╔.★.═════════╗
บทที่ ๒
╚═════════.★.╝
“เถียนเถียน! ที่ผ่านมาข้ารำคาญถึงไม่สนใจเ้า นับว่าวันนี้รนหาที่ตายแล้ว จะเปิดปากหรือไม่ เ้ามาที่นี่ด้วยเหตุใด”
พูดงี้มันยั๊วะ คนยังมึนสมองโหลดติ้วๆอยู่เลย จะให้บอกว่า ไม่รู้เว้ย ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน…ได้ไหมล่ะ!
เถียนเถียน!
ตอนนี้ฉันคือเถียนเถียนหรือ งั้นตรอกแคบๆ กระบี่ที่จ่อคอ คำถามของพระเอกประหยัดคำที่เอาแต่ถามว่ามาทำไมทั้งที่ปกติไม่เคยสนใจตัวร้ายอย่างเถียนเถียน
แม่ง! ตายไปแล้วฟ้ายังไม่เห็นใจ ถีบส่งมาโดนฟันตายอีก
ไม่สิ ซีนนี้ไม่ตายหรอก แค่เกือบ ฮือ…
ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาคมกะพริบตาปริบๆอย่างไม่พอใจใส่คนหน้านิ่ง กัดฟันตอบ
“อย่ามายุ่งกับฉัน ฉั-ข้ารู้ว่าเ้าลงมาจับเซียนนักโทษที่หนีลงมาจากแดนเซียน แต่ข้ายังไม่บรรลุเซียนแบบเ้า แค่ทางเข้าแดนเซียนยังเฉียดไม่ได้ เ้าลืมพกสมองมารึ คิดว่าข้าจะทำอะไรได้กัน”
ใช่ ฉันทำไม่ได้แต่ตัวร้ายอย่างเถียนเถียนตัวจริงทำได้ไง ไม่งั้นจะมาอยู่ที่นี่เรอะ!
ช่วยอย่าทำตัวฉลาดตอนนี้เลยนะ ฉันยังอยากอยู่รอดปลอดภัย
สายตาคมมองมาอย่างพิจารณาั้แ่หัวจรดเท้า ใจเอ๋ยใจเราก็เต้นตุ้มๆต่อมๆ กลัวเหลือเกินว่าคุณพี่จะเผลอคิดเพลินจนกระบี่มันบั่นคอกระเด็น
หลังจากการจ้องตากันเป็ปลากัดอันยาวนาน ในที่สุดไอ้เหล็กแหลมๆมันก็ออกไปจากแถวคอซะที ฉันรีบยืนเต็มความสูง พอยืนแบบนี้มองหน้าเขาชัดๆแล้วจู่ๆก็รู้สึกว่าอากาศร้อนๆ จนต้องเป็ฝ่ายเสสายตาหนี
ความเ็ปจากการถูกกระบี่ฟาดฟันและแทงทะลุร่างนับครั้งไม่ถ้วนจนปางตายในวันนี้
บทของเถียนเถียนจะไม่ได้เกิด เพราะฉันจะคุมกำเนิดแน่นอน
นึกแล้วก็น่าขายหน้านักนะเถียนเถียน
เกลียดเขาที่เขาบรรลุเซียนไปก่อนทั้งที่เป็ศิษย์สำนักเดียวกัน แล้วทำไมต้องหาเื่ดึงเขาลงมาให้ตัวเองราวีด้วย สู้เขาไม่ได้แท้ๆ
ทำตัวเป็หมาตามกลิ่นเ้าของเช่นนี้ ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!
“เ้าจะไปไหน ข้ายังไม่ได้บอกให้ไป”
ไปเก็บหน้า เพราะอายที่เป็หมาตามตูดคุณเพ่
“ข้าหรือ แน่นอนว่าไม่มีหน้าพบท่านหรอก เซียนแดนฟ้าเก่งกาจทั้งวรยุทธ์ทั้งแผนการ ความฉลาดที่หนึ่งในใต้หล้าเช่นนี้ ข้าจะกล้ายืนเทียมได้อย่างไร”
[ตัวละคร]
[เทียนชุน]
[เพศชาย]
[ลักษณะนิสัย ฉลาดแต่พูดน้อย ยุติธรรม เ้าชายน้ำแข็ง ‘บ้ายอ’]
หึหึ ขอบคุณคุณนักเขียนที่ฉันจำชื่อไม่ได้ที่ลงแนะนำตัวละครไว้หน้าสองของเล่ม
พระเอกนิ่งเงียบแต่ในแววตาเหมือนจะเห็นประกายหน่อยๆนะ เอาเถอะ สำหรับตัวร้าย ท่าทีแบบนี้ก็ดีมากแล้ว
รอดแล้วเรา
ฉันส่งรอยยิ้มสุดแสนจะเป็มิตรให้อีกฝ่ายเพื่อเสริมทับคำเยินยอ เขาเก็บกระบี่กลับเข้าฝัก พยักหน้ายอมเข้าใจ
ฟู่! ‘ตี้หยาง’ กระบี่ที่ทำลายได้แม้กระทั่งิญญา…ซาโยนาระ!!!
เอาจริง ฉันว่าพระเอกก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรขนาดนั้นหรอก เอ๊ะเดี๋ยวๆ ฉันเป็ตัวร้ายนะ คิดอะไรเนี่ย
แต่…พระเอกกับตัวร้ายจะญาติดีกันไม่ได้เลยเหรอ
“ข้าจะบอกเ้าว่าข้าไม่ได้อยากทะเลาะกับเ้า” เอาวะทำใจดีสู้เสือไปก่อน ขาอ่ะอย่าสั่นสิ ไหนว่าไม่กลัวไง
โอ้โห สายตาแบบนี้ถ้าเป็มีดคือแทงมาหลายแผลแล้วนะ จะมองระแวงอะไรขนาดนั้นก่อน หมอนี่ถ้าไม่ใช่คำยอ ดูเหมือนจะคิดว่าอย่างอื่นไม่น่าเชื่อถือเลยสิ
“ที่ข้าจะบอกคือ ข้ากลับตัวกลับใจแล้ว เป็คนดีแล้ว”
ก็เป็คนดีมาั้แ่ต้นนั่นแหละอายุเกิดเท่าลูกอ๊อด นอกจากหาทางรอดจากลูปปางตายก็ได้แต่หายใจเนี่ย ฉันผิดอาร๊าย!
▀₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪▀
บ้านเรือนทรงจีนโบราณแบบที่เคยเห็นในละครรอยล้อมเป็แนวยาว หน้าบ้านและโรงเตี๊ยมต่างๆก็มีพ่อค้าแม่ค้าขายของกันคึกคัก แม้ว่าฟ้าจะมืดแล้วก็ตาม
แต่ เถียนเถียนที่เป็ตัวร้ายจนๆในหนังสือน่ะมันจนแค่ไหนกัน เงินติดตัวไม่มีสักแดง บ้านก็ไม่มีอยู่ แล้วคืนนี้ไม่ต้องเดินวนรอบตลาดเป็สนามกีฬาเลยเหรอ!
ตัวร้ายขี้อิจฉาที่เป็คู่ปรับกับพระเอก ไม่ต้องต่างกับพระเอกมากขนาดนี้ก็ได้มั้ง
ไหนอีกไม่กี่ปีก็จะถูกพวกที่จ้องจะชิงไข่มุกิญญา์ยึดร่างอีก แล้วก็จบด้วยพ่อพระเอกคนดีลงจากแดนเซียนมาปราบเขาเพื่อยุติา
เจริญพร ชิงอดตายไม่ก็หนาวตายไปก่อนเลยแล้วกัน
“ไม่สิ ฉันตั้งใจแล้ว ฉันจะเป็เ้าสำนัก จะเป็เ้ายอดเขาอันสงบสุขที่ไม่มีเขียนในเื่สักบรรทัดแล้วทุบไข่มุกิญญา์ให้สิ้นซากเลย”
ใช่ๆ ถ้าไม่มีของให้แย่ง าก็จะไม่เกิด
อึก! ถ้าพวกลูกศิษย์ในสำนักมาพลอดรักกันให้เห็นล่ะ
ไม่ได้เด็ดขาด กฎข้อแรกคือห้ามมีคู่ ข้อสองต้องเป็อันธพาล ส่วนข้อสาม…
“งืม…”
ใช่แล้ว เพราะที่นี่มีแต่พวกยอมตายเพื่อจะบรรลุเป็เซียนอยู่เต็มไปหมด
กฎข้อสุดท้าย สำคัญมาก! ห้ามฝึกวิชาเซียน!!
ฉันกลับหลังหันพูดเสียงดัง
“แก๊งปราบเซียนถือกำเนิดแล้ว!”
แล้วทั้งชาวบ้านทั้งแม่ค้าก็มองมาเป็ตาเดียวแบบพร้อมฆ่า พร้อมสับ!
รีบกลับหลังหันอีกครั้ง พาหน้าร้อนๆของตัวเองวิ่งหนีให้ไวเลยจ่ะ
ไล่หลังเหมือนจะมีเสียงด่าลอยมาแว่วๆ
“เ้าคนไร้มารยาท”
“ไอ้เด็กไม่รู้จักโตเอ๊ย ดึกดื่น จะแหกปากทำไมวะ”
▀₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪▀
ตูม!
“โอ๊ย อะไรเนี่ย กว่าจะข่มตานอนได้มันยากแค่ไหนรู้ไหม”
เพราะเสียงที่คนทั่วไปไม่ได้ยินทำให้สะดุ้งตื่นกะทันหันจนปวดทั้งหัวปวดทั้งหู กว่าจะข่มตาชินกับสายตาคนเพ่นพ่านที่เอาแต่จ้องจนหลับได้ นี่มันหน้าร้านค้าที่ปิดอยู่หรือสนามรบเนี่ย ตู้มต้ามอีกแล้ว
ใช่ ตู้มต้ามอีกแล้ว ตู้มต้ามมาหลายวันแล้วด้วย นั่นไงแสงสีม่วงที่โผล่ในซอยที่ห่างไปแค่ไม่กี่เมตร แสงของเซียนที่ลงมาบนโลก
“ไม่ใช่ใช่ไหม บอกทีว่า ไม่ใช่…อ-อีกแล้ว”
แต่ไอ้แสงสีม่วง เซียนคนเดียวที่ออร่าต่างจากทุกตัวด้วยอำนาจความเป็ตัวละครหลัก ที่หลังๆมักมาหย่อนซาลาเปาบ้าง เนื้อปิ้งบ้างทิ้งไว้ให้
ฉันค่อยๆลุกขึ้นยืนปัดเนื้อปัดตัว พอเห็นหน้าอีกฝ่ายออกมาจากซอยก็ยิ้มให้หนึ่งที โอเค…
“วิ่งสิจ้ะ!”