ตอนที่ 171 วินสันใจเต้นอีกครั้ง
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
หลังจากที่วินสันเข้าไปชงกาแฟแล้วพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานอยู่หนึ่ง เขาก็กลับโต๊ะทำงานมากับกาแฟแก้วใหญ่
“เอาล่ะ วันนี้ก็ขอให้ฉันเจอผลงานดีๆ ด้วยเถอะ” วินสันกล่าวกับตนเอง
เนื่องจากมหาทวีปหรือดินแดนเวทมนตร์นั้นเป็นผู้ที่อพยพออกมาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาจึงไม่เชื่อในพระเจ้าหรือไม่นับถือศาสนาใด แม้จะมีบางกลุ่มที่ยังนับถือศาสนาเดิม แต่พวกเขาก็ไม่ได้กีดกั้นหรือนำมาเป็นปัญหาแต่อย่างใด
วินสันหยิบซองเอกสารแรกออกมาอ่าน เขาเริ่มทำงานในเช้านี้
แต่ทันทีที่เขาได้อ่านเอกสารฉบับนี้จบเขาก็ส่ายหน้าแล้ววางมันลงตระกร้าข้างๆ ก่อนจะหยิบเอกสารซองถัดไปขึ้นมาแกะอ่าน
เอกสารซองนี้หนามาก มันน่าจะมีมากกว่าร้อยหน้าแล้วด้วยซ้ำ
วินสันที่อ่านหัวข้อของรายงานก็ส่ายศีรษะไปมาเช่นกัน
“หัวข้อแบบนี้จะดึงดูดความสนใจได้ยังไงกัน แล้วข้อมูลเยอะแบบนี้จะหาศาสตราจารย์ท่านไหนมาพิชยพิจารณ์ได้เนี้ย”
หลังจากที่อ่านเนื้อหาข้างในได้ครู่หนึ่งเขาโยนก็เอกสารฉบับนี้ลงไปอีกตระกร้าหนึ่ง
แม้เขาจะเป็นบรรณาธิการณ์นิตยสาร แต่เขาก็ไม่ได้มีความรู้ที่ครอบจักรวาล หน้าที่ของเขาคือการคัดกรองหัวข้อธีสิสที่น่าสนใจเพื่อนำไปตีพิมพ์เท่านั้น
ต่อให้งานบางงานจะมีความถูกต้องสมบูรณ์มากแค่ไหน แต่ถ้าเป็นสิ่งที่ไม่น่าสนใจ มันก็จะไม่ได้รับการตีพิมพ์ อย่างมากสุดก็แค่ให้ศาสตราจารย์บางคนทำพิชยพิจารณ์เพื่อตีเป็นมูลค่าแต้มวิชาการเท่านั้น
นิตยสารคือสื่อที่เผยแพร่ความน่าสนใจให้กับผู้คน ถ้ามันไม่น่าสนใจมันก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะตีพิมพ์
งานของวินสันจึงเป็นงานที่จะต้องใช้วิจารณญาณสูง
กองซองเอกสารของเขายังคงมีเป็นตั้งๆ เขาต้องตรวจมันให้เสร็จภายในช่วงเช้านี้เพราะตอนบ่าย บรรณาธิการอย่างเขาจะต้องไปทำอะไรต่ออีก งานของเขาไม่ได้นั่งแต่ที่โต๊ะเพียงอย่างเดียว
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เพื่อนๆ บรรณาธิการของเขาก็เริ่มเข้ามาทำงานกัน
ทั้งหมดพูดคุยกันเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำงานของตนเองไป
วินสันหยิบซองเอกสารหนาๆ มาอ่านซองแล้วซองเล่า แต่เขาก็ยังไม่พบหัวข้อธีสิสที่น่าสนใจ
จนกระทั่งเขาหยิบซองเอกสารหนาๆ ซองหนึ่งขึ้นมาโดยที่ไม่ได้สนใจชื่อที่ผู้ส่งที่จ่าน่าซอง ความจริงเขาอยากจะได้รับธีสิสของนักวิชาการน้อยพริสตันคนนั้น ซึ่งตอนนั้นโอกาสได้ตกเป็นของเลล่า นั่นทำให้เขารู้สึกอิจฉา
แต่ตอนนี้เองเมื่อเขาได้แกะซองเอกสารหนาๆ นั้นออกมา เขาก็พบว่าข้างในนั้นมีเอกสารถึงสิบฉบับด้วยกัน
“นี่ใครกำลังเล่นตลกกับฉันเนี้ย” วินสันอดที่จะบ่นพึมพำออกมาไม่ได้
อย่างที่รู้กันว่าการที่จะเขียนธีสิสออกมาแต่ละฉบับนั้นยากเย็นเพียงใด ไม่มีทางที่นักวิชาการคนหนึ่งจะส่งผลงานที่มีนับสิบมาในคราเดียว
ก่อนหน้านี้นายน้อยพริสตันคนนั้นเคยส่งธีสิสสี่ฉบับมาพร้อมกันก็ว่าน่าตื่นตะลึงพอแล้ว วินสันไม่คิดว่าจะมีใครทำแบบนั้นอีก
แต่เมื่อเขาได้อ่านชื่อผู้เขียน
“เมอร์ลิน พริสตัน!”
ดวงตาของวินสันเบิกกว้างขึ้น มองรายงานนับสิบอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“ครั้งก่อนเขาส่งธีสิสมาถึงสี่เล่ม แต่ตอนนี้เขาส่งพวกมันมาถึงสิบเล่มเลยหรอ?”
วินสันตรวจดูธีสิสนับสิบเล่มในมือ แล้วเขาก็พบว่าทั้งหมดมีรายชื่อของเมอร์ลิน พริสตันเป็นผู้เขียนทั้งสิ้น
“บ้าไปแล้ว” เขาอุทานออกมาแล้วรีบอ่านรายงานฉบับหนึ่งในมือทันที
“การย่อสูตรเวทธาตุไฟ? ไม่ใช่ว่าเขาพึ่งส่งมันมาไม่นานนี้หรอกหรอ?”
วินสันไม่ลังเลที่จะเปิดอ่านมันดู แล้วเขาก็พบว่าภายในเนื้อหานั้นมีการอ้างอิงสูตรเวทธาตุไฟที่ตีพิมพ์ไปฉบับก่อนหน้านี้ และสูตรเวทที่อีกฝ่ายเขียนอีกมาในตอนนี้ก็ดีกว่าสูตรเวทธาตุไฟก่อนหน้านี้
“นี่มันอะไรกัน ...” เขาเอ่ยพึมพำออกมา
ก่อนจะเปิดดูเอกสารเล่มอื่นๆ แล้วเขาก็พบว่าธีสิสต่อจากนั้นคือการย่อสูตรเวทธาตุดิน ธาตุน้ำ และธาตุลม
“เขาปรับปรุงมันทั้งสี่ธาตุ การย่อสูตรเวทพวกนี้แน่นอนว่าเป้าหมายคือการใช้พลังงานเวทที่น้อยกว่าเดิม พวกนักประดิษฐ์จะต้องบ้าคลั่งแน่”
แต่เมื่อวินสันเปิดไปดูหัวข้อรายงานเล่มถัดไป ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างและอ้าปากค้าง
“นะ ... นี่มัน!”
เขาเปิดดูรายงานที่เหลือก็พบว่าทั้งหกเล่มนั้นคือการปรับปรุงสูตรเวทแรงโน้มถ่วงทั้งหมด ซึ่งทั้งหกเล็งเห็นคุณสมบัติในการนำไปใช้ประโยชน์ที่ต่างกัน
แม้ว่ามันจะดูเหมือนเป็นหัวข้อเดียวกัน แต่ประโยชน์ของมันกลับต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง
พวกนักประดิษฐ์สามารถเลือกสรรพวกมันนำไปใช้กับผลงานของตนเองได้ ซึ่งมันจะส่งผลกระทบต่ออุสาหกรรมการผลิตยานพาหนะเวท!
“นี่เป็นเรื่องใหญ่ ฉันต้องนำเรื่องนี้ไปให้หัวหน้าดูเดี๋ยวนี้”
ว่าแล้ววินสันก็รีบหอบรายงานทั้งสิบเล่มไปห้องหัวหน้าบรรณาธิการทันที
เพื่อนร่วมงานของเขาต่างมองภาพนี้อย่างมึนงง
“นั่นวินสันเป็นอะไรของเขา”
“ฉันก็ไม่รู้”
“เขาหอบรายงานพวกนั้นไปที่ห้องหัวหน้า ดูเหมือนว่าเขาจะพบอะไรดีๆ เข้าแล้ว”
“มันเป็นรายงานหัวข้ออะไรกัน? ทำไมเขาต้องตื่นเต้นขนาดนี้?”
“เดี๋ยวเขาออกมาพวกเราก็รู้เอง”
เหล่าเพื่อนร่วมงานต่างพูดคุยกันในหัวข้อนี้อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่พวกเขาจะหมดความสนใจแล้วหันไปกลับทำงานของพวกเขาตามเดิม
“วินสันคุณเยี่ยมมาก!”
แต่แล้วความสนใจของเหล่าเพื่อนร่วมงานก็กลับมาอีกครั้งเมื่อพวกเขาได้ยินเสียงของหัวหน้าที่ตะโกนดังออกมา
น้ำเสียงที่ดีใจเป็นอย่างมากนั้นต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ
หัวข้อการพูดคุยถึงวินสันจึงกลับมาอีกครั้ง
ขณะเดียวกันภายในห้องทำงานของมอร์แกน หัวหน้าบรรณาธิการณ์ นิตยสารเวทมนตร์ออโรร่า
ใบหน้าของทั้งสองค้นต่างเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“เป็นเจ้าหนูนี่อีกแล้ว ครั้งนี้เขาทำให้ฉันตกใจมากกว่าเดิมเสียอีก ต้องรู้ไว้ว่าอุสาหกรรมยานพาหนะนั้นแข่งขันกันอย่างรุนแรง ครั้งที่แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมโคมไฟพึ่งกระเพื่อมออกไปอย่างไม่สุดทาง ตอนนี้ก็มีงานใหม่เข้ามาแล้ว หากได้ตีพิมพ์ธีสิสพวกนี้ นิตยสารของพวกเราจะต้องมีชื่อเสียงในระดับมหาทวีปได้อย่างแน่นอน” มอร์แกนกล่าวด้วยสีหน้าที่แช่มชื่น
“แล้วพวกเราจะจัดการยังไงกับรายงานทั้งสิบเล่มพวกนี้ดีครับ?” วินสันกล่าวอย่างตื่นเต้น
“อย่างแรกต้องส่งรายงานพวกนี้ให้ศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยออโรร่าทำพิชญพิจารณ์เสียก่อน หลังจากนั้นพวกเราจะตีพิมพ์พวกมันทั้งหมดลงในนิตยสารเดือนนี้ รวมถึงขึ้นปกทำหัวข้อที่โดดเด่นที่สุดด้วย”
“ตีพิมพ์พวกมันทั้งสิบเล่มเลยหรอครับ?”
“ใช่ พวกเราจะตีพิมพ์พวกมันทั้งหมด!”