“ไม่เป็ไรค่ะ ถ้าคุณเกียร์เหนื่อยจริงๆ และจะจองห้องให้มัทจริงๆ ก็ไม่มีปัญหาค่ะ แต่มัทไม่มีเสื้อผ้ามาเลยนะคะ”
เมื่อเห็นเขาจริงจังและจริงใจขนาดนี้ ก็ไม่กล้าเื่มาก แม้จะหวาดหวั่นอยู่บ้าง แต่ลึกๆ แล้ว ก็เชื่อในความเป็สุภาพบุรุษของเขาอยู่นั่นเอง อีกอย่างคนระดับเขา จะหาผู้หญิงสวยๆ มาอยู่ด้วยคืนนี้สักสิบยังได้ ไม่จำเป็ต้องสร้างเื่ให้เมื่อยด้วยซ้ำ
“ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวผมจะพาไปซื้อ แล้วเราก็ไปเช็กอินกัน จากนั้นผมจะพาลงมากินซีฟู้ดแสนอร่อยเองครับ ตกลงนะครับ”
“ค่ะ”
“ขอบคุณมัทนะครับที่เชื่อใจผม ไว้ใจผม สัญญาว่าผมจะไม่ทำอะไรให้มัทเสียหายเด็ดขาดครับ”
“ค่ะ”
“งั้นเราไปหาซื้อเสื้อผ้ากันครับ”
“ค่ะ”
แล้วเขาก็พาเข้าห้างสรรพสินค้าใกล้สุด และไม่เพียงแต่เสื้อผ้าของเธอเท่านั้นที่ต้องซื้อ เขาเองก็ต้องซื้อด้วย เพราะไม่ได้เตรียมมา ทำให้มัทรีรู้ว่า เขาไม่ได้มีแผนจะให้เป็แบบนี้ใดๆ ทั้งสิ้น เลยสบายใจหายห่วง พอได้ทุกอย่างครบแล้ว เขาก็โทรหาคนจัดงาน เพื่อจะเข้าเช็กอินทันที
“คุณเกียร์คะ ห้องติดกันเต็มหมดแล้วค่ะ ชั้นอื่นก็ไม่มีห้องว่างติดกันเลยค่ะ มีแต่ว่างสลับกับไม่ว่างค่ะ”
หญิงอายุราวสี่สิบปลายๆ เดินมาบอกด้วยท่าทีเป็กังวลไม่น้อย ส่วนจักรภัทรนั้นกลับกังวลมากกว่า เพราะไม่อยากได้ห้องที่ห่างกันนัก มัทรีเองก็กลัวเพราะไม่เคยมาพักโรงแรมคนเดียวสักครั้ง
“แต่ผู้จัดการบอกว่ามีห้องสวีท เป็ห้องคู่ว่างอยู่ค่ะ ไม่ทราบคุณเกียร์จะจองมั้ยคะ” คนบอกยังคงกังวลน้อยๆ แต่ไม่ใช่เื่ห้องแล้ว เป็ค่าห้องแทน เพราะราคาจะแตกต่างจากห้องธรรมดาที่ตั้งงบไว้มาก
“ได้ครับ เดี๋ยวผมรับผิดชอบส่วนเกินเองครับ”
จักรภัทรรู้ดีว่าคนตรงหน้ากังวนเื่ใด เลยทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น จากนั้นก็หันไปหาคนข้างๆ ที่เขาแนะนำว่าเป็เลขาให้ตามมาช่วยงานั้แ่ตอนเจอหน้ากันใหม่ๆ แล้ว
“มัทโอเคมั้ยครับ หรือจะไปดูห้องก่อน ถ้ายังไงค่อยเปลี่ยนก็ได้ครับ”
“ค่ะ”
แม้ไม่รู้ว่าห้องจะเป็ยังไง แต่เห็นทุกคนเดือดร้อนกันขนาดนี้ มัทรีก็ไม่คิดจะเื่มาก จากนั้นผู้จัดการรวมทั้งหญิงสาวคนจัดงานก็ขึ้นไปดูห้องด้วยกัน ปรากฏว่าเป็ห้องใหญ่โตโอ่โถง มีห้องนอนสอง ห้องนั่งเล่นอีกต่างหาก แถมด้วยเครื่องครัวครบชุด ทุกอย่างเลยลงตัว
“ไม่ทราบคุณเกียร์กับคุณมัท จะลงไปร่วมงานเลี้ยงเปิดอบรมกับเรามั้ยคะ แอนจะได้บอกทางผู้ใหญ่ไว้ค่ะ ท่านคงดีใจนะคะ เห็นบ่นั้แ่เช้าแล้วว่าอยากให้คุณเกียร์มาั้แ่วันนี้ค่ะ จะได้คุยธุระเื่อื่นด้วย”
“อืม! ไปก็ได้ครับ พอดีผมไม่ได้เตรียมเสื้อผ้าเป็ทางการมาหลายชุด มีแค่ใส่พรุ่งนี้เท่านั้น ที่เหลือก็เป็ชุดใส่เล่นมากกว่า”
“อุ๊ย! งานเราก็ให้แต่งแบบสบายๆ ค่ะ งั้นเจอกันข้างล่างนะคะ งานเริ่มทุ่มหนึ่ง เดี๋ยวแอนขอไปดูแลวิทยากรท่านอื่นต่อก่อนค่ะ”
“ครับ”
จักรภัทรเดินตามไปส่งแล้วปิดประตูอย่างแ่เบา ก่อนจะหันมาหาอีกสาวในห้อง แล้วส่งสีหน้าของคนรู้สึกผิดให้ เพราะแผนที่วางไว้ว่าจะไปกินบุฟเฟต์อาหารทะเลต้องเปลี่ยนอีกแล้ว
“โปรแกรใหม่นี้ มัทโอเคใช่มั้ยครับ”
“คุณเกียร์ไปคนเดียวดีกว่ามั้ยคะ มัทเข้านอนเลยก็ได้ค่ะ ปกติก็ไม่ค่อยกินข้าวเย็นอยู่แล้ว”
“ไม่ดีหรอกครับ เราอุตส่าห์นั่งรถมาตั้งไกล ลงไปด้วยกันนั่นล่ะครับ เป็เลขาจะต้องตามเ้านายไปทุกที่ จำได้มั้ยครับ”
เขาเย้าด้วยสีหน้าสดใส ส่วนคนเพิ่งได้ตำแหน่งเพิ่มมา ก็ไม่อยากมากเื่ให้เขารำคาญนัก แต่ก็ยังเป็กังวลในเื่ชุดอยู่
“ก็ได้ค่ะ แต่ชุดของมัทจะเข้ากับงานเหรอคะ”
มือก็คว้าเอาเดรสผ้ายืดสีเทาจั๊มเอว ขึ้นมาทาบกับตัวให้เขาดู เพราะซื้อมาใส่เล่น ไม่ได้คิดจะออกงาน แม้ราคากับตรายี่ห้อจะดี แต่ยังไงก็ไม่เหมาะกับไปงานใหญ่
“ผมว่าเข้าได้สบายมากครับ ผมเองก็ใช่ว่าจะมีชุดสำหรับงานเป็ทางการที่ไหนครับ ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมว่ามัทเข้าห้องไปเตรียมตัวดีกว่า”
คนเป็เ้านายเอ่ยบอกเสียงนุ่ม สีหน้านั้นก็ยิ้มบางๆ อย่างไร้กังวลใดๆ ในเื่ชุด และนั่นทำให้คนเพิ่งได้ตำแหน่งใหม่เบาใจไปด้วยไม่น้อย เลยรีบรับคำ
“ค่ะ”
แล้วรีบเข้าห้องอาบน้ำ ไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำก็ออกมาใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้ว แต่งหน้าก็ด้วยเครื่องสำอางที่มีในเป้ คือแป้งพับ ที่ปัดแก้ม อายแชโดว์ ลิปสติก ที่ดัดขนตากับมาสคาร่าเท่านั้น
เพราะชุดใหญ่เวลาใช้แต่งออกงานจะอยู่บ้าน ไม่เคยพกติดตัวมา เลยต้องดัดแปลงใช้อันหนึ่งแทนอันหนึ่งไป ส่วนผมยาวนั้นก็ทำอะไรได้ไม่มาก นอกจากจับมัดแล้วตลบปลายผมเข้าไปด้านในรอบหนึ่ง ม้วนปลายเข้าไปอีกรอบ แล้วเก็บด้วยกิ๊บดำอันเล็กที่มีติดเป็ไว้ในกระเป๋า
พอคิดขึ้นได้ว่านอกห้องมีแจกันดอกไม้อยู่ เลยเดินออกไปเด็ดเอายิปโซสามสี่ก้าน ใช้หนังยางมัดให้เป็ช่อเล็กๆ แล้วเหน็บไปตรงกลางเพื่อปิดรอยแยกของผมเท่านั้น
วันนี้ดีหน่อยใส่รองเท้าส้นเรียบสีครีม เลยพอไปได้กับชุดสีเทา ส่วนกระเป๋าเครื่องสำอางทรงเปลือกหอยสีชมพู ก็ถูกเทออก แล้วเลือกเอาแค่แป้งพับ กระดาษซับมัน กับมือถือใส่เข้าไป เป็อันเสร็จกระบวนการออกงานแบบไม่ได้ตั้งตัวแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าจะถูกใจคนอยู่อีกห้องมากน้อยแค่ไหน
“เสร็จแล้วเหรอครับ”
พอเปิดประตูออกไป ก็เห็นว่าเขาเพิ่งเดินออกจากห้องแล้วจ้องมองมาหา ด้วยสายตาที่มัทรีประเมินไม่ได้ ว่าพอใจหรืออยากตำหนิ จนต้องก้มมองตัวเองอีกครั้ง เพราะกลัวจะไม่เข้าตา จนเขาอยากถอนคำพูดที่จะพาเข้างาน
“สวยแล้วครับมัท งั้นเราไปกันนะครับ”
เห็นเขายิ้มแล้วผายมือให้ ค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย ส่วนคำชมนั้น ขอเก็บเอาไว้ก่อน เพราะยังไม่อยากจะเชื่อ ในเมื่อเขาเป็คนสุภาพออกปานนี้ จะกล้าตำหนิใครให้ใจเสียได้ยังไง
“คุณเกียร์ลงมาพอดีเลย ท่านอธิบดีเพิ่งจะถามถึงค่ะ เชิญทางนี้ค่ะ”
พอไปถึงหน้าห้องจัดงาน สาวใหญ่คนเดิม แต่อยู่ในสภาพสวยเด้งกว่าเดิมก็ตรงเข้ามาหา แล้วเดินนำไปหาผู้ใหญ่สองสามคน นั่งอยู่โต๊ะวีไอพี มัทรีเกิดอาการเกร็งไม่น้อย เพราะไม่ค่อยได้ออกงานใหญ่อย่างนี้
“นี่มัทรีครับ เป็เลขาผม จะมาช่วยเตรียมงานครับ”
และดีใจที่เขาให้เกียรติขนาดนี้ แถมยังเลื่อนเก้าอี้ให้อย่างสุภาพบุรุษอีก เลยรีบไหว้ขอบคุณด้วยท่าทีนอบน้อม พอๆ กับตอนอาหารลงโต๊ะ แล้วเขาเอื้ออาทรตักจานที่อยู่ไกลให้
หญิงสาวก็ไหว้ขอบคุณทุกครั้ง ยังผลให้ผู้ใหญ่รอบโต๊ะมองมาหาด้วยสายตาเอ็นดูยิ่ง อีกเหตุผลที่ทำให้มัทรีถึงกับนั่งตัวเกร็ง นั่นก็คือ มีสายตาของสาวๆ แทบทุกคู่ เมียงมองมาทางนี้ไม่ว่างเว้น
เป้าหมายนั้นคงเป็เขา เพราะหล่อเหลากินขาดผู้คนในงาน แม้จะอยู่ในชุดลำลอง คือกางเกงยีนสีเข้มเพิ่งซื้อมาใหม่พร้อมกัน กับเสื้อเชิ้ตสีเทาตัวที่ใส่ั้แ่เช้าเท่านั้น แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขาดูดีน้อยลงเลยสักนิด
มัทรีเลยเผลอคิดออกไปไกลอีก ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนไหนจะโชคดี ได้เขามาเป็คู่ครอง คงจะมีความสุขไปตลอดชีวิตแน่ ในเมื่อเขาช่างเป็สุภาพบุรุษปานนี้ ฐานะการเงินก็ร่ำรวยปานนี้
ส่วนหน้าตานั้น พระเอกเกาหลีบางคนยังชิดซ้าย จะมีโอกาสบ้างไหมนะ ถ้าคนอย่าง ‘นางสาวมัทรี ทรัพท์สมบูรณ์’ จะได้เป็ผู้หญิงโชคดีคนนั้น ความรู้สึกตอนได้เคียงข้างเขาจะเป็ยังไงกันนะ
‘แค่นี้ก็มาไกลเกินฝันมากแล้วนะมัท เขาไม่เอาผู้หญิงต่ำต้อยกว่า ไปเป็เมียหรือไปเป็แม่ของลูกหรอก อย่างเขาต้องคนระดับเดียวกัน หรือไม่ก็ใกล้เคียงเท่านั้น อย่าฝันให้สูง เดี๋ยวจะตกลงไปเจ็บเปล่าๆ’
หญิงสาวเฝ้าบอกตัวเองในใจ ด้วยประโยคคล้ายๆ กันนี้มานานปี ั้แ่เป็คนที่ไม่เคยอยู่ในสายตาเขา กระทั่งตอนนี้ แม้จะไม่มั่นใจว่าได้อยู่ในสายตาเขาแล้วหรือยัง แต่อย่างน้อยๆ ก็ต่างจากเมื่อก่อนมาก คือได้ใกล้ชิดเขา ชนิดที่เอาไปบอกผองเพื่อนหรือรุ่นพี่ในออฟฟิศ คงมีแต่คนหาว่าบ้าเท่านั้น
ยิ่งถ้าบอกว่าเขาดูแลดี ราวกับเป็คู่ควงแทนที่จะเป็แค่เลขาสมอ้าง ยิ่งไม่มีใครเชื่อ แต่มัทรีไม่คิดจะสนใจ เพราะไม่มีอะไรสำคัญกว่าหัวใจตัวเอง ไม่มีใครรู้ตัวเองก็รู้แค่คนเดียว และเป็สุขที่ได้อยู่ใกล้ๆ เขาก็พอ
“ผมยังไม่ได้เตรียมงานเลย คงต้องขออนุญาตท่านอธิบดีกลับก่อนนะครับ”
มัทรีอดทึ่งในความนอบน้อม แบบจริงใจใช่เสแสร้งของเขาไม่ได้ แม้จะมีฐานะร่ำรวยกว่าคนรอบโต๊ะ แต่ไม่เคยเห็นเขาเบ่งเลยสักครั้ง และขณะที่เขากำลังเลื่อนเก้าอี้ให้ลุกขึ้นอย่างสุภาพบุรุษอยู่นั้น เธอรู้สึกเหมือนมีสายตาของสาวๆ ในงาน จ้องมองมาหาและด้วยความอิจฉาน้อยๆ
‘ยัยมัทบ้า! คิดอะไรเข้าข้างตัวเองไปหมด พอๆๆ หยุดเพ้อได้แล้ว’
จนต้องปรามตัวเอง แล้วเดินคู่กับเขา ไปลาผู้ใหญ่คนอื่นในงาน รวมทั้งสาวสวยผู้มีหน้าที่ดูแลวิทยากรด้วยเช่นกัน
“ยังไม่ได้เตรียมอะไรเลยครับคุณแอน ต้องรีบหน่อย งั้นผมขอตัวนะครับ”
จากนั้นหญิงสาวก็รู้สึกเหมือนมีมือของเขา เอื้อมมาแตะตรงเอวคอดเบาๆ ขณะเขาพาเดินผ่านโต๊ะนั้นโต๊ะนี้ในงานไป และมั่นใจว่า ยังคงมีสายตาของสาวๆ มองมาด้วยความอิจฉาอยู่นั่นเอง รวมทั้งผู้คนในล็อบบี้ และในลิฟต์ด้วย ที่ต่างมองเขาไม่วางตาเช่นกัน
+++++
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น







































