“ยังมาเสแสร้งอยู่อีก รีบส่งโกมลผลึกกุหลาบโลหิตมา”
ทั้งสามไล่ตามมานานจนหมดความอดทน จึงเปิดเผยเป้าหมายของพวกตนอย่างตรงไปตรงมา
ฉู่เหินทำเป็นประหลาดใจ ตอบกลับเสียง ‘สับสน’ ไปว่า “โกมลผลึกกุหลาบโลหิต ข้ามีของดีเช่นนั้นอยู่กับตัวตั้งแต่เมื่อใดกัน? พวกท่านอย่ามาจงใจใส่ร้ายป้ายสีคนบริสุทธิ์เลยจะดีกว่า!”
“ฮึ ในเมื่อเจ้าไม่มีโกมลผลึกกุหลาบโลหิตแล้วจะหนีไปด้วยเหตุอันใด?เห็นได้ชัดว่ามีแต่พวกกินปูนร้อนท้องเท่านั้นที่คิดหนี”ซินเหวินอิสตรีหนึ่งเดียวค่อนแคะ
“เหลวไหล ป่ามีขโมยขโจรตั้งมากมาย พวกเจ้าสามคนจู่ๆก็โผล่มาบอกให้ข้าอยู่นิ่งๆ ข้าก็กลัวสิวะ! ไม่หนีก็แย่แล้ว...”
ฉู่เหินปากบอกว่ากลัวแต่ใบหน้ากลับไร้ซึ่งวี่แววหวาดหวั่น
ซางเจ๋อ หลินไห่ และซินเหวินสามหน่อทั้งหงุดหงิดทั้งโกรธเคือง หลินไห่ผู้ย่างกรายจากทางซ้ายเพ่งสายตาตะคอกเสียงต่ำ “เจ้าฆ่าไอ้โจรหัวโล้นนั่นใช่ไหม!”
“โจรหัวโล้นบ้าอะไร พ่อไม่รู้เรื่อง”
“โต้เถียงกันไปก็เท่านั้น โจรหัวโล้นนั่นถูกคนเอาหอกแทงทะลุคอหอยตายคาที่ส่วนเจ้า...ฮึๆ”
ถูกคนเอาหอกแทงทะลุคอหอย!
ฉู่เหินขมวดคิ้วเล็กน้อยคิดแล้วว่าพวกเขาน่าจะสงสัยตนเพราะหอกพิชิตมารที่แบกไว้นี่เองทั้งสามไม่ใช่คนธรรมดาจริงแท้ ถึงได้มีความสามารถในการตามสืบอย่างเฉียบแหลมเช่นนี้
“เหอะๆ ลำพังแค่ตรงนี้ พวกเจ้าจะเผด็จการกันเกินไปแล้ว! คนใช้หอกบนโลกนี้มีตั้งมากมาย พวกเจ้าเอาอะไรมาสงสัยข้า?”
“หึ ไม่บังเอิญเลยที่พวกเราพบเพียงเจ้าที่ใช้หอกในบริเวณนี้”
ซางเจ๋อหัวเราะเยาะ เขาพอจะแน่ใจแล้วว่าฉู่เหินคือ ‘นกขมิ้น’ ที่ลอบฆ่าเอากลางทางตัวนั้นและสิ่งที่พวกเขาต้องทำต่อจากนี้ย่อมคือการทวงคืนของที่ฉู่เหินลักเอาไปกลับมา
ฟิ้ว!
ซางเจ๋อเคลื่อนไหวเร็วขึ้นทุกขณะจิตพลานุภาพกระบี่ปลดปล่อยจากในร่างไม่หยุดหย่อนกระบี่คมกริบไร้ใดเทียบส่องแสงเรืองรองพราวระยับ
“เจ้าหนีไม่รอดหรอก”
ระยะห่างของทั้งสองฝ่ายลดลงจนเห็นได้ชัด ไม่ทันไรทั้งสามก็อยู่ห่างจากฉู่เหินไม่ถึงสามสิบเมตร
แต่ฉู่เหินผู้ถูกศัตรูไล่ล่ากระชั้นชิดกลับมีสีหน้าสงบมั่นคงดวงตาฉายแววเมินเฉยหลายส่วน
“หากเมื่อครู่เจ้ายอมส่งโกมลผลึกกุหลาบโลหิตมาให้เสียดีๆ พวกเราอาจจะยังยอมไว้ชีวิตเจ้าน่าเสียดายที่ต้องบอกเจ้าว่า เจ้าหมดโอกาสจะอยู่รอดปลอดภัยแล้ว”
น้ำคำคุกคามอย่างเปิดเผยหลุดจากปากซางเจ๋อพลังหยวนแท้เข้มข้นไต่ตัวกระบี่เร็วรี่
อากาศธาตุบังเกิดเสียงสั่นสะเทือนของคลื่นปราณ
“พ่อกลัวฉิบหายเลยว่ะ...ในเมื่อพวกแกหลงตัวเองดีนักพ่อก็จะสั่งสอนให้รู้ไว้ว่า ‘จงใจปล่อยตัวตัดหัวเมื่อทีเผลอ’ มันเป็นเช่นไร”มุมปากฉู่เหินยกเป็นยิ้มชั่วร้าย สิ้นคำ เขาหยุดฝีเท้าฉับพลันหันกลับมาจู่โจมศัตรู พุ่งปรี่ไปทางซางเจ๋อ
อะไร?
ทั้งสามไม่ทันตั้งตัวกับการกระทำอันรวดเร็วของฉู่เหิน
โดยเฉพาะซางเจ๋อที่ระยะห่างกับฉู่เหินลดลงเหลือเพียงไม่กี่เมตรในบัดดลซางเจ๋อไม่ทันได้บุก หอกทะมึนทรงพลานุภาพก็ฉีกกระชากอากาศธาตุ จู่โจมถาโถมเข้าหา
ตึง
พลังหยวนแท้สาดซัดอบอวลทั่วตัวหอกอย่างว่องไวหอกพิชิตมารกลืนกินแสงทองอร่ามตารังสีพลานุภาพแกร่งกร้าวเหมือนงูพิษออกจากรูในพริบตา เปลวปราณอันน่าพรั่นพรึงสำแดงพลังสังหารชนิดผลาญล้างเต็มที่
ซางเจ๋อหน้าเปลี่ยนสีในทันใด นัยน์ตาเล็กหรี่สะท้อนภาพคมหอกเรืองแสงเยือกหนาว
กลิ่นอายอันตรายเข้าครอบงำจิตใจ
ชั่วเวลาเร่งรีบ ซางเจ๋อตั้งกระบี่เป็นแนวขวางไว้ตรงหน้าอกใช้ตัวกระบี่เป็นเกราะกำบัง ต้านทานการโจมตีครานี้ของอีกฝ่าย
ตู้ม!
ซางเจ๋อกับฉู่เหินปะทะกันกลางอากาศ คมหอกของหอกพิชิตมารแทงเข้าที่ใจกลางตัวกระบี่เล่มงามเข้าอย่างจังพลังอันรุนแรงกระแทกกระทั้นยิ่งกว่าน้ำหลากยามเขื่อนแตกซางเจ๋อรู้สึกได้ถึงแขนที่ชาดิก กระบี่ที่ส่องแสงระยิบระยับหม่นหมองสิ้นราศีในทันที
เคร้ง!
สิ้นเสียงอันก้องกังวาน อากาศธาตุก็เต็มไปด้วยประกายไฟกระบี่ในมือซางเจ๋อหักสะบั้นลงตามเสียง
“ซางเจ๋อ!”
“ซางเจ๋อ!”
หลินไห่กับซินเหวินอีกสองฝั่งที่เหลือตกใจจนหน้าถอดสี เบิกตากว้างสีหน้าตะลึงงัน เป็นครั้งแรกที่มีผู้ทำลายกระบี่ซางเจ๋อจนหักได้ มิหนำซ้ำยังทำได้ในท่วงท่าเดียว
ตูม ปึง
วินาทีที่กระบี่หัก พลังหยวนแท้อันบ้าคลั่งและโกรธเกรี้ยวก็สั่นสะเทือนมาจนถึงเบื้องหน้าซางเจ๋อ
พลังโจมตีอันป่าเถื่อนแข็งกร้าวดุจหินยักษ์ถล่มทับ ซางเจ๋อตัวสั่นรุนแรงครั้งหนึ่งเสื้อผ้าที่ตรงอกถูกถล่มป่นปี้ ชั่วขณะที่ลอยละลิ่วปลิวไปก็กระอักเลือดสดอึกโตออกมาจากปากด้วย
“ซางเจ๋อ...”
เห็นซางเจ๋อที่หล่นกระแทกอย่างหนักหน่วงตะเกียกตะกายไม่ไหวแล้วซินเหวินก็ทั้งตกใจทั้งโกรธเคือง นางไม่พูดพร่ำทำเพลง ชูกระบี่ปรี่เข้าหาฉู่เหิน“ข้าจะฆ่าแกเสีย!”
“ฮึ แม่นางน้อยเยี่ยงเจ้าน่ะหรือ?”
ฉู่เหินยกเป็นรอยยิ้มสนุกสนาน ชั่ววินาทีนั้นพลังหยวนแท้โหมกระหน่ำราวเกลียวคลื่นระเบิดล่องลอยจากในร่างประกายแสงสีทองไร้ที่สิ้นรวมตัวยังฝ่ามือซ้าย พลังหยวนแท้ชัดเจนเห็นได้ชัดเคลื่อนไหวบนฝ่ารวดเร็วดั่งคลื่นปราณเป็นวังวนก้นหอย
“ซินเหวิน หลบเร็ว!”หลินไห่ผู้เข้ามาช่วยไม่ทันตะโกนเสียงเฉียบ
กระนั้น หลินไห่กลับเตือนนางช้าไปก้าวหนึ่ง
“ฝ่ามือน้ำตกทลายภูผา!”
ตูม!
พลังฝ่ามืออันไพศาลแกร่งกร้าวและดุร้ายสาดเทไปยังซินเหวินพลังหยวนแท้บ้าคลั่งหาใดเปรียบแปรเป็นคลื่นกระแทกกว้างใหญ่ กิ่งไม้ใบหญ้าและกรวดทรายบนพื้นเหมือนถูกลมสารทฤดูหอบเอาไปจนเกลี้ยงกระทั่งหน้าดินยังถูกถางไปเป็นชั้นหนาเตอะ
สลาตันคลั่งอหังการ ดินทรายลอยล่องทั่วแห่งหน!
ฝ่ามือน้ำตกทลายภูผาเป็นวิชากระบวนยุทธ์ระดับขั้นเชื่อมหยวนฉู่เหินผู้พลังลมปราณเข้าระดับเชื่อมหยวนขั้นสองแล้วย่อมจะสำแดงพลังประหัตประหารของมันได้เต็มร้อย
แสนยานุภาพพลังของมันจึงแกร่งกล้ากว่าก่อนหน้านี้ไม่รู้กี่เท่าตัว
“อ๊าก”
ซินเหวินถูกพลังฝ่ามือแกร่งจนกรีดร้องแตกตื่นนางกระเด็นกระดอนไปตามแรงกระแทกจากนั้นก็นอนแน่นิ่งไม่ขยับเขยื้อนเหมือนเช่นซางเจ๋อ
...
“ไอ้ระยำ รนหาที่!” ทันใดนั้นเองที่หลินไห่วาดแรงฝ่ามือบุกจู่โจมมา
ฉู่เหินเพ่งสายตา แสงคมแรงกล้าวาวโรจน์ที่นัยน์ตากระแสอากาศปั่นป่วนอลหม่านแสงสีดำเข้มข้นประหลาดร้ายไต่ขึ้นสองแขนของฉู่เหินอย่างรวดเร็ว
ฉู่เหินกำหอกพิชิตมารมั่น ตั้งหอกเป็นแนวขวางตั้งรับการบุกโจมตีของหลินไห่
ปึ้ง!
พลังฝ่ามือของหลินไห่ตบเข้าใส่ตัวหอกพิชิตมารอย่างหนักหน่วงคลื่นอากาศแตกซ่านกระเพื่อมไหว แผ่นดินใต้เท้าคนทั้งสองแยกออกเป็นรอยแตกลุกลาม...
เท่าที่หลินไห่คาดการณ์ไว้ มาตรแม้นฝ่ามือนี้จะไม่ถึงตัวฉู่เหิน แต่ก็มากพอให้อีกฝ่ายบาดเจ็บได้
ทว่าเรื่องจริงกลับหาเป็นเช่นนั้นไม่ ฉู่เหินยังคงยืนอยู่ที่เดิมสองเท้าติดพื้นเหมือนเช่นรากแก้วของพฤกษา ไม่ได้ถอยหลังเลยแม้แต่ก้าวเดียว
“เจ้า...” หลินไห่ถลึงตาขุ่นเคือง ขมวดคิ้วมุ่นอย่างอึมครึม
ฝ่ายซางเจ๋อและซินเหวินที่นอนพังพาบลุกไม่ขึ้นต่างตกใจเป็นอันมากพวกเขานึกไม่ถึงเลยว่าฉู่เหินที่พวกตนไล่ตามมานานจะมีพลังน่าสะพรึงกลัวเฉกเช่นนี้
กร๊าซ
ไม่ทันให้หลินไห่ได้เปลี่ยนแนวทางการโจมตีเสียงร้องของมังกรอันทุ้มต่ำก็ลอยออกจากกายยของฉู่เหิน
หลินไห่หรี่นัยน์ตาลงอย่างอดไม่ได้ วินาทีต่อมาภาพมังกรสีทองมายาก็พุ่งออกมาจากแขนของฉู่เหินร่างมังกรยาวหนึ่งเมตรนั้นดูช่างงดงามเหลือร้ายเปี่ยมด้วยชีวิต มันโผทะยานร่ายรำจู่โจมเข้าที่อกของหลินไห่อย่างรุนแรง
ตูม!
พลังจู่โจมอันน่าพรั่นพรึงดลอากาศธาตุให้สั่นสนั่นไหวแสงรัศมีวงแล้ววงเล่าบานสะพรั่งประดุจขนนกสีทองอำไพ
“หลินไห่...” ท่ามกลางเสียงอุทานแตกตื่นของอีกสองคนหลินไห่ล้มจ้ำเบ้าไปกับพื้น เลือดสดแดงฉานเอ่อล้นจากปากไม่หยุดยั้ง
ชั่วขณะนั้น สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่คาดคิด
ประมาทเกินไปคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ทั้งสามพ่ายแพ้ยับเยิน
ฉู่เหินออมแรงให้พวกเขาได้เห็นมาตั้งแต่แรกเมื่อบุรุษหนุ่มระเบิดพลังอันแกร่งกล้าออกมาพวกตนจึงไม่เหลือโอกาสจะตั้งแนวรับด้วยซ้ำไป
“บอกแล้วว่าอย่าตามข้ามา คราวนี้สนุกเลยไหมเล่า?” ฉู่เหินยิ้มสนุกสนานแสนเหลาะแหละสาวเท้าอาดๆ ไปหาซางเจ๋อ เอื้อนเอ่ยไม่แยแส “เมื่อครู่แกสามหาวที่สุดแท้ๆยามนี้กลับไม่กล้าปริปากพูดหรือ?”
“แก...” ซางเจ๋อกำหมัด กัดฟันกรอด หน้าตาดุร้าย
“อะไรนะ? แกมีปัญหาหรือไร?”
ฉู่เหินถีบท้องอีกฝ่ายไปทีหนึ่ง ซางเจ๋อถูกถีบกระเด็นออกไปเกิดเป็นรอยลากยาวหลายเมตรบนพื้นกว่าจะหยุดลงได้ความเจ็บปวดรวดร้าวรุมเร้าจนน้ำลายฟูมปาก
หลินไห่และซินเหวินหน้าเปลี่ยนสีไปตามๆ กัน
“หยุดนะ!” ซินเหวินตะคอกเสียงเย็น“ถ้าแกกล้าทำมิดีมิร้ายพวกเรา แกจะไม่ได้ตายดีแน่”
“เหอะๆ ไม่ได้ตายดีเยี่ยงไรหรือ?” ฉู่เหินถามเสียงเย็น
“ฮึ พี่ชายข้าคือเสิ่นอวิ๋นซีแห่งสำนักแรดวิญญาณแกกล้าแตะต้องพวกเราแม้แต่ปลายนิ้วก็ลองดูสิ...”
เสิ่นอวิ๋นซี?
ฉู่เหินชะงัก ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย!
แน่นอนว่าไม่แปลกอะไร เขาเพิ่งเข้านครมาไม่ถึงสองเดือนจะรู้จักใครสักกี่คนกันเชียว?
พอเห็นสีหน้าฉู่เหินแล้ว ซินเหวินก็หลงนึกว่าตนขู่สำเร็จจึงหัวเราะเยาะอย่างได้ใจเต็มเปี่ยม “ฮึ กลัวล่ะสิ! หากแกสำเหนียกแล้วก็รีบขอขมาขอโทษพวกเราอย่างเคารพนบนอบเสียส่งโกมลผลึกกุหลาบโลหิตมาให้ด้วยสองมือแล้วพวกข้าจะลองพิจารณาดูว่าจะปล่อยให้แกรอดชีวิตดีหรือไม่”
“ฮะๆ ข้ากลัวจะแย่อยู่แล้ว กลัวจนข้าคิดได้เพียงอย่างเดียวคือกุดหัวพวกแกทั้งสามคนเสีย สับจนละเอียดแล้วค่อยโยนให้รังสัตว์ปีศาจแค่นี้อย่าว่าแต่พี่ใหญ่หรือพี่รอง ต่อให้เป็นบิดามารดาพวกแกก็จำลูกตัวเองไม่ได้”
“แก?”
เพียงได้ยินดังนั้น ทั้งสามก็หัวใจกระตุกวูบโดยเฉพาะซินเหวินที่กลัวจนหน้าซีดเซียว
เดิมนึกว่าจะขู่ฉู่เหินได้ ไม่นึกเลยว่ากลับตรงกันข้ามทำพวกตัวเองตกอยู่ในอันตรายเข้าเสียแล้ว
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาไม่จำเป็นที่อาจเกิดขึ้นในภายหลังฉู่เหินแค่ฆ่าพวกเขาทิ้งก็จบ อย่างไรเสียที่นี่ก็คือเทือกเขาไร้กระดูกสัตว์ปีศาจมีตั้งมากมาย ถือเสียว่าตายในปากสัตว์ปีศาจสักตัวใครหน้าไหนจะล่วงรู้ความจริงได้
เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าฉู่เหินแล้ว ทั้งสามก็ใจหายวาบ
.......................................