อวี๋เย่ยืนตัวแข็งทื่อ เบื้องหน้ากำแพงหินนั้น... มีคนนั่งอยู่จริงๆ!
ไม่ใช่ร่างของพ่อ เขาไม่รู้จักคนผู้นี้
ร่างนั้นคือชายวัยกลางคนสวมชุดผ้าหยาบ นั่งขัดสมาธินิ่งสงบ ทว่าเบ้าตากลับกลวงโบ๋ ิัแห้งกรังปริแตกจนเห็นกระดูกหน้าและซี่ฟัน สภาพบิดเบี้ยวสยดสยอง
มันคือศพ... ที่ตายมานานแล้ว
แปลกตรงที่ร่างยังเน่าเปื่อยไม่หมด การแต่งกายก็ไม่ใช่พรานป่า ยิ่งสองมือที่ประสานกันแน่น ยิ่งดูพิลึกพิลั่น
อวี๋เย่ยื่นคบเพลิงเข้าใกล้ สองมือของศพดำคล้ำ นิ้วกลางซ้ายที่แห้งเหี่ยวราวกับกิ่งไม้มีแหวนสีขาวสวมอยู่ ดูคล้ายเครื่องประดับของคนรวย ทว่ากลับไม่ได้หล่อหลอมจากเงินหรือทอง
ใครกัน? ทำไมมาตายอยู่ที่นี่? ทำไมงูั์ถึงไม่กินมันเข้าไป? แล้วการตายของพ่อเกี่ยวกับเ้านี่หรือเปล่า?
ยิ่งคิดยิ่งสงสัย เขาขยับเข้าไปหมายจะดูให้ชัด
พลันมีเสียงตวาดกร้าว
"หยุดเดี๋ยวนี้!"
สิ้นเสียง พายุไร้สภาพสายหนึ่งก็พุ่งทะลวงเข้าใส่
ตูม!
สองมือของศพแหลกละเอียด แหวนสีขาวกระเด็นลอยออกไป
อวี๋เย่สะดุ้งสุดตัว คบเพลิงเกือบหลุดมือ
ห่างออกไปสองสามจั้ง ปรากฏเงาร่างหนึ่ง เป็ชายหนุ่มอายุราวยี่สิบกว่าปี เกล้ามวยผม สวมชุดคลุมยาวสีเขียว รูปร่างหน้าตาภูมิฐาน มันกำลังพินิจแหวนสีขาวในมือ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น
"หึหึ! แหวนกักเก็บ! ถ้าเป็ของพวกผู้บำเพ็ญมารจากฉีโจวจริงล่ะก็ มันมีค่ามากกว่าโอสถเสวียนฮวงเป็ร้อยเป็พันเท่า..."
อวี๋เย่ไม่เข้าใจว่า 'แหวนกักเก็บ' คืออะไร และไม่รู้เื่ฉีโจวหรือผู้บำเพ็ญมารแม้แต่น้อย แต่ชายหนุ่มที่โผล่มาอย่างกะทันหันผู้นี้กลับทำให้เขาตกตะลึง ท่าทางการเคลื่อนไหวราวกับภูตผี ฝีมือเหนือธรรมชาติ และน้ำเสียงแบบนั้น... เขาคุ้นเคยเป็อย่างดี
อ้อ นึกออกแล้ว... เป็มันนี่เอง!
เงาร่างที่เจอตรงหุบเขากับผู้ชายที่ยืนคุยกับไป๋จื่อนอกเมืองหลิงเจียว คือคนเดียวกัน! มันคือศิษย์พี่ของไป๋จื่อ หลังจากวันนั้นมันก็หายหัวไป แต่ตอนนี้กลับมาโผล่ในถ้ำลับแห่งนี้... มัน้าอะไรกันแน่?
ครืน...
เมื่อสองมือแหลกละเอียด ร่างศพที่ไร้สิ่งค้ำยันก็พังครืนลงมากองกับพื้น
อวี๋เย่ผงะถอยหลัง ทว่าสายตากลับหยุดชะงัก
ท่ามกลางเศษกระดูกและเศษผ้าที่แตกกระจายเกลื่อน มีสิ่งหนึ่งกลิ้งหลุดออกมา... หยุดกึกอยู่ตรงปลายเท้าเขา
ศิษย์พี่ของไป๋จื่อมัวแต่หลงระเริงกับของวิเศษในมือ ไม่ได้สนใจทางฝั่งนี้แม้แต่น้อย
อวี๋เย่ก้มลงเก็บสิ่งนั้นขึ้นมาด้วยความสงสัย
มันคือลูกปัดสีเหลืองขนาดเท่าไข่ไก่ กลมเกลี้ยงเงางาม ทว่าวินาทีที่ัั ความเย็นเยียบไร้ที่มากลับเสียดแทงทะลวงขั้วหัวใจ
อวี๋เย่สะท้านเฮือก
นี่มันของบ้าอะไรเนี่ย?
"เอ๊ะ..."
ศิษย์พี่ของไป๋จื่อคลำหาทางเปิดแหวนอยู่นานแต่ไม่สำเร็จ ระหว่างที่กำลังหงุดหงิด สายตาของมันก็ตวัดมาเห็นพอดี
เด็กหนุ่มถือคบเพลิงยืนเซ่ออยู่ไม่ไกล และในมือ... มีลูกปัดสีเหลืองกำอยู่!
ใบหน้าของศิษย์พี่ไป๋จื่อฉายแววโลภโมโทสัน มันแบมือออก สั่งเสียงเฉียบขาด
"ส่งมันมา!"
อวี๋เย่เงยหน้าขวับ
"ทำไมข้าต้องให้เ้า?"
เขาดูออกว่าลูกปัดนี่ไม่มีเ้าของ ในเมื่อเขาเก็บได้ เื่อะไรต้องยกให้คนอื่นเปล่าๆ ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่ยังเกี่ยวพันกับการตายของพ่อ ลูกปัดเม็ดนี้ย่อมไม่ใช่ของธรรมดาแน่
"หึหึ!"
ศิษย์พี่ไป๋จื่อแค่นหัวเราะเหมือนได้ยินเื่ตลก มันปรายตามองไปด้านหลัง
ทางออกถูกมันปิดตายไว้แล้ว ในถ้ำมืดมิดแห่งนี้ นอกจากมันกับอวี๋เย่ ก็มีเพียงแอ่งเืและเศษกระดูกเกลื่อนพื้น
รอยยิ้มของศิษย์พี่ไป๋จื่อบิดเบี้ยวอำมหิต มันล้วงยันต์อาคมสองแผ่นออกมาจากอกเสื้อ สะบัดเบาๆ พลางขมุบขมิบปากท่องมนต์ ก่อนจะสะบัดมือขว้างออกไป
พรึ่บ! ตูม!
ลูกไฟสองดวงพุ่งทะยาน แผดเผากวาดล้างไปทั่วทั้งถ้ำ!
อวี๋เย่หน้าถอดสี หันหลังสับเท้าหนีสุดชีวิต
ลูกไฟลุกโชนเสียงดัง เปรี๊ยะ! เปลวเพลิงบ้าคลั่งราวกับจะหลอมละลายก้อนหินและกลืนกินทุกสรรพสิ่ง คลื่นความร้อนแผดเผาจนแทบขาดใจ ไร้ซอกหลืบให้หลบซ่อน
อวี๋เย่ไม่รู้ว่าเกิดบ้าอะไรขึ้น แต่รู้ว่าความตายมาจ่อคอหอยแล้ว เขาหวังเพียงพุ่งหนีให้พ้นทะเลเพลิง ทว่าวิ่งไปได้แค่สองก้าว กำแพงไฟก็พุ่งมาขวางหน้า
ขณะกำลังลนลานทำอะไรไม่ถูก ไอเย็นประหลาดพลันแผ่ซ่านจากฝ่ามือเข้าคลุมร่างเขามิดชิด เปลวเพลิงที่กำลังแลบเลียและความปวดแสบปวดร้อนมลายหายไปเป็ปลิดทิ้ง
จังหวะเดียวกันนั้น ไฟในถ้ำก็ค่อยๆ มอดดับลง ซากศพ ซากงูั์ แอ่งเื และกองกระดูก... ล้วนถูกเผาจนกลายเป็เถ้าธุลี
"ยังไม่ตาย?"
ศิษย์พี่ไป๋จื่อเห็นอวี๋เย่ไร้รอยขีดข่วนก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเดาบางอย่างได้ แววตายิ่งทอประกายละโมบสุดขีด มันปัดมือเบาๆ น้ำเสียงแฝงความคุกคาม
"ส่งของวิเศษมาซะดีๆ!"
อวี๋เย่ยืนตะลึง ก้มมองลูกปัดในมืออย่างไม่อยากเชื่อ
ลูกปัดเล็กแค่นี้... คือของวิเศษงั้นเรอะ?
เมื่อครู่เขาเกือบโดนไฟคลอกตาย แต่ลูกปัดในมือกลับปล่อยไอเย็นออกมาคุ้มครองจนรอดจากการถูกย่างสดมาได้ ถ้าเป็อย่างนั้น... นี่ต้องเป็ของวิเศษหายากแน่นอน!
แต่ศิษย์พี่ไป๋จื่อมันบ้าเื แถมวิชาของมันก็น่ากลัวเกินไป ถ้ามันลงมือแย่งชิง เขาจะเอาอะไรไปสู้?
ขณะที่กำลังลังเล พลันมีเสียงหนึ่งกระซิบขึ้น
"ชีวิตเ้ากำลังจะจบสิ้น... หนีไปสิ!"
เป็เสียงที่แ่เบา ทว่ากลับดังชัดเจนในโสตประสาท มีคนกำลังเตือนให้เขาหนี!
ใครพูด? ในถ้ำนี้... ไม่มีใครอื่นอีกแล้วนี่!
พริบตานั้น ศิษย์พี่ไป๋จื่อก็พุ่งเข้ามาประชิดตัว พร้อมเอื้อมมือตะปบ!
อวี๋เย่เดิมทีคิดจะโยนลูกปัดทิ้งให้พ้นตัว แต่สัญชาตญาณกลับสั่งให้เขาซ่อนมันไว้ด้านหลัง
"พี่ชาย ข้ากับท่านไม่มีความแค้นต่อกัน ข้าไม่มีปัญหาอะไรกับแม่นางไป๋ด้วย เหตุใดท่านต้องฆ่าข้า..."
ทว่าพูดยังไม่ทันจบ คอเสื้อก็ถูกกระชากอย่างแรง!
ใบหน้าที่แสยะยิ้มเ็าฉกวูบเข้ามาใกล้จนจมูกแทบชนกัน น้ำเสียงเย้ยหยันและสงสัยดังขึ้น
"ไอ้หนู แกจำข้าได้งั้นรึ?"
อวี๋เย่ละล่ำละลัก
"นอกเมืองหลิงเจียว ข้าบังเอิญเห็นท่านกับแม่นางไป๋..."
ศิษย์พี่ไป๋จื่อไม่ยอมปล่อย ซ้ำยังกำแน่นขึ้น นิ้วมือที่ราวกับตะขอเหล็กจิกทะลุเสื้อจนกระดูกแทบแหลก
"อ้อ... แล้วแกรู้ได้ยังไงว่าข้าจะฆ่าแก?"
"ข้า..."
อวี๋เย่เจ็บหน้าอกจนทนไม่ไหว หายใจแทบไม่ออก ใบหน้ายิ้มประหลาดนั่นยังคงจ้องเขม็ง สายตาอำมหิตทำเอาเขาสั่นสะท้านไปถึงกระดูก
วินาทีนั้นเขาตาสว่างทันที... ไม่ว่าจะยอมส่งลูกปัดให้หรือไม่ วันนี้มันก็กะจะฆ่าปิดปากเขาอยู่ดี!
อวี๋เย่ดิ้นรนสุดชีวิตแต่สลัดไม่หลุด คบเพลิงในมือซ้ายที่ยังติดไฟอยู่จึงถูกเหวี่ยงฟาดใส่หน้ามันเต็มแรง!
ปัง!
ศิษย์พี่ไป๋จื่อยกแขนขึ้นปัด คบเพลิงกระเด็นหลุดมือลอยไปตกห่างออกไปหลายจั้ง ไฟดับวูบ ความมืดมิดเข้ากลืนกินรอบด้านอีกครั้ง
อวี๋เย่อาศัยจังหวะนั้นสลัดหลุด ยัดลูกปัดใส่คอเสื้อแล้วหันหลังวิ่งเตลิด ความมืดทำให้เขาวิ่งสะเปะสะปะจนชนกำแพงหิน
พลั่ก!
เขากัดฟันข่มความมึนงง พยายามคลำหาทางหนี
แต่ศิษย์พี่ไป๋จื่อพุ่งตามมาติดๆ มันคว้าคอเขาไว้ แล้วกระแทกร่างอัดเข้ากับกำแพงหินอย่างจัง!
อั้ก!
"ไอ้หนู แกจะหนีไปไหน?!"
อวี๋เย่ถูกบีบคอจนเท้าลอยเหนือพื้น หน้ามืดตามัว ไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน ชะตาขาดแน่แล้ว...
ทว่ายิ่งอับจนหนทาง สายเืพรานป่าที่คุ้นชินกับการดิ้นรนก็ยิ่งพุ่งพล่าน เขาฝืนเอื้อมมือล้วงเข้าไปในเสื้อ เค้นเสียงแหบพร่า
"ของ... ของวิเศษ... อยู่นี่..."
ศิษย์พี่ไป๋จื่อไม่สนคำพูด เอื้อมมือฉีกกระชากเสื้อผ้าเขาอย่างบ้าคลั่ง
แคว่ก!
เสื้อขาดวิ่น ลูกปัดเม็ดหนึ่งร่วงหล่นลงพื้น
ศิษย์พี่ไป๋จื่อรอจังหวะนี้อยู่แล้ว มันรีบพุ่งมือไปคว้าลูกปัด
ทว่าพริบตานั้นเอง... มีดสั้นเล่มหนึ่งก็พุ่งทะลวงเข้าใส่ท้องน้อยของมัน!
ท้องน้อยของผู้ฝึกตนคือจุดศูนย์รวมตันเถียนและทะเลปราณ มันสะดุ้งเฮือก รีบดีดตัวหลบวูบ
มันไม่ใช่มือสมัครเล่น และไม่เคยเห็นพรานป่ากระจอกๆ อยู่ในสายตา แต่ระยะประชิดขนาดนี้ แถมโดนสวนกลับแบบไม่ทันตั้งตัว ทำเอามันถึงกับเสียศูนย์
อวี๋เย่ฉวยโอกาสชักมีดสั้นที่ซ่อนไว้ออกมาสวน แต่ศัตรูหลบไวเกินไป ปลายมีดจึงแทงวืด เมื่อสองเท้าแตะพื้น เขาก็รีบถีบตัวพุ่งไปข้างหน้าสุดแรงเกิด
ศิษย์พี่ไป๋จื่อโดนบีบให้ถอยก็โกรธจนหน้าดำหน้าแดง มันขมุบขมิบปาก สะบัดแขนเสื้อซัดฝ่ามือออกไปทันที
อวี๋เย่ไม่เคยคิดจะฆ่าใคร เขาแค่หวังผลักศัตรูออกไปเพื่อเปิดทางหนี นึกไม่ถึงว่าแรงส่งของมีดสั้น จะปะทะเข้ากับพลังสายหนึ่งที่กระแทกสวนกลับมาอย่างหนักหน่วง!
ตูม!
ร่างของอวี๋เย่ลอยกระเด็นไปกระแทกพื้นอย่างจัง เขาอ้าปากค้างแต่กลับร้องไม่ออกแม้แต่แอะเดียว พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น ทว่าสมองกลับเบลอไปหมด สองตาพร่ามัวเห็นประกายไฟระยิบระยับ
ทว่า... ท่ามกลางภาพที่พร่ามัว ดูเหมือนจะมีลูกปัดเม็ดหนึ่งกลิ้งมาหยุดอยู่ตรงหน้า
ศิษย์พี่ไป๋จื่อซัดฝ่ามือเข้าเป้า แต่ยังแค้นจนกัดฟันกรอด ไอ้เด็กเมื่อวานซืนกลับทำให้มันทุลักทุเลได้ขนาดนี้ ความโกรธเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็รังสีอำมหิตพลุ่งพล่าน มันสะบัดแขนเสื้อ กระบี่สั้นเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือ
แขนขวาของอวี๋เย่ชาจนขยับไม่ได้ ส่วนมือซ้ายกำลูกปัดไว้แน่น เขานอนหมอบอยู่กับพื้น สภาพร่อแร่ ความหวาดกลัวและความสิ้นหวังถาโถมเข้าใส่
แม้จะมองไม่เห็นศิษย์พี่ไป๋จื่อ แต่เขารู้ว่ามันกำลังเดินเข้ามา เขาทำเต็มที่แล้ว แต่สุดท้ายก็สูญเปล่า เ้านั่นโเี้และน่ากลัวกว่าสัตว์ร้ายในป่าซะอีก โดยเฉพาะคมกระบี่ในมือ... ที่ส่องแสงเรืองรองออกมาในความมืด
เฮ้อ... โลกนี้ยังมีเื่อีกมากมายที่ข้ายังไม่รู้... แต่น่าเสียดาย คงไม่มีโอกาสรอดไปดูแล้ว... หากชาติหน้ามีจริง ข้าต้องฝึกวิชาพวกนั้นให้ได้ ข้าต้องแข็งแกร่ง จะได้ไม่ต้องมาโดนใครรังแกแบบนี้อีก!
ท่ามกลางความสิ้นหวัง เสียงลึกลับก็ดังขึ้นอีกครั้ง!
"กลืนมันลงไปซะ!"
"เอ๊ะ..."
อวี๋เย่ไม่เข้าใจ
"มุกัในมือเ้าไง! กลืนมันลงไป แล้วรีบหนี!!"
เสียงนั้นแ่เบา คล้ายดังมาจากข้างหู จาก้า หรืออาจจะดังมาจากส่วนลึกของิญญา... แต่ในนาทีที่ไร้ทางรอด เขาไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว
ลูกปัดนี่... คือมุกั?
กลืนมันลงไป แล้วจะรอดตาย!
อวี๋เย่ไม่มีเวลาคิดให้ปวดหัว เขายัดมุกัเข้าปากกลืนลงคอทันที! จากนั้นก็บิดตัวกลิ้งหลบไปกับพื้นราวกับสัตว์าเ็ที่กำลังดิ้นรนเฮือกสุดท้าย
ศิษย์พี่ไป๋จื่อพุ่งปรี่เข้ามาหมายจะสับร่างชิงของ แต่ใครจะไปนึกว่าอีกฝ่ายดันเอาของวิเศษกลืนลงคอไปแล้ว! มันตวัดกระบี่ฟันใส่รัวๆ ด้วยความเกรี้ยวกราด
ฉัวะ! ฉัวะ!
แต่เมื่อฟันพลาด มันก็เบิกตาโพลงด้วยความโกรธจัด
อวี๋เย่นอกจากจะไม่ตายแล้ว ยังหายวับไปกับตา!
เมื่อครู่มันมัวแต่จ้องจะแย่งของวิเศษจนลืมสังเกตรอยแยกหินบนพื้น ไอ้เด็กนั่นพลิกตัวแค่ทีเดียว ก็มุดลงไปในรอยแยกใต้จมูกมันเฉยเลย!
รอยแยกหินนั้นเกิดขึ้นตามธรรมชาติ ปากกว้างก้นแคบ ขนาดพอดีให้คนมุดลอดเข้าไปได้เพียงคนเดียว
เมื่อมันชะโงกหน้าลงไปดู ก็เห็นร่างคนกำลังมุดหนีลงไปตามรอยแยก ยังพอมองเห็นสองเท้าที่กำลังตะเกียกตะกายดิ้นรนอยู่ลิบๆ...