เทพยุทธ์โลกนิยาย

    ตอนที่ 58 ถามเสด็จพ่อ



         ตอนที่ 58



         "เกากงกง เสด็จพ่อประทับอยู่ที่ไหนหรือ?" ผ่านไปสามวัน ไป๋กุนหลางยอมแพ้ให้กับการเปิดหนังสือ จึงคิดจะถามเรื่องราวจากไป๋ป้าเทียนให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย 


         'ถ้าแม้แต่เสด็จพ่อก็ยังไม่รู้ คงจะต้องพักเรื่องนี้ไว้ก่อนแล้ว' ไป๋กุนหลางตัดสินใจ


         "อยู่เขตพระราชฐานชั้นในพ่ะย่ะค่ะ" เกากงกงตอบ


         "งั้นท่านช่วยนำทางข้าหน่อยละกัน ข้ามีธุระจะคุยกับเสด็จพ่อ" ไป๋กุนหลางกล่าว เขตพระราชฐานชั้นในถือว่าเป็นเขตบ้านของจักรพรรดิ มีกฎระเบียบมากมาย ไป๋กุนหลางคนก่อนไม่ค่อยเข้าใจกฎระเบียบ ไป๋กุนหลางคนปัจจุบันยิ่งไม่สนใจศึกษา จึงต้องหาคนนำทาง จะได้ไม่ถูกทำโทษ โดยไม่รู้ตัว


         เกากงกงลังเลอยู่สักพัก ก็นึกได้ว่าองค์ชายห้าเปลี่ยนไปแล้ว และองค์จักรพรรดิก็ให้ความสำคัญกับท่านผู้นี้มากเสียด้วย จึงตอบตกลง "โปรดตามกระหม่อมมาพ่ะย่ะค่ะ"


         เดินตามเกากงกงมาถึงตำหนักพระมเหสี ไป๋กุนหลางก็ได้ยินเสียงหัวเราะของเด็กหญิงและชายวัยกลางคน


         เด็กหญิงน่าจะเป็นน้องคนสุดท้องของเขา องค์หญิงไป๋เจียวเหม่ย ชายวัยกลางคนก็คือไป๋ป้าเทียน


         "องค์ชายห้าโปรดรอตรงนี้สักครู่พ่ะย่ะค่ะ" เกากงกงกล่าวแล้วเดินขึ้นตำหนักไป สักพักก็เดินลงมาตามไป๋กุนหลาง "เชิญองค์ชายห้าพ่ะย่ะค่ะ"


         "ถวายบังคมเสด็จพ่อ ถวายบังคมพระมารดา" ขึ้นมาถึงไป๋กุนหลางคุกเข่าทำความเคารพฮ่องเต้กับฮองเฮาตามลำดับ


         "ลุกขึ้นได้" ไป๋ป้าเทียนกล่าว


         "ขอบพระทัยเสด็จพ่อ"


         พอไป๋กุนหลางยืน องค์ชายเก้าไป๋เซียนกุนก็ลุกขึ้นประสานมือคารวะ


         "คารวะพี่ชายห้า"


         "อืม" ไป๋กุนหลางผงกศีรษะรับ สายตามองประเมินองค์ชายเก้า ไป๋เซียนกุนมีอายุอ่อนกว่าไป๋เหมยเซี่ยนเพียงสี่วัน นับว่าเป็นเด็กชายคนหนึ่ง แต่ยามยกมือวางเท้ากลับเต็มไปด้วยอำนาจ เมื่อรวมกับสติปัญญาที่หนังสือได้บรรยายเอาไว้ 


         ไป๋กุนหลางไม่แปลกใจเลยที่องค์ชายเก้าผู้นี้จะถูกวางตัวให้เป็นจักรพรรดิองค์ต่อไป


         "ท่านคือพี่ชายห้าหรือ" ไป๋เจียวเหม่ยเดินเข้ามาดึงกางเกงไป๋กุนหลาง นางมีอายุเพียงหกขวบ ตลอดมานางเห็นพี่ชายเก้าดีต่อนางมาก จึงคิดว่าพี่ชายห้าจะต้องดีต่อนางเหมือนกัน


         ก่อนไป๋เซียนกุนจะดึงไป๋เจียวเหม่ยออกไป ไป๋กุนหลางก็เลิกชายเสื้อคลุม หยิบห่อขนมที่ปินปินทำให้จากกระเป๋าคาดเอวส่งให้นาง


         "ท่านแม่ข้าได้ขนมด้วยล่ะ" เห็นว่าพี่ชายห้าดีต่อตนเอง อย่างที่คิดจริงๆ ไป๋เจียวเหม่ยก็วิ่งเอาขนมไปอวดมารดา


         หยางซวงเยี่ยนลูบหัวบุตรสาวอย่างเอ็นดูแล้วกล่าว "เจ้าขอบคุณพี่ชายห้ารึยัง?"


         "ขอบคุณเจ้าคะพี่ชายห้า" กล่าวจบไป๋เจียวเหม่ยก็แกะขนมออกมากิน


         พอกัดเข้าไปคำเดียวดวงตาเล็กๆของนาง ก็เบิกจนกลมกว้าง ริมฝีปากของนางมีรอยสีแดงเป็นปื้น "อร่อยมาก! นี่มันคือขนมอะไรเจ้าคะพี่ชายห้า?"


         ไป๋เจียวเหม่ยชื่นชอบขนมเป็นชีวิตจิตใจ แต่นางไม่เคยกินขนมที่มีรสชาติเปรี้ยวหวานแบบนี้มาก่อน จึงมองไป๋กุนหลางอย่างคาดหวัง เหมือนพบเห็นพระผู้มาโปรด


         ไป๋กุนหลางยิ้มแล้วล้วงเอาขนมออกมาอีกสองชิ้น "ถ้าชอบก็มาเอาไปอีก" แล้วอธิบายว่า "ขนมนี่เรียกว่าขนมสอดไส้หมูเปรี้ยวหวาน วิธีทำคือนำหมูไปนึ่งแล้วคลุกด้วยซอสมะเขือเทศ แล้วห่อด้วยแผ่นแป้ง"


         พอเห็นไป๋กุนหลางยื่นขนมให้อีกสองชิ้น ไป๋เจียวเหม่ยจึงวิ่งเข้าไปหยิบอย่างไม่เกรงใจ แล้วถามไป๋กุนหลางว่า "ซอสมะเขือเทศคืออะไรเจ้าคะพี่ชายห้า?"


         เนื่องด้วยตอนอยู่โลกเก่า ไป๋กุนหลางเป็นคนติด ซอสพริก,ซอสมะเขือเทศ งอมแงม ขนาดข้าวกะเพราไก่ไข่ดาวเขายังราดซอสพริก เมื่อมาอยู่โลกนี้แล้วไม่ได้กินมันนาน ไป๋กุนหลางจึงเกิดอาการลงแดงกินอะไรก็ไม่อร่อย


         ไป๋กุนหลางจึงบอกปินปินถึงวิธีการทำซอสพริก,ซอสมะเขือเทศที่จำมาจากในเน็ตให้ปินปินไปลองทำดู


         แล้วยอดกุ๊กแดนมังกร เซี่ยปินปิน ก็ไม่ทำให้เขาผิดหวัง ลองผิดลองถูกอยู่สี่ห้าครั้ง ในที่สุดไป๋กุนหลาง ก็ได้ซอสพริก,ซอสมะเขือเทศมากิน


         "เป็นของที่ทำมาจากมะเขือเทศ" ไป๋กุนหลางตอบ แล้วกล่าวว่า "ถ้าเจ้าอยากกินมากกว่านี้ ก็ไปที่ตำหนักข้า แล้วบอกสาวใช้ประจำตัวข้า ปินปิน ให้นางทำให้กิน"


         "เจ้าคะ!" ได้ยินว่ามีขนมแสนอร่อยให้กินอีกมาก ไป๋เจียวเหม่ยยินดียิ่ง


         ขณะนั้นนางกำนัลก็จัดโต๊ะนั่งให้ไป๋กุนหลางเสร็จเรียบร้อย


         "ได้ยินว่าเจ้ามีธุระจะคุยกับข้า?" เห็นลูกชายนั่งเรียบร้อยแล้ว ไป๋ป้าเทียนเข้าเรื่องทันที


         "ขอรับ" ไป๋กุนหลางผงกศีรษะ "...คือเมื่อตอนข้าไปเก็บประสบการณ์ในป่าหมอก ข้าได้ถูกตามล่าสังหารขอรับ"


         ไป๋กุนหลางกล่าวจบ ความเงียบก็เข้ามาเยือน ไป๋ป้าเทียนหรี่ตามอง ฮองเฮาหยางซวงเยี่ยนเกร็งแขนเขม็งกำผ้าเช็ดหน้าแน่น องค์ชายเก้าไป๋เซียนกุนยืดตัวตรง


         บรรยากาศในตำหนักฮองเฮาแปรเปลี่ยนเป็นอึมครึม อึดอัดจนไป๋เจียวเหม่ยที่กำลังกินขนมอย่างเอร็ดอร่อยต้องหยุดกิน


         เกากงกงที่ยืนอยู่ด้านข้างรู้สึกอยากเอาหัวโขกเสาตาย ถ้าเขารู้มาก่อนว่าองค์ชายห้าจะมาพูดเรื่องแบบนี้ ให้ตายเขาก็ไม่นำทางพระองค์มาเองหรอก! ตอนนี้เป็นไง อยู่ๆ ก็พาองค์ชายห้ามาทำลายอารมณ์สุนทรีย์ของฮ่องเต้ เขาจะโดนลงโทษยังไงบ้างก็ไม่รู้ 


         "มันเป็นใคร?" ไป๋ป้าเทียนถาม น้ำเสียงเคร่งเครียด


         "เฟิ่งกุยแห่งอาณาจักรลับแลพ่ะย่ะค่ะ" ไป๋กุนหลางตอบ


         "ใครคือผู้บงการ?" ไป๋ป้าเทียนถามต่อ


         "เอ่อ…ข้าเองก็ไม่รู้..." ไป๋กุนหลางรู้สึกบรรยากาศชักจะแปลกๆ พอสังเกตคนรอบตัวก็ ชะอุ้ย! เข้าใจทันที


         เขากลับบ้านมาสามวันแล้ว ไม่เคยพูดถึงเรื่องโดนล่าสังหารเลยสักครั้ง พอบทจะพูด ก็มาพูดเอากลางตำหนักฮองเฮาซะอย่างนั้น ใครฟังแล้วไม่คิดว่าเขากำลังพยายามป้ายสีฮองเฮาสิแปลก


         "อะแฮ่มๆ" ไป๋กุนหลางกระแอม เห็นสายตาของเสด็จพ่อแล้ว เขาต้องรีบแก้ไขความเข้าใจผิดให้เร็วที่สุด


         "เสด็จพ่อลูกไม่ได้สนใจว่าใครเป็นคนบงการหรอกขอรับ ถึงอย่างไรเหตุการณ์ครั้งนี้ มันก็ทำให้ลูกมีฝีมือพัฒนาขึ้นมาก" ไป๋กุนหลางกล่าว "สิ่งที่ลูกสนใจคือตัวเฟิ่งกุยเองต่างหาก ลูกอ่านหนังสือหลายเล่มแล้ว แต่ยังไม่เจอข้อมูลที่ต้องการ จึงบากหน้ามาถามเสด็จพ่อ"


         เมื่อเห็นว่าไป๋กุนหลางไม่ได้มาหาเรื่องใส่ร้ายฮองเฮา บรรยากาศก็ผ่อนคลายลง ไป๋เจียวเหม่ยมองหน้าคนนู้นทีคนนี้ทีอย่างไม่เข้าใจ แล้วหันไปกินขนมต่อ


         "เฟิ่งกุยมีอะไรน่าสนใจ? ไหนเจ้าลองว่ามาซิ" ไป๋ป้าเทียนกล่าว


         "คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้ขอรับ…" ไป๋กุนหลางเล่าเหตุการณ์สัประยุทธ์ ระหว่างเขากับเฟิ่งกุย "...จากนั้นลูกก็ทุ่มเทใช้วิชาพิศดารมาสะกดพลังจิตของมันไว้ แต่ในตอนที่ลูกกำลังจะดับลมหายใจของมัน อยู่ๆ กลางหน้าผากของเฟิ่งกุยก็มี เขา งอกออกมา…"


         "มี เขา งอกออกมา!" ไป๋เซียนกุนอุทานขัดอย่างตื่นเต้นสงสัย "เป็น เขา จริงๆ หรือพี่ชายห้า" 


         ถึงยังไงก็พึ่งอายุสิบสามปี ต่อให้วางท่าเคร่งขรึม แต่ไป๋เซียนกุนก็ยังสลัดอารมณ์ของเด็กออกไปไม่หมด


         "ใช่" ไป๋กุนหลางผงกศีรษะรับ "หลังจาก เขา งอกออกมา พลังที่ผนึกอยู่ในตัวมันก็สลายหายไปเหมือนไม่เคยมีมาก่อน"


         "เมื่อสังหารมันได้ลูกก็ตัด เขา มันมาด้วย เสด็จพ่อโปรดชมดู" กล่าวจบไป๋กุนหลาง ล้วงเอา ห่อเขา ออกมาจากกระเป๋าคาดเอว แกะห่อออก ยื่นส่งให้เกากงกง ให้เขาส่งต่อไปให้ไป๋ป้าเทียน


         ไป๋กุนหลางรู้ว่าตัวเองต้องได้คำตอบแน่ เพราะในขณะที่ฮองเฮาหยางซวงเยี่ยนกับไป๋เซียนกุนมีสีหน้าสงสัย ไป๋ป้าเทียนกลับมีสีหน้าหวนลำลึก


         "พวกเจ้าทั้งหมดออกไป" ไป๋ป้าเทียนโบกมือไล่นางกำนัล แล้วหันไปสั่ง "ชิงเฉิงกางม่านกันเสียง"


         ชิงเฉิง คือชื่อของเกากงกง


         "พ่ะย่ะค่ะ"


         เห็นพลังที่เกากงกงใช้ ไป๋กุนหลางตะลึงเป็นอย่างมาก เพราะมันคือพลังธรรมชาติ ขันทีผู้นี้กลับเป็นกึ่งเทพยุทธ์คนหนึ่ง


         "เสด็จพ่อท่านทราบเรื่องราวหรือ?" ไป๋กุนหลางถามอย่างมีความหวัง


         "อืม" ไป๋ป้าเทียนตอบรับ


         "เฟิ่งกุยน่าจะเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าชนเผ่า 'เทพอสูร' "



    ________________________________


    ขอขอบคุณนะครับที่ติดตามอ่าน