รถไฟเริ่มลดความเร็วลง
เวลาล่วงเลยมาถึงบ่ายสองโมง
เสียงประกาศดังขึ้นอีกครั้ง
“ทุกคนเตรียมพร้อม! ทุกคนเตรียมพร้อม!”
“รถไฟกำลังจะผ่านเส้นทางอันตราย[หุบเขาเบญจพิษ]!”
“เจ้าหน้าที่ทุกคนโปรดเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ได้ทุกเมื่อ!”
เซี่ยวซิงอวี่ลืมตาขึ้นเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง
รถไฟกำลังแล่นอยู่บนสะพานขนาดใหญ่และยาวเหยียดสองข้างสะพานเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน ใต้สะพานเป็นแม่น้ำที่ยังไม่แข็งตัว
หุบเขารูปตัว Vแห่งนี้คือหุบเขาเบญจพิษที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรและยังเป็นหนึ่งในสามจุดอันตรายที่รถไฟหมายเลข 13 จะต้องผ่านอย่างเลี่ยงไม่ได้
“หู่จื่อ ดูสิแม่น้ำใต้หุบเขานี่ไม่เพียงแต่ไม่แข็งตัวเท่านั้น น้ำยังเป็นสีดำอีกด้วย!”
“เหลือเชื่อฉันเพิ่งเคยเห็นแม่น้ำสีดำเป็นครั้งแรก!”
อุณหภูมิภายนอกรถไฟอยู่ที่ประมาณติดลบสิบองศา
ภูเขาด้านข้างหุบเขาถูกปกคลุมไปด้วยหิมะหนาทึบ
มีเพียงแม่น้ำใต้หุบเขาเท่านั้นที่ยังคงเชี่ยวกราก
น้ำสีดำผุดฟองออกมาอย่างต่อเนื่องหมอกสีดำปกคลุมทั่วทั้งหุบเขา แม้จะมองผ่านหน้าต่างรถไฟบรรยากาศก็ยังคงให้ความรู้สึกกดดัน
“น้ำในแม่น้ำปนเปื้อนของเสียจากสัตว์อสูรธาตุพิษเลยเป็นสีดำ ไม่ต้องตกใจ”
“ป๊าอวี่พิษถึงขนาดเปลี่ยนสีน้ำทั้งแม่น้ำได้เลยเหรอ? แล้วจำนวนสัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ในหุบเขาไม่ยิ่ง...”
ตุ้บ~
“เชี่ยยย เสียงอะไรวะ?”
ตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ...
“เหล่าอู๋เสียงกระแทกเหมือนมาจากข้างบนเลยนะ”
“ข้างบน?”
ปัง!
พร้อมกับเสียงดังสนั่นหมัดขนาดมหึมาได้บดขยี้หลังคารถไฟตู้ที่ 15 และทะลุเข้ามาในตู้โดยสาร
หมัดปกคลุมไปด้วยขนสีดำสนิทมีของเหลวพิษเหนียวหนืดซึมออกมาจากซอกเล็บที่สกปรก
“เหล่าอู๋!”
ซ่งหู่ตะโกนอย่างร้อนรน
หมัดสีดำกางออกกะทันหันแล้วจับร่างของอู๋เซิงโหย่วไว้แน่นในพริบตา
ถึงแม้อู๋เซิงโหย่วจะตัวเล็กแต่เขาก็เป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง
แต่ร่างกายของเขากลับดูเล็กจิ๋วเมื่ออยู่ต่อหน้ามือขนาดมหึมานี้
ฟู่ววว~
ลมหนาวที่ปะปนไปด้วยหิมะและผลึกน้ำแข็งราวกับคลื่นยักษ์ที่ไร้ความปรานี พัดกระหน่ำเข้ามาในตู้โดยสารที่ 15
ซ่งหู่ล้มลงกับพื้นหน้าผากกระแทกจนมีเลือดซึมออกมา
“ป๊าอวี่ เหล่าอู๋ถูกจับไปแล้ว!”
เซี่ยวซิงอวี่กระโดดขึ้นไปบนหลังคารถไฟภาพที่เห็นทำให้ม่านตาของเขาหดตัว
รถไฟกำลังแล่นอยู่บนสะพานข้ามแม่น้ำด้วยความเร็วคงที่
ลิงตัวหนึ่งสูงกว่าห้าเมตรร่างกายปกคลุมไปด้วยขนสีดำสนิทกำลังห้อยหัวลงมาโดยใช้หางเกาะกับสายเคเบิลที่แขวนอยู่ด้านข้างสะพาน
“สัตว์อสูรระดับเติบโต (ขั้นสาม)วานรวิญญาณเนตรโลหิต”
เซี่ยวซิงอวี่ไม่จำเป็นต้องเปิดใช้งานเนตรปีศาจเขาก็สามารถมองเห็นข้อมูลของสัตว์อสูรตัวนี้ได้อย่างง่ายดาย
ขณะนี้ในมือขวาของวานรวิญญาณเนตรโลหิตกำลังกำร่างของอู๋เซิงโหย่วไว้แน่น
อู๋เซิงโหย่วตกใจจนหน้าซีดแต่เขากลับไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงที่จะเรียกสัตว์อสูรของตัวเองออกมาเพราะถูกวานรวิญญาณเนตรโลหิตกดดันอย่างหนัก
วานรวิญญาณเนตรโลหิตแยกเขี้ยวแลบลิ้นออกมาส่งกลิ่นคาวคลุ้ง พร้อมกับยกมือขึ้นตั้งใจจะจับอู๋เซิงโหย่วเข้าปากเหมือนกินของว่างยามบ่าย
“เฮยเฟิง!”
โฮกกก!
เปลวเพลิงนรกสีดำมืดลุกโชนหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกปรากฏตัวข้างเซี่ยวซิงอวี่
เซี่ยวซิงอวี่เคลื่อนย้ายพลังวิญญาณอย่างใจเย็น
หมาป่าเงามรณะเพลิงนรกสัมผัสได้ถึงเจตนาของเจ้านายจึงอ้าปากพ่นเปลวไฟสีดำออกมาเป็นลำแสง
ลำแสงทะลุผ่านกระดูกสะบักของวานรวิญญาณเนตรโลหิตในพริบตา
ความเจ็บปวดพุ่งเข้าใส่วานรวิญญาณเนตรโลหิตกรีดร้อง มือของมันคลายแรงลง
“ป๊าอวี่ ช่วยด้วย!”
อู๋เซิงโหย่วร่วงหล่นลงมาจากที่สูงด้านล่างคือแม่น้ำสีดำที่เต็มไปด้วยพิษ
ถ้ามนุษย์ตกลงไปในแม่น้ำจะยิ่งเลวร้ายกว่าการตกลงไปในบ่อสารเคมี ร่างกายและกระดูกจะละลายไปในพริบตาเหลือเพียงควันจางๆ
ขณะนั้นเอง ซ่งหู่ก็คลานออกมาจากตู้โดยสารขึ้นมาสมทบกับเซี่ยวซิงอวี่บนหลังคารถไฟ
“เหล่าอู๋!”
เมื่อเห็นอู๋เซิงโหย่วร่วงหล่นลงมาอย่างรวดเร็วซ่งหู่ก็ร้องตะโกนด้วยความกังวล
“ไม่ต้องห่วง ให้เขาจัดการเอง”
เซี่ยวซิงอวี่ไม่ได้ลงมือถึงแม้อู๋เซิงโหย่วจะเรียกเขาว่าพ่อบุญธรรม แต่แม้จะเป็นพ่อแท้ๆก็ไม่สามารถคุ้มครองลูกชายไปตลอดชีวิตได้
เมื่อเผชิญหน้ากับภัยคุกคามแห่งความตายอู๋เซิงโหย่วก็ระเบิดสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดออกมา และกระตุ้นพลังวิญญาณทั่วร่าง
ผีเสื้อสีน้ำเงินตัวหนึ่งซึ่งมีขนาดใหญ่กว่านกอินทรีหลายเท่าปรากฏขึ้นกลางอากาศ
อู๋เซิงโหย่วกระโดดขึ้นไปบนหลังผีเสื้อพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว ห่างจากแม่น้ำสีดำ
ซ่งหู่ตบหน้าอกที่กำยำของตัวเองหายใจออกเฮือกใหญ่
“เยี่ยมเลย~”
ผีเสื้อสีน้ำเงินใต้ร่างของอู๋เซิงโหย่วคือสัตว์อสูรของเขาผีเสื้อฝนกระหน่ำ
นี่คือสัตว์อสูรธาตุน้ำและบินได้แม้สายเลือดจะไม่แข็งแกร่งมากแต่กลับมีประสิทธิภาพอย่างน่าประหลาดใจในการต่อสู้แบบทีม
อู๋เซิงโหย่วระบายความอัดอั้นออกมาพลางคำรามด้วยความโกรธ “ไอ้ลิงบ้า ฉันจะฆ่าแก!”
ผีเสื้อฝนกระหน่ำกระพือปีก ไอน้ำรอบๆก็ควบแน่นเป็นเข็มน้ำแข็งคมกริบจำนวนมาก พุ่งเข้าใส่วานรวิญญาณเนตรโลหิตพร้อมกัน
นี่คือท่าไม้ตายของผีเสื้อฝนกระหน่ำเข็มดอกแพร์เยือกแข็ง สร้างผลแช่แข็งและลดความเร็วแก่ศัตรู
วานรวิญญาณเนตรโลหิตกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอีกครั้ง
กระดูกสะบักข้างขวาของมันถูกคำรามเพลิงนรกทะลวงจนเหลือเป็นโพรงเลือดน่าสยดสยอง
แขนซ้ายของมันเต็มไปด้วยเข็มน้ำแข็งไม่นานก็แข็งเป็นน้ำแข็ง ยกไม่ขึ้นแม้แต่น้อย
การโจมตีร่วมกันของเซี่ยวซิงอวี่และอู๋เซิงโหย่วก่อให้เกิดผลกระทบราวกับน้ำแข็งและเปลวไฟสองขั้ว ทำให้ลิงตัวนี้โกรธจัด
วานรวิญญาณเนตรโลหิตกระโดดสูงพุ่งตัวลงมาเหมือนกระสุนปืนใหญ่กระแทกเข้ากับตู้โดยสารที่ 15
หากลิงยักษ์ตัวนี้กระแทกเข้ากับตู้โดยสารที่15ทั้งตู้โดยสารจะต้องระเบิดและเสียหายอย่างแน่นอน
“หู่จื่อ!”
“เข้าใจแล้ว!”
นี่คือความเข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างพ่อบุญธรรมและลูกบุญธรรม
ซ่งหู่เปิดใช้งานตราผนึกอสูรและเรียกสัตว์อสูรของเขาออกมา
มิโนทอร์ปรากฏตัวขึ้นบนหลังคารถไฟ
นี่คือสัตว์อสูรเผ่าออร์คที่ซ่งหู่ทำพันธสัญญาด้วยวัวปีศาจคลั่ง!
วัวปีศาจคลั่งยกแขนสองข้างไขว้กันเป็นรูปกากบาท รับแรงกระแทกจากวานรวิญญาณเนตรโลหิตที่ร่วงลงมาจากท้องฟ้า
ในการประเมินตำแหน่งก่อนหน้านี้ซ่งหู่ได้รับการจัดตำแหน่งเป็น [แทงค์]เพราะสัตว์อสูรของเขาสามารถรับความเสียหายจำนวนมหาศาลให้กับทีมได้
ขณะนั้นเองหน้าต่างตู้โดยสารอีกตู้ก็เปิดออก ร่างอันงดงามร่างหนึ่งพลิกตัวขึ้นไปบนหลังคารถไฟ
“น้องซิงอวี่ ไม่เป็นไรนะ?”
“ไม่เป็นไรครับแค่วานรวิญญาณเนตรโลหิตตัวเดียวเอง”
ด้วยความแข็งแกร่งของเซี่ยวซิงอวี่ในปัจจุบันการจัดการกับสัตว์อสูรระดับเติบโต ก็ง่ายเหมือนกับการเหยียบมด
“ให้พี่ช่วยไหม?”
“ไม่เป็นไรครับ”
ซ่งหู่กระตุ้นพลังวิญญาณวัวปีศาจคลั่งใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีดันวานรวิญญาณเนตรโลหิตออกไปได้อย่างเหลือเชื่อ
วานรวิญญาณเนตรโลหิตลอยคว้างกลางอากาศมันพยายามใช้หางเกี่ยวหน้าต่างรถไฟ
“เฟรยา!”
แสงศักดิ์สิทธิ์ส่องประกายดวงดาวสั่นสะเทือน
เงาแสงวูบผ่านร่างของวานรวิญญาณเนตรโลหิตแยกออกจากหัว!
ร่างของวานรวิญญาณเนตรโลหิตร่วงลงสู่แม่น้ำสีดำเหมือนผีไร้หัว
ฉินเยียนหรานเงยหน้าขึ้นมองเหนือรถไฟมีเทพธิดาสี่ปีกสวมเกราะสีทองลอยอยู่
ปีกแสงศักดิ์สิทธิ์สี่ข้างกระพือเบาๆ รอบๆตัวเกิดแสงดวงดาวสุกสกาวและเข้มข้น
“น้องซิงอวี่นี่คือเทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์ตัวนั้นเหรอ? สี่ปีก...”
“มันวิวัฒนาการแล้ว!”
เซี่ยวซิงอวี่ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ“เฟรยาตอนนี้เป็นสัตว์อสูรระดับเติบโต เทวทูตศักดิ์สิทธิ์สี่ปีก”
ในขณะนี้เทวทูตศักดิ์สิทธิ์สี่ปีกถือดาบแสงสามฟุตในมือซ้ายและถือหัวที่ยังลืมตาของวานรวิญญาณเนตรโลหิตในมือขวา
การปรากฏตัวครั้งแรกของเทวทูตศักดิ์สี่ปีกได้เปิดฉากสงครามเลือดในหุบเขา!