คลื่นพลังงานสีเลือดที่ควบแน่นขึ้นใจกลางลานประลอง ปลุกหลงเทียนเฟย (龙天非) จากภวังค์แห่งการวางแผนอันแสนสุขสบาย ความรู้สึกไม่สบายใจที่เขาสัมผัสได้จากในมิติเร่งเวลา บัดนี้ได้ปรากฏเป็นความจริงอันน่าพรั่นพรึงอยู่เบื้องหน้า
ร่างจำแลงของผู้ฝึกตนโบราณก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์อีกครั้ง กลิ่นอายแห่งความตายและเจตจำนงสังหารโบราณหวนกลับมาครอบงำบรรยากาศที่เคยเงียบสงบ
'บัดซบ' ความหงุดหงิดระลอกใหม่พลุ่งพล่านขึ้นมาในอก 'นี่มันไม่ใช่แค่เรื่องน่าเหนื่อยหน่ายแล้ว แต่มันคือการรบกวนการพักผ่อนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด'
ทว่าในความตกตะลึงระคนหัวเสียนั้น เขาก็รีบใช้ 'เนตรแห่งความไร้ระเบียบ' (无序之眼) กวาดมองไปยังร่างจำแลงนั้นทันทีเพื่อประเมินสถานการณ์
และในวินาทีนั้นเอง แววตาของเขาก็พลันเปลี่ยนไป
เส้นสายแห่งพลังงานที่ไหลเวียนในร่างจำแลงนั้น แม้จะน่าเกรงขาม แต่กลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ จากครั้งก่อนเลยแม้แต่น้อย ระดับพลังของมันยังคงอยู่ที่ สานรากฐานขั้นต้น เช่นเดิม มันไม่ได้แข็งแกร่งขึ้น
ความคิดหนึ่งพลันสว่างวาบขึ้นในใจของหลงเทียนเฟย ความตื่นตระหนกก่อนหน้านี้สลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยประกายแห่งความเจ้าเล่ห์ที่ลึกล้ำยิ่งกว่าครั้งใด
'หึ' เขายิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย 'ในเมื่อมีคู่ต่อสู้มาให้ข้าฝึกฝนได้ไม่รู้จบแบบนี้ ช่างเป็นการฝึกฝนที่สมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องออกแรงแสวงหาโดยแท้'
วิกฤตได้แปรเปลี่ยนเป็นโอกาสอันล้ำค่าที่สุด ความคิดที่จะหนีหายไปจากหัวของเขาทันที ชั้นที่ยี่สิบเอ็ดที่เคยเป็นดั่งขุมนรก บัดนี้ได้กลายเป็น "สวรรค์ของคนเกียจคร้าน" ที่เขาค้นพบโดยบังเอิญ
เขาตัดสินใจในทันที เขาจะใช้ชั้นนี้เป็นสนามฝึกฝนส่วนตัว เพื่อขัดเกลาทุกสิ่งที่มีให้เฉียบคมยิ่งขึ้น
หลงเทียนเฟยเดินออกจากรอยแยกที่ซ่อนตัวอย่างไม่รีบร้อน เขาเผชิญหน้ากับร่างจำแลงที่พุ่งเข้ามาโจมตีอีกครั้ง แต่คราวนี้เป้าหมายของเขาไม่ใช่แค่การเอาชีวิตรอด แต่คือการ "ทดลอง"
'คัมภีร์ดาบหมื่นสรรพสิ่ง' ถูกโคจรขึ้น วังวนกระบี่ที่เคยมองไม่เห็น บัดนี้กลับมีประกายของสายน้ำและอัสนีแทรกอยู่ด้วย การเคลื่อนไหวของมันพลิ้วไหวดุจกระแสธารที่สามารถเบี่ยงเบนการโจมตีอันหนักหน่วงของศัตรูได้อย่างง่ายดาย และในบางครั้งก็พุ่งเข้าจู่โจมด้วยความเร็วที่เหนือล้ำดุจสายฟ้าฟาด
เขาเรียกสหายตัวน้อยออกมาจากกำไล อสรพิษเทพ เมื่อเห็นศัตรูตัวเดิมก็ส่งเสียงขู่คำรามอย่างไม่เกรงกลัว มันใช้ 'พุ่งทะยานเงา' และ 'ลมหายใจไฟแรกเริ่ม' ก่อกวนและสร้างจังหวะให้หลงเทียนเฟยอย่างสอดประสานราวกับฝึกฝนกันมานับร้อยปี
เมื่อใดที่พลังปราณเริ่มร่อยหรอ หลงเทียนเฟยก็จะใช้กลอุบายหลอกล่อให้ร่างจำแลงติดอยู่ในค่ายกลเล็กๆ ที่เขาสร้างขึ้น แล้วรีบหนีเข้าไปพักฟื้นในมิติเร่งเวลา ช่างเป็นการฝึกฝนที่ประหยัดแรงและมีประสิทธิภาพที่สุดเท่าที่เขาเคยจินตนาการ
'วิเศษ' เขานึกในใจขณะหลบอยู่ในมิติ 'คู่ฝึกชั้นดีที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยและยังฟื้นคืนชีพได้เรื่อยๆ ช่างเป็นสมบัติล้ำค่าโดยแท้'
วันเวลาในโลกภายนอกผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่ในมิติเร่งเวลา หลงเทียนเฟยและอสรพิษเทพได้ผ่านการต่อสู้และฟื้นฟูซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนนับครั้งไม่ถ้วน ความเข้าใจใน 'ลมปราณมังกรฟ้าบรรพกาล' ของเขาลึกซึ้งยิ่งขึ้นทุกขณะ
จนกระทั่งในการต่อสู้ครั้งล่าสุด พลังปราณในร่างของเขาก็พลันปะทุขึ้นอย่างรุนแรง เขาสัมผัสได้ถึง "คอขวด" ที่ขวางกั้นระหว่างขั้น 8 และขั้น 9 ได้อย่างชัดเจน 'ประสบการณ์การต่อสู้' ที่ได้รับมาจากร่างจำแลงในครั้งก่อน ช่วยให้เขามองเห็นเส้นทางที่จะทะลวงผ่านกำแพงที่มองไม่เห็นนี้ได้
"ทะลวง"
ตูม
ไอหมอกสีครามเรืองรองระเบิดออกจากร่างของเขาอย่างรุนแรง พลังปราณที่เคยเข้มข้นอยู่แล้ว บัดนี้กลับสำแดงอานุภาพที่สามารถฉีกกระชากต้นไม้ใหญ่ให้ขาดสะบั้น หรือสร้างแรงระเบิดปราณที่สั่นสะเทือนพื้นดินเป็นวงกว้าง
[ระบบ: ตรวจพบการเปลี่ยนแปลง...ผู้ใช้ทะลวงสู่ระดับ สัมผัสปราณ (感气) ขั้นที่ 9 สำเร็จ]
'ฮ่าๆๆๆ' หลงเทียนเฟยหัวเราะในใจ 'ใครว่าการบำเพ็ญเพียรต้องตรากตรำกัน'
ณ ลานประลอง ร่างจำแลงที่เพิ่งถูกโค่นไปได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง มันจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่าเช่นเคย แต่คราวนี้หลงเทียนเฟยกลับมองมันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
'หึ' เขายิ้มอย่างพึงพอใจ 'ในเมื่อเจ้าเป็นครูฝึกที่ดีนัก ข้าก็คงต้องรบกวนเจ้าไปอีกนาน...จนกว่าข้าจะเบื่อหน่ายเสียเอง'
(จบตอนที่ 43)