“งั้นก็ยินดีกับเจ้าด้วยนะ ไม่ต้องเป็นภาระให้ตระกูลของเจ้าเก้าโคตรแล้ว!”
คุณชายน้อยยิ้มแสยะแสดงสีหน้าเคร่งขรึมเขาขยับฝ่ามือ รอบๆ ทันใดนั้นก็มีพลังลมปราณที่แข็งแกร่งระเบิดออกมาเขาเป็นผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับเลยทีเดียวและอายุเพียงเท่านี้ก็มีฌานถึงขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับแล้วถือว่าเป็นคนมีพรสวรรค์มาก
คุณชายน้อยท่าทางองอาจคนนั้นสลัดแขนออกจากมือของชายหนุ่มชุดม่วงออกมาได้ในทันใดจากนั้นเขาก็เตรียมหมัดและปล่อยโจมตีชายหนุ่มชุดม่วงอย่างรวดเร็ว
เขาลงมือได้เฉียบขาดเป็นผู้มีความสามารถมากๆ
“เจ้าไม่มีคุณสมบัติมาพูดเช่นนี้กับข้า!”
ชายหนุ่มสีหน้าเคร่งขรึมใช้มือที่เมื่อกี้ถูกสะบัดออกรวบรวมพลังเกิดเป็นประกายแสงสีทองพลุ่งพล่านออกมารอบๆพร้อมกับอักษรยันต์เปล่งแสงจำนวนมาก
“หมัดระบำคลื่น!”
ขณะที่พลังหมัดอีกฝ่ายกำลังใกล้เข้ามาชายหนุ่มชุดม่วงก็สะบัดแขนกำหมัดแน่น และปล่อยพลังหมัดออกไปพลังของทั้งสองระเบิดออกมาปะทะกันอย่างรุนแรงน่าตกใจ
“ปึง!”
สองหมัดปะทะไปอย่างแรงเกิดเสียงระเบิดทุ้มดังสนั่นหวั่นไหว
“ซูมๆ ๆ……”
จากนั้นทุกคนก็เห็นว่าพลังหมัดของชายหนุ่มชุดม่วงเกิดเป็นคลื่นพลังสิบสามชั้นซ้อนกันอย่างน่ากลัวคลื่นนี้กระแทกไปที่หมัดของคุณชายน้อยคนนั้นอย่างแรง
“เปราะ กึก!”
มีเสียงกระดูกร้าวของกระดูกมือดังขึ้นทุกคนเมื่อเห็นภาพนี้ก็ตะลึง แขนขวาของคุณชายน้อยคนนั้นกลายเป็นอ่อนปวกเปียกห้อยลงพื้นจากนั้นเขาก็ร้องโหยหวนเสียงดัง
“อ๊าก……”
เกิดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดหลังจากเกิดเสียงกระดูกหักจากนั้นคุณชายน้อยคนนั้นก็กระเด็นลอยไปไกลล้มกระแทกพื้นและกระอักโลหิตออกมา
เพียงกระบวนท่าเดียวคุณชายน้อยคนนั้นก็บาดเจ็บสาหัส!
“เด็กหนุ่มคนนั้นแข็งแกร่งมาก!”
“ไม่ได้แข็งแกร่งธรรมดาไม่อย่างนั้นคงไม่กล้ามามีเรื่องกับกัวคุนหรอก”
“ไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้มีที่มามาจากไหนหากไม่ได้มีพื้นฐานที่สนับสนุนแข็งแกร่งมากพอ เดี๋ยวเจ้าเด็กคนนี้ได้ตายแน่!”…………
ทุกคนรอบๆ ที่มุงดูเหตุการณ์มองอย่างตะลึงสีกน้าตกใจกระอักกระอ่วน
แม้กัวคุนยังเป็นเด็กวัยรุ่นทว่าก็เป็นผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับแล้วเขาถือว่าเป็นผู้ฝึกฌานที่มีพละกำลังสุดยอดมากๆ ภายในมณฑลหลันหลิงแล้วนึกไม่ถึงว่าจะล้มจอดบาดเจ็บหนักเพียงเพราะกระบวนท่าเดียวของเด็กหนุ่มชุดม่วงคนนั้น
“บังอาจทำร้ายคุณชายน้อยกัวฆ่าเจ้าเด็กหนุ่มคนนี้ซะ”
คุณชายน้อยคนอื่นๆ หลังจากตะลึงสักพักเมื่อได้สติก็รีบร้องเรียกผู้ติดตามให้ช่วยจัดการ
องครักษ์แต่ละคนที่ติดตามอยู่ข้างหลังเด็กหนุ่มสีหน้าเปลี่ยนจากนั้นก็รีบกระโจนเข้าหาเป้าหมายท่าทางดุร้ายดั่งเสือและหมาป่าที่กระโจนเหยื่อแต่ละคนมีพลังลมปราณที่แข็งแกร่งมาก พวกเขากระโจนเข้าหาเด็กหนุ่มชุดม่วงพร้อมกัน
“ปึงๆ ๆ!”
เกิดเสียงระเบิดทุ้มเสียงดังขึ้นติดๆ กันขณะเดียวกันทุกคนก็เห็นว่ามีเงาคนจำนวนมากลอยกระเด็นและดิ่งลงพื้นกระจัดกระจายคนละทิศละทางไม่หยุด
บุรุษวัยกลางคนร่างใหญ่สิบกว่าคนมีหลายคนในนั้นที่มีฌานถึงขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสร้างรากฐาน มีขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับสองคนแต่ทุกคนต่างก็ไร้แรงต้านทานบ้างเลยสักนิด
“ปึงๆ ๆ!”
องครักษ์วัยผู้ใหญ่แต่ละคนตกกระแทกพื้นอย่างแรงต่างก็เลือดตกยางออกกระอักโลหิต กระดูกหัก หมดเรี่ยวแรงที่จะคลานและลุกขึ้นมาสู้ต่อ
กลุ่มเด็กวัยรุ่นที่เคยยืนล้อมคุณชายน้อยคนนั้นเมื่อเหตุภาพเหตุการณ์ดังกล่าวก็ไม่มีใครสักคนที่กล้าลงมือ ต่างก้าวถอยหลังไปเล็กน้อยตามสัญชาตญาณจากนั้นก็เริ่มทยอยวิ่งเข้าไปหาคุณชายน้อยที่ถูกตู้เซ่าฝู่โจมตีกระเด็นคนนั้น
“เจ้าหนู เจ้าบังอาจมาลงมือกับพวกเรา แน่จริงก็บอกชื่อเจ้ามาสิ?”
เด็กหนุ่มเหล่านั้นเมื่อเห็นว่าคุณชายน้อยกัวคุนและองครักษ์ตั้งหลายคนต้านทานเด็กหนุ่มชุดม่วงคนนั้นไม่ได้พวกเขาก็ยิ่งกลัว แต่ละคนมองเด็กหนุ่มชุดม่วงด้วยสายตาหวาดผวา เด็กหนุ่มคนนี้มีพลังความสามารถที่น่ากลัวมากจริงๆ
“ตู้เซ่าฝู่!”
เด็กหนุ่มชุดม่วงนัยน์ตาสั่นไหวจากนั้นหันไปมองสาวน้อยที่ถูกทำให้ตกใจกลัวคนนั้น คิ้วขมวดและมองหน้าอย่างสงสัยเอ่ยถามเบาๆ ว่า “ทำไมเจ้าไม่กล้าลงมืออะไรบ้างพวกเขาอาจจะทำอะไรเจ้าไม่ได้ก็เป็นได้?”
ชายหนุ่มชุดม่วงที่กล้ายื่นมือมาช่วยคือตู้เซ่าฝู่พอเขาเห็นคนที่กำลังล่วงเกินหญิงสาวก็ทนดูภาพนั้นไว้ไม่ไหวเขาเองก็พอมองออกว่าพวกเด็กหนุ่มกลุ่มนี้มีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดาในมณฑลหลันหลิงทว่าบอกชื่อไปก็ไม่เป็นอะไร อย่างไรเสียตนก็ไม่ใช่คนของมณฑลหลันหลิง หลังจากที่เขาพบผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงเรียบร้อยแล้วเขาก็เผ่นหนีแล้ว ไม่จำเป็นต้องมาอยู่เกาะแกะกับคนพวกนั้นอีก
สาวน้อยคนนั้นได้สติกลับมาท่าทางของนางเหมือนแมวน้อยที่ถูกทำให้ตกใจ ดวงตาเป็นประกายสั่นไหวขึ้นมาเขามองไปที่ตู้เซ่าฝู่ ท่าทางเหมือนอยากจะร้องไห้อีกครั้ง สภาพดูน่าเวทนามากนางตอบอย่างกลัวๆ “ข้าตื่นเต้นมากไป พอตื่นเต้นแล้วข้าก็ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี”
“ไม่เป็นไรแล้ว เจ้ารีบกลับไปเถิด” ตู้เซ่าฝู่บอกกับสาวน้อยคนนั้น
“ท่านน่าจะเป็นคนดีท่านพอจะช่วยเหลือข้าได้หรือไม่ ข้าขอยืมเงินหนึ่งพันเสวียนข้าจำเป็นต้องซื้อยาลูกกลอนเพื่อใช้รักษาน้าเล็กของข้า”สาวน้อยแหงนหน้ามองตู้เซ่าฝู่ แววตาดูใสซื่อบริสุทธิ์ดุจดั่งผ้าขาว
เมื่อตู้เซ่าฝู่เห็นแววตาใสซื่อบริสุทธิ์ของสาวน้อยคนนี้เขาก็รู้สึกใจอ่อน นางทำให้เขาคิดถึงน้องสาวที่เขายังไม่เคยได้พบ
“เอาอย่างนี้แล้วกัน เจ้าพาข้าไปดูน้าเล็กของเจ้าไม่แน่ว่าข้าอาจจะพอช่วยอะไรได้” ตู้เซ่าฝู่ลังเลสักครู่จากนั้นก็พูดกับนาง
“จริงหรือขอบคุณท่านมาก ข้าชื่อซิงอวี่ ไต้ซิงอวี่”ดวงตาสุกใสของสาวน้อยเปล่งประกายออกมาด้วยความตื้นตันใจ
“ข้าชื่อตู้เซ่าฝู่” ตู้เซ่าฝู่กล่าว
“เมื่อกี้ข้าได้ยินมาแล้ว” ไต้ซิงอวี่พูดอย่างดีใจ ร่างน้อยๆ เอวบางๆเริ่มขยับยืดตัวตรงเห็นทรวดทรงโค้งเว้าบุคลิกท่าทางของนางกลับมาดูสดชื่นน่าหลงใหลอีกครั้ง
และสองคนนั้นก็หายตัวไปจากฝูงชนตรงนั้นกลุ่มคุณชายน้อยเหล่านั้นหน้าเสียไม่พอใจ ทว่าก็ไม่กล้าเข้าไปห้าม
“คุณชายน้อยกัว ตอนนี้ทำอย่างไรดี?”
เด็กหนุ่มคนหนึ่งมองไปที่แขนของกัวคุนที่ถูกตู้เซ่าฝู่โจมตีใส่เอ่ยถามอย่างกระอักกระอ่วน
“เพียะ!”
เมื่อเด็กหนุ่มคนนั้นพูดจบ คุณชายน้อยกัวคุนก็ตบหน้าด้วยมือซ้ายอย่างแรงจนใบหน้าเห็นเป็นรอยฝ่ามือแดงๆทำเอาเขาเจ็บแสบไปครึ่งหน้า
“จำไว้ คราวหน้าหากข้าถูกโจมตี พวกเจ้ากลับไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ บางเลยต่อไปก็ไม่ต้องมาติดตามข้าแล้ว”
กัวคุนมองไปที่เด็กหนุ่มคนอื่นๆด้วยสีหน้าเย็นชากล่าวว่า “ข้าให้โอกาสพวกเจ้าครั้งหนึ่งไปหามาว่าเจ้าบ้านั้นอยู่ที่ไหน ช้าที่สุดคือพรุ่งนี้เช้า หากหาไม่พบพวกเจ้ารู้ดีว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร”
………………
หลังจากเดินตามไต้ซิงอวี่ไปราวๆหนึ่งชั่วยาม ตู้เซ่าฝู่ก็ไปถึงที่พักเก่าโทรมที่อยู่ห่างจากกลางเมืองในที่สุดก็ได้พบน้าเล็กที่ไต้ซิงอวี่พูดถึง
บนเสื่อมีสตรีคนหนึ่งนอนสลบไสลอยู่สีหน้าของนางซีดเผือด ทว่าอาการป่วยก็ไม่อาจบดบังใบหน้าอันงดงามของนางไปได้
สตรีที่หลับไม่ได้สตินางนี้อายุราวๆยี่สิบเอ็ดยี่สิบสอง สวมชุดกระโปรงยาว เพราะนางนอนอยู่ทำให้เสื้อผ้าแนบติดร่างของนางและมองออกว่านางเป็นสตรีที่หุ่นดีมากเห็นทรวดทรงเอวคอดมีหน้าอกชวนดูน่าหลงใหล……
“พี่เซ่าฝู่”
ไต้ซิงอวี่เรียกราวกับสนิทกันแล้วนางมองไปที่สตรีที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงอย่างร้อนใจท่าทางราวกับจะร้องไห้ออกมากล่าวว่า “ข้าตรวจดูแล้ว แต่ข้าก็ยังไม่รู้ว่าน้าเล็กของข้าเป็นอะไรพี่โปรดช่วยนางด้วย”
“นางเป็นน้าแท้ๆ ของเจ้าจริงๆ หรือ?” ตู้เซ่าฝู่สงสัยดูจากอายุของนาง ไม่น่าจะมาเป็นน้าเล็กของไต้ซิงอวี่ได้
ไต้ซิงอวี่พยักหน้าอย่างจริงใจดวงตาสุกสกาวจ้องมองตู้เซ่าฝู่อย่างขนัด กลัวว่าตู้เซ่าฝู่จะไม่เชื่อ กล่าวว่า “น้าเล็กของข้าอายุน้อยกว่ามารดาของข้ามากดังนั้นนางจึงอายุมากกว่าข้าไม่มากเท่าไร แต่นางเป็นน้าเล็กของข้าจริงๆ”
ตู้เซ่าฝู่ไม่ได้ตอบอะไรไต้ซิงอวี่เขาเดินไปถึงข้างๆ สตรีที่นอนอยู่บนเสื่อ
ตู้เซ่าฝู่อดใจมองทรวดทรงโค้งเว้าบนร่างของสตรีใบหน้างามคนนี้ไม่ได้ในใจแอบคิดว่า นางหนูไต้ซิงอวี่คนนี้ใสซื่อดุจดั่งผ้าขาวจริงๆคนไม่รู้จักดีก็กล้าพากลับมาที่บ้านทั้งยังมีน้าเล็กคนงามที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงอีกหากคนที่มาไม่ใช่คนที่มีคุณธรรม ผลลัพธ์ที่ตามมาคงโหดร้ายไม่น่าคิดสักเท่าไร
เมื่อเริ่มสงบสติอารมณ์ได้ สีหน้าของตู้เซ่าฝู่ก็เริ่มเคร่งเครียดขึ้นมาเขารวบรวมพลังฝ่ามือมีอักษรยันต์ประกายแสงปรากฏออกมาห้อมล้อมสตรีคนสวยที่นอนอยู่บนเสื่อ
หลังจากที่ตู้เซ่าฝู่เริ่มลงมือ ไต้ซิงอวี่ก็กำชายเสื้อของตัวเองไว้แน่นกัดปากอย่างตื่นเต้น แววตาสุกใสของนางเต็มไปด้วยความกังวล
“ฟึบ!”
ตู้เซ่าฝู่เก็บฝ่ามืออักษรยันต์ที่ออกมาจากฝ่ามือก็หายไป สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา
“พี่เซ่าฝู่ น้าเล็กของข้าเป็นอะไรหรือ?”
ไต้ซิงอวี่เมื่อเห็นตู้เซ่าฝู่คิ้วขมวดตัวเองก็ยิ่งร้อนใจกว่าเดิม
“เจ้าเองก็เป็นนักเวทยันต์ ดูไม่ออกจริงๆ หรือ?”
ตู้เซ่าฝู่มองไต้ซิงอวี่อย่างสงสัยจากคลื่นพลังปราณกะปริดกะปรอยออกมาเป็นระยะในตัวของไต้ซิงอวี่ ตู้เซ่าฝู่สามารถสัมผัสได้ว่าไต้ซิงอวี่คือนักเวทยันต์สองดาวและยังเป็นนักเวทยันต์สองดาวขั้นสมบูรณ์อีกด้วย
หลังจากที่ตู้เซ่าฝู่ฝึกวิชาลึกลับไม่สมบูรณ์จากกระดูกอสูรนั้นมาแล้วเขาพบว่าตัวเองสามารถสัมผัสระดับพลังของคนอื่นได้โดยง่ายดายหากไม่ใช่ผู้ที่ระดับฌานเหนือชั้นมากๆ สามารถซ่อนเร้นเก็บพลังไว้ได้เขาก็สามารถประเมินระดับความสามารถได้ไม่ยาก
ดังนั้นตู้เซ่าฝู่รู้สึกแปลกใจมากไต้ซิงอวี่ที่เป็นนักเวทยันต์สองดาวขั้นสมบูรณ์แม้อาจไม่สามารถจัดการกลุ่มอันธพาลใจทรามเมื่อกี้ไม่ได้แต่หนีเอาตัวเองรอดก็น่าจะพอทำได้อยู่
ทว่าคิดไม่ถึงว่านางหนูไต้ซิงอวี่มีความสามารถเสียเปล่าพอตื่นเต้นขึ้นมาก็ทำอะไรไม่ถูกเลย
เมื่อไต้ซิงอวี่ได้ยินที่ตู้เซ่าฝู่พูด นางก็มองหน้าตู้เซ่าฝู่อย่างเขินอายกล่าวว่า “พี่เซ่าฝู่ แม้ข้าเองก็เป็นนักเวทยันต์แต่ข้าทำเป็นแค่ฝึกทั่วไป ไม่รู้เรื่องการรักษาเลย และก็ไม่มีใครเคยสอนข้า”
เมื่อพูดไต้ซิงอวี่ก็เริ่มคิดอะไรออกมา กล่าวว่า “แต่ข้าพอวางค่ายกลยันต์ได้อยู่แต่หากตื่นเต้นละก็ก็วางไม่ออกเหมือนกัน”
ตู้เซ่าฝู่มองนางหนูไร้เดียงสาคนนี้อย่างเหนื่อยใจขมวดคิ้ว กล่าวว่า “น้าเล็กของเจ้าน่าจะถูกวางยาพิษมาฤทธิ์ของมันรุนแรงมาก ดังนั้นยาลูกกลอนที่เจ้าคิดจะใช้รักษาน้าเล็กของเจ้าข้าคาดว่าน่าจะไม่มีประโยชน์อะไร”
“วางยาพิษ?” ไต้ซิงอวี่ได้ยิน สีหน้าก็ตกใจมาก ร้อนใจเหมือนกับจะร้องไห้ออกมาดึงชายเสื้อ ตู้เซ่าฝู่ไว้แน่น กล่าวว่า “พี่เซ่าฝู่พี่ต้องมีวิธีรักษาใช่หรือไม่ ได้โปรดช่วยน้าเล็กของข้าด้วย”