ท่ามกลางเศษซากของหุบเขาาที่พังทลายลงสู่ความว่างเปล่า ร่างของ สิงหราช บัดนี้ไม่ได้ดูเหมือนมนุษย์อีกต่อไป เขาตระหง่านอยู่กลางห้วงมิติที่บิดเบี้ยว ปีกอสูรขนาดั์ที่งอกออกมาจากกลางหลังไม่ได้ทำจากขนนก แต่ทำจากผลึกอาถรรพ์สีนิลนับหมื่นชิ้นที่เรียงตัวกันดุจใบดาบสังหาร ทุกครั้งที่เขาสูดลมหายใจ กระแสพลังงานในจักรวาลจะถูกม้วนตัวเข้าหาเขาดุจหลุมดำที่หิวโหย ิัทั่วร่างที่เคยเป็สีทองแดงบัดนี้ถูกเคลือบด้วยเกล็ดอสูรบางเฉียบที่สะท้อนแสงสีม่วงแดง ดูน่าเกรงขามและสยดสยองเกินกว่าที่สิ่งมีชีวิตใดจะกล้าจ้องมองตรงๆ
"ความรู้สึกนี้..." สิงหราชพึมพำ น้ำเสียงของเขาทุ้มลึกและมีพลังอำนาจจนอากาศรอบข้างสั่นเป็ระลอกคลื่น "มันไม่ใช่แค่พลัง... แต่คือการมองเห็นทุกสรรพสิ่งเป็เพียงเศษธุลีในกำมือ"
เขากำหมัดซ้ายที่เต็มไปด้วยกรงเล็บอสูร พลังงานจากดวงจิตบรรพบุรุษที่เขาเพิ่งกลืนกินเข้าไปบัดนี้หลอมรวมกับศาสตราเทวะทั้งเจ็ด กลายเป็แก่นแท้เพียงหนึ่งเดียวที่ไหลเวียนอยู่ในทุกหยดเืของเขา
ในวินาทีนั้นเอง ท้องฟ้าเบื้องบนมิติพลันฉีกขาดออกเป็รอยแยกสีทองขนาดั์ยาวหลายหมื่นลี้ รัศมีศักดิ์สิทธิ์ที่รุนแรงกว่าแสงดวงอาทิตย์นับพันเท่าสาดส่องลงมา พร้อมกับการปรากฏตัวของ
"กองทัพดาราพิพากษา" จากสภาจักรวาลเบื้องบน เรือรบสีทองคำนับหมื่นลำที่สร้างขึ้นจากอัญมณี์ลอยตัวอยู่อย่างเป็ระเบียบ แต่ละลำบรรทุกเหล่านักรบเทพเ้าที่สวมเกราะศักดิ์สิทธิ์และถืออาวุธที่สร้างจากแก่นแท้ของดวงดาว
นำทัพโดย "มหาขุนพลสุริยันต์" ผู้ที่มีร่างกายสูงใหญ่เท่าูเา สวมเกราะที่หล่อขึ้นจากรัศมีของดาวฤกษ์ ในมือถือหอกสามง่ามที่สั่นะเืมิติได้เพียงแค่ขยับ
"สิงหราช! เ้าได้กระทำการผิดบาปอันใหญ่หลวงด้วยการกลืนกินบรรพบุรุษและทำลายสมดุลแห่งกำเนิด บัดนี้สภาจักรวาลมีคำสั่งเด็ดขาดให้กวาดล้างเ้าออกจากสารบบของสิ่งมีชีวิต จงน้อมรับคำพิพากษาและสลายตัวไปเป็เถ้าธุลีซะ!"
เสียงของมหาขุนพลสุริยันต์ดังกึกก้องไปทั่วทุกมิติ ทรงพลังเสียจน บุหลันแดง ที่หลบอยู่เื้ัสิงหราชถึงกับกระอักเืออกมาแม้จะมีม่านพลังคุ้มกัน แต่นางยังคงกัดฟันเงยหน้ามองแผ่นหลังของนายเหนือหัวอย่างไม่ยอมแพ้
สิงหราชไม่ได้เงยหน้ามองกองทัพนับหมื่นด้วยความหวั่นเกรง เขาเพียงแค่เหยียดยิ้มที่มุมปาก แววตาสีแดงฉานวาวโรจน์ด้วยความสนุกสนานมากกว่าจะโกรธแค้น
"คำพิพากษางั้นเหรอ? พวกแกยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่า 'บัลลังก์' ที่พวกแกนั่งอยู่น่ะ ข้าเพิ่งจะใช้เท้าเหยียบขยี้มันทิ้งไปเมื่อกี้!"
สิงหราชทะยานตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วที่เหนือกว่าแสง เขาไม่ได้ใช้ศาสตราเล่มใด แต่กลับชูมือซ้ายขึ้นเหนือหัว พลังงานสีม่วงดำจากหัวใจอสูรควบแน่นจนกลายเป็กรงเล็บขนาดั์ที่ปกคลุมท้องฟ้าครึ่งซีก
"มหาเวทย์อสูรกลืน์: หัตถ์ขยี้ดารา!"
วูมมมมมมมมมมม!!!
กรงเล็บเงาสีดำพุ่งเข้าตะปบกองทัพเรือรบสีทองในพริบตาเดียว เรือรบที่ว่ากันว่าไร้พ่ายพังทลายลงดุจของเล่นเด็กเมื่อเจอกับพลังอสูรระดับปฐมกาล เสียงะเิของแก่นแท้ดวงดาวดังขึ้นต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน นักรบเทพเ้านับพันร่างสลายกลายเป็ผุยผงโดยที่ไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้ร้องขอชีวิต
มหาขุนพลสุริยันต์ตื่นตระหนกสุดขีด เขาเร่งพลังจนถึงขีดสุด ซัดหอกสามง่ามเข้าใส่สิงหราช "มหาอาญา์: อสนีบาตล้างโลก!" สายฟ้าสีทองขนาดั์พุ่งแหวกมิติหมายจะแทงทะลุหัวใจของจอมอสูร
สิงหราชไม่หลบ เขาเพียงแค่อ้าปากและ "คำราม" ออกมาเพียงครั้งเดียว!
"โฮกกกกกกกกกกก!"
คลื่นเสียงที่แฝงด้วยจิตอาฆาตของอสูราพุ่งเข้าปะทะกับสายฟ้าสีทองจนมันแตกกระจายเป็ละอองแสง สิงหราชพุ่งทะลุกลุ่มควันเข้าไปประชิดตัวมหาขุนพลั์ เขาใช้มือเปล่าคว้าเข้าที่ลำคอที่สวมเกราะหนาของเทพเ้า ก่อนจะออกแรงบีบจนเกราะศักดิ์สิทธิ์ร้าวราน
"แกบอกว่าแกคือคนพิพากษาข้า?" สิงหราชจ้องเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของมหาขุนพล "งั้นแกก็ช่วยลงไปถามยมบาลในนรกหน่อยนะว่า... ระหว่างแกกับข้า ใครกันแน่ที่เป็เ้าของชีวิตแก!"
สิงหราชไม่ได้ใช้ดาบบั่นคอ แต่เขาใช้พลังจาก "เนตรสูญสิ้นวัฏสงสาร" จ้องมองจนร่างของมหาขุนพลเริ่ม "ย่อยสลาย" จากข้างใน เืสีทองะเิออกจากทวารทั้งเก้าก่อนที่ร่างขนาดั์จะพังทลายกลายเป็ฝุ่นผงมลายหายไปในอวกาศ
สิงหราชยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของกองทัพ์ที่ลอยเกลื่อนมิติ เขาชูแขนซ้ายที่อาบด้วยเืสีทองขึ้นสู่เบื้องบน จ้องมองไปยังรอยแยกมิติที่สภาจักรวาลเบื้องบนกำลังเฝ้ามองอยู่ด้วยความหวาดกลัว
"พวกแกที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่าน์! จงฟังข้าให้ดี!" สิงหราชประกาศก้อง น้ำเสียงของเขาผ่าทะลุทุกมิติภพ "โลกนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับพระเ้าที่ขลาดเขลาอีกต่อไป นับจากวินาทีนี้ จักรวาลทั้งหมดคือ 'เขตล่าสังหาร' ของข้า! ใครที่ยอมสวามิภักดิ์ข้าจะให้มันเป็ทาส ใครที่ขัดขืน... ข้าจะขยี้ดวงดาวของมันให้กลายเป็ธุลีรองเท้าข้า!"
เขาสะบัดปีกอสูรเพียงครั้งเดียว รอยแยกสีทองพลันถูกเปลี่ยนเป็สีดำสนิท เป็การประกาศเขตแดนของจักรวรรดิอสูรอย่างเป็ทางการ
สิงหราชร่อนลงมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าบุหลันแดงที่บัดนี้หมอบกราบลงด้วยความเคารพสูงสุด เขาใช้ปลายนิ้วเชยคางนางขึ้นมา แววตาของเขาดูอำมหิตแต่แฝงด้วยความลุ่มลึก
"ไปรวบรวมพวกที่เหลือรอดมา... กระดานหมากแรกในระดับจักรวาลได้เริ่มขึ้นแล้ว และข้า... จะเป็คนเดินหมากด้วยหัวของเทพเ้าทุกคน!"