ห้องรับรองระดับ VIP ของสนามประลองสากลถูกเปิดใช้งาน ผู้เปิดห้องคือผู้สร้างเกม MRO คุณยูโกะ นานะ และแขกที่ได้รับเชิญให้มาพบก็คือเจ้าของมอนสเตอร์ลูนาเรีย สมิท และเจ้าของมอนสเตอร์เลวี่จัง แพร
“สวัสดี ผู้เล่นชาวไทย” ยูโกะกล่าวพลางส่งยิ้ม “นั่งก่อนสิคะ ทุกท่าน”
“สวัสดีครับท่านผู้สร้าง” เพชรกล่าวพลางก้มหัวตามธรรมเนียมของญี่ปุ่น ก่อนจะนั่งลง “ได้พบท่านนับว่าเป็นเกียรติสูงสุด และเรามีเรื่องเร่งด่วนอยากจะขอร้องท่านทันทีน่ะครับ”
“เรื่องเร่งด่วนหรือ” ยูโกะกล่าว “ลองว่ามาสิ”
“เกิดอุบัติเหตุกับหนูค่ะ” ลิลี่กล่าวขึ้นทันที เมื่อยูโกะอนุญาติ “ตัวจริงของหนูเป็นมนุษย์ และร่างของหนูในตอนนี้อยู่ข้างนอก หนูอยากให้ท่านช่วยพาหนูกลับไปน่ะค่ะ”
มีสีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อยจากยูโกะ ก่อนที่เธอจะพยักหน้า
“ถ้าอย่างนั้นฉันขอไปตรวจสอบข้อมูลก่อนนะคะ คุณสมิท ฉันจะขอข้อมูลไอดีเกมของคุณ รวมทั้งข้อมูลมอนสเตอร์ไปตรวจสอบ และจากนั้นฉันจะให้ตัวแทนของฉันติดต่อกับคุณที่โลกภายนอกค่ะ”
“ผมต้องกรอกเอกสารอะไรให้ไหมครับ”
“ไม่ต้องค่ะ” ยูโกะกล่าว “เพียงแค่คุณอยู่ตรงนี้ ฉันก็สามารถตรวจสอบรายละเอียดของคุณได้แล้ว รวมถึงมอนสเตอร์”
หลังจากนั้นเธอก็กล่าวชมเชยทั้งสอง อีกทั้งยังสัญญาว่าจะไปพบกับร่างของลิลี่ในไม่ช้า เพราะเธอจะไปตรวจสอบเครื่องเล่นเกมที่ลิลี่สวมอยู่ด้วย
“ได้คุยเร็วกว่าที่คาดนะ” สมิทกล่าว “ลิลี่ อดทนรออีกหน่อยนะ เธอจะได้กลับบ้านแน่นอน”
“ค่ะ” ลิลี่ยิ้มร่าอย่างมีความสุข ก่อนที่เธอและสมิทจะเดินกลับไปตรงห้องรับรองไม่ไกลนัก ซึ่งอาทิตยาและคนอื่นๆกำลังรออยู่
“เป็นไงบ้างเพชร” พลอยใสเอ่ยถาม คุณยูโกะเขาว่ายังไง
“เขาจะช่วยดูให้” สมิทกล่าว “เธอบอกว่าจะมาหาลิลี่ถึงประเทศไทยด้วย เพราะจะตรวจสอบเครื่องเล่น รวมถึงเซิฟเวอร์ของไทย”
“น่ายินดีจริงๆ” สิทธากล่าวเสริม “พี่สาว แบบนี้เราต้อวฉลองกันหน่อยสิ”
“ใช่แล้ว ฉลองกันเถอะ” อาทิตยากล่าว “ทั้งเรื่องของหนูแก้ว และเรื่องของกิลด์เราที่เอาชนะมันดาลาได้”
“ทุกคนคะ” ลิลี่กล่าวขึ้น “หนูอยากให้คุณแม่ทราบเรื่องนี้เร็วที่สุด ฝากบอกคุณแม่ได้มั้ยคะ หนูอยากจะพบท่านใจจะขาดล่ะ”
“เอาสิ” สมิทกล่าวขึ้นก่อนจะยกมือลูบหัวลิลี่ “ฉลองกันเสร็จก่อน หลังจากนั้นฉันจะนำข่าวไปบอกคุณแม่ของเธอเอง”
หลังจากนั้นอาทิตยาก็สั่งให้มีการจัดเลี้ยงฉลองในกิลด์ของเธอ เพื่อฉลองให้กับชัยชนะในการประลองสากล รางวัลการชนะนั้นคือผู้เข้าร่วมทุกคนจะได้รับพ้อยแต้มสะสมสำหรับแลกของในPVPคนละ50,000พ้อย และหัวหน้ากิลด์จะได้รับคริสตัลการันตีการตีบวกอาวุธในระดับ20 ซึ่งถือว่าเป็นระดับการตีบวกที่สูงมาก และน้อยคนจะบวกไปถึง
เพดานห้องนอนที่คุ้นตาปรากฏขึ้นอีกครั้งเมื่อเพชรลืมตาตื่นขึ้นมาบนที่นอนของตัวเอง เขานัดกับทุกคนว่าจะเดินทางไปโรงพยาบาล เพื่อเยี่ยมลิลี่
เนื่องจากเพชรอยากเจอลิลี่ข้างนอกก่อนใคร เขาจึงรีบเดินทางไปก่อนกำหนดนัดหมาย จากที่นัดก่อนตอนบ่าย เพชรออกเดินทางตั้งแต่เก้าโมงเช้า
เพชรนั้นได้รับอนุญาติจากมารดาของผู้ป่วย ให้เข้าพบได้ตลอด เขาจึงสามารถผ่านเข้ามายังห้องพักของลิลี่ได้อย่างไม่ยากเย็น
ในห้องนั้นมีร่างเล็กของเด็กหญิงอายุสิบสี่นอนอยู่คนเดียว เธอสวมใส่ชุดของคนไข้อยู่ ดูเหมือนพยาบาลพึ่งจะมาเปลี่ยนชุด ตอนนี้ร่างที่ไร้วิญญาณของลิลี่เริ่มมีสายอะไรแปลกๆห้อยระโยงระยางแล้ว สมิทเข้าใจว่ามันน่าจะเป็นสายสารอาหารหล่อเลี้ยงร่างที่เป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่
เพชรเดินเข้าไปใกล้ร่างของหญิงสาว ใกล้กว่าทุกครั้งที่เคยมาพบ เขาพบว่าลิลี่ หรือตัวจริงที่ชื่อว่าดวงกมลนั้น หน้าตาแตกต่างจากอวตาร์ในเกมเพียงเล็กน้อย
ผมยาวสีดำยาวนั้นถูกสระและดูแลอย่างดี โครงหน้าเรียวคมของเด็กสาวค่อนข้างซูบผอม ร่างของเธอนั้นผอมมากจนสังเกตุเห็นได้ชัด แต่ถึงอย่างนั้นผิวเหลืองนวลของเธอก็ยังคงเปล่งปลั่ง ไม่ได้ซีดเซียวเหมือนคนป่วย
สมิทถ่ายภาพของดวงกมล ก่อนจะส่งภาพนั้นเข้าไปในระบบกล่องจดหมายเกมMRO เพื่อให้ลิลี่รู้ว่าเขามาเยี่ยมเธอแล้ว ดูเหมือนว่าลิลี่จะรอดูภาพอยู่ เธอเขียนข้อความตอบกลับมาทันที หลังจากที่ระบบข้อความส่งไปถึง
“ระบบข้อความMRO: พี่เพชรคะ หนูดูผอมไปมากเลย ไม่อยากให้พี่มาเห็นในสภาพนี้เลยค่ะ อ้อ ฝากพี่เพชรซื้อน้ำพรุนสกัดให้คุณพ่อกับคุณแม่หน่อยค่ะ ทั้งสองท่านชอบทานมาก”
เพชรพิมพ์ตอบตกลง ก่อนจะเตรียมตัวไปห้างสรรพสินค้าที่อยู่ใกล้ๆ ยังมีเวลาเหลืออีกนาน กว่าคนอื่นๆจะมา แต่ทว่าระหว่างที่เพชรกำลังจะออกจากห้องนั้น ประตูห้องถูกเปิดออก ขวัญจิราในชุดเดรสสีแดงแสบตา และลูกชายของเธอ เจตจำนงค์ หรือฟรีวิลในชุดแดงเช่นกัน เดินเข้ามาพอดี
“เธอเป็นใคร ถึงเข้ามาในห้องนี้ได้” ขวัญจิราเอ่ยถามเพชรพลางใช้สายตามองเหยียด เจตจำนงค์นั้นก็ยิ้มแบบเจ้าเล่ห์เช่นกัน
ตอนแรกเพชรตั้งใจจะยกมือไหว้ตามมารยาท แต่เมื่อเจออีกฝ่ายทำแบบนี้ เขาจึงวางมือลงทันที และพูดแบบคนที่เสมอกัน
“อ่า...คุณคงเป็นหัวกิลด์มันดาลาสินะ” เพชรตอบกลับเสียงเรียบ “ผมมีนามว่าสมิท เป็นคนของกิลด์อะซูไรท์...ผมมาดูแลลิลี่ในโลกจริง เพราะต้องการให้เธอปลอดภัย”
เมื่อเพชรแนะนำตัวแบบนี้ ทั้งสองคนก็ไม่พูดต่อ เพราะผู้เล่นที่ชื่อสมิทเป็นเจ้านายของลิลี่ เจตจำนงค์กัดฟันแน่น ในขณะที่ขวัญจิรามีทีท่าสงบลง
“แต่นอกเกมเธอไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับลูกแก้วเลยนะ มันคงไม่งาม เธอช่วยออกห่างจากลูกสาวฉันด้วย”
“ลูกของคุณน่าจะชื่อฟรีวิลมากกว่านะครับ ท่านหัวกิลด์มันดาลา” เพชรกล่าวพลางมายืนบังร่างของลิลี่เอาไว้ “ไม่ใช่ลิลี่ หรือดวงกมล”
“แก ถ้ายังยุ่งมาก ฉันจะเรียกตำรวจ” ขวัญจิรากล่าวเสียงเดือดดาล แต่ทว่าสมิทกลับไม่ได้มีทีท่าเดือดร้อน เขายกโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนจะต่อสายหาใครบ้างคน
“สวัสดีครับ คุณศศิวิมลใช่มั้ย” สมิทกล่าวพลางเปิดลำโพงโทรศัพท์ ให้ได้ยินกันทั่ว “ตอนนี้ผมมาที่ห้องของหนูแก้วแล้วนะ แต่ทว่าคุณขวัญจิราเขาจะไล่ผมออกนอกห้องน่ะสิ ทำไงดี”
เสียงปลายสายตอบอย่างเกรี้ยวกราดทันที เมื่อได้ยินเพชรพูดเช่นนั้น
“หนูเพชรก็เหมือนลูกชายฉันอีกคน ใครกล้ามาไล่!! บอกสองคนนั้นเลยว่าให้ออกไป ถ้าคิดจะมาไล่เธอ...รอก่อนนะ เดี๋ยวแม่จะตามไป”
เพชรยิ้มร่า พลางมองไปที่ทั้งสองคน ตอนแรกเขาตั้งใจว่าจะออกไปซื้อของ แต่เมื่อมีสองคนนั้นอยู่ เขาจึงตัดสินใจว่าจะอยู่เฝ้าลิลี่ต่อ
“ไปสนิทกันตอนไหน” ขวัญจิรากล่าวพลางส่งเสียงจิจ๊ะไม่พอใจ ก่อนที่เธอจะนั่งลงตรงโต๊ะรับแขก ในขณะที่เจตจำนงค์จะเดินมาใกล้ลิลี่
“เฮ้ ฟรีวิล นายห้ามเข้าใกล้ลิลี่นะ” เพชรกล่าวห้ามทันที อีกฝ่ายนั้นสะดุ้งเมื่อถูกเรียกขื่อในเกม ด้วยความที่ฟรีวิล หรือเจตจำนงค์เป็นแค่เด็กอายุสิบเอ็ดขวบ เขาจึงไม่กล้าหืออะไรกับเพชรที่เป็นเด็กมอปลายในโลกจริง
“และเธอตั้งใจจะอยู่นี่จนถึงเมื่อไหร่” ขวัญจิราเอ่ยถามทันที “หาโอกาสทำคะแนนกับว่าที่แม่ยายหรือไง คงจะหาหนทางรวยทางลัดสินะ”
“ผมกับลิลี่เรายังไม่ได้เป็นอะไรกัน” เพชรเอ่ยแย้งทันที “แต่ผมเป็นห่วงและหวังดีกับลิลี่จริงๆ ผมต้องการให้เธอกลับมา ก็แค่นั้นล่ะครับ”
“ไม่ได้เป็นอะไร” ขวัญจิรากล่าวเสียงแหลม “แหม ดูทำพูดสิ ไม่บอกคงคิดว่าเป็นแฟนกันเสียแล้วแบบนี้”
เพชรไม่ได้ปฏิเสธอะไร เขาไม่รังเกียจที่จะคบหากับลิลี่ อย่างน้อยทั้งเขาและเธอก็ผ่านอะไรด้วยกันมาในระดับหนึ่งแล้ว
สักพักประตูถูกเปิดอีกครั้ง พลอยและแพรตามมาสมทบ ทั้งคู่นั้นอยู่ในชุดเสื้อยืดคอกลมเรียบง่าย สวมยีนส์สีเข้ม พร้อมกับรองเท้าส้นสูงที่พึ่งซื้อมาใหม่เมื่อเร็วๆนี้
พลอยและแพรยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร พวกเธอจึงยกมือว่าย แน่นอนว่าขวัญจิราไม่ได้ยกมือตอบรับ เธอนิ่งเงียบให้กับมารยาทของทั้งสองคน
“เพชร กินอะไรหรือยัง แกออกมาซะเช้าเชียว” พลอยเอ่ยก่อนจะยื่นถุงขนมปังกับนมให้เพชร เพชรรับพลางส่องดูในถุง เขาทำหน้ามุ่ยทันที เมื่อในนั้นเป็นนมรสจืดพร่องมันเนย
“หนูเลือกให้เองล่ะคะ” แพรกล่าวพลางหัวเราะคิกคัก “พี่เพชรติดชอบกินหวาน ต้องเพลาๆลงบ้าง”
ในขณะที่ขวัญจิรากำลังทำหน้ามุ่ย เพราะห้องเริ่มคนเยอะ แต่ทว่าเจตจำนงค์เองกลับมองแพรตาค้าง
แพรกำลังอยู่ในช่วงโตเป็นสาว หุ่นของเธอนั้นเพรียวบางได้รูป ชนิดที่นางงามบางคนยังอาย เจตจำนงค์นั้นถึงขนาดมองตาค้าง จนแพรรู้สึกตัว
“มีอะไรหรือจ๊ะหนู” แพรเอ่ยถามพลางก้มลงมองฟรีวิล เธอจงใจสบตากับอีกฝ่าย จนฟรีวิลแก้มแดง พลางก้มหน้าหลบ
เสียงโทรศัพท์ของขวัญจิราดังขึ้น เธอออกไปข้างนอกทันที ดูเหมือนจะเดินออกไปไกลมาก จนเสียงรองเท้าส้นสูงหายไปจากระยะการได้ยินของเพชร
“ท่านขวัญจิรา มีเรื่องเร่งด่วนครับ ผมขอให้ท่านรีบลงมาข้างล่างด่วน”
เสียงปลายสายคือเสียงของGM090 ที่เธอนัดเอาไว้ เธอได้ให้เจ้าหน้าที่ธุรการของโรงพยาบาลที่รู้จักแอบทำกุญแจและคีย์การ์ดสำรองของห้องไอทีและห้องไฟฟ้าเอาไว้ เพื่อให้คนรู้จักของเธอวางแผนดับไฟที่โรงพยาบาลซะ ตามหลักการมันควรจะสำเร็จได้แล้ว เพราะโรงพยาบาลนี้ไม่มีใครเฝ้าห้องระบบ อันที่จริงแล้วเธอแอบแปลกใจ ที่ถูกเรียกให้ไปพบข้างล่าง
“ทำไมฉันต้องลงไปล่ะ แกก็ทำหน้าที่ของแกสิ” ขวัญจิรากล่าวอย่างหัวเสีย เธอค่อยๆเดินช้าลง เพราะเะอกำลังคิดว่าอาจจะเจอเรื่องไม่สู้ดี
“เพราะถ้าคุณไม่ลงมา พวกเขาจะตามไปจับคุณลงมาเองครับ”
“หมายความว่าไง” ขวัญจิรากล่าวเสียงค่อย ตระกูลบูรพาของเธอนั้นมีอิทธิพลพอสมควร พวกตำรวจไม่น่าจะกล้ามายุ่งอะไร ดังนั้นใครกันที่จะมาจับเธอ
“แผนเราล้มแล้วครับ เจ้าหน้าที่ธุรการแอบแจ้งความตอนส่งคีย์การ์ดให้เรา เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวพวกผมอยู่ เขาต้องการให้ท่านลงมาโดยด่วน”
ขวัญจิราขาอ่อนทันที เมื่อเธอลงไปก็พบกับรถกระบะสีขาวน้ำตาลสองคัน มีสัญญาณไฟสีแดงส่องสว่าง คนของเธอจำนวนสามคนถูกตำรวจกุมตัวเอาไว้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงมาเชิญเธอขึ้นรถทันที
สิ่งที่เธอตกใจที่สุด ไม่ใช่ตำรวจ แต่เป็นสามีของเธอ คุณอภิวัฒน์ และศศิวิมล ภรรยาหลวงนั่นเอง ทั้งสองยืนรออยู่ตรงรถตำรวจ
“ไอ้เป้มันบอกฉันทุกอย่าง” วัฒน์กล่าวเสียงกริ้ว ใบหน้าแดงก่ำ “ว่าเธอบังคับให้มันมอบกุญแจและคีย์การ์ดสำรองของโรงพยาบาล...คุณทำบ้าอะไร ถึงคิดแผนบ้าๆออกมาแบบนี้”
“ถ้าจะเล่นลิ้นว่ายังไม่ทันมีเรื่อง เลยจับไม่ได้ ขอแนะนำว่าอย่าทำดีกว่า” ศศิวิมลกล่าวพลางมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเกลียดชัง “เผอิญกล้องวงจรปิดในห้องธุรการมันบันทึกเสียงทั้งหมดล่ะนะ มีคำพูดของคุณว่าจะเอากุญแจไปทำอะไรด้วยล่ะนะ”
“คุณนี่มันเลวจริงๆ” อภิวัฒน์กล่าวตำหนิขวัญจิรา “ลูกแก้วติดอยู่ในเกมว่าน่าสงสารแล้ว คุณยังคิดจะฆ่าเธออีกหรือไง”
“ฉันเปล่านะคะ” ขวัญจิรากล่าวปฏิเสธ “คุณกำลังเจ้าใจผิดอยู่”
“เข้าใจผิดหรือ” วัฒน์กัดฟันแน่น “หรือต้องให้ผมงัดหลักฐานเสียงของคุณในเกมMRO ที่คุยกับGM090ดีล่ะ”
ขวัญจิราถึงกับพูดไม่ออก เธอลืมไป ว่าคนซื้อลิขสิทธิเกมนี้มาคือสามีของเธอ มีหรือจะหาหลักฐานไม่ได้ หากเขาต้องการ และเธอเคยสั่งงานGM090ในเกมอยู่หลายครั้ง เธอจึงเถียงไม่ออก
“สงสัยผมคงต้องส่งคุณให้ตำรวจ ถึงจะสำนึกสินะ” วัฒน์กล่าวอย่างเหลืออด ทำเอาอีกฝ่ายเริ่มสะอื้น
“คุณจะทำแบบนี้จริงๆหรือ คุณวัฒน์” ขวัญจิรากล่าวเสียงสั่น “ตระกูลเรามีชื่อเสียงอย่างมากในประเทศไทย ถ้าคุณยอมให้ตำรวจจับฉัน ชื่อเสียงตระกูลบูรพาจะเสื่อมเสีย และเจ้าเจตน์มันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน คุณคิดถึงเรื่องนี้มั้ย”
“ขอโทษด้วยที่รัก...ไม่สิ อดีตที่รัก” อภิวัฒน์กล่าวพลางมองอีกฝ่ายด้วยสายตาทีเกลียดชัง “เจตน์จะเป็นยังไงมันก็ไม่ใช่ธุระของผมแล้วล่ะ เพราะเขาไม่ใช่ลูกผม”
ประโยคนี้ทำเอาขวัญทรุดตัวลงทันที เธอมองหน้าวัฒน์อย่างขอความเมตตา แต่อีกฝ่ายกลับไม่เห็นใจเลยแม้แต่น้อย
“เพราะผมเข้าใจว่าคุณท้องลูกผม ผมจึงรับผิดชอบคุณ แต่ผมเริ่มสังเกตุว่าทำไมเจ้าเจตน์มันแพ้ถั่ว ทั้งๆที่ตระกูลผมและคุณก็ไม่มีใครแพ้ พอตรวจสอบดีๆแล้ว ถึงได้รู้ว่าเขาไม่ใช่ลูกผมยังไงล่ะ”
“ได้โปรดเถอะค่ะ” ขวัญจิรากล่าวพลางส่งเสียงสะอื้น “เมตตาลูกเจตน์ด้วย เขาไม่มีความผิด อย่าทำร้ายเขาเลย”
“ลูกชายแกตั้งใจจะฆ่าลูกสาวฉัน” ศศิวิมลกล่าวด้วยน้ำเสียงเกลียดชัง ไม่ต่างจากสามีเธอ “ยังมีหน้ามาขอความเมตตาอีกหรือ”
“ก่อนอื่น ทางนี้ยังไม่ได้แจ้งความเอาผิดเธอ พวกมันยังไม่ได้ซักทอดมาถึงตัวการ” วัฒน์กล่าวด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย “ถ้าเธอสัญญาว่าจะย้ายออกจากบ้านฉันวันนี้พร้อมกับเจตน์ ฉันจะฟ้องหย่ากับเธอแค่นั้นพอ ตกลงตามนี้มั้ย...และไอ้พวกลิ่วล้อของเธอ จะโดนแค่ข้อหาลักทรัพย์เท่านั้น”
“พวกฉันจะรอดใช่มั้ย ถ้าฉันยอมไปจากคุณพร้อมลูก” ขวัญจิรากล่าวถามเพื่อความแน่ใจ
“ต้องฟ้องหย่า” วัฒน์ยังคงยืนยันคำเดิม “ไม่เช่นนั้นผมก็ต้องเสียค่าเลี้ยงดูคุณกับลูกของคนอื่นสิ ถ้าปล่อยให้จบแค่เซ็นใบหย่าเฉยๆ”
“เข้าใจแล้วค่ะ” ขวัญจิรากล่าวเสียงค่อย ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นยืน “ฉันจะไปตามเจ้าเจตน์ และเราจะรีบเก็บของ”
“ห้องคอนโดชั้นสิบสอง ตรงพระรามเก้าผมยกให้คุณล่ะกัน” วัฒน์กล่าวเสียงเรียบ “ใช้ที่นั่นเลี้ยงดูเจตน์ซะ หากไม่สามารถหาบ้านได้ล่ะก็นะ หรือจะกลับอังกฤษก็แล้วแต่คุณ”
……………………………….
“นี่ พี่สาว ถ้ายอมเป็นแฟนผม ผมจะให้เงินสองแสน” เจตน์จำนงค์ หรือฟรีวิลพูดทีเล่นทีจริงกับแพร ทำเอาเธอยิ้มอ่อนทันที ก่อนจะวางมือบนหัวของเจตน์ และขยี้ผมแรงๆ
“เสียใจจ่ะ ฉันไม่ชอบผู้ชายเด็กกว่า”
“ผมรวยนะ พ่อผมเป็นเศรษฐีอันดับสามของประเทศไทย ถ้าพี่สาวมาเป็นสะใภ้ รับรองสบายยันชาติหน้าเลย”
แพรพยายามกลั้นขำกับคำพูดของเด็ก ก่อนที่เธอจะมองไปที่ประตู เนื่องจากได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูง
ประตูห้องพยาบาลเปิดออก ขวัญจิราเดินเข้ามา เธอพยายามเช็ดน้ำตาและเครื่องสำอางค์ที่เลอะหน้า และไม่พูดคุยกับกลุ่มของเพชรแม้แต่คำเดียว
“เจตน์จ๊ะ พอดีแม่มีธุระ เรารีบกลับบ้านกันเถอะ”
ขวัญจิราไม่กล่าวซ้ำ เธอจูงมือเจตน์ ก่อนจะออกจากห้องไปทันที ทิ้งไว้เพียงความสงสัยของเพชร
หลังจากนั้น กิลด์มันดาลาก็เปลี่ยนหัวหน้า ขวัญจิราและฟรีวิลหายไปจากเกมตลอดกาล ส่งผลให้กิลด์ระส่ำระส่าย และมีแววว่าจะโดนกิลด์อื่นโจมตีเพื่อแย่งชิงอาณาเจตปกครองในไม่ช้า