำ ห้องเก็บของ หรือจุดอื่นๆ เขากำชับให้ทุกคนระมัดระวังและสังเกตการณ์ หากพบความผิดปกติใด ๆ ให้ลงมือได้โดยทันที


    จากนั้นเขาส่งคำสั่งผ่านจิตไปยังกลุ่มสนับสนุนที่อยู่ภายนอกคฤหาสน์ "กลุ่มสนับสนุนด้านนอกคฤหาสน์ เริ่มทำการวางเขตแดนปิดกั้น กันไม่ให้คนเข้าออก และรับมือกับสมาชิกองค์กรแปลอักษรที่หลบหนีออกจากคฤหาสน์ เมื่อพบตัวให้จัดการได้เลยไม่ต้องรอคำสั่ง"


    เมื่อเอ็ดเวิร์ดหันกลับมา เขาเห็นชายคนที่หลุดออกมาจากกระจกก่อนหน้าเขากำลังพยายามหนีไปตามทางเดินอย่างสิ้นหวัง ทว่ากลุ่มของศาสตราจารย์ลอเรนซ์ที่ประจำการอยู่ด้านนั้นกลับรับมือได้ทันท่วงที ชายปริศนาถูกล้อมจับและปราบลงอย่างรวดเร็ว เอ็ดเวิร์ดรู้สึกมั่นใจขึ้นเมื่อเห็นว่าภายนอกดูเหมือนจะอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้แล้ว


    เขาจึงรีบหันหลังและวิ่งตรงไปยังห้องใต้ดินอีกครั้ง เพื่อช่วยเหลือมาดามเอสเธอร์และกลุ่มที่ถูกดึงเข้าไป


    ทันทีที่ศาสตราจารย์ลอเรนซ์เห็นเอ็ดเวิร์ดใช้พลังจิตในการส่งคำสั่ง เขาก็รับรู้ได้ว่าเอ็ดเวิร์ดคนนี้คือตัวจริง ลอเรนซ์จึงรีบวิ่งตามไป


    ระหว่างที่วิ่ง เอ็ดเวิร์ดก็พยายามส่งข้อความขอกำลังเสริมอีกครั้ง "ขอกำลังเสริมอย่างเร่งด่วน ให้มาที่ห้องใต้ดิน เมื่อมาถึงแล้วให้นำมือสัมผัสผิวกระจกและหลับตา จะสามารถเข้าสู่มิติกระจกได้ทันที"


    ระหว่างที่เขาและลอเรนซ์กำลังลงไปยังห้องใต้ดิน พวกเขาเดินสวนกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่กำลังเฝ้าห้องใต้ดิน เขารั้งเรียกคนสี่คนไว้


    "โจเซฟ ชาร์ลส์ ตามฉันมา รวมทั้งพวกนายด้วย" เขาหันไปพูดกับเจ้าหน้าที่อีกสองคนที่มีทักษะการต่อสู้เชี่ยวชาญเช่นกัน


    ทุกคนพยักหน้ารับและรีบตามเอ็ดเวิร์ดไปโดยไม่ถามคำถาม เมื่อถึงหน้ากระจกใหญ่ในห้องใต้ดิน เขาหันมองพวกพ้องที่ยืนอยู่ข้าง ๆ


    "ลอเรนซ์และโจเซฟ ตามฉันเข้าไปในมิติกระจก จัดการองค์กรแปลอักษร"


    จากนั้นหันไปทางเจ้าหน้าที่ที่เหลือที่ยืนรออยู่ด้านหลัง "ส่วนที่เหลือให้เฝ้ากระจกบานนี้ไว้ ตลอดเวลาจะต้องมีคนจ้องมองกระจก หากใครเริ่มล้าให้รีบสับเปลี่ยนกันทันที จำไว้ ห้ามละสายตาจากกระจกเด็ดขาด! เพราะถ้าเผลอไปเพียงเสี้ยววินาที พวกเราที่อยู่ในมิติด้านในจะเสี่ยงอันตราย และคนที่อยู่ด้านนอกเองก็อาจถูกดึงเข้าไปเช่นกัน"


    ทุกคนพยักหน้าอย่างหนักแน่น เอ็ดเวิร์ดหันมองลอเรนซ์และโจเซฟก่อนจะ ยื่นมือสัมผัสลงบนผิวกระจกเย็นเฉียบ เมื่อเขาหลับตาลงผิวกระจกก็สั่นไหวราวกับของเหลว สัมผัสผิวกระจกเปลี่ยนจากความเย็นเป็นแรงดูด กลืนร่างของหัวหน้าหน่วยสืบสวนเขาเข้าไป


    ลอเรนซ์และโจเซฟที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เห็นดังนั้นจึงทำตาม พวกเขานำมือสัมผัสผิวกระจกเช่นกัน แล้วหลับตา ภายในพริบตา ผิวกระจกดูเหมือนจะกลายเป็นของเหลว ร่างของทั้งสามคนก็หายเข้าไปในมิติกระจกจนหมด




    คล้ายกับเรื่องอันธการลิขิต (ภาคปฐมบท) ที่คุณอ่าน