ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 193 ...ต้องถูกฆ่า...
“ส่งมันมาให้ข้า!” ร่างใหญ่พุ่งตัวแหวกกลุ่มทหารไปหาคาลอส พร้อมกับร้องตะโกนด้วยเสียงที่คลุ้มคลั่ง
ร่างไร้ชีวิตของทหารจากเขต B และดาร์กฮอไรซอนร่วงลงกับพื้นราวกับใบไม้ร่วง ส่วนคนที่ไหวตัวทันก็พุ่งตัวหนีออกจากรัศมีการโจมตี ไม่ให้ตนเองไปขวางทางหัวหน้าหน่วยที่บัดนี้บ้าคลั่งไปแล้ว
นี่คือความหวังเดียวในการรอดชีวิตของไคโฮ เขาจะต้องได้ขวานเล่มนั้นมาก่อนที่ศัตรูจะรับรู้ได้ถึงความพิเศษของอาวุธในมือชายหนุ่ม
คาลอสที่กำลังปัดป้องการโจมตีของศัตรูก็ยังต้องหันมาระวังภัยจากหัวหน้าหน่วยของตนเอง
หมับ!
ไม่ใช่ไคโฮ แต่เป็นรองหัวหน้าหน่วยที่พุ่งตัวเข้ามาจับแขนของคาลอสเอาไว้ ป้องกันไม่ให้ชายหนุ่มหลบหนี
“นี่เจ้า!” คาลอสโพล่งออกมาเพราะไม่คิดว่ารองหัวหน้าหน่วยที่วุ่นวายรับมือศัตรูอยู่จะรีบปรี่เข้ามาหาตนทันที
“ส่งอาวุธของเจ้าให้หัวหน้าหน่วยซะ นี่คือคำสั่งทางการทหาร!” รองหัวหน้าหน่วยที่บ้ากฎระเบียบจนขึ้นสมองจะไม่ยอมเห็นคาลอสขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาโดยเด็ดขาด ในเมื่อไคโฮออกคำสั่งแล้วคาลอสไม่ทำตาม เขาก็จำเป็นต้องสั่งสอน
อีกทั้งนี่เป็นเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน โอกาสรอดชีวิตของเขาน้อยเต็มทน หากหัวหน้าหน่วยวัยกลางคนมีหนทางที่จะรอดออกไปจากที่นี่ได้ เขาก็อยากจะขอติดตามไปด้วย นั่นทำให้มันต้องแสดงบทบาทของผู้ช่วยที่ดี คอยจัดการคนที่ฝ่าฝืนคำสั่ง
“ดี!” ไคโฮตะโกนด้วยความพึงพอใจ พุ่งตัวเข้ามาประชิดคนทั้งคู่ ก่อนจะยื่นฝ่ามือออกไปด้านหน้า
“บัดซบ!” คาลอสสบถออกมา พยายามกระแทกศอกเข้าใส่รองหัวหน้าหน่วยที่อยู่ด้านหลัง พลังงานภายในเริ่มหมุนวนเป็นไปในแนวทางของเคล็ดเผาโลหิต เขาพยายามจะใช้พลังทุ่มสุดตัวเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์ดังกล่าว
ต่อให้ต้องใช้เคล็ดเผาโลหิตเต็มพิกัดจนร่างกายเสียหาย ในสถานการณ์ที่ไร้มิตร มีแต่ศัตรูเช่นนี้ อย่างน้อยเขาก็ต้องลองดิ้นรนดูสักครั้ง
'ต้องสู้ให้เต็มที่! ตอนนี้บรรพบุรุษอาจจะกำลังหาทางช่วยข้าอยู่ก็ได้?' คาลอสนึกถึงทุกคนในครอบครัว เขายังอยากกลับไปหาทุกคน
ความหวังค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจของคาลอส จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เขาเชื่อมั่นว่าตอนนี้บรรพบุรุษจะต้องรับรู้สถานการณ์ของเขาแล้ว
สิ่งที่คาลอสต้องทำคือหาทางถ่วงเวลารอการช่วยเหลือให้ได้นานที่สุด...โดยที่หารู้ไม่ว่าตอนนี้จินกำลังดูดซับพลังงานจากดวงวิญญาณทั้งห้า ตอนที่ได้ยินเสียงประกาศเตือนจากระบบก็ทำแค่ลืมตาขึ้นมามองหน้าต่างระบบเท่านั้น
เมื่อเห็นว่าเป็นอันตรายที่เกิดขึ้นกับคาลอส จินก็ดูดซับพลังงานต่อไปทันที หากผ่านไปนานแล้วการแจ้งเตือนยังไม่จบลง ถึงตอนนั้นเขาจึงจะตัดสินใจใช้ยันต์ติดตามดูว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ต้องทราบก่อนว่าข้ารับใช้ที่เขาให้ติดตามคอยดูแลคาลอสนั้นคือซากศพร่างสูง พลังของมันเทียบเท่าได้กับอีโวลระดับที่สามขั้นสูงสุด ซึ่งกวาดตามองไปทั่วทุกอาณาจักรบนโลกมนุษย์แทบจะมีตัวตนระดับนี้อยู่เพียงหยิบมือ...การมีตัวตนเช่นนี้อยู่เคียงข้าง คาลอสยังจะมีโอกาสได้รับอันตรายด้วยหรือ?
หากเป็นเรื่องที่สไปร์ยังจัดการไม่ได้ จินเองก็ไม่แน่ใจว่าตนเองจะช่วยเหลืออะไรได้หรือไม่?
ส่วนเรื่องที่การช่วยเหลือล่าช้าก็เป็นเพราะบรรพบุรุษอย่างจินเป็นผู้กำชับไว้เอง ว่าหากยังไม่ถึงที่สุดอย่าได้ยื่นมือเข้าช่วย เขาต้องการให้ลูกหลานเติบโต มีประสบการณ์ด้านการต่อสู้มากขึ้น และอีกเหตุผลหนึ่ง...ถ้าลูกหลานไม่อยู่ในวิกฤติ เขาจะได้รับภารกิจจากระบบหรือ?
มีเพียงสงครามนี่แหละที่จะทำให้เขาได้รับโอกาสดีๆ เช่นนี้จากระบบ ในช่วงเวลาปกติจินจะไปหาภารกิจเร่งด่วนเช่นนี้มาจากไหน?
ฝั่บ!
ยังไม่ทันที่พลังจากเคล็ดเผาโลหิตจะปะทุออกมาจากร่างของคาลอส คลื่นพลังหนาแน่นรูปวงเสี้ยวก็พุ่งตัดอากาศลงมาจากเบื้องบน มุ่งตรงมายังจุดเกิดเหตุ
ไคโฮที่พุ่งเข้าใส่คาลอสโดยไม่สนใครหน้าไหนยังต้องขนลุกไปทั่วร่าง ประสาทสัมผัสของมันส่งเสียงเตือนดังลั่นอยู่ภายในหัวถึงอันตรายร้ายแรงของคลื่นพลังงานดังกล่าว
ทว่าน่าเสียดายที่การตอบสนองของมันช้าเกินไป มันตั้งใจสังหารคาลอสให้ตายตกแล้วแย่งขวานสีแดงนั่นมาเป็นของตนจึงทุ่มเข้าไปสุดตัว จะผละตัวออกจากชายหนุ่มหลังจากทุ่มไปสุดตัวแล้วไม่ใช่เรื่องง่าย
“อ๊ากกก” ไคโฮกรีดร้องเสียงดังพร้อมกับพุ่งตัวถอยหลังออกมา เลือดสีแดงสาดกระเด็นไปทั่ว
แขนขวาตั้งแต่ข้อศอกลงไปถึงปลายนิ้วแหว่งหาย กลายเป็นเศษซากอวัยวะตกอยู่ที่พื้น ไคโฮที่เสียแขนขวาไปแล้วรีบใช้พลังงานภายในห้ามเลือดเอาไว้ ก่อนจะหันมองรอบตัวด้วยความตื่นตระหนก
ไม่ใช่แค่ไคโฮ... ทั้งรองหัวหน้าหน่วย เหล่าทหาร ชายชุดดำ และสัตว์อสูรร่างใหญ่ ต่างเบิกตากว้างจ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
สิ่งตรงหน้ามันเกิดขึ้นกะทันหันเกินไป หากละความสนใจไปเพียงครู่เดียวก็อาจจะไม่เห็นจังหวะที่ท่อนแขนถูกตัดขาด
ไคโฮรีบหันมองไปยังทิศทางที่การโจมตีพุ่งออกมาด้วยอาการหวาดผวา 'หรือเป็นกำลังเสริมของศัตรู? บ้าเอ้ย! นี่มันรู้แล้วงั้นรึว่าเราต้องการจะทำอะไร'
ตอนนี้หัวหน้าหน่วยวัยกลางคนเต็มไปด้วยความกลัว เพียงแค่อีโวลระดับหนึ่งและสัตว์อสูรระดับสิบเอ็ดก็ทำให้เขาหืดขึ้นคอแล้ว นี่ยังจะมีตัวละครอื่นเพิ่มเข้ามาอีก? กะจะไม่ให้มีหวังในการรอดชีวิตเลยใช่หรือไม่
ไคโฮกัดฟันแน่น สายตาจ้องมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ตั้งท่าเตรียมป้องกันการโจมตีอย่างเต็มที่
ตอนนี้สนามรบเงียบงันกว่าที่เคย ทุกคนต่างตกอยู่ความรู้สึกหวาดระแวง หน่วยทหารจากเขต B คิดว่านี่คือกำลังเสริมจากศัตรู ส่วนคนจากดาร์กฮอไรซอนก็รู้ว่านี่ไม่ใช่พวกของตน
ฟิ่ว
ตูม!
ร่างสูงใหญ่กว่าสองเมตร กล้ามเนื้อทั่วร่างดูสมส่วนไม่ได้ดูใหญ่จนเกินไปพุ่งตัวลงมากระแทกลงกับพื้น เศษฝุ่นเศษดินปลิวว่อนไปหมด ความรุนแรงของมันถึงกับทำให้ทหารที่ต่อสู้กันอยู่ต้องหยุดมือและผละออกจากกัน
แววตาอันเย็นชา ใบหน้าที่นิ่งเฉยของมันค่อยๆ เผยโฉมให้ทุกคนเห็นหลังจากฝุ่นควันกระจายตัวออกไป สายตาของมันจับจ้องตรงมายังไคโฮที่เหลือแขนอยู่เพียงข้างเดียว
ร่างสูงอดทนมานานแล้ว มันแทบอยากจะสังหารคนทั้งหมดที่นี่อยู่ตรงนี้ แต่คำสอนของรุ่นพี่อย่างหวงเลี่ยงยังคงดังก้องในหัวตลอด ว่าหากไม่จำเป็นอย่าได้ลงมือ ไม่เช่นนั้นลูกหลานของนายท่านจะไม่สามารถพัฒนาตนเองต่อไปได้ในอนาคตหากมีคนคอยทำทุกสิ่งแทนให้ตลอดเวลา
และแล้วก็มีโอกาสให้ร่างสูงได้ลงมือ ด้วยสถานการณ์ที่บีบคั้น และเจตนาสังหารของชายวัยกลางคน เห็นได้ชัดว่ามันตั้งใจสังหารคาลอสโดยไม่มีความคิดปรานี
“ใครคิดฆ่า...ต้องถูกฆ่า...” สำเนียงแปร่งๆ จังหวะประหลาดๆ ดังออกมาจากปากของชายร่างสูง
แม้มันจะเริ่มเรียนรู้ภาษามนุษย์เพียงไม่นาน แต่หลังจากจับการสนทนาของเหล่าทหารในค่ายตลอดเวลา มันก็เริ่มเรียนรู้คำศัพท์หลายๆ อย่างมากขึ้น ไม่ใช่แค่เท่าที่หวงเลี่ยงได้สั่งสอนมันเอาไว้
แววตาที่จ้องมองมาของสไปร์ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นอำมหิต มันจะไม่ปล่อยคนที่คิดสังหารทายาทของนายท่านรอดกลับไปอย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่ไคโฮ แต่รวมถึงคนที่มีเจตนาไม่ดีทั้งหมดในที่แห่งนี้ด้วย
มันไม่มีความทรงจำตอนยังมีชีวิตอยู่ก็จริง แต่หลังจากฟื้นตื่นขึ้นมาอีกครั้ง การคิดวิเคราะห์ของมันก็เริ่มดีขึ้น กวาดตามองไปในสนามรบ ใครมีเจตนาดี ใครมีเจตนาร้ายย่อมเข้าใจได้อย่างไม่ยากเย็น
เพียงแค่เห็นแววตาและสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่ปล่อยออกมาจากร่างสูง ไคโฮก็แทบจะตัวสั่นไปทั้งร่าง...นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว! ต่อให้ชายชุดดำและสัตว์อสูรขนขาวนั่นปิดล้อมไคโฮพร้อมกัน มันก็ยังไม่ได้น่าหวาดกลัวขนาดนี้ นี่มันสัตว์ประหลาดบ้าอะไร!
ชายวัยกลางคนพยายามจะถอยหลังหนี แต่ทันใดนั้นร่างสูงที่มันกำลังเผชิญหน้าก็ปลดปล่อยไอพลังอันน่าพรั่นพรึงออกมา ให้ความรู้สึกถึงพลังหยินรุนแรงจนน่าสะอิดสะเอียน นั่นทำให้แข้งขาของไคโฮอ่อนแรง ก้าวขาแทบจะไม่ออก
“ตาย!” ร่างสูงพุ่งตัวเข้าใส่โดยไม่มีความลังเล เมื่อมันคิดจะฆ่า เป้าหมายจะต้องกลายเป็นศพไร้ชีวิต
“ไม่!”
นั่นเป็นคำสุดท้ายที่หัวหน้าหน่วยพิเศษจะสามารถพูดออกมาได้ ก่อนที่ร่างของมันจะถูกฉีกแยกออกจากกันโดยตรง
แควก
มือขวาของสไปร์แทงทะลุลำคอของอีกฝ่าย ก่อนจะใช้มือข้างที่เหลือยัดตามเข้าไป ออกแรงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ร่างอันแข็งแกร่งของอีโวลระดับที่หนึ่งก็ถูกแบ่งแยกออกจากกัน
มันแทบไม่มีแรงต้านเลยแม้แต่น้อย ทุกอย่างดูง่ายดายราวกับชายร่างสูงเพียงฉีกก้อนขนมปัง และแยมด้านในก็ไหลย้อยลงมา...
เลือดสีแดงเข้มทะลักออกมาจนท่วมพื้นดิน มีบางส่วนกระเด็นขึ้นมาติดที่ใบหน้าของชายร่างสูง ยิ่งขับเน้นความดิบเถื่อนหลังการสังหารให้เด่นชัดขึ้นไปอีก
ร่างสูงสะบัดมือปล่อยร่างไร้ชีวิตทิ้งไว้กับพื้นก่อนจะหันมองไปที่รองหัวหน้าหน่วยซึ่งอยู่ด้านหลังของคาลอส...นี่คือคนต่อไปที่มันจะต้องคิดบัญชีเลือด
“ม่ะ...ไม่ ไม่นะ!” เมื่อรู้สึกถึงสายตาที่มองมา ชายที่ดูราวกับนักวิชาการก็เริ่มเสียสติ ทั้งร่างสั่นเทิ้ม มือข้างที่จับแขนของคาลอสเอาไว้ยิ่งบีบแน่นเข้าไปอีก
คาลอสที่ตกตะลึงกับภาพเหตุการณ์ทั้งหมดก่อนหน้าพลันรู้สึกตัวขึ้นมาจากความเจ็บปวดที่ต้นแขน เขาจึงพยายามสลัดมือของรองหัวหน้าหน่วยออก แต่อีกฝ่ายกลับคว้าจับเอาไว้แน่นจนเกินไป ราวกับว่าแขนของคาลอสเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจยามที่มันหวาดกลัวถึงขีดสุด
“ปล่อย...ปล่อยมือ!...” เสียงของสไปร์คำรามลั่น นี่ทำให้แม้แต่คาลอสยังต้องเกร็งไปทั้งร่าง แล้วคนที่เป็นเป้าหมายโดยตรงอย่างรองหัวหน้าหน่วยจะเป็นเช่นไร?
ตอนนี้ร่างของรองหัวหน้าหน่วยนิ่งงันไปแล้ว สมองพลันโล่งว่างไปหมด และจังหวะนี้เองที่คาลอสสลัดมือของมันออกจนหลุด
ฟุ่บ
เผละ
เพียงเสี้ยววินาทีหลังจากที่คาลอสผละออกมาได้ ร่างของชายคนที่พยายามจับตัวเขาเอาไว้ก็แตกระเบิดออกราวกับลูกโป่ง แหลกเละกลายเป็นเพียงชิ้นเนื้อกับของเหลว ไร้แรงจะต่อต้านเสียยิ่งกว่าร่างของไคโฮที่ถูกฉีกทึ้ง
“เหวอ!” เหล่าทหารที่อยู่โดยรอบตกใจจนแทบสิ้นสติ ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าหรือรองหัวหน้าหน่วยพิเศษจากเขต B ทั้งหมดล้วนตกตายในชั่วพริบตา ไม่มีใครต่อต้านความเด็ดขาดของชายร่างสูงผู้นี้ได้เลย
คาลอสจ้องไปที่ชายตรงหน้าด้วยความพิศวง ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้มีจิตมุ่งร้ายกับตน 'บางทีนี่อาจจะเป็น...'
ชายหนุ่มนึกถึงความเป็นไปได้หลายอย่าง หลายสิ่งเชื่อมโยงไปถึงบรรพบุรุษที่คอยดูแลเขามาโดยตลอด เมื่อคิดได้ดังนี้จึงรีบเอื้อมมือไปหาสหายสนิทเพียงคนเดียวในกองทัพ วาเปียว
ตอนนี้ทั้งร่างของวาเปียวเต็มไปด้วยบาดแผล และความหวาดกลัวก็เกาะกุมหัวใจของเขาไปหมดแล้ว เพียงแค่คาลอสกระชากตัวก็แทบจะปลิวเข้ามาหา
“หะ..อ๊ะ นี่ๆ...” วาเปียวตกใจมากจนพูดไม่รู้เรื่อง พยายามยกนิ้วมือที่สั่นเทาขึ้นมา
แต่คาลอสส่ายศีรษะก่อนจะพูดว่า “ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว อยู่นิ่งๆ!”
สไปร์ที่เห็นการกระทำของคาลอสก็พยักหน้าอยู่กับตนเองเงียบๆ ไม่แน่ใจเช่นกันว่ามันเข้าใจว่าอะไร
จากนั้นมันก็ปลดปล่อยไอพลังทั้งหมดออกมา ก่อนจะพุ่งตัวเข้าหากลุ่มคนที่เหลือ