“...’’ มองไปยังสภาพอนาถของหลานชายตัวเองที่ถูกพาตัวกลับมาชายชราคนหนึ่งก็ขมวดคิ้วแน่นอย่างสับสนหากเป็นคนธรรมดาพวกเขาคงจะคิดว่าอีกฝ่ายเกิดไม่สบายขึ้นมาและเป็นลมไป
แต่สําหรับเขานั้นไม่ใช่เพราะเขารู้ดีว่านอกจากตู่โอหยันจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์แล้วอีกฝ่ายยังเป็นถึงนักสู้กําลังภายในที่กล้าแกร่งอีกด้วยดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่คนร่างกายแข็งแกรงอย่างนี้จะมาไม่สบายหรือเป็นลมไป
แท้จริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ขณะที่ตู่โอชานกําลังสับสนเขาก็บังเอิญสังเกตเห็นพอดีว่าชายหนุ่มเริ่มได้สติแล้ว เขาจึงถามออกไปในทันที “หยันน้อยหลานเป็นลมไปได้อย่างไร?’’
“เป็นลม?’’ทันทีที่ได้สติและได้ยินเสียงของปู่ ตู่โอหยันก็ผงะไปดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้เขาจะรู้สึกกลัวต่อภาพวาดใบหนึ่งจนเผลอจินตนาการไปและเกิดได้ยินเสียงของมันสุดท้ายก็ไม่พ้นกระอักเลือดและเป็นลม
บัดซบ!น่าอับอายชะมัด!
แน่นอนว่าเรื่องน่าอับอายแบบนี้หากบอกไปมีหวังโดนหัวเราะเยาะแน่ตู่โอหยันจึงหัวเราะแห้งๆแก้ตัว “ดูเหมือนผมจะไม่สบายน่ะปู่…’’
แต่พูดยังไม่ทันจบตู่โอชานก็จ้องเขม็งด้วยท่าทีจริงจัง “แกคงไม่ได้ไปโดนใครเล่นมาใช่ไหม?’’
มันเป็นไปไม่ได้ที่ผู้ใช้กําลังภายในจะไม่สบายยิ่งเป็นรุ่นเยาว์ยิ่งแล้วใหญ่เลยดังนั้นจึงมีโอกาสเป็นอย่างมากว่าอีกฝ่ายจะถูกใครบางคนเล่นงานอย่างไรก็ตามด้วยร่องรอยบนตัวที่ปราศจากบาดแผลนอกจากคราบเลือดเขาก็ไม่สามารถฟันธงได้ว่าเกิดอะไรขึ้นและทําได้เพียงแค่สงสัยเพราะถ้าอีกฝ่ายถูกเล่นมาจริง อย่างน้อยคนๆนั้นคงต้องมีฝีมือมากมายอย่างแน่นอน
“ปู่ผมจะไปโดนเล่นมาได้อย่างไร?’’ได้ยิน ตู่โอหยันก็ส่ายหัวเขามีความหยิ่งยโสอย่างมากเพราะอย่างนั้นคําว่าพ่ายแพ้จะไม่มีในพจนานุกรมของเขาเด็ดขาด
ทว่า...วันนี้ดูเหมือนเขาจะได้พ่ายแพ้เสียแล้ว!
พ่ายแพ้แก่ความไม่เป็นธรรม!
“ปู่ผมอยากให้ปู่ส่งไปจัดการใครบางคนให้หน่อยไม่สิ สองคนเลย!’’ นึกขึ้นได้ ตู่โอหยันก็พูดเสียงดังเขายอมรับไม่ได้จริงๆที่พ่ายแพ้ต่อคนไร้ชื่อเสียงและภาพวาดโง่ๆภาพหนึ่งดังนั้นเรื่องราวครั้งนี้หากไม่ทําให้มันสาสมเขาย่อมไม่อาจใช้ชื่อว่าตู่โอหยันได้อีกต่อไป
“ใช่ไอ้ผู้ชนะงานแข่งขันวาดภาพรึเปล่า?’’ตู่โอชานคาดเดา นอกจากจะมีคนมาส่งหลานชายของเขาแล้วเขายังได้ทราบอีกด้วยว่าผู้ชนะหาใช่หลานชายของเขาไม่แต่เป็นบุคคลไร้ชื่อเสียงที่เอาชนะด้วยภาพวาดเรียบง่ายภาพหนึ่งดังนั้นแล้วแม้ว่าหลานชายของเขาจะไม่เอ่ยปากขอ เขาก็คิดอยู่แล้วว่าจะส่งคนไปมอบบทเรียนให้พวกมันเสียหน่อย
พวกที่กล้าหักหน้าตระกูลตู่!
“ใช่แล้วปู่ผมว่าพวกมันจะต้องเล่นโกงแน่ๆ ไม่อย่างนั้นไม่มีทางมาชนะผมได้หรอกอีกอย่างการโกงครั้งนี้ไม่น่าใช่ทางสมาคมหรือคนอื่นๆ เพราะจากที่ผมสังเกตพวกเขาดูไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยเพราะอย่างนั้นบางทีพวกมันจะต้องเตรียมการแล้วมาอย่างแน่นอน!’’ตู่โอหยันพยักหน้าอย่างมั่นใจเป็นไปไม่ได้ที่คุณชายรองอย่างเขาจะพ่ายแพ้แก่บุคคลไร้ชื่อเสียงยิ่งเรื่องตลกที่ว่าคนที่เขาพ่ายแพ้มีอาจารย์เป็นคนรุ่นเดียวกันกับเขา
นั่นยิ่งไม่น่าเชื่อเข้าไปใหญ่!
แล้วแบบนี้ถ้าไม่ให้เรียกว่าโกงแล้วจะให้เรียกว่าอะไร?
“ได้เดี๋ยวปู่คนนี้จะส่งคนไปมอบบทเรียนให้กับพวกมัน!’’ถึงจะรู้สึกสงสัยและไม่เข้าใจบางเรื่อง แต่ตู่โอชานก็เห็นด้วยไม่ว่าจะเป็นยังไงก็แล้วแต่ สําหรับเขาแล้วใครที่กล้ามาหักหน้าตระกูลตู่หรือแม้แย่งแค่ที่นั่งพวกมันทุกคนล้วนต้องได้รับการสั่งสอน
…
ทวีปแอฟริกาณ ป่าแห่งหนึ่ง
ปัง ปังปัง
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วรอบๆต่างเต็มไปด้วยซากศพ ท่ามกลางพวกมันมีกลุ่มคนติดอาวุธกลุ่มหนึ่งอยู่พวกเขาล้วนมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัดไม่เพียงเท่านั้นเมื่อมองไปยังพรรคพวกที่ตายไปแล้วสลับกับมือสังหารที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วพวกเขาก็ตื่นตะหนกเป็นอย่างมาก
“บัดซบ!ไอ้หมอนี่มันไม่ใช่คนแล้ว!’’
“แน่จริงก็โผล่ออกมาดิวะ!’’
“ฆ่า!ฆ่ามันให้ได้!’’
“...’’
ปัง ปังปัง
ไม่ช้าคนทั้งหมดก็เริ่มกราดยิงออกไปอย่างบ้าคลั่ง พวกเขาไม่สนใจด้วยซํ้าว่าจะโดนหรือไม่ เพราะขอแค่อย่างเดียวก็พอแล้วนั่นคือทําให้ไอ้เจ้ามือสังหารนี้ตายให้ได้
พรึ่บ!
อย่างไรก็ตามในช่วงที่เกิดความโกลาหลขึ้นเงาของมือสังการก็ทะยานออกมาอย่างคล่องแคล่ว พริบตาที่ใจกลางกลุ่มคนติดอาวุธก็ปรากฏชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาขึ้นทว่าก่อนที่คนทั้งหลายจะได้รู้สึกตัว กริชสีดําในมือของชายหนุ่มก็พุ่งออกไป
ฉวัะ!
เสียงฟันดังขึ้นอย่างต่อเนื่องก่อนปรากฏศรีษะมากมากที่ลอยกระเด็นขึ้นไปกลางอากาศและปรากฏเลือดสาดกระเซ็นออกมา
ตุบ!
ไม่ช้าร่างที่ไร้ศรีษะจํานวนมากก็ล้มลงนอนกองกับพื้นไป
“ฮะ...โฮวเทียน!’’ไม่ไกลออกไป ชายวัยกลางคนสัญชาติเอียเชียในชุดจีนที่ลอบสังเกตการอยู่พลันตื่นตะหนกเขาไม่คิดเลยว่าการค้าขายครั้งนี้จะถูกติดตามมาโดยจอมยุทธ์ผู้แข็งแกร่งอย่างไรก็ตามในวินาทีต่อมาเขาก็กลับมาสงบอีกครั้งและสั่งการผ่านวิทยุสื่อสาร“ยิง!’’
ถึงจะเป็นจอมยุทธ์มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะหลบกระสุนปืนยิ่งเป็นกระสุนจากสไนเปอร์ยิ่งแล้วใหญ่เลย เพราะอย่างนั้นเขาจึงมั่นใจเป็นอย่างมากว่าเมื่อสั่งการออกไปแล้วทันทีที่เหล่าสไนเปอร์ที่ซุ่มอยู่ลงมือ จอมยุทธ์คนนี้จะต้องตายอย่างแน่อน
อย่างไรก็ตามเมื่อพบว่ายังไม่เกิดอะไรขึ้นสีหน้าของเขาก็เริ่มตื่นตะหนก
มันคงไม่ใช่หรอกมั้ง…
“เป็นไปอย่างที่แกคิดคนของแก้ได้ถูกคนของฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว!’’ วินาทีต่อมาโดยไม่ต้องคิดให้มากความเสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้นเพื่อไขข้อกระจ่างให้แก่เขา พริบตาชายหนุ่มที่เขาเพิ่งละสายตาไปก็มาปรากฏที่เบื้องหน้าของเขา
“กะ...แก!’’ทันทีที่เห็น ชายวัยกลางคนก็ตกใจเป็นอย่างมาก ทว่าเขาก็ไม่สามารถตอบสนองได้ทัน
ฉวัะ!
วินาทีนั้นศรีษะของชายวัยกลางคนได้ถูกกริชสีดําในมือของชายหนุ่มสะบั้นลอยขึ้นไปกลางอากาศทันที
ตุบ!
มองไปยังร่างที่ล้มลงและไร้ศรีษะแววตาของเสี่ยวหลินไม่ปรากฏความเห็นใจใดๆทั้งสิ้น
ตรู๊ด...ตรู๊ด...ตรู๊ด
วินาทีต่อมาเมื่อมีสายเข้ามา เสี่ยวหลินที่เห็นว่าเป็นเบอร์ของใครจึงรับมันก่อนที่จะยิ้ม“น้องรองนายสืบข้อมูลที่ฉันให้สืบไปถึงไหนแล้ว? อ้อแล้วก็อีกเรื่องฉันเพิ่งได้ยินมาว่าในมาเก๊าเพิ่งมียอดฝีมือสองคนปรากฏตัวได้ไม่นานดังนั้นถ้านายจัดการธุระที่นั่นเสร็จแล้ว นายก็เดินทางไปชวนสองคนนั้นมาเข้าร่วมกับเราด้วยล่ะ...’’
“พี่!นี่พี่จะให้ฉันพูดก่อนซักครั้งไม่ได้รึไง?’’ด้านเสี่ยวเย่ที่ได้ยินก็เคืองเขาเคืองเป็นอย่างมากที่พี่ใหญ่ของเขาต้องพูดก่อนทุกครั้ง แถมยังพูดยาวอีกด้วย
บ้าชะมัด!
“เอาน่าเดี๋ยวเรื่องของตระกูลตู่จบเมื่อไหร่พี่จะพานายไปเลี้ยงข้าวชดเชยเอง!’’ถึงจะถูกเคือง เสี่ยวหลินก็ไม่ได้สนใจเขาเพียงหัวเราะเบาๆถ้าไม่ใช่เรื่องของตระกูลตู่เขาคงไม่มายังสถานที่อันตรายอย่างนี้หรอกอีกอย่างหัวหน้าทีมก็เป็นเขาถ้าเขาไม่จริงจังและสั่งนู่นสั่งนี่จะใช่หัวหน้าทีมได้อย่างไร?
ถูกต้อง!เขาเสี่ยวหลินคนนี้ก็คือหัวหน้าแห่งหน่วยลับที่สุดยอดของจีน!
หน่วยเขี้ยวหมาป่า!