เกิดใหม่ทั้งที..แต่มาอยู่ในร่างของขอทาน

    ตอนที่ 28 : ออกจากหุบเขาจันทรา

            เย่ซวนกลับมายังหุบเขาจันทราได้ 1 เดือนแล้ว บ้านเรือนต่างๆถูกสร้างขึ้นมาใหม่ แต่ละครอบครัวเริ่มมีความสุขมากขึ้น ตั้งแต่ไท่หลินประกาศให้คนในหุบเขาฟัง ว่าเย่ซวนบุตรชายของเขากลับมาแล้ว ทำให้ทุกคนนึกถึงคำทำนายของเฒ่าจันทราในตอนนั้น พวกเขาทุกคนต่างตื่นเต้น โชคดีที่พวกเขาไม่ได้แยกตัวออกไปตอนที่หุบเขาจันทรานั้นตกต่ำ 


            1 เดือนที่ผ่านมานั้น เย่ซวนได้ช่วยงานต่างๆ ของไท่หลิน โดยเฉพาะการทำหน้าที่สอนผู้ชายภายในหุบเขาจันทรา สิ่งที่เย่ซวนสอนนั้นคือเรื่องพื้นฐานต่างๆที่เขาได้เรียนรู้จากตำรา จันทรา สยบฟ้า โดยเฉพาะการฝึกฝนร่างกาย เย่ซวนนั้นได้นำ ท่าทางการออกกำลังกายของชีวิตก่อนมาสอนให้กับพวกเขา ทำให้แต่ละคนเริ่มมีร่างกายที่แข็งแรงขึ้น


            สมาชิกของหุบเขาจันทราเหลืออยู่ไม่มาก รวมทุกคนมีแค่ 100 กว่าคนได้ มีผู้ชายเกินกว่า 60 คน ที่เหลือจะเป็นเด็ก ผู้หญิง และ พวกคนที่แก่ชรา จากเดิมที่มีเกือบ 1000 คน คนที่เหลืออยู่ส่วนมากนั้นจะเป็นครอบครัวที่มาอยู่กับหุบเขาจันทรา ตั้งแต่รุ่นปู่ของเย่ซวน ทำให้พวกเขามีความจงรักภักดีต่อหุบเขาจันทรา


            เย่ซวนแบ่งเวลาการฝึกเป็น 2 ช่วง เพราะเขาต้องการที่จะให้ลูกๆของสมาชิกหุบเขาจันทราเรียนรู้เรื่องต่างๆ ตั้งแต่ยังเด็ก ส่วนเรื่องการสอนหนังสือนั้น เขาให้ เยว่ซินเป็นคนช่วยเพราะตอนนี้นางมีเวลาว่างมากกว่าเมื่อก่อน 


            1 เดือนที่ผ่านมาไท่หลินเห็นการเปลี่ยนแปลงต่างๆภายในหุบเขา ทำให้เขาที่เป็นประมุข มีความสุขมาก ทุกครั้งก่อนเวลาที่จะทานอาหาร เขาจะคุยเรื่องต่างๆกับเย่ซวน ความคิดเห็นของเย่ซวนนั้นมีประโยชน์กับเขามาก และสิ่งที่เขาจะทำต่อไปคือการเลี้ยงสัตว์และปลูกข้าว แต่ก่อนภายในหุบเขาจันทรานั้นไม่มีพื้นที่ว่างเหลือเลย เพราะมีสมาชิกเป็นจำนวนมาก แต่ตอนนี้เหลืออยู่แค่ไม่กี่ 100 คนแล้ว ทำให้เหลือพื้นที่ว่างจำนวนมาก


            หลังจากที่พูดคุยเรื่องต่างๆเรียบร้อยแล้วเย่ซวนก็ขออาสาที่จะออกไปภายนอกหุบเขาเพื่อที่จะซื้อเมล็ดพันธุ์ต่างๆ แต่เยว่ซินคัดค้านเสียงแข็ง เย่ซวนใช้เวลานานกว่าที่จะเกลี้ยกล่อมนางได้สำเร็จ


    ...


            วันต่อมาเย่ซวนออกจากหุบเขาจันทรามาพร้อมกับ ฮุ่ยหมิง ในตอนแรกเขาอยากที่จะไปคนเดียวแต่เยว่ซินเป็นห่วงความปลอดภัยของบุตรชายเลยให้ฮุ่ยหมิงไปกับเย่ซวนด้วย หลังจากที่เย่ซวนวางค่ายกลเอาไว้ที่ทางเข้าของหุบเขาจันทราแล้ว ฮุ่ยหมิงเลยสามารถออกจากหุบเขาได้ เพราะปกติเขาต้องคอยอยู่ปกป้องหุบเขาจากผู้บุกรุก น้อยครั้งมากที่จะเคยออกไปไหน 


            "ท่านฮุ่ยหมิง เมืองเสิ่นหยางอยู่ไกลจากที่นี้รึเปล่า" เย่ซวนถามฮุ่ยหมิงที่นั่งบังคับรถม้าอยู่ด้านหน้า ตอนแรกเขาคิดว่าจะใช้วิชาตัวเบาในการเดินทางแต่ฮุ่ยหมิงบอกว่า เราไม่ได้รีบร้อนอะไรขนาดนั้น ถ้าใช้วิชาตัวเบาจะโดนจับสังเกตได้ง่ายๆ พวกเขาเลยใช้รถม้าในการเดินทางแทน


            "พวกเราเดินทางด้วรถม้า คงต้องใช้เวลา 4-5 วัน นายน้อย" ฮุ่ยหมิงตอบก่อนที่จะเงียบไป


            โชคดีที่ชีวิตก่อน เย่ซวนนั้นคุยเล่นเป็นเพื่อนกับผู้เฒ่า ที่เป็นเจ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ทำให้ตอนนี้เขาสามารถหาเรื่องราวต่างๆ มาคุยกับฮุ่ยหมิงได้ ทำให้ทั้งสองสนิทกันมากขึ้น แต่สิ่งที่ฮุ่ยหมิงสนใจคงไม่พ้นเรื่องเกี่ยวกับธรรม


            "ซื่อตี้ นั้นมีทั้งหมด 4 ประการ" 


            "สิ่งแรกที่ข้าจะอธิบายให้ท่านฟังคือ ขู่ตี้"


            "ขู่ตี้ นั้นคือ ทุกข์ ท่านฮุ่ยหมิง ท่านว่าทุกข์คืออะไร" เมื่อ เย่ซวนถามฮุ่ยหมิง เขาได้แต่เงียบ


            ฮุ่ยหมิงไม่ตอบคำถามของเย่ซวนเพราะเขานั้นตั้งใจฟังอยู่  ฮุ่ยหมิงส่ายหัว "นายน้อยเชิญ"


            "ตอนเกิดมาท่านทุกข์หรือไม่ ? ท่านฮุ่ยหมิง" เย่ซวน ถามแต่ก็ยังไม่ได้ยินคำตอบจากฮุ่ยหมิงเช่นเดิม


            "ตอนแก่ท่านทุกข์หรือไม่ ? "


            "ตอนตายท่านทุกข์หรือไม่ ? "


            "ท่านอาจจะสงสัยว่าการเกิดมาทำไมถึงเป็นทุกข์ แม้ตอนท่านเกิดจะบอกใครไม่ได้ว่าเป็นทุกข์ แต่การเกิดคือที่มาของความทุกข์"


            "ความทุกข์ที่ตามมาภายหลังอีกมากมายจึงถือได้ว่าการเกิดเป็นความทุกข์"


            "ระหว่างทางท่านก็เกิดการแก่ ความทุกข์ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย"


            "บางคนนั้นพยายามที่จะหาสิ่งต่างๆมาช่วยชะลอความแก่ ทำให้พวกเขานั้นเป็นทุกข์"


            "นั้นคือทุกข์ของการแก่ เพราะความอยากที่จะทวนกระแสความเป็นไปตามธรรมชาติ"


            "ทุกข์สุดท้ายคือการตาย ท่านว่าการตายทำไมถึงเกิดทุกข์"


            "การตายนั้นสำหรับบางคน มันคือการที่ได้หลุดพ้น เลยไม่เป็นทุกข์"


            "แต่สำหรับบางคนที่ยังทำสิ่งต่างๆ ไม่สำเร็จ จึงไม่อยากตายทำให้พวกเขาเกิดความทุกข์"


            "ท่านฮุ่ยหมิงตอนนี้ท่านทุกข์อยู่หรือไม่"


            "ข้าทุกข์หรือไม่รึ ทุกข์สินายน้อย" ฮุ่ยหมิงหันมายิ้มให้กับเย่ซวน


            "นี้คือทุกข์ประจำที่ทุกคนเกิดมาต้องเจอไม่สามารถหนีพ้นไปได้" เย่ซวน พูดก่อนที่เขาจะอธิบายทุกข์จร ทั้ง 8 ประการ ให้ฮุ่ยหมิงฟัง ก่อนที่จะอธิบายเกี่ยวกับ จี๋ตี้ เมี่ยตี้ เต้าตี้ ให้ฮุ่ยหมิงฟังต่อ 


    ...


            เวลาผ่านไป เหลืออีก 1 วันก็จะถึงเมืองเสิ่นหยางแล้ว หลังจากที่เย่ซวนอธิบายเกี่ยวกับ ซื่อตี้ 4 ประการ ให้ฮุ่ยหมิงฟัง เหมือนว่าเจ้าตัวจะปลดปล่อยเรื่องบางเรื่องภายในใจได้แล้ว ทำให้ฮุ่ยหมิงเคารพเย่ซวนด้วยใจจริง


            "นายน้อยเดี๋ยวอีก 1 วันพวกเราก็จะเข้าเส้นทางการค้าของเมืองเสิ่นหยางแล้ว" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความอบอุ่น


            "อืม" เย่ซวนตอบรับเบาๆเพราะตอนนี้เขากำลังนั่งปรับลมปราณอยู่


            "เหมือนจะมีคนตรงมาทางนี้" อยู่ๆเย่ซวนก็พูดขึ้น ทำให้ฮุ่ยหมิงหันมองซ้ายขวาทันที พูดยังไม่ทันขาดคำ ฮุ่ยหมิงก็เห็น คน 2 คน กำลังพุ่งตรงมายังทางพวกเขา


            ทั้ง 2 เป็นชาย และ หญิง จากการสังเกตของฮุ่ยหมิงพวกเขาอายุไม่น่าจะห่างท่านประมุขของเขาเท่าไหร่ เมื่อสังเกตดีๆ ฮุ่ยหมองนั้นสังเกตเห็นว่าในอ้อมแขนของชายคนนั้นกำลังอุ้มอะไรบางอย่างอยู่ 


            ยังไม่ทันที่ฮุ่ยหมิงจะได้บังคับรถม้าหลบ พวกเขาก็มาถึงตรงหน้าของพวกเย่ซวนแล้ว


            "พวกท่านต้องการอะไร" ฮุ่ยหมิงพูดขึ้น ถึงแม้ลักษณะของเขาจะดูเป็นคนใจดี แต่น้ำเสียงของเขาตอนนี้ดูจริงจังเป็นอย่างมาก


            "พวกข้าขออาศัยรถม้าของท่านไปด้วยได้หรือไม่" ชายคนนั้นพูดขึ้น


            "พวกท่านรู้รึว่าข้าจะไปไหน" 


            "ข้าพอจะเดาได้ว่าท่านจะมุ่งหน้าไปยังเมืองเสิ่นหยาง"


            ฮุ่ยหมิงสังเกตสีหน้าของคนทั้ง 2 พวกเขาดูเหนื่อยล้าเป็นอย่างมากโดยเฉพาะผู้หญิงที่อยู่ด้านหลัง ฮุ่ยหมิงนั้นลังเลที่จะตอบคำขอของพวกเขา เพราะกลัวว่าจะเกิดปัญหา ไม่รู้ว่าทั้ง 2 หนีอะไรมา หรือว่ากำลังถูกใครตามล่า ถ้าเป็นอย่างหลังคงเป็นเรื่องยุ่งยากแน่ๆ ฮุ่ยหมิงกำลังที่จะตอบปฎิเสธ 


            แต่ก็ได้ยินเสียงของเย่ซวนดังขึ้น "ให้พวกเขาขึ้นมาเถอะ" น้ำเสียงของเย่ซวนตอนนี้ทำให้คนฟังนั้นเกิดความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก มันเป็นน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา คงเป็นเพราะ 4 วันที่ผ่านมาคุยเรื่องธรรมกับฮุ่ยหมิงทุกวัน ทำให้เขาซึมซับสิ่งต่างๆ มาโดยไม่รู้ตัว


            เมื่อพวกเขาทั้ง 2 ได้ยินก็ดีใจเป็นอย่างมาก พวกเขากำลังจะพูดขอบคุณ แต่ก็ถูกเสียงของฮุ่ยหมิงขัดเอาไว้ซะก่อน "แต่ว่านายน้อย ความปลอดภัยของท่าน"


            "อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด โดยเฉพาะเกิดแล้วให้เห็น จากที่ยังไม่เกิด เป็นเกิดแล้วเดี๋ยวนี้"


            "อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เมื่อเกิดก็ทราบว่า มีปัจจัยที่ทำให้เกิดขึ้นเป็นอย่างนี้" เย่ซวนพูดออกมาเบาๆ


            "พวกท่านเชิญ" ฮุ่ยหมิงบอกกับพวกเขาทั้งสอง


            เมื่อพวกเขาทั้งสองเปิดม่านเพื่อที่จะขึ้นมาภายในรถม้าพวกเขาก็ต้องนิ่งค้าง เพราะตรงหน้าของพวกเขาเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังนั่งหลับตาอยู่ ใบหน้าที่สมส่วนไม่สั้นไป ไม่ยาวไป คิ้ว จมูก ปาก ทุกอย่างถูกสร้างขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบ พวกเขาทั้ง 2 ไม่เคยเห็นใครที่งดงามและหล่อเหลาเท่านี้มาก่อนเลย 


            "พวกท่านรีบขึ้นไปสิ" ฮุ่ยหมิงเอ่ยเตือน พวกเขาถึงได้เข้าไปภายในรถม้า


    ...


    ขอบคุณสำหรับการติดตามครับผม


    พระเอกจะกลายเป็นนักบวชแล้วทุกคนนนน ทำยังไงกันดี - -'';


    四谛
    sìdì
    ซื่อตี้
    อริยสัจ4
    * อริสัจ 4 คือ หลักความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ


    苦谛
    kǔdì
    ขู่ตี้
    ทุกข์


    集谛
    jídì
    จี๋ตี้
    สมุทัย


    灭谛
    mièdì
    เมี่ยตี้
    นิโรธ


    道谛
    dàodì
    เต้าตี้
    มรรค