หลังจากละทิ้งความวุ่นวายไว้เบื้องหลัง หลงเทียนเฟย (龙เทียน非) ก็เดินทางมาจนถึงบริเวณใกล้เคียงกับเขตเส้นชัยของป่าหมอกมายา แสงสว่างที่ปลายทางและเสียงจอแจที่ดังแว่วมาบ่งบอกว่าการประลองรอบแรกอันน่าเหนื่อยหน่ายนี้ใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว
เขายืนอยู่หลังโขดหินใหญ่ พลางใช้ 'เนตรแห่งความไร้ระเบียบ' (无序之眼) มองสำรวจไปยังลานกว้างเบื้องหน้า ที่นั่นมีศิษย์จากสำนักดาบเมฆาครามกำลังบันทึกรายชื่อของผู้ที่เดินทางมาถึง ซึ่งในขณะนี้มีเพียงหยิบมือเดียว
'ชิ มาเร็วเกินไป' เขาครุ่นคิดอย่างไม่สบอารมณ์ 'ลำดับเช่นนี้ย่อมเป็นที่จับตามองเกินไป'
เป้าหมายของเขาชัดเจนมาโดยตลอด คือการจบการประลองในลำดับกลางๆ ไม่สูงจนเป็นที่สนใจ และไม่ต่ำจนตระกูลต้องเสียหน้า นี่คือวิถีแห่งความสมดุลที่สมบูรณ์แบบที่สุด เขาจึงตัดสินใจที่จะ "ประวิงเวลา"
เขาเดินลึกเข้าไปในพุ่มไม้หนาทึบที่อยู่ใกล้เคียง เมื่อพบมุมที่ลับตาคนและมั่นใจว่าปลอดภัยดีแล้ว เขาก็แย้มยิ้มอย่างมีเลศนัย
'คงต้องหาที่พักผ่อนรอไปก่อน'
เขาไม่ลังเลที่จะเปิดใช้งานมิติเร่งเวลา (光阴秘境) ทันที เมื่อจิตสำนึกของเขาปรากฏขึ้นบนลานหยกที่คุ้นเคย เขาก็เรียกสหายตัวน้อยออกมาจาก 'กำไลเงามังกรซ่อนกาย' (龙影藏环)
ลูกงูเทพสายเลือดมังกรฟ้าส่งเสียงร้องอย่างยินดีเมื่อได้ออกมาสู่พื้นที่อันกว้างขวางและเปี่ยมด้วยพลังปราณบริสุทธิ์ มันเลื้อยพันรอบแขนของหลงเทียนเฟยอย่างสนิทสนม
หลงเทียนเฟยเอนกายลงบนเก้าอี้หยกตัวโปรด พลางปล่อยให้พลังจาก 'คัมภีร์ลมปราณมังกรฟ้าบรรพกาล' (青龙古息诀) โคจรอย่างเชื่องช้า เขาพบว่าการปรากฏตัวของลูกงูเทพทำให้พลังงานในมิติแห่งนี้ดูสมดุลและมั่นคงขึ้นอย่างน่าประหลาด 'รอยร้าว' ที่เคยปรากฏขึ้นก่อนหน้านี้ดูจะสงบลง พลังงานบรรพกาลจากทั้งสองสายเลือดสะท้อนซึ่งกันและกัน ทำให้การฟื้นฟูพลังของเขารวดเร็วยิ่งกว่าเดิม
"ช่างเป็นสถานที่ที่น่ารื่นรมย์นัก" เขาลูบหัวลูกงูเบาๆ "การรอคอยอย่างเกียจคร้านนี่แหละคือวิถีแห่งข้าโดยแท้"
เวลาในมิติผ่านไปหลายชั่วยาม หลงเทียนเฟยใช้มันไปกับการพักผ่อนและทำความคุ้นเคยกับพลังที่เพิ่งตื่นขึ้น เขาสลับกับการใช้ 'เนตรแห่งความไร้ระเบียบ' ตรวจสอบสถานการณ์ภายนอกเป็นระยะ จนกระทั่งจำนวนผู้ที่มาถึงเส้นชัยอยู่ในลำดับที่เขพึงพอใจ
"ลำดับที่หนึ่งร้อยห้าสิบเจ็ด...น่าจะกำลังดี"
เขาออกจากมิติเร่งเวลา เก็บลูกงูเข้ากำไล แล้วก้าวเดินออกจากที่ซ่อนด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับเพิ่งไปเดินเล่นชมดอกไม้มา เขาก้าวเข้าสู่เขตเส้นชัยอย่างไม่รีบร้อน
"ตระกูลหลง หลงเทียนเฟย ลำดับที่หนึ่งร้อยห้าสิบเจ็ด" ศิษย์ผู้บันทึกขานชื่อของเขาโดยไม่ได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษ ก่อนจะยื่นขวดยาใบเล็กให้เขา "นี่คือรางวัลสำหรับผู้ผ่านการทดสอบ โอสถฟื้นฟูพลังปราณระดับกลาง"
หลงเทียนเฟยรับขวดยามาด้วยใบหน้าที่ซื่อตรง เขามองมันในมืออย่างพินิจพิเคราะห์ ในสายตาผู้อื่นมันอาจเป็นเพียงโอสถธรรมดา แต่ในความคิดของเขา มันคือวัตถุดิบชั้นเลิศสำหรับการสังเคราะห์ในครั้งต่อไป
'ภารกิจอันน่าเบื่อหน่ายนี้ ในที่สุดก็จบสิ้นลงเสียที' เขากำลังจะหาที่นั่งพัก ทว่ากลุ่มคนที่เพิ่งเดินโซซัดโซเซมาถึงเส้นชัยก็ทำให้เขาต้องหยุดชะงัก
ซูโม่และเหล่าสตรีจากสองสำนักนั่นเอง ใบหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความหงุดหงิด โดยเฉพาะซูโม่ที่รอยฝ่ามือบนแก้มของเขาแม้จะจางลง แต่แววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและต้องการหาคำตอบนั้นกลับชัดเจนยิ่งกว่าเดิม เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ราวกับพยายามค้นหาเงาที่ล่องหนผู้นั้น
สายตาของเขาเฉียดผ่านร่างของหลงเทียนเฟยไปอย่างฉิวเฉียด แต่ 'เคล็ดปิดปราณไร้ร่องรอย' (无踪闭气诀) ก็ทำงานของมันได้อย่างยอดเยี่ยม ซูโม่ไม่พบสิ่งใดผิดปกติจากคุณชายผู้มีพลังปราณระดับต้นๆ ที่ดูไม่เป็นพิษเป็นภัยผู้นี้
ไม่นานนัก หลงหลิงซีก็มาถึง นางมองมาที่หลงเทียนเฟยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยระคนประหลาดใจ นางไม่เข้าใจว่าญาติผู้พี่ที่ดูไร้ค่าผู้นี้ ผ่านการประลองที่โหดร้ายมาได้อย่างไรโดยไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน
ขณะที่บรรยากาศกำลังจะเริ่มตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง ผู้อาวุโสท่านหนึ่งของสำนักดาบเมฆาครามก็ปรากฏตัวขึ้นบนแท่นสูง
"ขอแสดงความยินดีกับทุกคนที่ผ่านการทดสอบรอบแรก" เขากล่าวเสียงดังกังวาน "การประลองรอบต่อไปจะจัดขึ้นในอีกสามวันข้างหน้า และสำหรับผู้ที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการหยั่งรู้และมองทะลุภาพมายาได้อย่างโดดเด่นในป่าหมอกมายาแห่งนี้...สำนักของเรามีรางวัลพิเศษมอบให้"
คำประกาศนั้นทำให้ซูโม่หันขวับไปมองผู้อาวุโสทันที ในขณะที่หลงเทียนเฟยที่ยืนอยู่ในฝูงชนได้แต่ถอนหายใจยาวเหยียด
'ให้ตายเถอะ' เขาคิดในใจอย่างอ่อนล้า 'ข้าแค่ต้องการจะอยู่อย่างสงบสุข...เหตุใดเรื่องยุ่งยากจึงชอบวิ่งเข้ามาหาข้าไม่หยุดหย่อนเช่นนี้'
(จบตอนที่ 35)