ลงให้อ่านทุกวัน เวลา 18:00 น. [ส่วน E-BOOK มาวันที่ 09/05/68 ราคาเบา ๆ เพียง 59฿ เก็บเงินรอได้เลยนะคะ]
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
บทที่ 2
โต๊ะไม้ทรงกลมล้อมรอบด้วยเก้าอี้สีดำในห้องประชุมเล็กของคณะนิเทศฯ
ฉันนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ฝั่งริมใกล้หน้าต่าง โดยมีโนวานั่งเท้าคางอยู่ข้าง ๆ แน่นอนว่ายังอยู่ในโหมด ‘เหมือนจะหลับ’ ตามสไตล์
กลุ่มนักศึกษาปีหนึ่งกว่ายี่สิบคนทยอยเข้ามานั่งประจำตำแหน่ง พร้อมรอลุ้นผล ‘จับฉลากแบ่งกลุ่มโปรเจกต์’
การทำคลิปวิดีโอความยาว 3 นาที ที่ทั้งสร้างสรรค์ เข้าประเด็น และมีคุณภาพ...
พูดง่าย ๆ คือเป็ ‘ของตาย’ ที่อาจารย์จะใช้ตัดเกรดแบบไม่ปรานี
แต่กับใครบางคนที่นั่งข้าง ๆ ฉัน
โปรเจกต์นี้ดูเหมือนเป็แค่ฝันร้าย่สั้น ๆ ที่เขาแค่รอให้มันผ่านไปเฉย ๆ
“เราอยากกลับไปนอนแล้ว...” เสียงพึมพำจากโนวาดังเบา ๆ
“ยังไม่ได้จับฉลากเลย” ฉันเอียงคอตอบกลับเบา ๆ เช่นกัน
“งั้นเธอจับแทนเราได้ปะ”
“ฝันไปเถอะ นายต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเองบ้าง”
“เราเลือกให้เธอจัดการชีวิตเราแล้วไง...”
ฉันชะงัก รู้สึกว่าคำพูดนั้นมันฟังดู...แปลกเกินไปนิด
ก่อนจะหันขวับกลับมามองเขา เขายังหลับตาเหมือนเดิม
หรือพูดลอย ๆ ไปงั้นล่ะ?
“เอาล่ะทุกคน! ใครที่ยังไม่ได้จับฉลาก มาข้างหน้าเลยค่ะ”
เสียงรุ่นพี่สตาฟท์ดังขึ้นจากด้านหน้าโต๊ะประชุม เรียกสติทุกคนให้กลับมาอยู่ในห้อง
“ชื่อแรกคือ...นันท์นภัส ภัทราวดี!”
ฉันลุกขึ้นเร็วทันที รู้สึกสายตาหลายคู่มองมา แต่ที่แอบทำให้หัวใจสั่นมากกว่าคือ...สายตาคู่หนึ่งจากทางขวามือที่มองตามมาเงียบ ๆ
โนวาไม่ได้พูดอะไร
แต่เขาลืมตาขึ้น และมองมาทางฉันไม่วางตา
ฉันเดินไปรับฉลากในกล่องแบบสุ่ม จับเบา ๆ ก่อนดึงมันออกมา
หัวใจเต้นตึก ๆ แบบไม่มีเหตุผล
“และคู่ของน้องคือ...ปุณณัตถ์ เวหากร!”
เสียงในห้องประชุมะเิทันที
“เฮ้ยยยยยย!”
“คู่บุญ!”
“โกงแน่นอน!”
“เพื่อนซี้ในตำนาน!”
รุ่นพี่ถึงกับยิ้มขำ “ดูเหมือนทุกคนจะพอใจนะคะ”
ฉันได้แต่ยิ้มกลืน ๆ กลับไป ไม่รู้จะตอบยังไง
ขณะที่เสียงหนึ่งดังขึ้นชัดเจนเกินใคร
“ก็โนวาจะร่วมมือกับใครได้นอกจากไบร์ทล่ะ?”
คนพูดคือออม เพื่อนสนิทฉันเอง ที่นั่งอยู่ด้านหลัง
เธอพูดไปหัวเราะไป เหมือนไม่คิดอะไร
แต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนเสียงนั้นมันดังสะท้อนอยู่ในอก
ใช่...โนวาไม่เคยร่วมมือกับใครเลยจริง ๆ
ไม่ว่าจะเป็งานกลุ่มเล็ก หรือกิจกรรมในคลาส
เขาไม่ยอมทำงานกับใครทั้งนั้น...นอกจากฉัน
“ดีใจขนาดนั้นเลยเหรอ?” ฉันกระซิบเบา ๆ ขณะนั่งลง
โนวายังคงเท้าคาง แสร้งถอนหายใจหนัก ๆ แบบเบื่อหน่าย
“ก็พอรับได้...” เขาพูดเสียงเรียบ
“นายทำเหมือนโลกจะถล่มนะ...”
“ถ้าคนอื่นก็อาจจะใช่ แต่เธอ...ก็ยังดีกว่าใครหลายคน”
“โอ๊ย ประโยคนี้นี่มันชมปะ?”
“แล้วแต่จะคิด” เขาไหวไหล่เบา ๆ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยแบบที่ฉันรู้ทัน
“ไอ้คนขี้แกล้ง” ฉันเบ้ปาก
“เธอชอบให้เราแกล้งไม่ใช่เหรอ?” โนวาหันมาถามเสียงนุ่มแบบกวน ๆ
ฉันเงียบ ไม่ใช่เพราะไม่รู้จะตอบยังไง
แต่เพราะอยู่ดี ๆ แก้มมันร้อนขึ้นเฉยเลย
สิบนาทีต่อมา
ทุกคนกำลังเริ่มคุยกันเื่ไอเดียและสเกลงานอย่างคร่าว ๆ
ฉันลุกไปหยิบเครื่องดื่มจากตู้แช่หน้าห้อง เพราะคอเริ่มแห้ง
พอกลับมาที่โต๊ะ กลับเห็นโนวานั่งคนเดียวเหมือนเดิม
แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหน้าจอ
ก่อนจะกดบันทึกลิสต์หัวข้อไอเดียที่รุ่นพี่เพิ่งพูดบนกระดาน
เขากำลังเซฟทุกหัวข้อไว้ในเครื่องตัวเองเงียบ ๆ
ไม่มีใครรู้...นอกจากฉันที่แอบเห็น
“ทำอะไรน่ะ?”
ฉันถามขณะวางแก้วลงตรงหน้าเขา
โนวาเงยหน้าขึ้น “เปล่า...เผื่อเราเป็คนลืมง่ายไง”
“จริงเหรอ?”
“เธออยากให้เราตั้งใจใช่ปะ?”
ฉันนิ่งไปหนึ่งจังหวะ
“อืม”
โนวาไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่เขาเงยหน้ามองฉันอยู่แบบนั้น
สายตานิ่ง ๆ คู่นั้นทำฉันเผลอหลบตา แล้วนั่งลงข้างเขาอย่างเงียบ ๆ
เสียงพูดคุยในห้องยังดังเหมือนเดิม
แต่ในใจฉันกลับมีความเงียบบางอย่างก่อตัวขึ้นมา...
โนวาอาจจะี้เีจริง
แต่เขาก็ไม่เคยปล่อยให้ฉันทำอะไรอยู่คนเดียว
หลังจากประชุมเสร็จ
ฉันกำลังเก็บของใส่กระเป๋าอย่างเงียบ ๆ ท่ามกลางเสียงพูดคุยวุ่นวายของเพื่อนร่วมคลาสที่ยังไม่ยอมลุก
โนวานั่งอยู่ข้าง ๆ เหมือนเดิม
เหมือนเดิมจนฉันไม่รู้จะบรรยายยังไงให้มากกว่านั้น
เขานั่งเฉย ๆ เท้าคาง มองไปข้างหน้าเหมือนโลกนี้ไม่มีอะไรให้ตื่นเต้น
แต่พอฉันแอบหันไปมอง...
เขากำลังจ้องมือฉันที่จัดของอยู่แบบเงียบ ๆ
และพอฉันเงยหน้าขึ้น เขาก็เสสายตาไปอีกทางราวกับไม่ได้ทำอะไรผิด
“มีอะไรติดหน้าฉันรึไง?”
ฉันถามเสียงเรียบ เขาไม่ตอบ
เพียงแต่ยกแก้วเครื่องดื่มของฉันขึ้นมาดู แล้วพูดเบา ๆ ว่า
“น้ำแข็งจะละลายหมดแล้ว...”
“แค่เนี้ย?”
“ก็เห็นเธอมัวแต่จัดของ”
“เลยต้องดูแลฉันแม้แต่น้ำในแก้ว?”
“เธออยากให้เราห่วงแค่เื่ใหญ่ ๆ เหรอ?”
โนวาหันกลับมายิ้มมุมปากนิด ๆ สีหน้าไม่ต่างจากเดิมแต่แววตานั่น...ชัดเกินไป
ฉันหลบตา รีบคว้าแก้วขึ้นมาดูดทันที
ทั้งที่น้ำแข็งเหลือแค่ก้อนบาง ๆ ลอยเอื่อย ๆ บนผิวเครื่องดื่ม
ขากลับจากคณะ
เราสองคนเดินกลับมาทางด้านหลังอาคารเรียน เส้นทางที่มีต้นไม้สูงบังแดดและลมพัดเย็นสบาย
“เดี๋ยวกลับไปเราตัดวิดีโอที่เราทำเก็บไว้ก่อนนะ”
ฉันพูดขึ้นลอย ๆ ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะตอบ
แต่เขาตอบ...
“ถ้าเธอเอาฟุตที่เคยถ่ายตอนไป field trip [1] คราวนั้น เราเก็บไว้ในไดรฟ์อยู่นะ จะส่งให้คืนนี้”
“หืม?”
ฉันหันขวับไปมองเขา
“เก็บไว้ั้แ่เมื่อไหร่?”
“ั้แ่คราวนั้นนั่นแหละ...ก็เห็นเธอลืมตลอด”
“...”
หัวใจฉันกระตุกวูบ
โนวาไม่ได้บอกฉันเลยว่าลงมือทำอะไรไว้ให้
เขาไม่เคยอวด ไม่เคยรอคำชม
แต่แอบช่วยอยู่ข้างหลัง...ตลอด
ฉันเม้มปากแน่น รู้สึกว่าสายตาเริ่มพร่า ๆ ทั้งที่ไม่ได้มีอะไรเข้าตาเลยด้วยซ้ำ
“ขอบคุณนะ” ฉันพูดเบา ๆ
“ก็เธอจะต้องใช้ไง...”
เขาหันมามองหน้าฉันตรง ๆ “เราก็แค่...ไม่อยากให้เธอลำบาก”
“เธอไม่ต้องเก่งไปคนเดียวก็ได้นะ ไบร์ท”
ฉันหยุดเดินทันที
คำพูดนั้นกระทบตรงกลางใจจนเผลอหยุดก้าวโดยอัตโนมัติ
โนวาเดินไปข้างหน้าอีกสองก้าว ก่อนจะหันกลับมาเห็นฉันยืนนิ่ง
“ทำไม?”
“...” ฉันส่ายหน้าเบา ๆ “แค่...อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกแปลก ๆ”
“เพราะคำพูดเรา?”
“เปล่า” ฉันส่ายหน้าอีกครั้ง ทั้งที่จริง ๆ แล้ว...ใช่
“เพราะมันเหมือนนาย...ไม่ใช่แค่เพื่อนแล้วอะ”
โนวาเลิกคิ้วนิด ๆ “ก็เราไม่เคยเป็แค่เพื่อนสักหน่อย”
“...”
“เราคือโนวาไง” เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนหันหลังเดินต่อ
ทิ้งฉันให้ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม หัวใจเต้นดังไม่แพ้เสียงลมที่พัดผ่านใบไม้ในตอนเย็น
ค่ำวันนั้น หลังกลับถึงบ้าน
ฉันได้รับไฟล์วิดีโอในไดรฟ์จากโนวา พร้อมโน้ตแปะท้ายมาด้วยหนึ่งบรรทัด
[โนวา Send...]
✉ : เอาไว้ใช้ตัดได้นะ เราเก็บมาให้ั้แ่วันนั้น
ฉันอ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมาโดยไม่ได้เปิดคลิปเลยด้วยซ้ำ
มือกำโทรศัพท์แน่น หัวใจก็แน่นเหมือนกัน
บางทีสิ่งที่ทำให้ฉันสับสนที่สุด...ไม่ใช่การที่เขาอ้อนเกินเพื่อน แต่เป็ความจริงที่ว่า เขาไม่เคยอ้อนใครนอกจากฉัน
[1] Field trip คือกิจกรรมพาเรียนรู้นอกห้อง ไปสถานที่จริงเพื่อเปิดประสบการณ์นอกตำรา เช่น ไปถ่ายทำ ไปดูงาน หรือเวิร์กชอปนอกสถานที่ หรืออธิบายง่าย ๆ มันคือวันที่ครูบอกว่า ‘ไปเรียนข้างนอกกัน!’ แล้วเราก็ได้ทั้งความรู้และรูปลงไอจี