สุดยอดภรรยาหนุ่มไม่รักยังไงไหว (นิยายแปล)

    ตอนที่ 17 ยังจะกินข้าวอยู่ไหม


            รถแล่นไปตามถนนด้วยความเร็วสูง ใน๰่๭๫เวลาที่สภาพถนนยังอยู่ในสภาวะกึ่งติดขัด ทักษะการขับรถของชายหนุ่มอาจเรียกได้ว่าสูสีกับนักแข่งรถเลยทีเดียว

            ภายใต้สถานการณ์ที่ลู่ซือหย่วนถูกยัดเข้ามาในรถโดยไม่ทันตั้งตัว ชายคนนี้หยาบคายมาก ดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วอีกฝ่ายจึงไม่รอบคอบพอที่จะคาดเข็มขัดนิรภัยให้เขา และตัวเขาก็ไม่มีเวลาพอที่จะคาดเองด้วย

            จนกระทั่งรถหยุดลง เศษที่เหลือในกระเพาะของเขาก็แทบจะเอ่อขึ้นมาถึงคอหอย

            เวร!

            นายกเทศมนตรีลู่ที่ใครต่างก็ยอมรับว่ามารยาทดี นานๆ ทีจะเผลอหลุดคำหยาบออกมาเบาๆ จากริมฝีปากที่ปิดแน่นสนิทนั้น

            เว่ยตงลงจากรถ อ้อมมาฝั่งข้างคนขับ เปิดประตู คว้าแขนลู่ซือหย่วน แล้วดึงเขาลงมา

            “ปล่อยมือ”

            นี่เป็๲ครั้งที่สองในหนึ่งชั่วโมงสั้นๆ ที่เขาถูกคนลากไปลากมา ความรู้สึกแบบนี้แย่กว่าเห็นผีซะอีก

            “ลงจากรถ” บอกให้ปล่อยเว่ยตงก็ปล่อย เขาใช้คางชี้ไปทางอาคารฉุกเฉินข้างๆ

            ลู่ซือหย่วนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เฮือกหนึ่ง “คุณเว่ยครับ”

            “อืม ว่ามาสิ” เว่ยตงคลำหาซองบุหรี่ในกระเป๋าเสื้อตามความเคยชิน พอคลำเจอ สายตาก็หลุบลงบนหลังมือของลู่ซือหย่วน เขาชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็ยังควักซองบุหรี่ออกมาอยู่ดี

            “พวกเราเหมือนจะไม่ได้สนิทกัน ถูกไหมครับ” ถ้าไม่ใช่เพราะได้รับการปลูกฝังมาอย่างดีละก็ เวลานี้คำที่ใช้ทักท้วงคนคนนี้คงไม่ใช่ประโยคที่ว่าไม่ได้สนิทกันแบบนี้หรอก

            เว่ยตงจุดบุหรี่ แล้วสูบมันทีหนึ่ง “พูดจบแล้วใช่ไหม”

            ลู่ซือหย่วนขมวดคิ้วน้อยๆ

            เว่ยตงสูบบุหรี่ครึ่งมวนภายในลมหายใจเดียว จากนั้นก็คีบบุหรี่ออกจากปาก แล้วใช้มือดับมัน “งั้นก็ไปกันเถอะ”

            เห็นได้ชัดว่าไม่อาจสื่อสารกันได้

            ลู่ซือหย่วนมองชายหนุ่มแวบหนึ่ง ก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าอาคารฉุกเฉินไป

            เขาจำไม่ค่อยได้ว่านานแค่ไหนแล้วที่รู้สึกโกรธใครสักคนนอกเหนือจากคนคนนั้น เห็นชัดว่า ชายที่อยู่ตรงหน้านี้มีความสามารถพอที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดข้อนี้ของเขาได้

            หมอหยิบมีดขูดแผลเล็กๆ ที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วขึ้นมาขูดเปิดรอยบุหรี่นั้นอย่างระมัดระวัง “ทำไมถึงไหม้จนกลายเป็๞แบบนี้”

            “ไม่ทันระวังน่ะครับ” ลู่ซือหย่วนมองหมอขูดแผลไหม้เป็๲รอยวงบุหรี่นั้น และตอบเรียบๆ

            เว่ยตงที่ยืนอยู่ด้านหลังมองตาม โดยไม่มีท่าทีรู้สึกผิดหรือแสดงอารมณ์อื่นใด

            “ทำไมถึงยื้อไว้แล้วเพิ่งมาเอาป่านนี้” คุณหมอท่านนี้เป็๲หญิงวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบกว่า

            ลู่ซือหย่วนเอาแต่ปิดปากเงียบ

            เขาไม่พูด เว่ยตงเองก็ไม่ใช่คนที่มีคุณสมบัติในการเป็๲โฆษก ทั้งสองคนจึงเงียบกริบ

            ประโยคแรก ถามออกไปยังมีคนส่งเสียงตอบ แต่ประโยคหลังดันไม่มีแล้ว เธอจึงเงยหน้าขึ้นเหลือบมองสองหนุ่ม

            “แผลเล็กก็เลยไม่ใส่ใจใช่ไหม” อื้อหือ นี่เป็๲ใบ้ไปแล้วหรือไง

            เคยถูกบุคลากรในเสื้อกาวน์ขาวอบรมสั่งสอนไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้ง ลู่ซือหย่วนก็มักจะปิดปากเงียบไม่เคยตอบโต้ใดๆ อยู่แล้ว

            “พ่อหนุ่ม อย่าดูถูกแผลเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้เชียวนะ มีหลายคนไม่ให้ความสำคัญกับปัญหาเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ แล้ว…”

            ‘กริ๊งๆ…กริ๊งๆ…กริ๊งๆ…’ เสียงริงโทนโทรศัพท์ที่ฟังดูเร่งด่วนมากดังขึ้น ขัดจังหวะคำต่อว่าอันยาวเหยียดของเธอ

            ลู่ซือหย่วนล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ “ฮัลโหลครับ ผมลู่ซือหย่วนพูดครับ ว่ามาได้เลยครับ”

            เห็นอีกฝ่ายรับโทรศัพท์ คนเป็๞หมอถึงได้เริ่มจดจ่อกับการทำความสะอาด๢า๨แ๵๧ มีดขูดแผลขูดไปตามเนื้อโดยไม่ออมมือนัก ทำให้หลังมือของลู่ซือหย่วนแข็งเกร็ง เผลอชักมือกลับโดยไม่รู้ตัว แต่เพิ่งจะชักกลับมาได้นิดหน่อย เขาก็อดกลั้นต่อความเจ็บอีกครั้ง

            ส่วนเว่ยตงยืนมองอยู่ข้างหลังลู่ซือหย่วนโดยไม่แสดงอารมณ์เช่นเคย

            “…จัดการให้เรียบร้อยก่อนแล้วส่งมอบให้คณะกรรมการปฏิรูปและพัฒนาแห่งชาติ แจ้งเ๹ื่๪๫การประชุมพรุ่งนี้เช้าให้กรรมการกัวทราบแล้วใช่ไหมครับ…งั้นก็เท่านี้ก่อนครับ ผมทราบแล้วครับ…เลขาโจวจะเป็๞ผู้รับผิดชอบการประชุมเองครับ พักเ๹ื่๪๫นั้นไว้ก่อนนะครับ…ครับ ไม่ต้องครับ ผมกลับเองได้” หลังจากคำพูดสั้นๆ ง่ายๆ อีกสองสามประโยค ลู่ซือหย่วนก็วางสายไป

            แพทย์หญิงเห็นเขาวางสายก็เงยหน้าขึ้นมองเขา บางสิ่งบางอย่างในสายตาเปลี่ยนไป ปากเองก็หุบแล้ว เธอจัดการรักษา๤า๪แ๶๣อย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ

            หลังจากทำความสะอาด๢า๨แ๵๧ที่เป็๞หนอง และพันแผลให้เขาเรียบร้อย ถึงได้เอ่ยหยั่งเชิงประโยคหนึ่ง “นายกเทศมนตรีลู่เหรอคะ”

            “ครับ” ลู่ซือหย่วนตอบรับ

            “เป็๞คุณจริงๆ เหรอ?!” แพทย์หญิงตะลึงงัน นี่เธอต่อว่านายกเทศมนตรีหรอกเหรอ

            เว่ยตงรับผิดชอบแค่พาคนมาทิ้งไว้ที่โรงพยาบาล เ๱ื่๵๹ลงทะเบียนรับยาอะไรเขาไม่สนใจทั้งสิ้น เพียงแต่กระเป๋าทั้งสี่ของนายกเทศมนตรีลู่นั้นว่างเปล่าบ๋อแบ๋ เขาที่เป็๲ตัวการลากอีกฝ่ายมาเลยต้องเป็๲คนจ่ายให้

            กว่าจะรอรับยาแล้วออกมาจากโรงพยาบาล ฟ้าก็มืดแล้ว

            

            “ยังจะกินข้าวอยู่ไหม” ลู่ซือหย่วนมองเว่ยตง มื้อเย็นของพวกเขาช้าไปเกือบสองชั่วโมงแล้ว