“มอบผลไม้มา แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”
ถงเหว่ยจากสำนักยักษ์พฤกษาผู้มีรูปร่างสูงใหญ่กำยำกล่าวขึ้นใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ดุร้าย
“เจ้าหนู ผลไม้ทองคำศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะครอบครองได้หากไม่อยากตายก็ส่งมาให้ข้า”
ไป๋เหลียงผู้บำเพ็ญวัยยี่สิบสามปีแห่งสำนักทะยานเวหาก็ต้องการผลไม้นี้เช่นกัน แม้รูปลักษณ์ของเขาจะดูบริสุทธิ์และเงียบสงบทว่าแท้จริงแล้วเขาทั้งร้ายกาจและโหดเหี้ยม
หนิงเทียนหันรีหันขวาง พลางคิดว่าจะแยกตัวออกมาอย่างไรเขาได้ผลไม้ทองคำศักดิ์สิทธิ์มาแล้วจึงไม่อยากสู้จนตาย แต่ถงเหว่ยและไป๋เหลียงกลับคอยจับตาดูอย่างใกล้ชิดและคนอื่นๆ ก็จงใจสกัดทางหนี ทำให้เขาไม่สามารถออกไปได้
“ในเมื่ออยากสู้นักเช่นนั้นก็เข้ามาเลย!” หนิงเทียนคำรามอย่างไม่พอใจ เขาเลิกหนีแล้วใช้หมัดซ้ายมีดขวาตอบโต้อย่างสุดกำลัง
“เจ้าเด็กหน้าเหม็นเจ้ากำลังมองหาความตาย!” ถงเหว่ยยิ้มชั่วร้าย ก่อนที่ต้นไม้ใหญ่แปดต้นจะรวมตัวกันเป็นวงกลมด้านนอกเขาใช้ทักษะขุดรากต้นไม้ยักษ์เพื่อปิดกั้นทางหนีของหนิงเทียน จากนั้นก็ออกพลังหมัดและเท้าราวกับอัสนีฟาดทุกหมัดของเขามีเงาไม้ใหญ่ซึ่งมีอำนาจทลายภูผา และการต่อสู้แต่ละครั้งก็ทำให้หนิงเทียนแขนชาจนต้องถอยหลังไปทีละก้าว
ต้นไม้ใหญ่ทั้งแปดช่วยถงเหว่ยดูดกลืนพลังวิญญาณเงาเหล่านั้นค่อนข้างเสมือนจริงราวกับวังวนสีน้ำเงินที่ปล่อยคลื่นอันน่าสะพรึงกลัว
ขอบเขตจิตหยั่งลึกขั้นแปดจะสามารถควบแน่นรากจิตวิญญาณทั้งแปดในร่างกายอีกทั้งความเร็วในการกลืนพลังวิญญาณยังมากเป็นแปดเท่าของขอบเขตจิตหยั่งลึกขั้นแรก
แม้หนิงเทียนจะมีเส้นลมปราณฟ้าประทานทว่าท้ายที่สุดแล้วเขาก็อยู่แค่ขอบเขตจิตหยั่งลึกขั้นแรก และอาศัยเพียงบงกชสีมรกตในการดูดกลืนพลังวิญญาณแน่นอนว่าย่อมมีช่องว่างระหว่างขอบเขตทั้งสอง
หากเขายังไม่ผ่านการขัดเกลากายาระดับหนึ่งจนมีร่างกายที่ทรงพลังอย่างยิ่งป่านนี้คงถูกถงเหว่ยทุบตีจนตายไปแล้ว
ทางด้านไป๋เหลียงจากสำนักทะยานเวหาพฤกษาของเขาคือเถาวัลย์ ดังนั้น มือของเขาจึงกระฉับกระเฉงและเปลี่ยนแปลงได้ราวกับงูพิษรวมถึงมีความเชี่ยวชาญเรื่องการลอบจู่โจม
การโจมตีของถงเหว่ยนั้นรุนแรงและทรงพลังขณะที่การโจมตีของไป๋เหลียงร้ายกาจและแปลกประหลาด เมื่อทั้งสองคนร่วมมือกัน หนิงเทียนก็เกือบจะตกที่นั่งลำบากแล้ว
“ทะยานหลงเงาตัดผกา!” ดวงตาของหนิงเทียนเต็มไปด้วยพลังอันแก่กล้าในเมื่อยังเอาชนะไม่ได้เขาก็ต้องปรับกลยุทธ์ของตน
ก่อนหน้านี้เขาใช้วิธีการเผชิญหน้าโดยอาศัยความแข็งแกร่งทางกายภาพเข้าสู้จนตัวตายทว่าหากวิธีนี้ไม่สามารถปราบศัตรูได้ก็เหลือเพียงการชิงไหวชิงพริบเท่านั้น จากทะลวงพันชั้นก็เปลี่ยนเป็นทะยานหลงเงาตัดผกาทันที
ตามที่อาจารย์คนงามเคยสอนสั่งการใช้วิชานี้สามารถทำได้สองวิธี ซึ่งทะยานหลงเงาตัดผกามีอานุภาพสูงมาก ใช้ได้ทั้งการต่อสู้แบบตัวต่อตัวและแบบกลุ่ม
ทะยานหลงเงาตัดผกาปลิวไสวอย่างไม่อาจคาดเดาในกรณีที่ยังสยบคู่ต่อสู้ไม่ได้ ก็ต้องปรับเปลี่ยนกระบวนท่าเพื่อพลิกวิกฤตพิชิตชัย
ดอกไม้บินสะพรั่งบานและหมุนวนบนปลายนิ้วของหนิงเทียนทั้งยี่สิบห้าดอกมีใบมีดแหลมคมซึ่งไม่ประจักษ์นัก จึงยากที่จะประเมินความอันตราย
ภาพลวงและดอกไม้บินที่ลอยอยู่ค่อนข้างซับซ้อนและแยกแยะลำบากซึ่งสามารถถ่วงเวลาและลดการป้องกันตัวของอีกฝ่ายได้
ถงเหว่ยมักเคลื่อนไหวอย่างโจ่งแจ้งขณะที่การเคลื่อนไหวของไป๋เหลียงลึกลับและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ดังนั้น หนิงเทียนจึงเลือกถงเหว่ยเป็นเป้าหมายหลัก
“เจ้าเด็กหน้าเหม็น เจ้ากล้าต่อกรกับข้าหรือ?”ถงเหว่ยไม่คุ้นเคยกับการหลบเลี่ยงที่ไร้ทิศทางของหนิงเทียนเนื่องจากนี่ไม่ใช่จุดแข็งของเขา
หนิงเทียนใช้ยุทธศาสตร์ครองสวรรค์บงกชสีมรกตข้างกายเปล่งประกายก่อนจะหยั่งรากลงดิน จากนั้นก็แผ่กลิ่นอายดุดันออกมาและต้านรับการรบกวนของไป๋เหลียง
ในเวลาเดียวกันใบมีดบนปลายนิ้วของหนิงเทียนก็หมุนทำมุมแปลกประหลาดเพื่อทำลายการป้องกันของถงเหว่ยจนเสื้อผ้าของเขาฉีกขาดและทิ้งบาดแผลไว้บนแผ่นหลัง
“โอ๊ย! เจ้าเด็กบ้านี่” ถงเหว่ยกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดพร้อมหลบหลีกอย่างรวดเร็ว
“ทะลวงพันชั้น!” หนิงเทียนขู่คำรามการเคลื่อนไหวของเขาเปลี่ยนไปจากเดิม ยามนี้เขาเริ่มบุกโจมตีแบบตัวต่อตัวแล้ว
“เจ้าโง่! คิดว่าทำร้ายข้าได้แล้วจะสู้กับข้าได้หรือ? ข้าจะฆ่าเจ้า!”ถงเหว่ยโกรธจัด ใบหน้าดุร้ายของเขาเต็มไปด้วยเจตนาสังหาร เขาสะบัดฝ่ามือใหญ่ที่สามารถเคลื่อนภูผาธาราแล้วโจมตีหนิงเทียนด้วยพลังอันรุนแรง
“สนเข็มเจาะทะลวง!” แววตาของไป๋เหลียงเป็นประกายอาฆาตทันทีที่หนิงเทียนโจมตีถงเหว่ยด้วยกำลังทั้งหมด เขาก็เปิดฉากลอบโจมตีหนิงเทียนเช่นกัน
หนิงเทียนจ้องมือขวาของถงเหว่ยด้วยดวงตาที่ลุกเป็นไฟเมื่อหมัดอาฆาตเข้ามาใกล้ เขาก็เปิดกำไลหยกหยวนเพื่อหยิบไข่มุกอสูรหยินออกมา ก่อนจะเปลี่ยนวิธีจู่โจมจากกำปั้นเป็นฝ่ามือ
ปัง!
เกิดเสียงอันพรั่นพรึงที่ตามมาด้วยเสียงร้องคำราม
ฝ่ามือของถงเหว่ยน่าหวาดเกรงเป็นอย่างมากมันกระทบฝ่ามือของหนิงเทียนและสัมผัสกับมุกอสูรหยิน
พลันอวัยวะภายในของถงเหว่ยเริ่มสั่นไหวร่างกายค่อยๆ สูญเสียเรี่ยวแรงทั้งหมด เส้นลมปราณแข็งทื่อ และความกลัวก็เข้าปกคลุมทันที
ขณะนั้นเองหนิงเทียนก็สะบัดมือซ้ายพลันกระบี่คมปรากฏขึ้นพร้อมแยกร่างถงเหว่ยออกเป็นสองส่วน
นิ้วของไป๋เหลียงแข็งแกร่งราวกระบี่ทั้งยังทิ่มแทงไปที่ไหล่ของหนิงเทียนจนเขาอาเจียนเป็นเลือด
“เจ้าหนู ไป...”
ก่อนที่คำว่า “ตายเสีย” จะหลุดออกจากปากหน้าของไป๋เหลียงก็ถอดสีอย่างเฉียบพลัน เพราะเขาเพิ่งเห็นว่าร่างของถงเหว่ยถูกแยกออกเป็นสองซีก
หนิงเทียนกลิ้งหนีไปไกลหลายจั้งก่อนจะรีบวิ่งขึ้นไปบนยอดเขา
“ตามข้ามา!” ไป๋เหลียงเคลือบแคลงใจทว่ายังคงไล่ตามไปเขาตั้งใจแน่วแน่ว่าตนต้องได้ผลไม้ทองคำศักดิ์สิทธิ์มาครอบครอง
“ศิษย์พี่ถง!” ศิษย์จากสำนักยักษ์พฤกษาร่ำร้องด้วยความโศกเศร้าและตะโกนอย่างเดือดดาลว่าต้องล้างแค้น
หนิงเทียนบาดเจ็บที่ไหล่ขวาซึ่งส่งผลต่อความสามารถของเขาอย่างยิ่ง บงกชสีมรกตหมุนวนรอบร่างราวกับเงาแสนงดงาม พร้อมมุ่งตรงไปยังยอดเขา
อย่างไรก็ตาม เลือดจากแผลกลับหยุดไหลอย่างรวดเร็วเนื่องด้วยพลังวิญญาณจำนวนมากช่วยหล่อเลี้ยงบาดแผล และวิชาขัดเกลากายาระดับหนึ่งก็พยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อซ่อมแซมร่างกายของหนิงเทียน
...
ใกล้ยอดเขาปรากฏต้นไม้แห้งเหี่ยวให้เห็นซากไม้นี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางห้าจั้งและสูงประมาณเจ็ดจั้ง บริเวณใกล้เคียงเงียบสนิทและว่างเปล่าไม่มีแม้กระทั่งต้นหญ้า
ไป๋เหลียงเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วรากบ่มเพาะของเขาเป็นพืชประเภทเถาวัลย์และเขาก็มีกลวิธีในการเคลื่อนย้ายเถาวัลย์ ซึ่งทำให้เขาได้เปรียบอย่างมากท่ามกลางภูเขาและป่าไม้
“เจ้าหนู ทิ้งผลไม้ทองคำศักดิ์สิทธิ์ไว้แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า!”
ไป๋เหลียงยืนอยู่บนพื้นดินที่แตกระแหงและมองต้นไม้แห้งเหี่ยวจากหางตา
“ถ้าอยากได้เมล็ดก็เข้ามาเอาหรือเจ้าจะไม่เอาก็ได้นะเพราะข้าเพิ่งกินผลเข้าไป” หนิงเทียนพิงต้นไม้แห้งโดยมีหินวิญญาณลอยรอบร่างเพื่อเติมพลัง
“ต่อให้กินไปแล้วข้าก็จะผ่าท้องเจ้า!” ไป๋เหลียงก้าวเข้าไปอย่างช้าๆ ทว่ากลับมีอีกหลายร่างพุ่งมาจากด้านหลังแล้ววิ่งนำหน้าเขาตรงเข้าหาหนิงเทียน
“เอาชีวิตเจ้ามา!” ไป๋เหลียงแผดเสียงพลางหัวเราะเบาๆเขาเองก็ต้องการให้ใครสักคนมาทดสอบฝีมือของหนิงเทียนเช่นกัน
“เข้ามาเลย!” หนิงเทียนลุกขึ้นแล้วพุ่งตัวอย่างรวดเร็ว หินวิญญาณที่วนอยู่รอบกายระเบิดออกวิชาทะลวงพันชั้นดุร้ายและรุนแรงกว่าปกติ เขาโจมตีศัตรูด้วยหมัดเดียว ก่อนจะดึงรากจิตวิญญาณออกมาเติมเต็มความหิวโหย
เถาวัลย์สีเขียวปรากฏอยู่ใต้ฝ่าเท้าของไป๋เหลียงเขาใช้ทักษะเถาวัลย์เคลื่อนย้ายและจู่โจมราวกับเงาผี จนหนิงเทียนต้องหลีกทางอย่างกะทันหัน
เสียงคำรามลากยาวมาจากด้านล่างของภูเขาก่อนที่ยอดฝีมืออีกคนจะมาถึง
หนิงเทียนเน้นการหลบหนีและทำเรื่องง่ายๆอย่างการฆ่าคนสี่คนในช่วงเวลาสั้นๆ และยามนี้ก็เหลือเพียงไป๋เหลียงกับผู้บำเพ็ญอีกสองคนเท่านั้น
“ช่างมีชีวิตชีวามาก เฮ้!นั่นมันเจ้าเด็กเหลือขอนี่!”
เยี่ยชิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นจึงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“ศัตรูมักพบกันบนทางแคบมาดูกันว่าคราวนี้เจ้าจะหนีไปไหนอีก!”
ปราณกระบี่ดังสนั่นพร้อมเสียงคำรามลั่นคลื่นอันตรายเข้าปกคลุมทุกชีวิต ณ ที่แห่งนี้
ไป๋เหลียงกรีดร้องด้วยน้ำเสียงแปลกประหลาดก่อนจะถอยออกไปอย่างรวดเร็ว
หนิงเทียนสบถเล็กน้อยเขาไม่คาดคิดว่าเยี่ยชิงจะมาปรากฏตัวที่นี่ จากนั้นก็หมุนตัวกลางอากาศและหลบซ่อนอยู่หลังต้นไม้แห้งเหี่ยวก่อนที่พลังปราณกระบี่ใบพฤกษาขจีจะทำลายและโจมตีต้นไม้แห้งเหี่ยว พร้อมทิ้งรอยกระบี่เอาไว้
เยี่ยชิงส่งเสียงร้องอย่างแผ่วเบากระบี่ใบพฤกษาขจีของเขามีอานุภาพอยู่ยงคงกระพัน ไม่คาดคิดเลยว่าต้นไม้แห้งเหี่ยวจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
ไป๋เหลียงมองเยี่ยชิงแล้วเอ่ยถาม“เจ้ามีความแค้นกับเขาหรือ?”
เยี่ยชิงถามกลับ“เจ้าก็เช่นกันหรือ?”
“เราร่วมมือกันสังหารเจ้าเด็กนี่ได้”
เยี่ยชิงยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วตอบรับ“ตกลง ไม่มีปัญหา”
ไป๋เหลียงคิดในใจว่าเขาจะฆ่าหนิงเทียนก่อนแล้วค่อยฆ่าเยี่ยชิง เช่นนั้นทั้งผลไม้ทองคำศักดิ์สิทธิ์และกระบี่ใบพฤกษาขจีก็จะเป็นของตน
เมื่อทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงก็ส่งผลเสียต่อหนิงเทียนอย่างมาก
หากมีไป๋เหลียงเพียงคนเดียวหนิงเทียนยังสามารถรับมือและบุกทะลวงได้ตลอดเวลา ทว่าเยี่ยชิงนั้นแตกต่างออกไป เพราะกระบี่ใบพฤกษาขจีของเขาเป็นอาวุธที่ทรงพลังและอาจทำให้ถึงตายได้หากไม่ระวังให้ดี
“เข้าไปพร้อมกันเลย” ไป๋เหลียงแสยะยิ้มอันน่ากลัวบนใบหน้าแล้วเรียกอีกสองคนมาล้อมหนิงเทียนไว้
หนิงเทียนขมวดคิ้วแน่น รัศมีโดยรอบต้นไม้แห้งเหี่ยวไร้ซึ่งเหล่าพฤกษาจึงไม่เอื้อต่อการต่อสู้ของจื๋อซิว เพราะเขาไม่สามารถดูดซับพลังวิญญาณจากพื้นดินได้
การเผชิญหน้าครานี้ต้องได้รับการแก้ไขสถานการณ์อย่างรวดเร็วเนื่องจากการใช้พลังวิญญาณที่ไม่ได้เติมเต็มจะเกิดผลลัพธ์อันร้ายแรง
เยี่ยชิงเปิดใช้กระบี่ใบพฤกษาขจีเขาจะกวาดล้างโลกด้วยพลังที่ทำให้หนิงเทียนต้องทนทุกข์
ไป๋เหลียงและอีกสองคนมีหน้าที่ไล่ล่าและสกัดกั้นเพื่อช่วยเหลือเยี่ยชิงพวกเขาคอยบีบบังคับให้หนิงเทียนสิ้นหวัง และเกือบตายด้วยกระบี่ใบพฤกษาขจีหลายครั้ง
หนิงเทียนคำรามด้วยความโกรธเกลียดเขาหนีไปรอบๆ ต้นไม้แห้งเหี่ยวอย่างบ้าคลั่งและต้องการกลืนกินศัตรูให้สิ้นซาก
หินวิญญาณลอยว่อนรอบกายของหนิงเทียนเพื่อเติมเต็มพลังวิญญาณของเขาซึ่งทำให้ไป๋เหลียงและเยี่ยชิงคลุ้มคลั่งอย่างมาก
ผ่านไปหนึ่งก้านธูปหนิงเทียนสังหารผู้บำเพ็ญได้คนหนึ่งพร้อมดึงรากจิตวิญญาณออกมาความแข็งแกร่งของเขาจึงพุ่งสูงขึ้นในชั่วพริบตา
ทันใดนั้นปราณกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวก็เพ่งเล็งมาทางหนิงเทียนห้วงอากาศถูกฉีกกระชากจนพังทลาย และหนิงเทียนก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
เขาคำรามอย่างดุเดือดแล้วถอยหลังอย่างรวดเร็วยามที่เขาเคลื่อนกายมาอยู่ข้างต้นไม้แห้งเหี่ยว ปราณกระบี่ราวกับสายรุ้งก็เข้ามาใกล้ส่วนบนของศีรษะแล้ว
ด้วยการสะบัดนิ้วของหนิงเทียนเมื่อปลายนิ้วเรียวกวาดไปรอบทิศและใบมีดเฉือนผ่านอากาศ สุดท้ายเขาก็รอดพ้นจากการโจมตีได้สำเร็จ
ผมเส้นหนึ่งหลุดลอยไปปราณกระบี่โฉบผ่านหูของหนิงเทียน แล้วกระแทกต้นไม้แห้งเหี่ยวอย่างแรง
เยี่ยชิงมุ่งมั่นที่จะเอาชนะด้วยกระบี่เล่มนี้เขาพยายามรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีจนปราณกระบี่หดขยายตัวราวกับสายฟ้าอาละวาด
เมื่อเกิดการระเบิดขึ้นต้นไม้แห้งเหี่ยวซึ่งแข็งแกร่งราวเหล็กกล้าก็แตกร้าว และข้อความลึกลับก็ถูกปล่อยออกมาจากใจกลางต้นไม้
โอกาสอันดี!
นี่เป็นจังหวะที่หนิงเทียนรอคอยมานานบงกชสีมรกตข้างกายหดตัวลงแล้วทะลุเข้าไปยังใจกลางของต้นไม้ พร้อมดูดซับพลังก้อนผลึก
“จงตายเสียเถอะ!” ไป๋เหลียงยิ้มอย่างน่ากลัวแม้กระบี่ของเยี่ยชิงจะไม่ได้คร่าชีวิตหนิงเทียน แต่มันก็ทำให้เขาจนมุมและไป๋เหลียงก็มีโอกาสที่จะสังหารเขาด้วยการโจมตีเดียว
ครานี้หนิงเทียนหลบไม่ทันร่องรอยความเกลียดชังจึงแวบขึ้นมาในดวงตา การขัดเกลากายาระดับแรกถูกใช้งานจนถึงขีดสุดซึ่งไป๋เหลียงได้ข่วนหน้าอกของเขาและทิ้งรอยเล็บเปื้อนเลือดไว้เบื้องหลัง
หนิงเทียนกระเด็นออกไปอย่างรุนแรงทว่าบงกชสีมรกตก็ตามมาพร้อมผลไม้ทองคำศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นก็ยัดใส่ปากเขาโดยตรง
“เจ้าหนู บังอาจนัก!” ไป๋เหลียงคำรามอย่างโกรธเคืองและต้องการยั้งเขาไว้แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว
ส่วนเยี่ยชิงก็เหวี่ยงกระบี่ไปทั่วแม้แต่ปราณกระบี่ทลายเมฆาก็ไม่อาจห้ามปรามสิ่งใดได้
หนิงเทียนหันกลับมาและซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้แห้งเหี่ยวซึ่งนับเป็นโล่ป้องกันที่ดีที่สุดในยามนี้
ผลไม้ทองคำศักดิ์สิทธิ์ที่กลืนกินเข้าไปกลายเป็นเปลวเพลิงลุกโชนทั้งยังปรารถนาที่จะทำลายล้างทุกสิ่งอย่างให้สิ้นซาก
เมื่อหนิงเทียนหมุนเวียนสูตรการขัดเกลากายาลำแสงทั้งสามในเส้นลมปราณที่สองก็ประสานกันราวกับแส้ศักดิ์สิทธิ์ที่ปล่อยพลังอันไร้ขอบเขต
ในเวลาเดียวกัน ข้อมูลเกี่ยวกับการขัดเกลากายาก็ปรากฏขึ้นในใจของหนิงเทียนอีกครา
“สนธยากาลไม่ดับสูญกายาสุวรรณอมตะนิรันดร์”
เครื่องหมายลึกลับที่ซ่อนอยู่ในใจกลางต้นไม้นั้นคือ ชุดของวิชาขัดเกลากายา ซึ่งว่ากันว่ากายาสุวรรณอมตะนิรันดร์จะช่วยให้มีชีวิตเป็นอมตะไปตลอดกาล
กายาสุวรรณอมตะนิรันดร์แบ่งออกเป็นเก้าระดับซึ่งหนิงเทียนผ่านระดับแรกมาแล้ว และอยู่ในช่วงเริ่มต้นของระดับแรก
หลังจากเขาได้รับรอยประทับใจกลางพฤกษาต้นที่สามการฝึกฝนวิชากายาสุวรรณอมตะนิรันดร์ก็ได้รับการพัฒนาจนเข้าสู่ระดับที่สอง
ตามข้อมูลที่มีในยามนี้เขาต้องรวบรวมรอยประทับใจกลางพฤกษาให้ครบทั้งเก้าต้นเพื่อฝึกวิชากายาสุวรรณอมตะนิรันดร์ที่สมบูรณ์นอกจากนี้วิธีชำระกายาด้วยผลไม้ทองคำศักดิ์สิทธิ์ก็บันทึกลงไปในรอยประทับใจกลางพฤกษาต้นที่สามด้วยทั้งยังถูกหนิงเทียนควบคุมพลังทันที