เสียงไก่ขันปลุกแต่เช้า มณฑา์กับป้าแก้วไปรดต้นยาริมโขง อยู่ห่างจากบ้านไม่ไกลนัก ส่วนฝ้ายคำกับไหมแก้วช่วยกันทำกับข้าว เตรียมไว้ให้แม่เฒ่าฝอยคำไปทำบุญและส่วนหนึ่งเอาไว้เป็อาหารมื้อเช้า ป้าแก้วหาบน้ำจากแม่น้ำโขง เดินขึ้นตลิ่งค่อนข้างชัน พอเดินมาถึงสวนยา ก็ค่อยๆนั่งทรุดตัวลงอย่างเมื่อยล้า
“เฮ้อ เสร็จซะที นี่เมื่อไหร่ฝนจะตกนะ ต้นยาจะเหี่ยวตายกันหมดแล้ว น้ำก็แห้งขอด สงกรานต์จะมีน้ำ รดต้นยา มั้ยเนี่ย”
ป้าแก้วบ่นพลางใช้หมวกโบกพัดหน้า เหงื่อชุ่มไปทั้งตัว
“ป้าแก้ว หนูว่าวันนี้เงียบๆยังไงชอบกล ปกติตอนเช้า นกกาก็ยังส่งเสียง ชาวบ้านก็ไม่มีใคร ออกไปไหนมาไหนเลย คงกลัวกันไปหมด นี่ก็วันที่ห้าแล้ว จากวันที่มีการโจมตีค่าย ทุกคนยังขวัญผวา ไม่เป็อันกินอันนอนเลย เฮ้อ เมื่อไหร่าจะจบ”
มณฑา์เอ่ยขึ้นเบาๆ เดินมานั่งลงข้างๆป้าแก้ว
“เฮ้อ หน้าสิ่วหน้าขวาน แล้วที่ตลาด จะมีคนมาขายของ มั้ยหนู ป้าว่าเย็นนี้จะชวนหนูไปตลาดแลง ฝ้ายคำบอกว่าอยู่ริมโขงหน้าหมู่บ้าน น่ะ จะซื้อกล้วยมาทำข้าวต้มมัด และไข่ไก่ มาทาข้าวจี่ พรุ่งนี้ป้าว่าจะไปทำบุญซะหน่อย” ป้าแก้วบอก“หนูก็ว่าจะไปหาซื้อดอกไม้ มาไหว้พระเหมือนกันจ้ะป้า ซื้อนมผงมาให้ฝ้ายคำด้วย กำลังท้องต้องดื่มนม นี่สายมากแล้ว เรากลับกันเถอะจ้ะ เดี๋ยวคนที่บ้านเค้าจะเป็นห่วงกัน” มณฑาสวรรค์พูด พลางเงยหน้ามองฟ้า เธอรีบชวนป้าแก้วกลับ เพราะกลัวทหารฝรั่งจะมาเห็น ตอนนี้ถ้ามีคนไทยข้ามโขงมา จะถือว่าเป็นต่างด้าว แล้วจะถูกไต่สวนทันที ทั้งสองรีบเดินย่ำเท้าให้ถึงบ้านเร็วๆ เพราะเช้านี้เงียบผิดปกติ เสียงกาตัวหนึ่งร้องดังมาจากปลายนา โบราณว่าถ้าการ้องทัก มักมีเรื่องไม่ดี ทั้งสองเดินมาถึงบ้านเห็นไหมแก้วกับฝ้ายคำนั่งกินข้าวจี่ อยู่ใต้ถุนเรือน ข้าวจี่คือเอาข้าวเหนียวมาปั้น แล้วเอาไม้เสียบไปย่างไฟ ถ้าจะเพิ่มรสชาติก็เอาไข่ไก่มาทา สุกพอได้ที่แล้วก็รับประทานร้อนๆ ส่วนแม่เฒ่าฝอยคำไปวัดแต่เช้า“อ้าว เอื้อยมณฑากับป้าแก้วมาแล้ว ไปฮดยา คือมาไวแท้ ฝ้ายคำกำลังสอน ไหมแก้วเฮ็ดข้าวจี่ ไหม้ไปหลายอันแล้ว” ฝ้ายคำร้องทัก ยิ้มด้วยความดีใจ ส่วนไหมแก้วไม่สนใจใคร กินข้าวจี่อย่างอร่อย“ฝ้ายคำอ้ายเสือ เพิ่นยังบ่กับตี้ เป็นหยังคื่อไป๋ เฮ็ดกานหลายมื้อแท้ นี่กะห้ามื้อแล้วเน้อ” มณฑาสวรรค์ถามด้วยความเป็นห่วงอ้ายเสือ“กะบ่ฮู้คือกันเจ้า ปกติ เพิ่นไปเป็นสิบมื้อ ฝ้ายกะบ่ฮู้เป็นหยังคือไปหลายมื้อ อีกบ่โดนกะมาแล้วเจ้า” ฝ้ายคำตอบขณะที่กำลังลุกขึ้นเก็บของขึ้นบนบ้าน“เอื้อยฝ้ายคำ เดี๋ยวคำแก้วถือเองระวังๆ กำลังท้อง ย่างช้าๆ” ไหมแก้วรีบช่วยฝ้ายคำถือถ้วย และถาดข้าวจี่ แล้วพาเดินขึ้นบนเรือน ทันใดนั้นไอ้จ่อย หลานของฝ้ายคำ วิ่งหน้าตาตื่นมาจากทางท้ายหมู่บ้าน“เอื้อยฝ้ายๆ ซ่อยข้อยแน่ อ้ายคำพัน พาทหารฝรั่ง มากันเต็มเลย มีรถจิ้บสองสามคัน มันขึ้นค้นเฮือน ทุกหลัง บอกว่าสิมาจับพวกแกวเหนือ เฮ็ดจั่งใด๋ล่ะ เขาสิมาเฮือนเจ้าบ่ มันพากันไปค้นฮอดวัด ทั้งพระทั้งแม่ออก ตกใจ แตกวื่นๆอยู่ เป็นตาย้าน คัก ” ไอ้จ่อยพูดเสียงสั่นฝ้ายคำตกใจ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น “มันมาฮอดไสแล้ว อีกไกลบ่ บักจ่อย เฮ็ดจังใด๋บาดนี้ อ้ายคำพัน คือเฮ็ดจั่งซี เอื้อยมณฑา..เจ้าพากันไปลี้อยู่ห้องพระแม่เฒ่าเด้อ อย่าออกมาเด็ดขาดเลย เจ้าเป็นคนไทย ย้านเขาจับ บ่ต้องห่วงเดี๋ยว ฝ้ายคำกับบักจ่อย สิเฮ็ดเป็นบ่ฮู้ อีหยัง” ฝ้ายคำได้สติ บอกให้มณฑาสวรรค์ ไปซ่อนตัวทั้งสามคนรีบวิ่งเข้าไปในห้องพระ ในนั้นมีตู้ไม้ และหีบเก่าๆหลายใบ ป้าแก้วไหว้พระตัวสั่น“สาธุๆ คุณพระ คุณเจ้า ช่วยบังตาพวกฝรั่งทีเถอะ อย่าให้มัน หาเจอเลย เจ้าพระคุณ พุทโธ ธัมโม สังโฆ” “ป้าเงียบๆไว้สิ สวดมนต์ในใจก็พอ มันจะจับได้เพราะป้าเสียงดังนะ” มณฑาสวรรค์กระซิบเบาๆ เสียงสั่น รถจิ๊บทหารสามคัน มาจอดหน้าบ้านฝ้ายคำ มีทหารลาวและทหารฝรั่งเดินมาด้วยกัน ทหารลาวคนหนึ่งประกาศขึ้น “พี่น้องสหาย ข้าพเจ้าคำพัน จากกองกำลังที่ซาวห้า ลาวใต้ ได้รับแจ้งมา ว่าแถวนี้เขตกองกำลังที่สี่แขวงคำม่วน มีเชลยแกวหลายคนหลบหนีมา ย้อนว่าเป็นหมู่บ้านใกล้ ค่ายทหาร ทั้งเป็นบ่อนซุ่มกำลังของพวกแกวเหนือ (เวียดนามเหนือ) จั่งขอตรวจค้น สู่หลังคาเฮือน อย่าได้ขัดขืน ขอให้พี่น้องซาวลาวเฮา ให้ความร่วมมือกับทางการเป็นอย่างดี” ทหารลาวแนวร่วมฝรั่งเศสและต่อต้านเวียดนามเหนือ มาจากกองกำลังที่25 ลาวใต้ พาฝรั่งมาค้นบ้านทุกคน เหลือบ้านฝ้ายคำเป็นหลังสุดท้าย“ฝ้ายคำ เฮือนหลังนี้ เป็นหลังสุดท้าย ที่ทางเฮาบ่ทันได้ค้น คนฮู้จักกันสิบ่เอิ้นไปกินน้ำกินท่าแน่บ้อ” เสียงนายทหารลาว คนหนึ่งพูดขึ้น เขาเดินมายืนอยู่ที่ประตูรั้ว เขามองหน้าฝ้ายคำ ที่อยู่บนเรือน“อ้ายคำพัน เจ้าสิมาค้นเอาหยัง เจ้ากะฮู้ตั้วะ ว่าเป็นเฮือนอ้ายเสือหมู่ทหารนำกัน ทางเฮาบ่เคยเอาเวียดมาเซื่องไว้ แล้วทางเฮา กะบ่ได้เข้าข้างไผ ทั้งฝรั่งทั้งเวียด” ฝ้ายคำต่อว่าเสียงดัง ไอ้จ่อยกลัวจนตัวสั่น หลบอยู่ข้างหลังฝ้ายคำ ร้อยเอกคำพัน สุรสีห์ เป็นนักเรียนทหาร รุ่นเดียวกับสามีของฝ้ายคำ พันตรีเสือ ขันธิราช แต่อ้ายเสือได้เลื่อนยศเร็วกว่า ทั้งสองคนชอบฝ้ายคำ แต่ฝ้ายคำรักกันกับอ้ายเสือ ร้อยเอกคำพัน ผิดหวังเลยขอย้ายไปประจำที่กองพันซาวห้า ลาวใต้ หลังจากนั้นเขาก็เข้าร่วมกับฝรั่งเศสต่อต้านเวียดนามเหนือ มณฑาสวรรค์ได้ยินทุกคำสนทนา“เป็นจั่งใด กะต้องค้น ให้ทั่ว หน้าที่กับเรื่องส่วนตัว คนละเรื่องกัน หวังว่าเจ้าคงสิเข้าใจ๋ เป็นเมียทหาร น่าสิเข้าใจดี” เขายืนยันด้วยเสียงหนักแน่น ยังไงก็ต้องค้น!ฝ้ายคำให้ไอ้จ่อย วิ่งลงไปเปิดประตูรั้ว พาทหารเดินขึ้นมาบนเรือนสามนาย ค้นจนทั่วบ้าน “ค้นหมดทุกห้องแล้ว เหลือห้องเดียว คือห้องนั้น มันเปิดบ่ได้ “ผู้กองคำพัน ชี้ไปที่ห้องพระ “ในนั้นบ่มีหยังมีแต่พระ เป็นห้องพระของแม่เฒ่า เจ้าสิค้นเฮ็ดหยัง” ฝ้ายคำตกใจแทบลมจับ แต่ทำเป็นพูดเสียงปกติ“ไปเปิดกะแจ เดี๋ยวนี้ ฝ้ายคำ ให้ความร่วมมือซะ” เขาสั่ง ฝ้ายคำค่อยๆเดินไปไขกุญแจ พร้อมทั้งส่งสัญญาณ กระแอมสองครั้ง ทั้งสามคนข้างในนั้นตกใจ จะหนีก็ไม่ได้ ข้างล่างก็มีทหาร อยู่กันเต็ม ป้าแก้วและไหมแก้วกอดกันแน่น ถึงคราวเคราะห์แล้วล่ะ มณฑาสวรรค์ คิดว่าอะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด เพราะพวกทหารที่มา ไม่ใช่มาจากค่ายบึงสาน มาจากต่างถิ่น เป็นไงเป็นกัน มณฑาสวรรค์หยิบไม้เท้าของแม่เฒ่าฝอยคำ เตรียมตัวต่อสู้ ป้าแก้วกลัวมากแต่ใจดีสู้เสือ ถือแจกันไม้ไผ่ อันใหญ่เตรียมพร้อม ไหมแก้วจับถาดใส่เทียนเตรียมตัวลุย! พอประตูเปิดออก ทั้งสามก็รุมทำร้ายผู้กองคำพันและทหารอีกสามคน จนบาดเจ็บ ทหารฝรั่งและทหารลาวที่รออยู่ข้างล่าง ถือปืนวิ่งฮือกันขึ้นไปบนเรือน เห็นผู้หญิงและเด็กรุมทำร้ายนายทหาร ฝ้ายคำตกใจ แทบลมจับ มือเท้าเย็น ทหารจับตัวทุกคนแยกออกจากกัน “พวกแกจะมาจับตัว พวกฉันไปทำไม เราไม่มีความผิด บ้านนี้เป็นบ้านของฉัน ใครจะมาใหญ่ที่นี่ มันต้องเจอดี อย่ามารังแกพี่ฝ้ายคำ ให้เกียรติเจ้าของบ้านด้วย” มณฑาสวรรค์ต่อว่าผู้กองคำพัน เธอตีหัวเขาแตก “เจ้าเว้าคำไทย แสดงว่าบ่แม่นคนลาว เจ้าสิต้องถึกไต่สวน และอีกอย่าง เจ้าทำร้ายเจ้าหน้าที่” ผู้กองคำพันตอบพร้อมเอามือปิดแผล เลือดไหลเป็นทางลงมาแอบแก้ม ฝ้ายคำพยายามพูดว่ามณฑาสวรรค์เป็นญาติ แต่ไม่มีใครเชื่อ เธอเห็นผู้กองคำพันเลือดไหลไม่หยุด จึงวิ่งไปเอาสำลีกับยาแดง มาให้ผู้กองคำพัน แต่เขาไม่รับ“ใจเย็นๆ ค่อยๆเว้ากัน หัวเจ้าแตก ทายาซะ” ฝ้ายคำพูดเสียงสั่น ทั้งตกใจทั้งกลัว“บ่ต้อง! เอาคืนไปซะ! หัวแตกซ่ำนี้ข้อยบ่ตายดอก ออกไปไกลๆ” เขาปฏิเสธความช่วยเหลือจากฝ้ายคำ“ทหาร! จับตัวสามคนนี้ไปไต่สวนที่กองพันซาวห้า ตามกฎของทางการลาว เร็ว! ” ผู้กองคำพันสั่ง ครู่ต่อมาทหารลาวและทหารฝรั่ง ก็ควบคุมตัวมณฑาสวรรค์ ป้าแก้วและไหมแก้ว ลงจากเรือนไปที่รถจิ้บ ชาวบ้านบึงสาน มามุงดู ต่างส่งเสียงโวยวาย อย่างไม่พอใจ ฝ้ายคำร้องไห้กอดกับไอ้จ่อย เธอคงช่วยพวกเขาไม่ได้ คนงานที่โรงบ่มวิ่งกรูกันเข้ามาดู ต่างตื่นตระหนกตกใจ ป้าแก้วและไหมแก้วพยายามดิ้นขัดขืน แต่ก็เหนื่อยเปล่า มณฑาสวรรค์ไม่ขัดขืนการจับกุม เธอไม่มีอะไรจะพูดเพราะคิดว่าไม่มีประโยชน์ ตอนนี้อยู่นิ่งๆ ก่อนดีที่สุด เธอหันมาบอกฝ้ายคำ ให้ดูแลตัวเองและแม่เฒ่าให้ดี เพราะเธอเป็นห่วงเหลือเกิน