ชายคนนั้นหันมามองเทียนฉินเพื่อสังเกตุดูสีหน้าก่อนเอ่ยต่อไป
"เห็นแก่ที่เราเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องในนิกายเดียวกัน เอาอย่างนี้ดีมั้ย? ข้าขอแลกเปลี่ยนคะแนนกับเจ้าห้าพันคะแนนแล้วกัน!"
"หินโสโครกก้อนนี้นี่นะห้าพันคะแนน!"
"นี่เจ้ากล้ามาหรอกขายของให้ศิษย์น้องของข้าหรือนี่!"ล่งฉินหมิงเอ่ยออกมาอย่างหงุดหงิด
เสียงของล่งฉินจ้าวเรียกความสนใจของคนรอบข้างในทันที บางคนที่รู้จักต่างก็เดินมาสอบถามทั้งสองว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อชายคนนั้นได้รู้ว่าพวกเขาคือศิษย์ส่วนตัวของอาวุโสเสิ้นจื่อ ก็พลันหน้าเปลี่ยนสีขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
"เอ่อ!ถ้าศิษย์น้องสนใจหินก้อนนี้จริงๆข้าขอมอบให้มันแทนคำขอโทษก็แล้วกัน!"
ชายคนนั้นเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"ศิษย์พี่หินก้อนท่านไปได้มาอย่างไรรึ?"
เทียนฉินหันไปถามชายคนนั้นโดยไม่สนใจ
"หินก้อนนี้ข้าได้ไปพบเจอโดยบังเอิญที่สุสานแห่งหนึ่ง เห็นว่ามันดูแปลกประหลาดนักข้าจึงนำมันกลับมาด้วย"
"เพียงแต่ว่าเมื่อนำมาตรวจดูแล้วกลับไม่ค้นพบอะไรเลย ข้าจึงลองนำมาวางขายดู!
ชายคนนั้นส่ายหน้าไปมา ก่อนเดินไปหยิบก้อนหินที่แลดูธรรมดาชิ้นนั้นขึ้นมาถือ พร้อมเอ่ยความเป็นมาของหินก้อนนี้ให้รู้
"อย่าบอกนะว่าเจ้าสนใจหินเก่าๆก้อนนี้จริงๆ!"ล่งฉินจ้าวที่เห็นท่าทีของเทียนฉินก็เอ่ยถามออกมาด้วยความเป็นห่วง
"ข้าแค่สนใจมันนิดหน่อยน่ะศิษย์พี่ล่ง"เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างไม่ปิดบังก่อนหันไปบอกกับชายคนนั้นอีกครั้ง
"ข้าไม่เอาเปรียบท่านหรอกศิษย์พี่ ถึงอย่างไรของก็ยังเป็นของท่าน!"
"ข้าขอแลกหินก้อนนี้กับหนึ่งร้อยคะแนนก็แล้วกัน!"
"ได้ๆ ขอบใจศิษย์น้องมากที่ช่วยอุดหนุน!"
ชายคนนั้นยื่นก้อนหินในมือให้เทียนฉินก่อนนำป้ายหยกออกมาเพื่อแลกเปลี่ยนคะแนนกัน
"นี่ศิษย์น้องเทียน ข้าขอถามจริงๆเถอะว่าหินธรรมดาก้อนนี้มันน่าสนใจตรงไหนกัน"
หลังเดินออกจากแผงขายของของชายคนนั้นไม่นานล่งฉินจ้าวก็เอ่ยถามออกมาด้วยความอยากรู้
เซียวปิงหยวนที่ได้ยินก็หันกลับมามองด้วยความสงสัยเหมือนกัน
"ที่จริงหินก้อนนี้มันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากมายนักหรอก!"
"เพียงแต่ว่ามันมีแก่นแท้ธาตุไม้แฝงอยู่นิดหน่อยเท่านั้นเอง"เทียนฉินเอ่ยออกมาตามความเป็นจริง
"แก่นแท้ธาตุไม้!"
"อย่าบอกนะว่าเจ้าทำความเข้าใจแก่นแท้ธาตุไม้อยู่อีกธาตุหนึ่ง!"ล่งฉินจ้่วเอ่ยถามออกมาอย่างตกใจ
"ไม่ใช่อย่างนั้น ข้าแค่อยากลองทำความเข้าใจธาตุอื่นดูบ้าง"เทียนฉินตอบกลับอย่างไม่เต็มเสียงนัก
"นี่ศิษย์น้องเทียน ข้อขอกล่าวเตือนเจ้าไว้อย่างหนึ่งนะ"
"ผู้ฝึกตนอย่างพวกเราไม่ควรที่จะไปทำความเข้าใจแก่นแท้หลายธาตุได้ เพราะมันจะทำให้การฝึกฝนของเราไม่ก้าวหน้าไปในทางที่ดี"เซียวปิงหยวนเอ่ยออกมาด้วยความหวังดี
"นั่นสิศิษย์น้องเทียน ข้าว่าจะเชื่อสิ่งที่ศิษย์พี่เซียวบอกเถอะ!"ล่งฉินจ้าวเอ่ยสำทับออกมาอีกที
"ข้าขอบใจในความหวังดีของศิษย์พี่ทั้งสองคนมาก"
"แต่ข้ามีหนทางในการฝึกฝนที่สามารถทำความเข้าใจแก่นแท้ธาตุต่างๆได้"เทียนฉินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ตามใจเจ้าแล้วกัน แต่ถ้ามันไม่สำเร็จเจ้าก็อย่าไปฝืนให้มันเสียเวลาไปเปล่าๆก็แล้วกัน!"ล่งฉินจ้าวเอ่ยออกมาพร้อมกับถอดถอนใจ
"ข้าจะจดจำคำสอนของศิษย์พี่ทั้งสองคนไว้"เทียนฉินเอ่ยตอบกลับมาด้วยความซึ่งใจ
ในขณะที่ทั้งสามคนกำลังเดินชมสินค้ากันอยู่นั้นเอง ก็พลันมีเสียงตะโกนเรียกมาทางด้านหลัง
"อ้าว! นั่นมันเซียวปิงหยวนไม่ใช่หรอนี่?"
"ชิงต้าเหนียว!"เซียวปิงหยวนเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
"นี่เจ้ากลับมาจากทำภารกิจเมื่อไหร่กัน ข้าคิดว่าเจ้ากับล่งฉินจ้าวจะเป็นผีเฝ้าเทือกเขารกร้างนั่นไปแล้วเสียอีก"
ชิงต้าเหนียวเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันจนแม้กระทั่งเทียนฉินที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ยังรู้สึกได้
"แม้แต่เทือกเขารกร้างเจ้ายังไม่กล้าไปแล้วยังจะมาทำปากดีอีกอย่างนั้นรึ?"
เซียวปิงหยวนเอ่ยออกมาอย่างอดกลั้นเต็มทน
"ฮ่าๆ!"
"คนที่ทำภารกิจไม่สำเร็จ แล้วยังแอบหนีหน้าไปเป็นปีอย่างเจ้ายังกล้ามาคุยโวโอ้อวดอย่างนี้อีกหรอ?"ชิงต้าเหนียวเอ่ยเหยียดหยามออกมาอย่างไม่เกรงกลัว
"นี่เจ้าอยากมีเรื่องนักใช่มั้ย?"ล่งฉินจ้าวเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจพร้อมทำท่าจะพุ่งเข้าหาชิงต้าเหนียว แต่กลับเป็นเซียวปิงหยวนที่ยกมือขึ้นมาจับไหลห้ามเขาไว้ พร้อมกับส่ายหน้าเป็นการบอกเตือน
"ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าหลังจากที่พวกเจ้าสองคนหายไปนานขนาดนี้จะมีพลังเพิ่มขึ้นขนาดไหนกันเชียว"ชิงต้าเหนียวเอ่ยกลับมาอย่างไม่สะทกสะท้าน
"ข้าไม่มีเวลามาต่อปากต่อคำกับเจ้าหรอก!"เซียวปิงหยวนพาเทียนฉินกับล่งฉินจ้าวเดินเลี่ยงออกไปทันที
"หึ!"
"อีกสองเดือนข้าจะรอพวกเจ้าอยู่บนเวทีประลอง หวังว่าจะพวกเจ้าจะไม่หลบหน้าหนีไปอีกเล่า!"ชิงต้าเหนียวตะโกนตามหลังพวกเขามาเสียงดังก่อนเดินจากไปอีกทางทันที
"ผู้ชายคนนี้เป็นใครกันหรือศิษย์พี่เซียว?"
เทียนฉินเอ่ยถามอย่างสงสัยหลังจากที่เดินออกมาแล้ว
"มันเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสหลักหลิวโย่ว อีกทั้งยังเป็นผู้ที่ได้อันดับหนึ่งในการจัดอันดับครั้งที่แล้วอีกด้วย!"เซียวปิงหยวนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
"อ๋อ!มิน่าเล่ามันถึงได้วางมาดเสียขนาดนี้!"
"แล้วท่านกับมันมีเรื่องบาดหมางอะไรกันมาก่อนอย่างนั้นรึ?เทียนฉินเอ่ยถามออกมาอย่างใคร่รู้
"ก็เรื่องการประลองในครั้งที่แล้วนั่นแหละ!"
"เป็นมันที่เอาชนะข้าได้ทำให้ได้อันดับหนึ่งมาครอง จากนั้นเมื่อไหร่ที่เจอหน้ากันมันก็จะคอยพูดจาถากถางข้าทุกครั้งไป!"
เซียวปิงหยวนเอ่ยบอกออกมาอย่างไม่ปิดบัง
"หึ! ให้มันดีใจไปอีกสองเดือนเถอะ แล้วข้าจะทำให้มันคุกเข่ายอมแพ้ข้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย!"เทียนฉินที่ได้รู้เรื่องราวก็พลันโกรธแค้นแทนเซียวปิงหยวนเป็นอย่างมาก
"เจ้าอย่าประมาทมันเป็นอันขาด!"
"เมื่อสองปีที่แล้วมันก็มีพลังถึงระดับผันแปรขั้นกลางแล้ว ตอนนี้ไม่แน่มันอาจบรรลุถึงระดับผันแปรขั้นสูงแล้วก็เป็นได้!"
"แล้วอีกอย่างหนึ่งที่เจ้าต้องจำไว้ให้ดีเลยก็คือ มันมีวิชาที่เพิ่มความว่องไวในการโจมตีเป็นอย่างมาก และนั่นก็คือเหตุผลที่ข้าไม่อาจจะสู้กับมันได้!"
เซียวปิงหยวนเอ่ยเตือนเทียนฉินด้วยความเป็นห่วงพร้อมกับบอกเล่าวิธีการต่อสู้ของชิงต้าเหนียวให้ฟัง
"ข้าเข้าใจแล้วศิษย์พี่เซียว!"เทียนฉินเอ่ยรับออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
หลังจากเดินดูสินค้าที่ตลาดแลกเปลี่ยนอยู่ไม่นาน เทียนฉินก็ขอแยกตัวไปดูตาเฒ่าหม่าที่ไปหาแลกเปลี่ยนคะแนนให้เขาอยู่
พอได้พบตาเฒ่าหม่าแล้วเทียนฉินก็ชวนกันกลับทันทีโดยไม่ได้สนใจอะไรอีก ส่วนของที่ให้ตาเฒ่าหม่านำไปแลกเปลี่ยนเป็นคะแนนนั้นก็ได้มาเยอะพอสมควร
เนื่องจากของจำพวกเม็ดยาต่างๆล้วนเป็นที่ต้องการของศิษย์ทุกคน ซึ่งตาเฒ่าหม่าก็ได้ตั้งราคาไว้ถูกกว่าที่หอกิจกรรม จึงทำให้มีคนสนใจเป็นจำนวนมากนี่เอง
เมื่อเทียนฉินกลับมาถึงที่พักแล้วเขาก็ไม่รอช้ารีบเข้าไปเก็บตัวบ่มเพาะพลังอย่างรวดเร็ว เพราะเขารู้ตัวเองดีว่าตอนระดับพลังของเขายังไม่อาจจะสู้ชิงต้าเหนียวได้อย่างแน่นอน
จึงมีความคิดที่จะลองใช้เม็ดยาเปลี่ยนผันแปรที่ได้มาจากภารกิจครั้งที่แล้ว ทะลวงผ่านไประดับผันแปรขั้นกลางดู
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยาม เทียนฉินที่พยายามจะทะลวงผ่านไปถึงระดับผันแปรขั้นกลาง กลับต้องพบกับความผิดหวัง เพราะเขาไม่อาจจะสัมผัสได้ถึงพลังระดับขั้นนั้นเลย
"หรือว่าข้าจะลองไปขอเม็ดยากับท่านอาจารย์เพิ่มดู"เทียนฉินพึมพำออกมาอย่างแผ่วเบา
"เจ้าหนู!ทำไมเจ้าไม่ลองทำความเข้าใจแก่นแท้ธาตุไม้นั้นดูก่อนเล่า?"
ขณะที่เทียนฉินกำลังคิดหาทางเพิ่มพลังของตนเองอยู่นั้น ก็เป็นหลงยู่หมิงที่ส่งกระแสจิตออกมาเตือนเขาเรื่องหินก้อนนั้นที่ได้มาจากตลาดแลกเปลี่ยน
"นั่นสิ! ข้าก็ลืมไปเสียสนิทเลย!"เทียนฉินพลันรู้สึกตัวขึ้นมาก่อนหยิบหินก้อนนั้นออกมาจากแหวนมิติ
"แล้วข้าต้องทำอย่างไรบ้างอาวุโสหลง?"
เทียนฉินส่งกระแสจิตถามกลับไป
"เรื่องนี้ไม่ยากเย็นอะไร เพียงแต่เจ้าต้องใช้เปลวเพลิงสีดำนั้นกลั่นหินในมือเจ้าให้หลอมละลายเสียก่อน"
"จากนั้นจึงใช้เคล็ดวิชาจิตมังกรอัคคีซึมซับแก่นแท้ที่อยู่ด้านในหินก้อนนั้นอีกที!"
แต่ข้าขอเตือนเจ้าไว้อย่างหนึ่ง เจ้าห้ามใช้เพลิงสีส้มที่ได้มาจากดวงจิตอัคนีเป็นอันขาด!"
หลงยู่หมิงกล่าวบอกกับเทียนฉินอย่างละเอียด
จบตอนที่ 52