“เจ้าอย่าได้เข้าใจผิดซะหล่ะ โดมัน จริงๆ แล้วข้าเองก็ไม่ได้คิดจะหนีเจ้ามาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ข้าเสียเวลากับเจ้ามามากพอแล้ว ข้าก็ต้องรีบไปที่นั่นก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป แต่เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ไว้โอกาสหน้า ถ้าหากข้าได้พบเจอกับเจ้าอีกทีนึงเมื่อไหร่ ข้าจะลงมือสังหารเจ้าเสีย แล้วก็ชิงตำราแห่งศาสตร์มืดนั่นกลับคืนมา”
เซย์เมย์กล่าวพึมพำกับตัวเอง พลางขับรถมุ่งหน้าไปยังเมืองคิตะ อันเป็นจุดหมายปลายทางด้วยความเร็วสูง
“หึ คงจะรีบไปหยุดอาเพศโยไคที่กำลังจะเกิดขึ้นที่เมืองคิตะนั่นหล่ะสิ แต่ก็เสียใจด้วยนะ เซย์เมย์ ตอนนี้เจ้าหน่ะไปไม่ทันการหรอก เพราะที่ข้ามาก็เพื่อจะมาถ่วงเวลาเจ้าโดยเฉพาะ”
ทางด้านโดมันนั้นก็พลางกล่าวพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่ตัวเขานั้นจะรีบเคลื่อนตัวลงจากสะพานทางด่วน แล้วรีบขับรถสปอร์ตคันหรูหนีออกมาจากพื้นที่ถนนบริเวณตรงนั้นทันที
จากนั้น เรื่องราวก็ได้ตัดกลับไปยังช่วงยุคเซ็นโกคุอีกครั้ง ทางด้านยูกินะ โทโมเอะ คิทสึเนะ อินะฮิเมะ และโอคัทสึนั้น หลังจากที่เดินทางมาได้ไกลพอสมควร พวกเธอทั้ง 5 ก็ได้เดินทางมาถึงที่ป่าไม้แห่งหนึ่งที่ล้วนเต็มไปด้วยต้นสึบากินับพันกว่าต้นเรียงรายอยู่ทั่วผืนป่า
ในขณะเดียวกันนั้น ท้องฟ้าก็ค่อยๆ มืดครึ้มลง พวกเธอทั้ง 5 จึงตัดสินใจที่จะก่อไฟพักแรมกันภายในป่าไม้สึบากิแห่งนี้ทันที ในระหว่างที่กำลังพักแรมกันอยู่นั้น พวกเธอก็ได้กลิ่นหอมจากดอกสึบากินับแสนกว่าดอกที่ลอยอบอวลไปทั่วผืนป่า เมื่อได้สูดดมมันเข้าไป พวกเธอนั้นก็จะรู้สึกผ่อนคลายเป็นปลิดทิ้ง และเคลิบเคลิ้มไปกับกลิ่นหอมของพวกมัน ด้วยฤทธิ์กล่อมประสาทจากกลิ่นหอมของดอกไม้ จึงทำให้พวกเธอทั้งหมดพากันนอนสลบลงที่รอบกองไฟ
หลังจากนั้นสักพัก ก็ได้มีเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือค่อยๆ ดังขึ้นภายในหัว ยูกินะค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น ก่อนที่เธอนั้นจะค่อยๆ ยื่นมือเรียวงามออกมาคว้ามือถือไอโฟนของตัวเองที่วางอยู่ข้างๆ หมอน แล้วทำการปิดเสียงนาฬิกาปลุกบนมือถือทันทีด้วยอาการสะลึมสะลือ
เมื่อรู้สึกตัวอีกที ยูกินะก็ได้พบว่าตัวเธอในตอนนี้ได้มาอยู่ที่ห้องนอนภายในหอพักหรูของยูกินะและสึบากิที่อยู่ในใจกลางกรุง พร้อมกับอยู่ในชุดนอนสีกรมท่า
ยูกินะค่อยๆ ลุกจากเตียงนอน ก่อนที่เธอนั้นจะเดินไปยังห้องอาบน้ำที่อยู่ภายในห้องนอน จากนั้น เธอก็รีบอาบน้ำ แปรงฟัน และแต่งกายด้วยชุดไปรเวทที่เธอมักจะสวมใส่ไปมหาวิทยาลัยอยู่เป็นประจำทุกวันทันทีราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งในขณะเดียวกันนั้น ตัวเธอเองก็จำเรื่องราวในเหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่ได้เลย หลังจากที่ยูกินะแต่งกายเสร็จ เธอก็รีบขับรถไปหาสึบากิที่โรงเรียนสาธิตฯ ทันที
ยูกินะได้ขับรถเดินทางมาถึงที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสุเมรากิ ซึ่งได้มีการจัดงานเทศกาลวัฒนธรรมกันขึ้นโดยเหล่าบรรดานักเรียนมัธยมปลายที่อยู่ภายในโรงเรียนแห่งนี้ มีการจัดซุ้มกันขึ้นอย่างหลากหลายตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วทั้งโรงเรียน มีทั้งซุ้มร้านค้า และซุ้มกิจ กรรมที่ถูกจัดขึ้นโดยนักเรียนจากชมรมศิลปะ ชมรมวรรณกรรม และชมรมอื่นๆ อีกตั้งมากมาย
และรวมไปถึงมีการแสดงต่างๆ บนเวทีภายในห้องลานประชุม-สนามกีฬาภายในอาคารเรียนของเหล่านักเรียนจากชมรมการแสดง การเต้น การร่ายรำ และชมรมดนตรีประเภทต่างๆ และที่สำคัญก็คือ มีซุ้มผีสิงอันเป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของงานเทศกาลวัฒนธรรมในครั้งนี้อีกด้วย ซึ่งบรรยากาศภายในงานนั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนานและความรื่นเริง
เหล่าบรรดาผู้เข้าชมภายในงานเทศกาลวัฒนธรรมภายในโรงเรียนแห่งนี้นั้น ส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นพวกผู้ดีฐานะที่สูงส่ง ซึ่งมีทั้งนักการเมือง ข้าราชการระดับสูง นายตำรวจ-ทหารชั้นอาวุโส เซเล็บไฮโซ นักธุรกิจเศรษฐีพันล้าน รวมไปถึงเหล่าดาราดังที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ในด้านวงการบันเทิงและวงการแฟชั่นของญี่ปุ่นอีกด้วย
ซึ่งทั้งหมดที่ได้กล่าวมาข้างต้นนั้นยังมีบางส่วนที่เคยเป็นอดีตศิษย์เก่าที่จบการศึกษามาจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสุเมรากิแห่งนี้ และที่สำคัญ มีเหล่าบรรดาพิธีกรจากรายการต่างๆ ที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ มาถ่ายทอดสดภายในงานเพื่อออกอากาศทางช่องสถานีโทรทัศน์ชื่อดังต่างๆ อีกด้วย
หลังจากที่ขับรถมาถึงแล้ว ยูกินะก็รีบมุ่งหน้าตรงไปยังจุดนัดพบที่อยู่ภายในงานเทศกาลวัฒนธรรม ซึ่งยูกินะกับพวกเพื่อนๆ ทั้งสามของเธอนั้นได้นัดหมายกันเอาไว้แล้ว เมื่อได้มาถึงที่จุดนัดพบ ยูกินะก็ได้บังเอิญไปเจอกับเพื่อนๆ ทั้งสามอย่างมิเคียว ฮารุกะ และอาโออิที่ได้มาถึงที่นัดหมายกันพอดี จากนั้น พวกเธอทั้ง 4 ก็พากันเดินเข้าไปชมบรรยากาศภายในงานเทศกาลวัฒนธรรมของโรงเรียนทันที
และในระหว่างนั้น พวกเธอทั้ง 4 ก็เดินคุยเล่นกันไปมาอย่างสนุกสนานตามประสาของผู้หญิงทั่วไป พลางเดินชมบรรยากาศภายในงานเทศกาลที่อยู่ในท่ามกลางผู้คนนับหมื่น
และในขณะเดียวกัน ทางด้านโทโมเอะนั้นก็ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น จนได้มาพบว่า ตัวเธอนั้นได้มาอาศัยอยู่ที่บ้านสไตล์ญี่ปุ่นดั่งเดิมหลังหนึ่งที่อยู่ภายในหมู่บ้านชนบทแห่งหนึ่ง โทโมเอะในตอนนี้ก็ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับโยชินากะอย่างสงบสุขที่หมู่บ้านชนบทในภูเขาสุซุกะราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น และในขณะเดียวกัน เธอก็จำเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ ในอดีตไม่ได้เลย เธอรู้อยู่แค่ว่า ตัวเธอนั้นมีความต้องการที่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันกับชายผู้เป็นคนรักอย่างสงบสุขที่หมู่บ้านชนบทแห่งนี้
เมื่อถึงช่วงเวลาเย็น พวกเขาทั้งสองก็ออกไปเดินเล่นด้วยกันอยู่ตามทางเดินทั้งในหมู่บ้านและในป่าในท่ามกลางสายลมอันเย็นฉ่ำ ในระหว่างนั้น ทั้งสองก็มีการจับมือกันด้วย
ในขณะเดียวกัน ทางด้านคิทสึเนะก็ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น จนได้พบว่า ตัวเธอในตอนนี้ได้มาอยู่ที่หมู่บ้านในกลางป่าที่อยู่บนภูเขาสุซุกะ อันเป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าฮาคุโซ เมื่อลองสำรวจดูรอบๆ แล้ว คิทสึเนะก็ได้พบว่าตัวเธอในตอนนี้ได้มาอยู่ในคราบของสุนัขจิ้งจอกในชุดกิโมโนสีชมพู
คิทสึเนะในตอนนี้ก็จำเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ ในอดีตไม่ได้เลยเช่นกัน เธอรู้อยู่แค่ว่า เหล่าบรรดาชนเผ่าฮาคุโซสุนั้นต่างก็อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขที่หมู่บ้านในกลางป่าแห่งนี้ราวกับว่าไม่มีเหตุร้ายใดๆ เกิดขึ้นเลย เมื่อเธอได้ลองเดินสำรวจอยู่รอบๆ หมู่บ้านนั้น ก็จะพบว่าในตอนนี้ได้มาอยู่ในช่วงเทศกาลฮานาบิ หรือเทศกาลดอกไม้ไฟ
“อยู่นี่ๆ เอง รีบไปกันเถอะ ยาเอะ พวกญาติๆ กำลังรออยู่”
จากนั้น คิทสึเนะก็รีบเดินตามพี่สาวของเธอไปหาญาติๆ ของเธอ ก่อนที่ตัวเธอนั้นจะรีบเดินไปชมดอกไม้ไฟกับพี่สาว และพวกญาติๆ ของเธอราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น บรรยากาศภายในงานเทศกาลดอกไม้ไฟนั้นเป็นไปอย่างคึกคัก มีพวกสุนัขจิ้งจอกตัวอื่นๆ ในชนเผ่า ต่างก็พากันมาชมความสวยงามของดอกไม้ไฟที่ปะทุขึ้นบนท้องฟ้าในยามราตรีอันกว้างใหญ่
ในขณะเดียวกัน ทางด้านโอคัทสึก็ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น จนได้มาพบว่าตัวเธอในตอนนี้ได้มาอาศัยอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลโทกุกาว่า ตัวเธอในตอนนี้จำเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ ในอดีตแทบไม่ค่อยได้เลย
โอคัทสึจำได้แค่ว่าตัวเธอนั้นก็คือนางโทคุฮิเมะที่อาศัยอยู่ร่วมกันกับชายคนรักที่มีนามว่าโนบุยาสึ เธอรู้สึกแค่ว่าพอใจที่ได้มาอาศัยอยู่ด้วยกันกับชายคนรัก ถึงแม้ว่าเธอมักจะถูกนางสึกิยามะกลั่นแกล้งสารพัดไม่เว้นแต่ละวันก็ตาม ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น แต่โทคุฮิเมะก็ยังรู้สึกอุ่นใจที่ยังมีชายคนรักของเธอโนบุยาสึคอยอยู่เคียงข้างเสมอมา