ร้านขายของชำของผมที่ต่างโลก

    บทที่ 105

    เหตุการณ์ที่มันอธิบายได้ยากนั้นมันก็ผ่านพ้นไปอย่างมึนงง ทหารนับร้อยครึ่งหนึ่งถูกแบ่งสำหรับคุ้มครองชาวบ้านที่นี่ เพราะตอนนี้หมู่บ้านนายพรานที่แสนยากจน จะกลายเป็นเมืองเกิดขึ้นจักรพรรดินีภรรยาของท่านฌอน คริสเตียน จักรพรรดิผู้ครองดินแดนถึงสามอาณาจักร แม้ชาวบ้านจะงงๆอยู่บ้างแต่พวกทหารก็ได้อธิบายให้เสร็จสับเป็นอย่างดี พ่อกับแม่ของเฟียร์เองก็กำลังอึ้งอยู่ไม่น้อย พวกเขาทั้งสองต่างก็สับสนว่าหากเจอกับลูกสาวตัวเองในครั้งหน้า เขาจะต้องก้มหัวให้หรือไม่ เฟียร์ที่ตอนนี้อยู่บนรถม้าที่เร็วที่สุดแล้วนั้น เธอไม่ได้สนใจเรื่องอื่นเลยนอกจากจะดูวิวข้างนอก และโต้ลมเย็นสบายจนหลงลืมเรื่องที่จะต้องถามฌอนไปเสียสนิท พวกแนนซี่เองรวมถึงสมาคมนักฆ่าระดับสูงก็ต่างอวยพรให้กับฌอนกันทันทีที่ทราบว่าเขาแต่งงานแล้ว ข่าวมันลอยดังไปไกลจนถึงหูของหญิงคนหนึ่ง คนที่พยายามทำให้ตัวของตัวเองดีขึ้นมากกว่านี้ คนที่ทุกคนอาจจะหลงลืมไปแล้ว“ข้าเปลี่ยนแปลงตัวเองก็เพราะท่าน.. ข้าเรียนให้หนักเพื่อที่จะได้มีความรู้ยืนอยู่ข้างเดียวกับท่าน... ข้าทำให้ชื่อเสียงของตัวเองไปในทางที่ดีก็เพื่อที่จะได้เหมาะสมกับท่าน แต่ตอนนี้ท่านทั้งปฏิรูปอาณาจักร สถาปนาตัวเองเป็นองค์จักรพรรดิ และยัง...ท่านยังมีจักรพรรดินีคนนั้นอีก... ทุกอย่างที่ข้าทำมามันเพื่ออะไรกัน...” หญิงสาวนาม ‘มีเรีย วีสแตนเกอร์’ บุตรสาวของเจ้าเมืองมาลีนที่เอ่ยออกมาอย่างน้อยอกน้อยใจทุกอย่างที่เธอทำนั้นไม่ใช่เพราะใครทั้งนั้นมันเป็นเพราะว่าท่านฌอนคนเดียว เธอทำทุกอย่างเพื่อให้เธอนั้นคู่ควรกับเขา แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้เป็นตามที่เธอคิดเลยสักนิดเดียว และตอนนี้เธอกำลังเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงสถานที่จัดการฉลองให้กับชายคนนั้น คนที่เธอหลงรักมาโดยตลอด            เวลาบ่ายแก่ๆ ณ เมืองหลวงของอาณาจักรดีไวท์ ขบวนของจักรพรรดิองค์ใหม่ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่เมืองหลวง ชาวบ้านที่ทราบว่าจักรพรรดิองค์ใหม่นั้นคือท่านฌอน คริสเตียนผู้ที่พวกเขานั้นยกย่องอยู่แล้ว ก็ต่างออกมาตอนรับกันอย่างหนาตา ดอกไม้ถูกโปรยตามถนนสองข้างทาง“จักรพรรดิฌอนจงเจริญ!!! จักรพรรดินีเฟียร์จงเจริญ!!....” พวกเขาต่างก็ตะโกนออกมาอย่างนั้นจนทำให้ทั้งฌอน และเฟียร์รู้สึกแปลกๆไปกว่าแต่ก่อน จากเดิมที่พวกเขาทั้งสองเป็นเพียงแค่สามัญชนคนธรรมดา แต่ตอนนี้พวกเขากลับเป็นถึงเชื้อพระวงศ์แห่งราชวงศ์ใหม่ของทั้งสามอาณาจักรปราสาทพระราชวังกลางเมืองหลวง ราชาองค์ก่อนได้เดินเข้ามาเพื่อทำความเคารพฌอน และเฟียร์ด้วยความยำเกรง ข้างๆของราชามีลูกจ้างจากระบบที่เป็นผู้ดูแลร้านให้กับเขายืนคอยอยู่ด้วยโดยมีแนนซี่เป็นคนนำหน้า ฌอน และเฟียร์เดินลงมาจากรถม้าของตัวเอง ก่อนจะพบกับภาพที่ยิ่งใหญ่ ข้าราชบริพารต่างพากันก้มหัวคุกเข่าลงเพื่อทำความเคารพ“ท่านฌอน...ท่านควรที่จะสั่งให้ทำตัวตามสบายนะเจ้าคะ” ฌอนมองไปยังตัวต้นเหตุที่เขาจะต้องมายืนอยู่จุดนี้ แต่เขาก็ยังทำตามที่เธอให้คำแนะนำอยู่ดี ยังไงก็ตามเขา และแนนซี่ก็ต่างลงเรือลำเดียวกันแล้ว สิ่งที่เธอทำให้มันก็เป็นสิ่งที่เขาจะต้องทำในอีกสักวันอยู่ดี“ตามสบายเถิดท่านทั้งหลาย...” เสียงของฌอนที่ไม่ได้ดังอะไรมากแต่ทุกๆคนก็ได้ยินมันอย่างชัดเจน เพราะแม้แต่เสียงของแมลงวันยังไม่มีตัวไหนกล้าบินผ่านมา“ขอรับ/เจ้าค่ะ องค์จักรพรรดิ...” ทุกคนได้ยืนขึ้น และเป็นเวลาเดียวกันกับที่ฌอน และเฟียร์เดินผ่านพวกเขาไป โดยที่มีแต่คนสนิท และเชื้อพระวงศ์เก่าเท่านั้นที่เดินตามกันเข้าภายในราชวัง ฌอนพาเฟียร์มานั่งยังที่ประทับของเธอ ก่อนที่เขาจะขึ้นไปนั่งยังจุดสูงสุดของดินแดนทั้งสอง จากนั้นก็มีเสียงสรรเสริญดังมาอีกรอบ...“จักรพรรดิฌอนจงเจริญ!!! จักรพรรดินีเฟียร์จงเจริญ!!....” ฌอนที่ได้ยินก็ต่างเบื่อหน่ายกับคำคำนี้ที่ได้ยินมาตลอดทางที่เดินทางมา เขาจึงสั่งให้เลิกทำ และอีกอย่างเขาต้องการให้ภรรยาของเขาพักผ่อน ทั้งหมดเดินออกจากห้องโถงด้วยคำพูดประโยคเดียว ตอนนี้เหลือบุคคลที่อยู่กับฌอนมาตั้งแต่แรกรวมถึงราชาองค์ก่อน รวมแล้วเป็นสามพวก (พวกพนักงานร้าน พวกสมาคมนักฆ่า พวกราชาองค์ก่อน)“พวกเจ้านี่ก็จริงๆเลย หางานให้ข้าตลอด เก่งจริงๆ... โดยเฉพาะเจ้าเลยนะ แนนซี่..” ฌอนลุกจากที่นั่งก่อนจะเอ่ยกับแนนซี่ที่เป็นเหมือนสหายคนสนิท แนนซี่ยิ้มเมื่อได้ยินอย่างนั้น เธอหัวเราะออกก่อนจะกล่าวกับฌอนอย่างเป็นกันเอง“มันเป็นหน้าที่ของท่านนี่นา.. ข้าเองก็อยากทำให้เป้าหมายสำเร็จเร็วๆก็เพียงเท่านั้น... ว่าแต่นางคนนี้น่ะเหรอคือภรรยาของท่าน” แนนซี่กล่าวตอบก่อนจะหันไปมองเฟียร์ที่กำลังทำตัวไม่ถูก เฟียร์เธอไม่รู้จักรใครเลย จึงทำให้เธอเกร็งๆตั้งแต่เข้ามาภายในเมืองแล้ว“จริงซินะ ข้ายังไม่ทันได้แนะนำตัวภรรยาของข้าเลย ... นางชื่อว่าเฟียร์ แน่นอนว่านางจะมาเป็นนายหญิงคนใหม่ของพวกเจ้า.. ส่วนเฟียร์ เจ้าจงจำเอาไว้ให้ดีๆล่ะ.. นางผู้นี้คือแนนซี่สหายคนสนิทของข้าเอง” ฌอนกล่าว“ยินดีรับใช้เจ้าค่ะ นายหญิง...” แนนซี่ตอบกลับพร้อมกับฌอนที่แนะนำเป็นรายบุคคลไปตั้งแต่ลูกจ้างของร้าน รองหัวหน้าสมาคมนักฆ่าอย่างกราเซีย ดิออนลูกชาย จนไปถึงอดีตองค์ราชาแห่งอาณาจักรดีไวท์ ซึ่งเมื่อเฟียร์นั้นรู้ว่าทุกคนเป็นใคร และมาจากไหน ตำแหน่งอะไรก็ตกอกตกใจ ทุกอย่างมันเหมือนความฝันที่เธอยังไม่ตื่น เฟียร์ลุกขึ้นยืนเตรียมจะก้มหัวให้กับคนทั้งสามกลุ่ม แต่ฌอนก็ห้ามเอาไว้ก่อน“ตอนนี้เจ้าเป็นถึงจักรพรรดินีแห่งราชวงศ์ใหม่แล้ว.. น้องพี่ไม่ควรก้มหัวให้กับใครไม่ว่าหน้าไหนก็ตาม... เจ้าเข้าใจใช่หรือไม่” ฌอนเอ่ยออกมาพร้อมกับหัวเราะเล็กน้อย จากนั้นเขาก็คุยกันเรื่องงานที่จะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน มันใช้เวลาค่อนข้างจะนานมากเลยทีเดียว แต่เฟียร์ที่มาใหม่ก็สนใจมันเป็นอย่างมาก เพราะว่ามันอาจจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนอย่างเธอก็เป็นไปได้“แนนซี่ ต่อไปนี้เจ้าจงดูแลส่วนกลางให้ดี.. แน่นอนว่าเจ้าจะต้องดูแลทั้งร้านค้าที่อาจจะเป็นในสองอาณาจักรที่เหลือในเร็วๆนี้ กับต้องคอยรับ และสั่งการหน่วยงานที่ข้าแต่งตั้งโดยตรง..” ฌอนเริ่มที่จะประกาศออกมา แนนซี่ก็ไม่ได้นึกแปลกใจอะไรมากนักก็แค่ตอบรับไป เพราะยังไงมันก็เป็นงานที่เธอนั้นทำมาโดยตลอด“ส่วนเจ้า กราเซีย และดิออน ต่อไปนี้เจ้าจะมีตำแหน่งผู้บัญชาการ และรองผู้บัญชาการทั้งสี่เหล่าทัพ โดยที่เจ้าสามารถแต่งตั้งใครที่มีความสามารถตามแบบยศที่ได้คุยกันเมื่อครู่นี้..” ฌอนได้ให้กราเซียขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพคุมทหารทั้งหมดของอาณาจักร พวกเขาได้วางโครงสร้างมาเป็นอย่างดี รวมถึงฐานเงินเดือนอีกด้วย“ส่วนเจ้าทีโอดอลนั้นให้มีตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คอยจัดตั้งการบริหารทั้งสามอาณาจักรให้ดี อย่าให้เกิดความผิดพลาดใดๆ ... และก็เริ่มแผนการที่ข้าเสนอไปเมื่อสักครู่ได้แล้ว เริ่มมันพร้อมกันทั้งสี่ทิศนั่นแหละ” ทีโอดอลก้มหัวให้ และได้รับปากว่าจะจัดการตามโครงสร้างภายในการบริหาร และเริ่มดำเนินการสร้างสิ่งที่เรียกว่า ‘ทางรถไฟ’ ทันที“ส่วนเจ้า น้องพี่.. เจ้าเองก็มีงานที่จะต้องทำเหมือนกันนะ...แต่เอาไว้พี่ไปบอกเจ้าตามลำพังก็แล้วกัน...หากมีปัญหาใดๆ เจ้าสามารถขอความช่วยเหลือจากท่านสามคนได้ในทันที และพวกเขาก็ได้แยกย้ายกันไปพักผ่อน เหลือทิ้งไว้เพียงแค่เฟียร์ และก็ฌอนตามลำพังในห้องที่ใหญ่โต...