คุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 119 :ด่านที่ 2

    ตอนที่ 119:ด่านที่ 2

     

            ทั้งสี่คนในเรือหัวเราะท่ามกลางสายฝนทว่าเวลาในการหัวเราะนั้นสั้นมาก เรือน้อยพายในทะเลสาบซีหูได้ 20 กว่านาทีก็ค่อย ๆเทียบท่าเรือ

     

            กล่าวไปก็แปลก พอถึงท่าเรือแล้ว ท้องฟ้าก็แดดออกพอดี

     

            “เห้ย พวกคุณหาเจอหรือยัง ? ”

     

            เรือยังจอดไม่สนิท ทันใดนั้นเสียงของเฉินเหอลอยมาจากทะเทสาบซีหูไกลๆ

     

            หลิวฉีฉีนั่งข้างเฉินเหอและหัวเราะคิกคักแปลก ๆ “เห็นไหมพวกเขาเปียกหมดแล้ว”

     

            “เฉินเหอ หัวเราะเยาะพี่เซีย ไม่ดีมั้ง ? ” หวังเป่าเฉียงเฉินเหอและคนอื่น ๆ นั่งเรือลำเดียวกัน ชายคนนี้ค่อนข้างเรียบง่าย

     

            “ไม่เป็นไร ภูมิต้านทานการหัวเราะเยาะของพวกเขาแข็งแกร่งมาก ! ”ถางซินซินโบกมือเหมือนผู้หญิงห้าว ๆ คนหนึ่ง

     

            พวกเขาเห็นหวังจู่หนานที่อยู่บนเรือโพสต์ท่าแปลก ๆ แล้วตะโกนว่า“เดาดูสิ ? ”

     

            “ผมเดาว่าพวกคุณหาเจอแล้ว ! ” เฉินเหอยิ้มตามด้วยเสียงหัวเราะดังลั่น “แต่ทำไม แต่ทำไมพวกคุณดูไม่จืดขนาดนี้ล่ะ ? ”

     

            “ฮ่า ๆๆ พวกคุณไปอาบน้ำมาใช่ไหม ? ”

     

            เวลานี้เองเสียงเยาะเย้ยก็ลอยมา ซึ่งก็คือเติ่งเฉา

     

            เดิมทีเติ่งเฉาและกู่ลี่เร่อจาหวังว่าจะได้สามอันดับแรกแต่เพราะถูกหลี่เมิ้งอีและหลิวจือเซียรวมหัวกันวางกับดักถึงตกมาอยู่ที่ห้าต้องมานั่งอยู่บนเรือลำเดียวกันกับหลี่เฉินและสาวงามขายาวจางหลานซิน

     

            เดิมทีเติ่งเฉาสีหน้าหงุดหงิดแต่เมื่อเห็นหลิวจือเซียที่เปียกปอน ทันใดนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะออกมา

     

            สวรรค์ดีกับฉันจริง ๆ ช่วยฉันระบายความแค้นแล้ว !

     

            “ใช่ พวกเราไปแช่น้ำในทะเลสาบซีหูมา สบายตัวมากพวกคุณลองดูสักหน่อยไหม ? ” หลิวจือเซียไม่สนใจการเยาะเย้ยของเติ่งเฉาแม้แต่น้อยทั้งยังกลอกตามองบนให้เขาด้วย

     

            “ฮ่า ๆ ช่างเถอะ ผมเป็นโรคกลัวน้ำ โอกาสแบบนี้ยกให้พวกคุณเถอะ !” เติ่งเฉามีความสุข

     

            “ผมขอบอกพวกคุณหน่อยนะที่พวกคุณไม่ได้นั่งเรือลำเดียวกันกับจือเซีย ขาดทุนมาก ! ”

     

            หวังจู่หนานมองคนที่อยู่บนเรือลำอื่นอย่างมีชัย“เมื่อกี้จือเซียแต่งเพลงเพลงหนึ่ง บทเพลงนี้เมื่อเทียบกับเพลงคลาสสิกพวกนั้นไม่เลวเลยล่ะ”

     

            “จริงหรือ ? ” เฉินเหอกระพริบตาเล็ก ๆ “จือเซีย คุณแต่งเพลงได้ตามต้องการเลยหรือ? ”

     

            เติ่งเฉาไม่เชื่อเช่นกัน จึงเอ่ยว่า “ผมมีเพื่อนคนหนึ่งขอให้เขาแต่งเพลงให้ ราคาแพงมาก ! ”

     

            หลิวจือเซียเหลือบมองเติ่งเฉาเพื่อนคนนั้นของเติ่งเฉาคงจะเป็นหลี่อ้ายกัง !

     

            “คิก ๆๆ... ไม่เชื่อก็ช่างเถอะ ! เข้าฝั่งแล้ว เข้าฝั่งแล้วผมไม่คุยกับพวกลำดับบ๊วยหรอก เดี๋ยวจะดึงสมองให้ต่ำลง ! ”หวังจู่หนานดึงหลิวจือเซียและพยุงหลี่ย่าหลันขึ้นมาบนฝั่ง

     

            “จู่หนาน อย่าพูดเรื่องน่าละอายสิ ! ”

     

            “จู่หนาน คำพูดไร้สาระแบบนี้ คุณก็พูดออกมาได้นะ ? ”

     

            “ย่าหลัน คุณไม่ดูแลสามีคุณเลยหรือ ? ”

     

            สมาชิกอีก 5 ทีมที่ถูกหวังจู่หนานล่วงเกินก็เริ่มประณามเขา

     

            …………..……

     

            บนท่าเรือ ก็มีทีมงานรออยู่นานแล้ว

     

            มีซุ้มแผงเหมือนซุ้มหมอดูดวงชะตา วางโต๊ะไว้หนึ่งตัวบนโต๊ะปูด้วยผ้าสีม่วงอมแดง มีกระดาษ 7 แผ่นวางอยู่ บนกระดาษมีชื่อสมาชิกทั้ง 7ทีมเขียนเอาไว้

     

            หลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอี หวังจู่หนานและหลี่ย่าหลันเฉินเหอและหลิวฉีฉี หลี่เฉินและจางหลานซิน เติ่งเฉาและกู่ลี่เร่อจาหวังเป่าเฉียงและถางซินซิน สุดท้ายก็คือเติ่งไค่และหยางหยิง

     

            หลิวจือเซียยังพบว่ามู่เฉินและเยว่เยว่ที่หายไปตอนฝนตกก็ไปปรากฎอยู่ในทีมผู้กำกับเช่นกัน

     

            เด็กน้องตอนนี้กำลังถือไอศกรีมและกินอย่างสบายใจ

     

            ทั้ง 7 ทีม เดินตามกันมาถึงหน้าโต๊ะตัวนั้น

     

            “ยินดีกับทุกท่านที่หาขวดของพวกคุณพบแล้ว”

     

            ผู้กำกับที่เฝ้าอยู่หลังโต๊ะแสดงความยินดีกับทุกคนจากนั้นก็เอ่ยว่า “เอาล่ะ ตอนนี้เชิญวางขวดของพวกคุณไว้บนชื่อของตัวเอง ! ”

     

            “ใช่ เอาขวดออกมาแล้ววางลงไปครับ” ผู้กำกับกำชับ

     

            “เห้ย พวกคุณสังเกตเห็นไหม ฝาขวดของขวดเหล่านี้ล้วนไม่เหมือนกัน? ” เวลานี้เอง หลี่เมิ้งอีถามด้วยความแปลกใจ

     

            “เห้ย ฉันคิดว่ามันเหมือนกันซะอีก ! ”จางหลานซินประหลาดใจเช่นกัน

     

            “แล้วยังไง ถึงอย่างไรมันก็คือน้ำ ! ” เติ่งไค่เบะปาก“พวกเราลองชิมไหม ? ”

     

            “งั้นเชิญคุณลองก่อนเลย” กลุ่มคนต่างเริ่มส่ายหน้า

     

            “เอาล่ะ ทุกคนก็เห็นแล้วว่าด้านในขวดเป็นน้ำใส ๆ ”ผู้กำกับอธิบาย “น้ำเหมือนกันหมด แต่ทุกคนต่างไม่รู้ว่าขวดไหนคือน้ำศักดิ์สิทธิ์ต่อไป ผมจะประกาศภารกิจ ! ”

     

            ทุกคนต่างจ้องไปที่ผู้กำกับเป็นตาเดียว

     

            “ผมจะให้เบาะแสกับทุกคน” ผู้กำกับเอ่ยว่า“ที่หนึ่งจะได้เบาะแสชั้นสูง ที่สองจะได้เบาะแสชั้นกลางที่สามจะได้เบาะแสระดับสาม”

     

            “ตอนแรกฉันคิดว่าคนที่ได้ที่หนึ่งจะไม่มีข้อได้เปรียบซะอีก”หลี่เฉินตอบสนองก่อนใคร

     

            “มีสิ ! ” ผู้กำกับยังไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เติ่งไค่ก็แทรกเข้ามา“ก็คือได้นั่งเรือไม่มีหลังคา ! ”

     

            “ฮ่า ๆ...”

     

            นอกจากพวกหลิวจือเซียทั้งสี่คนแล้วคนที่เหลือต่างหัวเราะบนความทุกข์ของคนอื่น

     

            “นี่คือการ์ดภารกิจ” ผู้กำกับยื่นการ์ดหนึ่งชิ้น

     

            “คู่หูที่หายไป ! ” หวังจู่หานรับการ์ดภารกิจแล้วอ่านเสียงดัง“หลังจากพบคู่หูที่หายไปในทุ่งดอกไม้ ก็ให้พาคู่หูสาวกลับมายังจุดเริ่มต้น”

     

            “ต่อจากนี้ คู่หูของพวกคุณจะต้องหายไปอยู่ในโอ่ง 50ใบที่อยู่ข้างหลังพวกคุณ ! ” ผู้กำกับชี้ไปบริเวณไม่ไกล

     

            “ห๊า ? ”

     

            ทุกคนมองไปตามมือผู้กำกับ ห่างออกไปอย่างน้อย 200 เมตรมีทุ่งดอกไม้กว้างใหญ่ ในทุ่งดอกไม้มีโอ่ง 50 ใบปากโอ่งทุกใบถูกปิดด้วยถาดไม้ไผ่ขนาดใหญ่ อีกทั้งดูจากความจุแล้วมันพอที่จะใส่คนคนหนึ่งเข้าไปได้เลย

     

            “ให้พวกเธอหลบอยู่ในโอ่งงั้นหรือ ? ”หวังเป่าเฉียงถามอย่างตื่นเต้น

     

            ผู้กำกับพยักหน้า “ใช่ครับ ! ”

     

            “โอ้ว โอ่งเยอะมาก ! ” เฉินเหอมีใบหน้าขมขื่น

     

            “และโอ่ง 50 ใบนี้ พวกคุณต้องตามหาทีละใบ ! ”ผู้กำกับหัวเราะเหมือนหมาป่า “คุณต้องหาคู่หูของพวกคุณให้พบและกลับมาที่นี่และเล่นเกมกินคุกกี้”

     

            “กินคุกกี้ ?กินคุกกี้เป็นเกมยังไงหรือ ? ” กู่ลี่เร่อจาถามด้วยความสังสัย

     

            “คงไม่ได้แข่งว่าใครกินมากกว่ากันหรอกมั้ง ? ” หลิวฉีฉีหัวเราะอย่างมองโลกในแง่ดี“แบบนั้นไม่ต้องแข่งหรอก พวกเราชนะแน่ ! ”

     

            “อีกเดี๋ยวรอพวกคุณกลับมา ผมค่อยบอกกฎกติกา”แว่นตากันแดดของผู้กำกับทอแสงออกมา “มา พวกคุณหยิบคนละหนึ่งชิ้น”

     

            ขณะที่พูด ก็มีทีมงานหยิบขนมเป็นกระปุกออกมาขนมอันนี้เป็นแท่งยาวประมาณ 10 เซนติเมตร กว้าง 0.5 เซนติเมตร

     

            หลิวจือเซียส่งให้หลี่เมิ้งอีหนึ่งชิ้นแล้วเอ่ยอย่างล้อเล่น“นี่อาจเป็นอาหารค่ำของเธอ”

     

            “หา ? ” หลี่เมิ้งอีชะงักไป

             

            “เพราะเธออาจจะต้องอยู่ในโอ่งจนค่ำ ! ” หลิวจือเซียเอ่ย

     

            “ไม่เป็นไร ถึงเวลานั้นฉันจะส่งสัญญาณลับให้นายเอง” หลี่เมิ้งอีไม่ลังเลใจแม้แต่น้อย

     

            “ได้ สู้ ๆ ! ” หลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอีจับมือกันจากนั้นก็แยกกันไป

     

            สมาชิกกลุ่มอื่นต่างกำลังยืนยันสัญญาณลับและให้กําลังใจซึ่งกันและกัน

     

            ……………………..

     

            แขกรับเชิญหญิงเดินไปพูดไปตรงไปยังทุ่งดอกไม้

     

            เวลานี้เอง ทันใดนั้นทีมงานผู้หญิงมากกว่าสิบคนก็ปรากฏตัวขึ้นโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง พวกเธอก็จับบรรดาแขกรับเชิญหญิงเดินไปยังทุ่งดอกไม้ทันที

     

            “เกิดอะไรขึ้น ? จะทำอะไรกัน ? ”

     

            “ข่มขู่หรือ ? ”

     

            “ทำอะไรน่ะ ? จะพาพวกเราไปไหน ? ”

     

            แขกรับเชิญหญิงทั้งหมดต่างตกตะลึง ไม่รู้ว่าควรทำเช่นไร

     

            ทีมงานผู้หญิงไม่สนใจว่าแขกรับเชิญหญิงจะคิดเช่นไรยังคงลากพวกเธอไปยังทุ่งดอกไม้ไม่หยุด

     

            หลังจากที่ทีมงานหญิงซ่อนแขกรับเชิญหญิงแล้วแขกรับเชิญชายที่อยู่ที่ท่าเรือก็เริ่มลงมือค้นหา

     

            “ไป ๆๆ รีบไปหาพวกเธอเร็ว ! ”

     

            “วิ่งสิ ! ”

     

            นี่เป็นการแข่งขัน แขกรับเชิญชายกำลังแข่งขันกันไม่สนว่าใครเป็นใคร

     

            อาศัยว่าตัวเองวิ่งไวเติ่งไค่จึงนำหน้าไปถึงทุ่งดอกไม้เป็นคนแรก

     

            เมื่อเห็นโอ่งบริเวณที่อยู่ใกล้เติ่งไค่ก็ดึงแผ่นไม้ไผ่ที่ปิดอยู่ข้างบนออก

     

            “ซู่ ! ”

     

            ไหนเลยจะรู้ว่าเมื่อถาดไม้ไผ่เปิดออกเติ่งไค่ยังไม่ทันเห็นว่ามีคนอยู่ข้างในไหม น้ำเย็นจัดก็ได้สาดเข้าที่ใบหน้าของเขา

     

            มีความรู้สึกเย็นเกินบรรยายเกิดขึ้นมาทำให้เติ่งไค่ตกตะลึงจนนิ่งงันไปครู่หนึ่ง !

     

            เหตุการณ์เดียวกันยังเกิดขึ้นกับแขกรับเชิญชายอีกหลายคนนอกจากหลิวจือเซียแล้ว คนอื่นต่างถูกสาดน้ำเย็นไปถึงหัวใจ

     

            “ให้ตายเถอะ เกิดอะไรขึ้นกัน ? ” เติ่งเฉาดวงซวยที่สุดเขาเปิดถาดไม้ไผ่ติดต่อกัน 4-5 อันและแทบจะโดนสาดน้ำทุกอัน

     

            “ทีมงานทำเกินไปจริง ๆ ดูสิ ผมเปียกหมดแล้ว”เสื้อผ้าของหลี่เฉินเองก็เปียกโชกเช่นกัน

     

            “ทําไมสาดแค่กางเกงผมล่ะ ? ”เสื้อท่อนบนของเฉินเหอยังแห้งเหมือนเดิม แต่กางเกงกลับเปียกโชกเหมือนคนฉี่รดกางเกง

     

            “เฮ้ย พี่เซีย ทำไมคุณไม่เปียกเลยล่ะ ? ”หวังเป่าเฉียงถามด้วยความสงสัย

     

            “ใครว่าไม่เปียก ? ” หลิวจือเซียจ้องเขม็งแล้วชี้เสื้อบนตัว“ดูสิ ผมเปียกแล้วนี่ไง”

     

            “คุณเปียกตอนฝนตกเมื่อกี้ต่างหาก”เติ่งไค่เอ่ยอย่างไม่เกรงใจแม้แต่น้อย

     

            “หึหึ เลิกพูดแทงใจดำได้แล้ว ! พวกเรารีบไปหาคู่หูกันเถอะ”หลิวจือเซียส่ายหน้า วิ่งไปยังโอ่งอีกใบหนึ่ง “เมิ้งอี เมิ้งอี เธอใช่ไหม ? ”

     

            “วี้ วี้ ! ”

     

            ภายในโอ่งจู่ ๆ ก็มีเสียงผิวปากก็ลอยมา

     

            หลิวจือเซียตอบสนองในทันที และค่อย ๆเขายกแผ่นไม้ไผ่อย่างระมัดระวัง

     

            “โครม ! ”

     

            จู่ ๆ ก็มีน้ำเย็นสาดเข้ามาแต่เพราะหลิวจือเซียเคยฝึกการออกกำลังกายแบบอู่ฉินซี่มาตั้งแต่เด็กดังนั้นร่างกายจึงยืดหยุ่นมากกว่าพวกเติ่งเฉามาก

     

            หลิวจือเซียปรายตามองน้ำเย็นที่สาดเข้ามาและขยับเท้าอย่างรวดเร็วราวกับกำลังเต้นรำ หมุนตัวหนึ่งรอบก่อนที่น้ำเย็นนั้นลอยผ่านแผ่นหลังของเขาไป

     

            หวังเป่าเฉิงที่ดูหลิวจือเซียหลบจากที่ไกล ๆดวงตาเขาก็เป็นประกายขึ้นมา พลางกล่าวในใจว่า ‘ยอดฝีมือจริง ๆ ! ’

     

            ……………………..

     

            ขณะที่แขกรับเชิญชายกำลังตามหาคู่หูอยู่นั้นเวลาก็ผ่านไปอย่างเงียบ ๆ

     

            แต่ทว่าสุดท้ายหลิวจือเซียก็ไม่อาจหนีพ้นชะตากรรมโดนสาดน้ำจนได้

     

            โอ่งใบต่อไปที่หลิวจือเซียเปิดก็คือหลิวฉีฉีหญิงสาวแสนซนถือน้ำเอาไว้ตอนที่หลิวจือเซียเปิดแผ่นไม้ไผ่ออกอย่างไม่ระวังจึงถูกหลิวฉีฉีสาดน้ำใส่

     

            “คุณใจร้ายมาก ! ” หลิวจือเซียสะบัดศีรษะอย่างจนปัญญาให้น้ำหลุดออกไป

     

            หลิวฉีฉีนั่งยองอยู่ในโอ่งใบหน้าลำพองใจ “คิกคิก พวกนายต้องโดนสาดน้ำ! ”

     

            “ฮ่าฮ่า ผมต้องปิดคุณไว้แล้ว ! ”

     

            เมื่อเหลือบมองเฉินเหอและเห็นว่าเขายังคงค้นหาอย่างไม่ลดละอยู่บริเวณไกลๆ หลิวจือเซียจึงหัวเราะออกมา แล้วใช้แผ่นไม้ไผ่ปิดปากโอ่งดังเดิม

     

            ฉากเดียวกันเกิดขึ้นกับคนอื่นด้วย แต่เพราะมันเป็นเกมก็ต้องวางกับดักกันและกัน !

    คล้ายกับเรื่องคุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน